Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 09:15:52

บทที่ 4 ความอยากรู้สร้างเรื่อง

หลังจากจบสงครามฝีปากของสตรีแล้ว ซือหนิงก็สั่งให้เมื่อซินเยว่เก็บสำรับอาหารออกไป ซูกูกูก็เดินเข้ามาหาซือหนิงทันที ทว่ากลับยังเว้นระยะห่างเล็กน้อยราวกับหวาดระแวงบางอย่าง นางกล่าวเสียงแฝงความสะใจเล็กน้อย

"องค์หญิงเพคะ หากพระองค์ดำริจะอยู่ในวังหลวงและอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างราบรื่นแล้วล่ะก็ ควรเอาใจคุณหนูใหญ่หวงผู้นี้เอาไว้ดีกว่านะเพคะ นางเป็นคุณหนูที่มีโอกาสขึ้นเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทมากที่สุดแล้วในขณะนี้... มีโอกาสมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำ"

ซือหนิงฟังแล้วก็เข้าใจทันที ...ที่แท้ก็ว่าที่เมียหลวงหาเรื่องว่าที่เมียน้อยนั่นเอง...

แม้คำแนะนำกึ่งเหน็บแนมของซูกูกูจะทำให้นางเข้าใจความจริงแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องทำตาม เพราะนางไม่ได้คิดจะขึ้นเป็นชายาขององค์รัชทายาทเสียหน่อย 

อีกอย่างในลิสต์ผู้ที่มีความเป็นไปได้ที่จะต้องการปลิดชีพองค์หญิงสามฉีนั้น ก็มีองค์รัชทายาทผู้นี้อยู่ในลิสต์ผู้ต้องสงสัยสำหรับนางด้วยซ้ำ

ซือหนิงไม่คิดตอบนางหมุนตัวเพื่อกลับไปยังห้องนอนของตน

"ข้าจะเข้าไปนอนพักช่วงสายสักหน่อย ไม่ต้องเฝ้าหรอกมีอะไรก็ไปทำเถอะ"

ซูกูกูจ้องนางอย่างสงสัยชั่วครู่ นางคงคิดว่าซือหนิงมีแผนบางอย่างแน่ แต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะกลัวฝ่ามือที่เพิ่งถูกตบไปเมื่อเช้า หน้ายังแสบชาไม่หาย ซูกูกูจึงยืนอยู่หน้าประตูห้องขัดกับคำสั่งของซือหนิงสิ้นเชิง

แน่นอนว่าการกระทำนี้ของซูกูกูเจ้าของห้องที่อยู่ข้างในนั้นคาดเดาได้ก่อนแล้ว เพราะที่จริงแล้วซือหนิงต้องการให้ซูกูกูเฝ้าอยู่ที่ประตูนั่นแหละเพื่อที่ให้นางแอบออกไปทางหน้าต่างของห้องนอน และเดินอ้อมไปเพื่อออกจากตำหนักรับรองไปอย่างสบายแทน

วันนี้ซือหนิงมีเป้าหมายสำคัญ นางจะหาโอกาสดีเพื่อคุยกับองครักษ์หลี่ หลี่เจ๋อหาน เพื่อสร้างพันธมิตรและทำให้นางรู้ความเป็นไปตอนองค์หญิงผู้นี้อยู่แคว้นเย่

ซือหนิงเดินไปยังจุดที่เคยพบองครักษ์หลี่เฝ้ายาม ทว่าไม่พบใคร นางจึงเดินวนเวียนแถวนั้นเรื่อย ๆ โดยไม่ให้เป็นที่สังเกต บริเวณนี้เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของวังหน้า ตำหนักรับรองของแขกต่างเมืองยังคงอยู่ภายในเขตพระราชวังส่วนหน้า เพราะฉะนั้นหากเดินออกไปไกลกว่านี้ อาจเผชิญหน้ากับเหล่าขุนนางที่เข้ามาปฏิบัติราชการได้

ด้วยความสงสัยที่มักมีอยู่ในมนุษย์ไม่ว่าคนใด ซือหนิงเดินไปเรื่อย ๆ จุดประสงค์เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว...

ซือหนิงเดินไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เพื่อแอบมองไปข้างหน้า ซึ่งน่าจะเป็นหอจดหมายเหตุอันเป็นสถานที่ทำงานของขุนนางฝ่ายบุ๋นในราชสำนัก นางเห็นขุนนางในชุดทางการคล้ายกัน มีทั้งสีกรมท่า และสีแดงเข้มเลือดนกเดินไปมาให้ขวักไขว่ นางกำนัลและขันทีต่างรีบเร่งทำหน้าที่ของตน ซือหนิงมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจโดยลืมเป้าหมายแรกไปเสียแล้ว...

ขณะที่กำลังแอบดูหลังต้นไม้ใหญ่อย่างเพลิดเพลินนั้น นางไม่รู้เลยว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งพร้อมด้วยองครักษ์อีกหนึ่งนาย เดินเข้ามาใกล้ขึ้นจากด้านหลัง สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังซือหนิงที่กำลังหลบอยู่หลังต้นไม้อย่างน่าสงสัย

"เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงแอบซุ่มดูอยู่ที่นี่?"

เสียงของบุรุษหนึ่งในนั้นดังขึ้นกะทันหัน เป็นเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจไม่ต่างจากบรรยากาศรอบตัวของเขาเลย

ซือหนิงสะดุ้งสุดตัว รีบหันกลับไปทันที นางเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อสบสายตากับบุรุษที่เอ่ยถาม

บุรุษผู้นี้มีโครงหน้าคมเข้ม ดวงตาสีดำลุ่มลึกแฝงแววคมกริบ คิ้วเรียวยาวรับกับจมูกโด่งได้รูป ลักษณะดูองอาจเต็มไปด้วยอำนาจ เขาแต่งกายด้วยอาภรณ์สีเข้มตัดขอบด้วยดิ้นทองบ่งบอกถึงฐานะสูงส่ง

ก่อนที่ซือหนิงจะได้ตอบอะไร หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างบุรุษผู้นั้นก็เอื้อมมือจับแขนเขาไว้ราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูแฝงความหมายมากมาย

"อ้อ...ที่แท้ก็องค์หญิงจากแคว้นเย่นี่เอง คารวะองค์หญิงซือหนิงเพคะ"

ซือหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย นางยังไม่ได้แนะนำตัว แต่สตรีตรงหน้ากลับรู้จักตน เพียงครู่เดียวก็เข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายจำตนได้จากดวงตาสีฟ้าของนางนั่นเอง 

นี่ปะไรหากจะหลบหนีหรือซ่อนตัวนางต้องจัดการกับสีตาที่โดดเด่นของตนเองก่อน!

สตรีใบหน้างดงามยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "พระองค์มีรูปโฉมงดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ ดวงตาสีฟ้านั่นทำให้หม่อมฉันแทบละสายตาไม่ได้เลย... ว่าไหมเพคะะ ฉีหนานหวัง?"

ซือหนิงได้ยินชื่อของบุรุษตรงหน้าแล้วก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์ของแคว้นฉี บุรุษเจ้าของสมญานามนี้ในความทรงจำเจ้าของร่างระบุไว้ว่าเขาคือน้องชายหนึ่งเดียวของฮ่องเต้ที่มีชีวิตอยู่ เป็นเชื้อพระวงศ์ที่มากด้วยอำนาจในแคว้นฉีตอนนี้

ซือหนิงรีบโค้งคำนับให้ตามมารยาท "คารวะฉีหนานหวังเพคะ หม่อมฉันองค์หญิงเย่ซือหนิงเพคะ"

ขณะที่นางก้มคำนับ นางกลับรู้สึกถึงสายตาจ้องมองที่ร้อนแรงผิดปกติที่หลังคอของตน มันแฝงไว้ด้วยอารมณ์บางอย่าง คล้ายความขุ่นเคือง ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น นางพบว่าฉีหนานหวังยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ส่วนสตรีที่ยืนข้างกันนั้นก็ยิ้มตามมารยาทให้ตน

...บางทีนางอาจคิดมากไปเองนั่นล่ะ

"หม่อมฉันชายารองของฉีหนานหวัง ซูลี่ เพคะ" หญิงสาวข้างกายฉีหนานหวังแนะนำตัวก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "แล้วองค์หญิง

ซือหนิงมาด้อม ๆ มอง ๆ อะไรอยู่ที่นี่หรือเพคะ? คงไม่ใช่ว่าเป็นสายลับสืบข้อมูลแคว้นเราหรอกนะเพคะ?"

ซือหนิงหยักยิ้มราบเรียบก่อนเอ่ยปฏิเสธอย่างสุขุม

"หามิได้ ข้าเพียงแต่หลงทางและกำลังมองหาผู้ที่พอจะช่วยนำทางกลับตำหนักรับรองได้เท่านั้น" นางกล่าวจบก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ คล้ายร่างกายกำลังเตือนให้รีบออกไปจากที่นี่โดยเร็ว จึงรีบกล่าวต่อ "ดูเหมือนแถวนี้ต่างก็ยุ่งกันหมด คงต้องไปหาผู้นำทางแถวนู้นแทนแล้ว"

ทว่าเมื่อซือหนิงกำลังจะถอยหลังเพื่อแยกไป ก็เป็นฉีหนานหวังที่เงียบมานานกล่าวขึ้นอย่างไม่คาดคิด

"ข้ากำลังว่างพอดี เพิ่งเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสร็จ เดี๋ยวข้าจะพาไปส่งเองแล้วกัน"

ทั้งหญิงสาวข้างกายเขาและองครักษ์ต่างมองกันอย่างตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าฉีหนานหวังจะเสนอตัวเช่นนี้ แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้านก็ต้องปล่อยไปเท่านั้น แม้กระทั่งซือหนิงเองด้วย

"เช่นนั้นต้องรบกวนฉีหนานหวังแล้วเพคะ"

ซือหนิงรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย นางมิได้อยากพัวพันกับเชื้อพระวงศ์ของแคว้นฉีมากเกินไปนัก ทว่าหากปฏิเสธตอนนี้ คงเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่านางโกหกเรื่องที่มาหาคนนำทาง ดังนั้นจึงได้แต่ค้อมศีรษะตอบอย่างสุภาพและเดินตามพวกเขาไป...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   64.2

    “หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำในอดีตไป ไม่อาจนึกถึงเรื่องระหว่างเราได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องราวในอดีต หรือความรู้สึก... บัดนี้หม่อมฉันล้วนลืมสิ้นแล้วเพคะ”หานเซียวชะงักไปชั่วครู่อย่างไม่คาดคิด สีหน้าพลันเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นหม่นเศร้า ไหนเลยว่าการที่นางนัดเขาเช่นนี้จะเพื่อบอกข

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 2

    บทที่ 2 นางถูกใครปลิดชีพกันแน่สองวันผ่านไป ซือหนิงใช้เวลาช่วงที่อยู่ในบทลงโทษของซูกูกูนี้เพื่อตั้งตัว นางเฝ้าสังเกตคนรอบกายและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้ให้มากที่สุดเพราะความทรงจำที่มีนั้นเป็นเพียงนามและคนผู้นั้นคือใครยามเจอหน้าเท่านั้น ซือหนิงเรียกนางกำนัลส่วนตัวที่ดูแลภายในตำหนักมาพบในบางที มีนา

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทที่ 1

    บทที่ 1 แน่ใจ! ว่าข้าคือองค์หญิงช่วงสายวันหนึ่ง ณ ห้องบรรทมในตำหนักรับรองของวังหลวงแคว้นฉีบนเตียงหรูหราประดับม่านบางสีอ่อน ร่างขององค์หญิงสามจากแคว้นเย่ เย่ซือหนิงนอนแน่นิ่งอยู่ ใบหน้าซีดเซียวราวไร้ชีวิต ทว่าเพียงครู่หนึ่ง เปลือกตานางค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความงุนงง‘นี่ม

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   บทนำ

    บทนำคืนดึกสงัด แสงจันทร์ถูกกลืนหายไปในเมฆดำ ความเงียบปกคลุมทั่วตำหนักแห่งนี้ ตำหนักงดงามโอ่อ่ากลับดูมืดมนราวกับตำหนักร้างเมื่อเข้าสู่ยามกลางคืนภายในห้องบรรทม องค์หญิงสามแห่งแคว้นเย่นั่งอยู่เพียงลำพัง ร่างบางใต้ชุดสีขาวบริสุทธิ์นั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ รอบกายมีเพียงเงามืดเป็นสหายรัก ใบหน้างดงามราวหยก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status