Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2026-03-01 09:15:37

บทที่ 3 ฝีปากใครดีผู้นั้นชนะ!

เช้าวันต่อมา วันนี้สิ้นสุดบทลงโทษของซูกูกูแล้ว อากาศยามเช้าในตำหนักรับรองสดชื่นเป็นพิเศษ นางกำนัลจากวังหลวงนามซินเยว่ก็เข้ามานำอ่างน้ำมาให้ซือหนิงล้างหน้าเช่นเคย

จากมุมหางตา ซือหนิงสังเกตเห็นซูกูกูยืนอยู่ห่างออกไป สีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายแตกต่างจากตอนที่ไม่มีคนของแคว้นฉีอยู่ด้วย ตอนนี้ดูเรียบนิ่ง มีความนอบน้อมตามมารยาท ทว่าในแววตากลับซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้อย่างแนบเนียน

เมื่อซินเยว่ทำเสร็จตามหน้าที่แล้วก็เตรียมจะเดินออกไป

ซือหนิงลอบยิ้ม ก่อนจะเรียกซินเยว่ไว้ "มื้อเช้าวันนี้มีอะไรทานบ้าง?"

ซินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจเพราะปกติแล้วองค์หญิงมิเคยได้ถามเช่นนี้ นางก้มหน้าตอบตามหน้าที่ทันที

"มีข้าวต้มธัญพืชเพคะ องค์หญิงมีพระประสงค์อยากให้เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอะไรหรือไม่เพคะ?"

จากหางตา ซือหนิงจับได้ว่าซูกูกูที่ยืนอยู่นั้นคงกำลังอดกลั้นไม่พอใจที่ตนข้ามหน้าข้ามตาไปสั่งการโดยตรง แต่นางทำเป็นไม่สนใจ ยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ข้าอยากได้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เยอะหน่อย และให้นำไปตั้งไว้ที่ศาลากลางสระน้ำ ข้าอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ อยู่แต่ในห้องนอนนี่มาหลายวัน เบื่อจะแย่"

ซินเยว่รับคำสั่ง นางกำนัลผู้นี้เป็นคนของแคว้นฉี ย่อมไม่กล้าขัดองค์หญิงต่างแคว้นมากนัก จึงรีบโค้งคำนับและเดินออกไปทำตามคำสั่ง

ทันทีที่ซินเยว่พ้นจากห้องไป ซูกูกูก็รีบก้าวเข้ามา ใบหน้าที่เคยสำรวมแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที

"องค์หญิง! ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่!"

ซือหนิงเลิกคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา แต่ไม่ตอบ ซูกูกูขบกรามแน่น ก่อนจะก้าวเข้ามาหมายจะหยิกเนื้อใต้ร่มผ้าขององค์หญิงอย่างแรง คล้ายจะเป็นการสั่งสอนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

แต่ก่อนที่มือนั้นจะถึงตัว ซือหนิงเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นจากตั่งนอนในจังหวะเดียวกัน พร้อมกับง้างมือฟาดไปที่ใบหน้าของซูกูกูเต็มแรงจนเสียงฝ่ามือกระทบผิวดังสะท้าน

เพียะ!

ซูกูกูเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะล้มลงกับพื้น ตาเบิกกว้าง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าสตรีที่เคยเชื่อฟังกล้าทำเช่นนี้

ซือหนิงยืนตรง มองลงไปยังอีกฝ่าย สีหน้าเรียบนิ่งไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ

"ที่นี่มันตำหนักที่ข้าเป็นเจ้านาย ข้าจะทำอันใดไม่จำเป็นต้องขออนุญาตผู้ใด!" ซือหนิงเอ่ยเสียงเย็นชา ดวงตาทอประกายคมกริบจ้องมองอีกฝ่าย

ซูกูกูโกรธจนมือสั่น รีบลุกขึ้นยืน กัดฟันแน่น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงคุมอารมณ์อย่างยากลำบาก

"องค์หญิงช่างอกตัญญูต่อแผ่นดินที่เลี้ยงดูท่านมาอย่างดีเสียจริง อย่าคิดว่าเพียงเพราะจะอภิเษกออกไปแล้วจะทำอะไรก็ได้! ครั้งนี้หม่อมฉันจะผ่อนปรนให้ก่อน แต่หากมีครั้งหน้า พระองค์ไม่เชื่อทรงเชื่อฟังเช่นนี้อีกจะต้องเสียใจเป็นแน่!"

กล่าวจบ นางก็สะบัดแขนเสื้อแรง ๆ แล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที

ซือหนิงมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย ดวงตาทอแววลึกล้ำเต็มไปด้วยแผนการ มุมปากหยักยกสมใจ...

ขณะที่ซือหนิงกำลังกินมื้อเช้าที่ศาลากลางสระน้ำอย่างสงบนั้นเอง นางก็สังเกตเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาจากทางเข้าด้านหน้าตำหนักรับรอง มุ่งตรงมายังศาลาอย่างไม่ลังเล

ซือหนิงเหลือบมองเล็กน้อย พบว่าผู้มาเยือนคือสตรีอ่อนเยาว์ในอาภรณ์หรูหรา สีหน้าท่าทางเปี่ยมไปด้วยความทะนงตัว นางกำนัลซินเยว่ที่ยืนรับใช้ข้างกายนางรีบเอ่ยทักอย่างรู้จักกันดีทันใด

"คารวะคุณหนูใหญ่หวงเจ้าค่ะ"

ซือหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย ...คุณหนูจากสกุลหวง?  นางมาหาตนทำไมกัน

หวงเจียถิงตรงหน้าเดินเข้ามาและหยุดยืนทางเข้าศาลาก่อนไล่มองสำรวจซือหนิงตั้งแต่หัวจรดเท้า และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

"เช้านี้องค์หญิงเสวยของหนักเช่นนี้ ขนบธรรมเนียมจากแคว้นเย่น่าชื่นชมเสียจริงนะเพคะ"

แม้จะฟังดูเหมือนประโยคสนทนาธรรมดา แต่ความหมายแท้จริงนั้นคือการเสียดสี ว่าซือหนิงไร้กิริยาของสตรีสูงศักดิ์ มิเห็นคุณค่าของความงดงาม กินอาหารหนักตั้งแต่เช้าอย่างไม่สนรูปร่างตนทำราวกับสตรีชาวบ้านไปได้

คำกล่าวนี้ทำให้ซือหนิงที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสตรีนางนี้เข้าใจได้ทันที ว่าคุณหนูหวงนางนี้คงเป็นคู่อริของร่างเดิมเป็นแน่ แม้ไม่รู้ว่าอริจากเหตุผลใดก็เถอะ

...เมื่อตั้งใจมาหาเรื่องกัน นางก็ไม่คิดจะปรานีเช่นกัน

ซือหนิงทำราวไม่ได้ยินเสียงคุณหนูหวง นางกันไปกล่าวกับนางกำนัลของตนแทน "เก็บสำรับเถอะ ข้าไม่มีอารมณ์กินแล้ว อยู่ดีๆ แมลงหวี่ก็มาตอมเสียได้ อาหารรสชาติดีเสียหมดเลย เฮ้อ..."

คุณหนูหวงหน้าเปลี่ยนสีทันที กระทืบเท้าก่อนจะชี้นิ้วใส่ซือหนิงทันใด "เจ้า! เจ้าก็แค่องค์หญิงแคว้นใกล้ล่ม ยังกล้ามาปากดีเช่นนี้อีก!"

ซือหนิงลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินอ้อมโต๊ะอาหารไปเผชิญหน้ากับหวงเจียถิงโดยตรง สายตาที่ส่งไปนั้นแน่วแน่และเยือกเย็น ทำให้อีกฝ่ายเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

"เจ้า...เจ้าจะทำอะไร!? ข้าเป็นคุณหนูของขุนนางสำคัญแห่งแคว้นฉีนะ! หากเจ้าทำอะไรข้า ข้าจะ...จะ..." คุณหนูหวงเริ่มเสียงสั่น

ซือหนิงหยุดเดิน หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนกล่าวเสียงเรียบ "คุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่มีบรรดาศักดิ์เทียบเท่าองค์หญิงหรือ? หากมิใช่ เช่นนั้นก็ควรเข้าใจเสียใหม่ว่าใครมีศักดิ์สูงกว่ากัน กิริยาเช่นนี้เป็นขนบธรรมเนียมที่คนแคว้นฉีปฏิบัติกันกระมัง"

คุณหนูหวงอ้าปากค้างพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้

"เฮอะ! องค์หญิงทรงอยากลำพองนักก็เชิญเถอะ องค์หญิงที่มาจากต่างแคว้นเช่นพระองค์ จะสู้บิดาของหม่อมฉันได้อย่างไร? บิดาของหม่อมฉันมีประโยชน์ต่อแคว้นฉีมากกว่าองค์หญิงต่างแคว้นที่ไม่ต่างจากยุงที่มาดูดเลือด!"

คำพูดของหวงเจียถิงนั้นนอกจากจะไม่ทำให้ซือหนิงกลัวได้แล้วนั้นยังทำให้ซือหนิงแทบสำรอกสิ่งที่ทานเข้าไปเพราะหัวเราะอย่างนัก

"น่าขันยิ่งนัก พูดอะไรไม่ออก เอะอ่ะก็อ้างบิดา เจ้าเองมีสิ่งใดดีบ้างหรือไม่? หากไม่มี ก็รีบกลับไปเสีย ข้าไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเด็กน้อยเช่นเจ้า"

คุณหนูหวงหน้าแดงก่ำจนเกือบเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ นางพยายามหาถ้อยคำมาโต้แย้ง แต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ชี้นิ้วไปมาอย่างขัดใจ ย่ำเท้าคิดไปสักครู่ก็นึกบางอย่างออกขึ้นมาได้

"หม่อมฉันอุตส่าห์แวะมาหาพระองค์เพื่อชวนไปพบกับองค์รัชทายาทที่หม่อมฉันนัดไว้ว่าจะดื่มชาด้วยกันช่วงสายนี้ แต่หากพระองค์ทำเช่นนี้ก็คงไม่สะดวกชวนแล้ว! เหอะ"

กล่าวจบ หวงเจียถิงก็สะบัดชายแขนเสื้อ แล้วเดินจากไปทันที

ซูกูกูที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับอึ้งมาตลอดที่ได้เห็นการโต้ตอบนี้ สีหน้าประหลาดใจที่ได้เห็นองค์หญิงสามตอบโต้ได้อย่างเด็ดขาดเช่นนี้ไม่คิดว่าจะเป็นองค์หญิงหัวอ่อนผู้นั้นเลยจริง ๆ

...ซูกูกูยังคงตกใจไม่หายแม้แต่หลังจากคุณหนูหวงจากไปแล้วก็ตาม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   64.2

    “หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำในอดีตไป ไม่อาจนึกถึงเรื่องระหว่างเราได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องราวในอดีต หรือความรู้สึก... บัดนี้หม่อมฉันล้วนลืมสิ้นแล้วเพคะ”หานเซียวชะงักไปชั่วครู่อย่างไม่คาดคิด สีหน้าพลันเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นหม่นเศร้า ไหนเลยว่าการที่นางนัดเขาเช่นนี้จะเพื่อบอกข

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   44.1

    ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำสั่งเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงเรียกอันคุ้นเคยของบ่าวจากนอกเรือน“ท่านหญิงเจ้าคะ! รถม้าของจวนท่านหวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ซือหนิงเหลือบตามองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวกับหลิวอวิ๋นอีกคำหนึ่ง“นำของออกไปส่งภายในวันนี้ แล้วก

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.2

    แต่ซือหนิงจำได้ว่า...ตอนเดินขึ้นเขา นางเจอและก้มลงแตะต้นพืชบางชนิดที่คิดว่ามีประโยชน์ ...หรือว่าตอนนั้นเองที่มิตินี้ดูดมันเข้ามา?หากเป็นเช่นนั้น แปลว่านางสามารถเก็บของเข้ามิติได้เพียงแค่สัมผัสและนึกถึงมัน!ซือหนิงตั้งใจพิสูจน์ นางยกมือขึ้นแตะปิ่นไม้ของตน เมื่อจินตนาการว่าต้องการให้มันหายไป ปิ่นหย

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.1

    บทที่ 17 นางถูกหลอกหรือ?!หลายวันถัดมา...ซือหนิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง สวมอาภรณ์เรียบง่ายที่เหมาะกับการผจญภัยในป่า ผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยและปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใดให้เกะกะ ด้านหลังสะพายถุงสัมภาระที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น มีดพก เชือก น้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status