แชร์

ตอนที่ 8 แยกเรือน

ผู้เขียน: บ.บี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-07-08 00:15:47

กู้ชิงเหอก้มหน้านิ่ง นางรู้ว่าแท้จริงแล้วเจียงเหิงได้เงิน 1 ตำลึงนี้มาจากไหน

เจียงเหิงมีเงินที่เก็บสะสมเอาไว้จริงๆ แต่มันก็เป็นเงินเพียงร้อยกว่าอีแปะเท่านั้น เขาเห็นว่ารองเท้าของเจียงเหยียนเก่าและเล็กจนน้องสาวไม่อาจสวมใส่ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มเคยบอกกับย่าเหยาไปหลายรอบแต่อีกฝ่ายก็นิ่งเฉย เขาเลยตัดสินใจพาน้องสาวเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อรองเท้า

ระหว่างนั้นมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังกล่าวหาพ่อค้าร้านขายข้าวรายหนึ่งว่าผสมดินทรายลงไปในข้าวเพื่อโกงน้ำหนัก

แต่เจียงเหิงเห็นว่าในกลุ่มชาวบ้านเหล่านั้นมีอยู่สองคนที่เป็นพวกอันธพาลที่มักจะมาขูดรีดขอเงินจากศิษย์ในสำนักศึกษาที่ตนเคยร่ำเรียนอยู่เป็นประจำ จึงคิดว่าบางทีพ่อค้าข้าวอาจจะไม่ได้คดโกงและได้เข้าไปช่วยเหลือ

เขาสุ่มเลือกข้าวจากหลายกระสอบเอามาร่อนหาเศษดินทรายต่อหน้าชาวบ้านหลายคนเพื่อพิสูจน์ และแน่นอนผลก็คือข้าวเหล่านั้นขาวสะอาดมิมีสิ่งใดปนเปื้อน 

ด้วยเหตุนี้ พ่อค้าข้าวจึงไม่ต้องสูญเสียเงินก้อนใหญ่เป็นค่าชดเชยให้พวกอันธพาล แต่กลับมอบเงินหนึ่งตำลึงให้เจียงซิ่วไฉมาเป็นรางวัลตอบแทนความยุติธรรมที่ได้รับ

เหตุใดเจียงเหิงจึงเลือกปกปิดเรื่องนี้ไว้ นางกลับไม่อาจเข้าใจได้

หลี่ซื่อหายไปครู่ใหญ่จึงได้กลับมาพร้อมกับสีหน้าผิดหวัง “ไม่มีเงินซ่อนอยู่จริงๆ เจ้าค่ะ”

“เรื่องเงินนั่นก็แล้วกันไปเถิด แต่ข้าจะไม่ยอมทำงานหนักมาหาเลี้ยงภรรยาเจ้าหรอกนะอาเหิง ข้ายังมีลูกต้องเลี้ยงดูเช่นกัน ไม่สู้เจ้าไปหางานการอย่างอื่นทำไปก่อนจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัวบ้าง” เจียงซืออวี่แคะขี้ฟันพลางลากเสียงยาว

“ท่านอา ท่านปู่ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเรื่องแม่นางกู้ ข้ามิได้รับตัวนางมาเป็นภรรยาขอรับ นางยังเด็กนัก..เด็กหญิงตัวแค่นี้ จะให้ข้าหมายปองอย่างบุรุษที่มีต่อสตรีได้อย่างไร..” ชายหนุ่มชำเลืองไปด้านหลังเล็กน้อย 

กู้ชิงเหอร่างกายบอบบางจนแทบปลิวตามลม หนังติดกระดูก ไหล่แคบ ผิวกร้านดำ ดวงหน้ามอมแมมนั้นหากไม่เพ่งมองยังนึกว่าเป็นเด็กชายที่เพิ่งเดินขึ้นมาจากบ่อโคลน!

“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของนาง..ข้าคิดว่าบางทีอาจจะถึงเวลาที่พวกเราจะแยกบ้านกันได้แล้วกระมังขอรับ จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าใครเอาเปรียบใคร”

"แยกบ้าน!! มีที่ไหนเขาทำกัน! บรรพบุรุษสร้างเรือนนี้ไว้ก็เพื่อให้ลูกหลานได้อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน เจ้าอย่าคิดอ่านจะแยกบ้านด้วยเรื่องเงินเรื่องข้าวเลย..มันจะเสียมงคล” ผู้เฒ่าเจียงหรี่ตาพลางชำเลืองมองดูหลานชาย

“พ่อเจ้าเป็นบุตรคนโตตามธรรมเนียมเจ้าย่อมมีสิทธิ์ในเรือนใหญ่ แต่ท่านอาซืออวี่ของเจ้าก็เกิดในเรือนนี้ เขากับครอบครัวอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนที่พวกเจ้าจะย้ายกลับมาหมู่บ้านเกาซานเสียอีก..”

“ใช่! เจ้ามันตัวล้างผลาญอย่างที่ผู้อื่นเขากล่าวกันจริงๆ!! ตอนนี้ใช้เงินในบ้านจนหมดก็คิดจะตัดพวกเราทิ้ง แล้วรับเอาผู้อื่นเข้ามาอยู่แทน ท่านพ่อสามีอย่าได้หลงกลเขาเชียวเจ้าค่ะ อีกหน่อยก็คงขายเรือนกินจนหมดตัวเป็นแน่!!" 

เจียงเหิงลอบกำหมัดแน่นอยู่ภายใต้แขนเสื้อ ไม่ใช่ท่านอาเจียงซืออวี่หรอกหรือที่ติดหนี้พนันก้อนโตจนท่านย่าต้องแอบเอาเงินในบ้านไปชดใช้หนี้ให้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

ตัวเขาเองในวันที่ต้องไปสมัครสอบจวี่เหรินที่เรือนยังไม่มีเงินพอสำหรับค่าเดินทางด้วยซ้ำ!! 

ที่ผ่านมาตนต้องแสร้งทำตัวเป็นคนไร้ค่าไร้อนาคตไม่ยอมทำงานก็เพราะรู้ว่า ต่อให้พยายามมากเท่าใดเงินทั้งหมดก็ต้องถูกท่านปู่ท่านย่ายึดเอาไปช่วยเหลือครอบครัวท่านอาก่อนเสมอ

“ข้าไม่ได้คิดจะแอบอ้างว่าตนเป็นทายาทบ้านใหญ่แล้วจะขับไล่บ้านรองออกไปเมื่อใด ข้าแค่อยากแยกเรือนออกไปเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องมาลำบากใจกันเท่านั้นขอรับ”

“เจ้าจะแยกเรือนออกไปอยู่ที่อื่น แต่ให้ครอบครัวท่านอาของเจ้าอยู่ที่เรือนใหญ่ดังเดิมงั้นหรือ?”

ปู่เจียงออกอาการลังเลใจ ทุกวันนี้เจียงเหิงอาศัยว่าตนเป็นซิ่วไฉต้องอ่านหนังสือเตรียมไปสอบจวี่เหริน ไม่ยอมทำการทำงาน เจียงเหยียนก็ไม่ค่อยได้ความซ้ำยังล้มป่วยบ่อยๆ 

สองพี่น้องกลายเป็นภาระไม่พอยังจะรับเอาหญิงสาวมาอยู่ด้วยอีกคน กล่าวตามจริง เขาอยากให้หลานชายแยกเรือนออกไปจริงๆ!!

ชายชราส่ายศีรษะไปมา กัดฟันเอ่ยออกไป

“แยกไม่ได้ หากข้าสนับสนุนให้ครอบครัวแตกแยก แล้วเจ้าจะให้ชายชราเช่นข้าเอาหน้าแก่ๆ ไปแขวนไว้ที่ใดกัน? ต่อให้ลงหลุมไปข้าก็ไม่อาจไปสู้หน้าบรรพบุรุษได้!”

“ท่านปู่เข้าใจผิดแล้วขอรับ ข้าแค่ขอแยกบ้านไม่ได้แยกสกุลเสียหน่อย ถึงเรือนเราจะมีหลายห้องแต่ก็ยังต้องเบียดเสียดกันอยู่ ข้าพาน้องสาวแยกเรือนออกไป ไม่เห็นจะมีอะไรให้ท่านปู่ต้องอับอายเลยขอรับ”

“จริงด้วยเจ้าค่ะท่านพ่อสามี เสี่ยวเหวินของข้าก็สิบสี่ปีแล้วยังต้องนอนร่วมห้องกับพวกเราอยู่เลย หากขยับขยายให้เขาได้มีห้องส่วนตัวเหมือนอย่างอาเหิงกับอาเหยียนบ้างก็คงจะดีไม่น้อย” หลี่ซื่อรีบสนับสนุน

“ข้า..ข้า..” ผู้เฒ่าเจียงลอบกลืนน้ำลายฝืดเฝื่อนลงคอ ถึงเจียงเหิงจะไม่ได้ไปสอบจวี่เหรินแต่ก็ยังรั้งตำแหน่งซิ่วไฉให้บ้านสกุลกู้ได้เชิดหน้าชูตา 

แม้คนภายนอกจะนินทาว่าร้ายหลานชายให้เข้าหูบ่อยๆ แต่ต่อหน้าก็ยังให้เกียรติเขา บางครั้งยังมีชาวบ้านเอาของฝากมาเยี่ยมตนถึงเรือน เพียงเพราะอยากให้เจียงเหิงช่วยสอนบุตรชายของพวกเขาอ่านอักษร นั่นก็ทำให้ชายชราได้หน้าอยู่ไม่น้อย

แต่เมื่อมองไปที่เสี่ยวเหวินหลานชายคนเล็กอันเป็นที่รัก ผู้เฒ่าเจียงก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด

“แล้วแต่พวกเจ้า หากอาเหิงคิดจะแยกเรือนมิได้แยกสกุลก็พอจะทำได้อยู่”

เจียงเหิงถอนหายใจโล่งอก เขามีเรื่องในใจมากมายที่ต้องจัดการในภายหน้าและแน่นอนว่าการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัวมิอาจทำได้โดยสะดวก

“ข้ารู้ว่าเรามีกระท่อมเก่าอยู่ตรงเชิงเขาทางทิศตะวันตก หากท่านปู่อนุญาตข้าจะขอที่ดินผืนนั้น ท่านปู่เห็นว่าอย่างไรขอรับ”

นางหลี่ซื่อกลอกตาไปมาใช้สมองอย่างเร่งด่วน

ที่ดินริมเขามีราวสิบสองหมู่ ส่วนที่นาติดกับเรือนใหญ่มีเพียงเก้าหมู่เท่านั้น แต่หากนับรวมพื้นที่ตัวเรือนอีกสองหมู่เข้าไปด้วยพวกนางก็ไม่ได้เสียเปรียบสักเท่าใดนัก กระท่อมเชิงเขานั้นทั้งเล็กทั้งทรุดโทรม เทียบไม่ได้กับเรือนที่ต่อเติมเอาไว้หลายห้องแล้วที่นี่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 57 น้ำตาของท่านย่า

    ขากลับ กู้ชิงเหอก็ยิ้มไปตลอดทาง พลางพูดไม่หยุดถึงอนาคตอันสดใสที่จะเกิดจากการได้เพาะปลูกฝ้าย“ต่อไปกู้ชิงฉีและเจียงเหยียนก็จะสบายแล้วเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าฝ้ายครั้งนี้จะให้ผลผลิตดีแน่นอน”เจียงเหิงมองหญิงสาวที่พูดไป พลางแวะเก็บผักป่าที่ขึ้นอยู่ริมธารไปด้วยสายตาอ่อนโยนเขาเพิ่งสังเกตว่านางเปลี่ยนจากหญิงสาวมอมแมมผอมแห้ง เป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีขึ้นมาก ดวงตาสดใสและเปล่งประกายด้วยความกระตือรือร้น รอยยิ้มสดใสที่ปรากฏบนใบหน้าของนางทำให้เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวสว่างขึ้นกู้ชิงเหอยังคงก้มเก็บผักแว่นป่า พลางพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“ต่อไปข้าจะซื้อ ตำราทุกเล่มที่ท่านต้องการ ของกินที่น้องทั้งสองอยากกิน และเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เจียงเหยียนด้วยเจ้าค่ะ ชุดที่นางใส่อยู่ตอนนี้เล็กเกินไปแล้ว”เจียงเหิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดว่านางอาจจะอยากได้สิ่งใดเพื่อตัวเองบ้าง แต่กลับพบว่าหัวใจของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยผู้อื่นเขาเฝ้ามองนางอย่างเงียบ ๆ สังเกตการเคลื่อนไหวของมือที่เก็บผักอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่เคยเป็นเพียงแค่เงาของความสดใส เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสุขที่แท้จริง“ข้าดีใจที่เจ้าอยู่ร่วมกับพ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 56 เลือกเอง

    เสียงโต้เถียงยังคงดังระงมอยู่พักใหญ่ กว่าหูซุนจ่างจะเอ่ยขึ้นตัดบท“เอาล่ะ ๆ! พอเถอะ หากผู้ใดเต็มใจจะลองก็รับเมล็ดไปแบ่งปลูก ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ห้ามผู้ใดอิจฉาหรือต่อว่ากัน เพราะวันนี้จะเป็นการตัดสินใจของตัวพวกเจ้าเองทั้งสิ้น”ว่าพลาง เขาสั่งให้เจียงเหิงช่วยตักเมล็ดฝ้ายออกมาแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ แจกจ่ายแก่ครัวเรือนที่ยกมือขอลองปลูก ใครรับไปก็มีทั้งสีหน้าตื่นเต้นหวังผล หรือแววตาหวาดหวั่นไม่แน่ใจส่วนอีกหลายคน รวมทั้งกู้ต้าซุนและเจียงซืออวี่ เพียงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อถือ พึมพำคำด่าทออยู่ข้างหลัง แล้วหันหลังกลับไปโดยไม่เหลียวแลไม่นานนัก เมล็ดพันธุ์ฝ้ายกองใหญ่ก็ถูกแบ่งไปจนหมด ผู้คนทยอยแยกย้ายกลับเรือน บ้างเดินจากไปด้วยท่าทีฮึกเหิม เต็มไปด้วยความหวังและตื่นเต้น บ้างก้าวช้า ๆ ด้วยความลังเลสงสัย เหลือเพียงกลุ่มคนที่สนิทสนมกับเจียงเหิงและกู้ชิงเหอไม่กี่คนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิมกู้ชิงเหอมองดูกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า ในนั้นย่อมมีสองพ่อลูกสกุลหู และสองสามีสกุลไห่ ส่วนที่เหลือก็ล้วนเป็นผู้อาวุโสที่เคยได้รับแป้งอวี่หูจากนางทำให้รอดชีวิตจากความอดอยากมาได้ในคราวก่อน ทุกคนเป็นคนที่นางสามารถวางใ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 55 ครึ่งความจริง

    นางได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ก่อนที่จะก้าวตามชายหนุ่มไปยังเกวียนที่บรรทุกถุงบรรจุเมล็ดพันธุ์กองโต ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองอย่างมีความหวังและวิตกปนกันไปเจียงเหิงก้มลงแกะปากถุงผ้าใบใหญ่ คลายเงื่อนเชือกออกอย่างระมัดระวัง เมล็ดพันธุ์สีคล้ำจำนวนมากปรากฏขึ้นภายใน เขาช้อนเมล็ดฝ้ายเต็มอุ้งมือ ละอองปุยขาวเล็กน้อยติดปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าส่งไปยังหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างกายคนชราหลายคนย่อมคุ้นเคยกับเมล็ดพันธุ์ฝ้ายอยู่บ้าง ฝ้ายปลูกง่าย จึงมีผู้ปลูกกันแพร่หลาย เพียงแต่หมู่บ้านเกาซานมีข้อจำกัดเรื่องน้ำ พวกเขาจึงไม่เลือกปลูกฝ้าย เพราะราคามิได้งดงามนัก สู้ทุ่มแรงลงในนาข้าวหรือผักที่ขายได้ราคาดีกว่า ผลตอบแทนย่อมคุ้มค่า คนหนุ่มสาวรุ่นหลังในหมู่บ้านหลายคนจึงแทบไม่เคยเห็นเมล็ดพันธุ์ฝ้ายมาก่อนเลย“ฮึม… มันก็มิใช่ฝ้ายธรรมดาหรอกหรือ? ดูแล้วไม่เห็นแตกต่างจากเดิมเลยสักนิด เหตุใดทางการจึงว่ามันเพาะปลูกได้ยากนักเล่า?” ชายชราผู้หนึ่งขยับเข้ามาใกล้ หยิบเมล็ดขึ้นพลิกไปมาในฝ่ามือ พลางเอ่ยถามอย่างฉงนทว่ากู้ชิงเหอกลับเพียงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความมั่นใจ และก็เพียงเท่านั้น

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 54 เชิญผู้รู้

    คราวนี้ทั้งลานหมู่บ้านเงียบกริบ ความหวังดีที่แฝงอยู่ในคำพูดแข็งกร้าวของเจียงเหิง ทำให้คนส่วนใหญ่ตระหนักได้ พวกเขาพากันส่งถุงเมล็ดพันธุ์พืชกลับมาวางไว้ที่เดิมแล้วถอยออกมาทีละก้าวหูซ่างซุนกับหูจื้อจิ่นเห็นว่าความสงบกลับคืนมาแล้ว เขาก็เริ่มแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักกาด คะน้า และถั่วลิสงออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แจกจ่ายทีละครอบครัว แม้จะได้เพียงน้อยนิด แต่ทุกคนก็ได้รับครบถ้วน สีหน้าชาวบ้านบางคนยังคงหงุดหงิดเพราะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากค้านอีกจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางฝูงชน “แล้วถุงใหญ่ ๆ ที่เหลืออยู่ตรงนั้นเล่า? เหตุใดจึงยังไม่แจกจ่าย?”สายตาทั้งหมดหันไปยังถุงผ้าใบใหญ่ที่กองพะเนินอยู่บนเกวียนดังเดิม “นั่นคือ…เมล็ดพันธุ์ฝ้าย แต่ปัญหาคือ พวกเราไม่เคยปลูกมันมาก่อน และก็ไม่เคยมีผู้ใดในแผ่นดินนี้เพาะให้มันงอกเงยขึ้นมาได้สักครั้ง เมล็ดเหล่านี้เป็นพันธุ์ต่างถิ่น แม้แต่ทางการก็ยังไม่รู้ว่ามันเหมาะสมกับดินหรืออากาศแบบใด หมู่บ้านอื่นที่เคยลองก็ล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น”เสียงซุบซิบดังขึ้นระงมทันที บ้างขมวดคิ้วไม่เชื่อ บ้างหัวเราะเยาะ “แล้วเอากลับมาทำไมกัน ของกินยังไม่พอ จะเอาฝ้ายมาปลูกให้เสียที่ดินทำไม

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 53 การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ทั้งสามมองหน้ากันไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เมล็ดพันธุ์ที่ชาวบ้านต้องการย่อมเป็นจำพวกพืชผักที่กินได้อยู่แล้ว หาใช่เมล็ดฝ้ายเหล่านี้ พวกเขาจึงยังมิอาจตัดสินใจได้ในทันทีเจ้าหน้าที่คนเดิมเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงความกดดัน“เมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้เป็นของพระราชทานจากเบื้องสูง ให้นำมาแจกจ่ายแก่ราษฎร หากพวกท่านรับไปปลูก ย่อมมีแต่ผลดี อีกทั้งทางเหนือต้องการฝ้ายเป็นจำนวนมาก มีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมด เหตุใดจึงยังต้องรีรอกันอีกเล่า?”แววตาของเจียงเหิงไหววูบเพียงเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม้จะไม่เคยปลูกฝ้ายมาก่อนแต่เขาก็รู้จักมัน และรู้ด้วยว่ามีคนปลูกตั้งมากมาย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นสินค้าที่มีคนต้องการมากจนถึงขั้นมีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมดแล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดยอมเอาเมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้ไปปลูกกันเล่า? ความสงสัยปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มไม่นานนัก ก่อนที่เขาจะกลับมามีสีหน้าปกติแล้วหันไปกล่าวกับสองพ่อลูก“แม้ฝ้ายจะมิใช่ของกิน แต่หากมีคนรับซื้อรออยู่แล้ว อย่างน้อยชาวบ้านก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินไปซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้กินได้นะขอรับ" เขากล่าวพลางพยายามยิ้มกลบความกังวลทันใดน

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 52 ทุกข์ไม่รู้จบ

    สามวันถัดมา ความวุ่นวายภายในหมู่บ้านเกาซานยามนี้ก็ยังไม่สงบลงเท่าใดนัก ลานกลางหมู่บ้านเต็มไปด้วยผู้คน ที่มารวมตัวกันเกือบทั้งหมู่บ้าน เสียงร่ำไห้ปนเสียงตัดพ้อดังระงมไปทั่ว เด็ก ๆ บางคนผอมแห้งเหี่ยว แม้จะมีน้ำดื่มมากพอ แต่ท้องกลับยังว่างเปล่า“หูซุนจ่าง..ตอนนี้พวกเรามีน้ำดื่มมากพอแล้ว แต่ไร้ซึ่งเมล็ดพันธุ์สักเม็ดจะหว่านลงดิน” ชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมากล่าว ดวงตาลึกโบ๋เต็มไปด้วยความกังวล “ที่ผ่านมาพวกเราขุดกินทุกอย่าง ไม่เหลือเมล็ดพันธุ์ใดไว้เพาะปลูกอีกต่อไป หากไม่มีสิ่งใดให้เพาะปลูก อย่างไรเสียปีนี้ก็ต้องอดตายแน่นอน”หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก น้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ากับครอบครัวพร้อมจะทำงานหนัก แต่ในยามนี้ก็ไม่มีใครว่าจ้าง เราจะหาเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์ได้จากที่ใดกันเล่า… หากไม่ได้เมล็ดพันธุ์จากทางการ พวกเราก็ไร้ทางรอดแล้ว ท่านมีหนทางช่วยเหลือพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”เสียงโอดครวญดังตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งเสียพ่อแม่ไปเพราะความอดอยาก หรือหญิงเฒ่าที่หอบหิ้วหลานกำพร้ามายืนเบียดเสียดรอความหวัง ทุกถ้อยคำล้วนแทงลึกลงในใจของหูซ่างซุนเขายืนนิ่งอยู่กลางวงสายตานับร้อย ความทุกข์ของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status