Share

บทที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-01 09:14:54

บทที่ 1 แน่ใจ! ว่าข้าคือองค์หญิง

ช่วงสายวันหนึ่ง ณ ห้องบรรทมในตำหนักรับรองของวังหลวงแคว้นฉี

บนเตียงหรูหราประดับม่านบางสีอ่อน ร่างขององค์หญิงสามจากแคว้นเย่ เย่ซือหนิงนอนแน่นิ่งอยู่ ใบหน้าซีดเซียวราวไร้ชีวิต ทว่าเพียงครู่หนึ่ง เปลือกตานางค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความงุนงง

นี่มันที่ไหน?’

ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ พบว่าตนเองอยู่ในห้องกว้างขวางประดับอย่างหรูหราแต่ออกจะดูโบราณไปนิด

และไม่ทันได้คิดมากไปกว่านั้น คลื่นความทรงจำปะทะเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง ทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตน

ก่อนหน้านี้ นางยังคงเป็นสายลับขององค์กรลับแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 20 กำลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ก่อนถูกศัตรูจับได้และจบชีวิตลง… ทว่าบัดนี้เมื่อลืมตาอีกครั้ง นางกลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคโบราณ!

ที่สำคัญหญิงสาวนางนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นองค์หญิงลำดับที่สาม จากแคว้นเย่ เย่ซือหนิง ที่เดินทางมาพักอยู่ที่แคว้นฉีเพื่อรอกำหนดการอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทแคว้นฉีในตำแหน่งชายา

ยังไม่ทันได้ตั้งตัวคิดพิจารณาความทรงจำอันแสนน้อยนิดที่ติดมาตอนนี้ เสียงจากนอกห้องข้างหน้าก็ดังขึ้น

“สายมากแล้ว องค์หญิงซือหนิงยังไม่ตื่นจากบรรทมอีกหรือ?”

เสียงของนางกำนัลผู้หนึ่งดังขึ้นด้านหน้าประตู

“องค์หญิงคงบรรทมดึกวันนี้จึงตื่นบรรทมสายไปบ้าง เดี๋ยวข้าไปปลุกพระองค์เอง” อีกเสียงหนึ่งกล่าวอย่างสุภาพ แต่ฟังดูทรงอำนาจกว่า

...ซูกูกู[1]

คลื่นความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวอีกรอบ ทำให้นางเข้าใจได้ในเสี้ยวเวลา ซูกูกูคือข้าหลวงที่ติดตามนางมาจากแคว้นเย่ เป็นหญิงวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีอำนาจมากผู้หนึ่งในตำหนักแห่งนี้ แต่นิสัยและความสัมพันธ์ระหว่างซูกูกูและองค์หญิงซือหนิงเป็นอย่างไรนั้นไม่มีในความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว

เสียงสนทนานอกประตูเงียบลง

 ไม่นานนักประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างมีสัดส่วนเว้าโค้งของซูกูกูที่ก้าวเข้ามาอย่างถือดี สายตาคมกริบของนางกวาดมองเย่ซือหนิงอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความยำเกรง

“ก็ตื่นบรรทมแล้วนี่ เหตุใดไม่ลุกจากเตียงเสียทีเพคะ”

“...” ซือหนิงมองผู้มาใหม่อย่างสับสน เหตุใดนางกำนัลผู้หนึ่งถึงได้ปฏิบัติตัวกับเจ้านายด้วยกิริยาเช่นนี้กัน

“เลิกสำออยได้แล้วเพคะ เอ๊ะ นั่น เหตุใดข้างพระโอษฐ์ของพระองค์มีรอยสีดำตุ่นแดง?”

เย่ซือหนิงยกนิ้วแตะที่ริมฝีปากทันที พบว่ามันเปื้อนคราบบางอย่าง เมื่อป้ายมาดูก็รู้ได้เลยว่าเป็นคราบเลือดสีเข้มจางๆ อีกทั้งนางก็รับรู้ถึงรสขมฝาดในปากได้ตั้งแต่ตื่นแล้วเช่นนั้น คาดว่าคงเป็นเพราะร่างเดิมได้รับยาพิษจึงสิ้นใจตาย...

ทว่าเพียงเสี้ยวอึดใจเดียว ซือหนิงที่ตอนนี้มีวิญญาณสายลับสวมร่างอยู่ก็รีบระงับสีหน้าของตนอย่างแนบเนียน

“อาจเป็นเพราะเมื่อคืนข้าลืมเช็ดปากหลังกินของหวานนั่นแหละ” นางกล่าวเรียบ ๆ อย่างไม่หยี่หระ ก่อนจะขยับตัวขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวเสียงนิ่ง “ซูกูกู รินน้ำชาให้ข้าหน่อย”

สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ความนอบน้อมและรีบทำตามคำสั่งแต่อย่างใด หากแต่เป็นสีหน้าประหลาดใจของซูกูกู นางยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาฉายแววเย้ยหยันราวกับได้ยินเรื่องตลก

“องค์หญิงไม่มีมือรินชาเองหรือเพคะ?” 

เย่ซือหนิงเลิกคิ้วสมใจ คำพูดของซูกูกูทำให้นางเข้าใจบางอย่างชัดเจนขึ้นจากที่เพิ่งลองทดสอบไป

...นางได้มาเกิดใหม่ทั้งที นึกว่าจะได้สุขสบายในร่างองค์หญิงสูงศักดิ์ แต่กลายเป็นว่าฐานะองค์หญิงนี้ต่ำต้อยจนแม้บ่าวยังกล้าสั่งได้

หรือนี่อาจเป็นเหตุผลให้องค์หญิงซือหนิงผู้นี้ดื่มยาพิษปลิดชีพตนเอง? 

ทว่าตอนนี้นางก็ยังไม่อาจยืนยันได้หรอกว่าเจ้าของร่างนี้ปลิดชีีพตนเองหรือใครวางยา ...สถานการณ์ที่รู้ยังน้อยเกินกว่าจะตัดสินใดใด

นางสูดลมหายใจเข้าอย่างตัดสินใจ ก่อนอื่นเลยในเมื่อจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในร่างองค์หญิงผู้น่าเวทนาผู้นี้ แต่กลับไร้ความทรงจำที่มีประโยชน์ เช่นนั้นแล้วนางจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับองค์หญิงเย่ซือหนิงผู้นี้เสียก่อน แผนในอนาคตจะทำอันใดต่อค่อยว่าหลังจากนั้น

“ข้าตื่นแล้ว อยากล้างตัวหน่อยเจ้าออกไปก่อนเถอะ”

“เหอะ พระองค์คิดว่าทำผิดแล้วหม่อมฉันจะให้อภัยง่าย ๆ หรือเพคะ”

คำพูดแฝงความนัยทำให้ซือหนิงมองสบตาเจ้าของคำพูดอย่างฉงนกับความคาดไม่ถึงที่ได้เจอนี้อย่างไม่รู้จบ นางก็อยากรู้เหมือนกันว่าองค์หญิงผู้นี้วัน ๆ ต้องเจออันใดบ้าง

“หม่อมฉันเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่าให้พระองค์รักษาหุ่น องค์หญิงแอบเสวยเช่นนี้ ต้องได้รับการลงโทษ มิเช่นนั้นแล้วหากฮองเฮารู้เข้าอาจจะไม่พอพระทัยและลงโทษหม่อมฉันที่ดูแลพระองค์ไม่ดีได้”

ซูกูกูปรายตามองนางอย่างเย็นชา ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงความเฉียบคม “เพื่อให้องค์หญิงรักษารูปโฉม ร่างกายต้องไม่อ้วนเผละ เช่นนั้นแล้วพระองค์จะต้องงดอาหารนับจากนี้ไปสามวัน เสวยได้เพียงน้ำเท่านั้น”

สิ้นคำซูกูกูสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้องค์หญิงเย่ซือหนิงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง พลางกระพริบตาปริบ ๆ อย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่พบเจอ

นี่ร่างนี้เป็นองค์หญิงหรือเป็นเชลยกันแน่เนี่ย?!

[1] กูกู (นางกำนัลอาวุโส) หน้าที่ควบคุมการทำงานภายในวัง คอยดูแลระเบียบและฝึกสอนนางกำนัลชั้นธรรมดา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 5

    บทที่ 5 เจตนาของบุรุษผู้นี้ช่าง...ซือหนิงเดินตามฉีหนานหวังไปอย่างเงียบ ๆ แต่ภายในใจของนางพยายามคิดหาหนทางปลีกตัวออกจากสถานการณ์นี้อยู่ตลอดเวลา บุรุษผู้นี้ก็เดินนำไปอย่างเชื่องช้าเสียจริง เขาไม่เร่งรีบใด ๆ ทำให้นางต้องคอยชะลอฝีเท้าตามโดยไม่ให้ดูเร่งร้อนเกินไปเช่นกันนางเหลือบตามองไปทางสตรีที่เดินเคียงข้างฉีหนานหวัง ซูลี่ชายารองของเขา สีหน้าของนางแม้จะเรียบนิ่งแต่ก็ไม่อาจซ่อนความขัดใจไว้ได้ กระนั้นกลับไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของนาง ทั้งสี่เดินต่อไปโดยไม่มีใครพูดอะไรแต่ดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับซือหนิงเสียแล้ว!เส้นทางที่ฉีหนานหวังพานางไปนั้น ดันผ่านสวนในเขตตำหนักขององค์รัชทายาท ตำหนักตะวันออก และก็เป็นอย่างที่นางไม่อยากให้เกิดขึ้น กลุ่มของพวกนางต้องเดินผ่านศาลาที่มีบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งดื่มชาอยู่กับคุณหนูหวง!ซือหนิงพยายามเดินให้ชิดร่มไม้ หวังจะไม่เป็นจุดสนใจ ทว่าแผนการของนางกลับล้มเหลว เพราะฉีหนานหวังจงใจเดินเข้าไปทักสองคนนั้นโดยตรง"ดื่มชาอันใดหรือ กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล"เสียงของฉีหนานหวังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทว่ากลับทำให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดขึ้นทันทีองค์รัชทายาทแค

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 4

    บทที่ 4 ความอยากรู้สร้างเรื่องหลังจากจบสงครามฝีปากของสตรีแล้ว ซือหนิงก็สั่งให้เมื่อซินเยว่เก็บสำรับอาหารออกไป ซูกูกูก็เดินเข้ามาหาซือหนิงทันที ทว่ากลับยังเว้นระยะห่างเล็กน้อยราวกับหวาดระแวงบางอย่าง นางกล่าวเสียงแฝงความสะใจเล็กน้อย"องค์หญิงเพคะ หากพระองค์ดำริจะอยู่ในวังหลวงและอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างราบรื่นแล้วล่ะก็ ควรเอาใจคุณหนูใหญ่หวงผู้นี้เอาไว้ดีกว่านะเพคะ นางเป็นคุณหนูที่มีโอกาสขึ้นเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทมากที่สุดแล้วในขณะนี้... มีโอกาสมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำ"ซือหนิงฟังแล้วก็เข้าใจทันที ...ที่แท้ก็ว่าที่เมียหลวงหาเรื่องว่าที่เมียน้อยนั่นเอง...แม้คำแนะนำกึ่งเหน็บแนมของซูกูกูจะทำให้นางเข้าใจความจริงแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องทำตาม เพราะนางไม่ได้คิดจะขึ้นเป็นชายาขององค์รัชทายาทเสียหน่อย อีกอย่างในลิสต์ผู้ที่มีความเป็นไปได้ที่จะต้องการปลิดชีพองค์หญิงสามฉีนั้น ก็มีองค์รัชทายาทผู้นี้อยู่ในลิสต์ผู้ต้องสงสัยสำหรับนางด้วยซ้ำซือหนิงไม่คิดตอบนางหมุนตัวเพื่อกลับไปยังห้องนอนของตน"ข้าจะเข้าไปนอนพักช่วงสายสักหน่อย ไม่ต้องเฝ้าหรอกมีอะไรก็ไปทำเถอะ"ซูกูกูจ้องนางอย่างสงสัยชั่วครู่

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 3

    บทที่ 3 ฝีปากใครดีผู้นั้นชนะ!เช้าวันต่อมา วันนี้สิ้นสุดบทลงโทษของซูกูกูแล้ว อากาศยามเช้าในตำหนักรับรองสดชื่นเป็นพิเศษ นางกำนัลจากวังหลวงนามซินเยว่ก็เข้ามานำอ่างน้ำมาให้ซือหนิงล้างหน้าเช่นเคยจากมุมหางตา ซือหนิงสังเกตเห็นซูกูกูยืนอยู่ห่างออกไป สีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายแตกต่างจากตอนที่ไม่มีคนของแคว้นฉีอยู่ด้วย ตอนนี้ดูเรียบนิ่ง มีความนอบน้อมตามมารยาท ทว่าในแววตากลับซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้อย่างแนบเนียนเมื่อซินเยว่ทำเสร็จตามหน้าที่แล้วก็เตรียมจะเดินออกไปซือหนิงลอบยิ้ม ก่อนจะเรียกซินเยว่ไว้ "มื้อเช้าวันนี้มีอะไรทานบ้าง?"ซินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจเพราะปกติแล้วองค์หญิงมิเคยได้ถามเช่นนี้ นางก้มหน้าตอบตามหน้าที่ทันที"มีข้าวต้มธัญพืชเพคะ องค์หญิงมีพระประสงค์อยากให้เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอะไรหรือไม่เพคะ?"จากหางตา ซือหนิงจับได้ว่าซูกูกูที่ยืนอยู่นั้นคงกำลังอดกลั้นไม่พอใจที่ตนข้ามหน้าข้ามตาไปสั่งการโดยตรง แต่นางทำเป็นไม่สนใจ ยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ข้าอยากได้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เยอะหน่อย และให้นำไปตั้งไว้ที่ศาลากลางสระน้ำ ข้าอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ อยู่แต่ในห้องนอนนี

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 2

    บทที่ 2 นางถูกใครปลิดชีพกันแน่สองวันผ่านไป ซือหนิงใช้เวลาช่วงที่อยู่ในบทลงโทษของซูกูกูนี้เพื่อตั้งตัว นางเฝ้าสังเกตคนรอบกายและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้ให้มากที่สุดเพราะความทรงจำที่มีนั้นเป็นเพียงนามและคนผู้นั้นคือใครยามเจอหน้าเท่านั้น ซือหนิงเรียกนางกำนัลส่วนตัวที่ดูแลภายในตำหนักมาพบในบางที มีนางกำนัลเซียวซึ่งเป็นคนจากแคว้นเย่ และอีกสองคนที่เป็นนางกำนัลจากแคว้นฉี ได้แก่ ซินเยว่และลี่หมิงสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือ นางกำนัลกลุ่มที่มาจากแคว้นเย่อันเป็นแคว้นเดียวกันกลับปฏิบัติต่อนางอย่างไม่ให้ความเคารพแม้แต่น้อย ต่อหน้าคนของแคว้นฉีพวกนางยังแสร้งเป็นข้ารับใช้ที่ดี ทว่าลับหลังกลับทำราวกับนางมิใช่องค์หญิง ซือหนิงใช้เวลาเพียงไม่นานก็สรุปได้ว่า คนที่นางพึ่งพาได้คือคนของแคว้นฉี หาใช่คนของแคว้นเย่ไม่แต่เรื่ององค์หญิงร่างเดิมปลิดชีพตนเองหรือคนฝ่ายไหนเป็นผู้ลงมือนั้นย่อมเป็นคนละเรื่อง...จากการสืบเสาะข้อมูลเพิ่มเติมจากการสอบถาม นางพบว่าร่างนี้เป็นพระธิดาของฮ่องเต้แห่งแคว้นเย่กับนางบำเรอจากต่างแคว้น ดวงตาสีฟ้าของนางแตกต่างจากคนอื่นที่ล้วนมีนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหรือดำ มันคือเครื่องหมายที่ทำให้ร่

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 1

    บทที่ 1 แน่ใจ! ว่าข้าคือองค์หญิงช่วงสายวันหนึ่ง ณ ห้องบรรทมในตำหนักรับรองของวังหลวงแคว้นฉีบนเตียงหรูหราประดับม่านบางสีอ่อน ร่างขององค์หญิงสามจากแคว้นเย่ เย่ซือหนิงนอนแน่นิ่งอยู่ ใบหน้าซีดเซียวราวไร้ชีวิต ทว่าเพียงครู่หนึ่ง เปลือกตานางค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความงุนงง‘นี่มันที่ไหน?’ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ พบว่าตนเองอยู่ในห้องกว้างขวางประดับอย่างหรูหราแต่ออกจะดูโบราณไปนิดและไม่ทันได้คิดมากไปกว่านั้น คลื่นความทรงจำปะทะเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง ทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตนก่อนหน้านี้ นางยังคงเป็นสายลับขององค์กรลับแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 20 กำลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ก่อนถูกศัตรูจับได้และจบชีวิตลง… ทว่าบัดนี้เมื่อลืมตาอีกครั้ง นางกลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคโบราณ!ที่สำคัญหญิงสาวนางนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นองค์หญิงลำดับที่สาม จากแคว้นเย่ เย่ซือหนิง ที่เดินทางมาพักอยู่ที่แคว้นฉีเพื่อรอกำหนดการอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทแคว้นฉีในตำแหน่งชายายังไม่ทันได้ตั้งตัวคิดพิจารณาความทรงจำอันแสนน้อยนิดที่ติดมาตอนนี้ เสียงจากนอกห้องข้างหน้าก็ดังขึ้น“สายมากแล้ว อง

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทนำ

    บทนำคืนดึกสงัด แสงจันทร์ถูกกลืนหายไปในเมฆดำ ความเงียบปกคลุมทั่วตำหนักแห่งนี้ ตำหนักงดงามโอ่อ่ากลับดูมืดมนราวกับตำหนักร้างเมื่อเข้าสู่ยามกลางคืนภายในห้องบรรทม องค์หญิงสามแห่งแคว้นเย่นั่งอยู่เพียงลำพัง ร่างบางใต้ชุดสีขาวบริสุทธิ์นั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ รอบกายมีเพียงเงามืดเป็นสหายรัก ใบหน้างดงามราวหยกบัดนี้ไร้สีเลือด ดวงตาคู่งามจับจ้องความว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณถูกดูดกลืนไปแล้วความเงียบรอบข้างสะท้อนความทุกข์ในใจของนางอย่างเด่นชัดเพียงคิดถึงความจริงที่เพิ่งล่วงรู้ หัวใจที่เคยอ่อนโยนก็ถูกบีบคั้นจนเจ็บราวกับมีมือเย็นเยียบกำเอาไว้องค์หญิงจากแคว้นเย่ของตน มาเพื่ออภิเษกเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นฉี ความจริงที่ตนถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยเมืองของตนนี้ยังไม่เจ็บปวดเท่าความจริงที่เพิ่งล่วงรู้เลย...ท่ามกลางความมืดมิดนี้ ร่างบางปลิวลมค่อยๆ ลุกขึ้นจากตั่งด้วยท่าทีเชื่องช้าไม่ต่างจากคนไร้วิญญาณ ไม่มีแววลังเลในดวงตา แม้กายจะอ่อนล้าแต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งมั่น วันนี้นางมีสิ่งที่ต้องทำเวลาล่วงเลยสู่ยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) องค์หญิงสามเย่ย่องออกจากห้องบรรทมของตำหนักรับรองในแคว้นฉี...ไร้ซึ่งนางกำน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status