Compartir

5

last update Fecha de publicación: 2026-06-23 23:48:24

หญิงสาวจากต่างยุคได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเป็นอยู่สมัยก่อน ที่ต้องเลือกทางเดินอย่างจำกัด หากต้องการเป็นบัณฑิตก็แทบจะไม่มีเวลาทำมาหากิน เพราะการสอบนั้นโหดหิน เพราะไม่ได้เจาะจงเรื่องที่จะออกสอบเหมือนระบบโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเหมือนยุคที่เธอเคยอยู่ จึงต้องอ่านตำราให้มีความรู้มากที่สุด เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตัวเอง

ในยุคนี้...ไหวพริบและสติปัญญาไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่ต้องเป็นคนที่รู้มากและนำความรู้นั้นไปปรับใช้ได้จริง ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านตำราอย่างหนัก เพื่อรู้มากกว่าคนอื่น และหากได้อาจารย์ดี ๆ มาช่วยชี้แนะเรื่องการปรับใช้ ก็จะยิ่งได้เปรียบมากขึ้น

และในอนาคต หลี่หยางก็จะได้พบกับคนนั้นด้วย

แม้จะไม่ได้สอนเขาทุกเรื่องอย่างละเอียด แต่คำแนะนำเพียงเล็กน้อยกลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชายหนุ่มผู้ยากจนคนหนึ่งประสบความสำเร็จ และทำให้เวลาที่เสียไปกับการอ่านตำราไม่สูญเปล่า

แต่ก็นะ...เพราะนิยายเรื่องนี้เป็นเหมือนละครคุณธรรม เมื่อพระเอกเพียบพร้อมขนาดนี้ ตัวปัญหาหลักกลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นนางเอกของเรื่องแทน ที่จะคอยขัดแข้งขัดขาพระเอก จนทำให้เขาไม่เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ชีวิตจึงย่ำอยู่กับที่เหมือนโคลนติดล้อ

“เฮ้อ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะให้เขาไปสอบในเมืองหลวง ไม่ให้ติดแหง็กอยู่กับที่กันดารแบบนี้หรอก” โจวอวี้หลานพูดกับตัวเองพลางจามออกมาเสียงดัง เพราะอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงสาวจัดแจงผึ่งเสื้อผ้ากับเตาผิง ขณะที่ในใจกลับอดสงสัยไม่ได้ว่า เนื้อเรื่องของนิยายยังมีหลายจุดที่เธอไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเหตุผลที่พระเอกยอมแต่งงานกับนางเอกอย่างง่ายดาย ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นเพราะเขาถูกบังคับและถูกกดดันจากตระกูลเชี่ย รวมทั้งเป็นคนดีจึงยอมรับเรื่องนี้อย่างง่ายดาย

แต่มันก็ดูน่าขัดใจอยู่ไม่น้อย จะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องเกิด เพราะหากไม่ยอมแต่งงานกับนางเอก คงดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปไม่ได้ ก็แปลก ๆ อยู่เหมือนกัน?

หรือไม่ก็อาจเป็นช่องโหว่ที่นักเขียนลืมใส่ใจลงรายละเอียด หรือแท้จริงแล้วพระเอกอาจจะชอบนางเอกตั้งแต่ต้น เพียงแต่นักเขียนไม่ได้กล่าวถึง?

เรื่องนี้เธอก็ไม่แน่ใจ เพราะอ่านจนจบก็ยังไม่เห็นคำตอบในจุดเล็ก ๆ นี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุไหน สุดท้ายคนที่น่ารำคาญที่สุดในนิยายเรื่องนี้ ก็กลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดอยู่ดี

และคนน่ารำคาญคนนั้น ก็คือเธอในตอนนี้

ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะในใจเธอเอาแต่ตั้งคำถามกับการกระทำของนางเอกในเรื่องหรือเปล่า ถึงต้องมารับเคราะห์กรรมแทน ด้วยการมาเป็นนางเอกเองเสียเลย

ไหนจะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อีก เท่าที่เธอจำได้ ตอนนี้ของเรื่องพระเอกเพิ่งใช้เงินที่เหลืออยู่น้อยนิดรักษานางเอก แต่เจ้าตัวที่เพิ่งหายดีได้ไม่กี่วัน กลับไปกระโดดน้ำตายเสียอย่างนั้น

แม่คุณเอ๊ย~ เธอนี่มันตัวบั๊กขัดความเจริญของพระเอกโดยแท้ แถมในนิยายกว่านางเอกจะชอบพระเอก ก็ปาไปช่วงกลางเรื่อง ไม่สิ เกือบจะท้ายเรื่องด้วยซ้ำ แม้ว่าพระเอกจะชอบทำซึน ทำเป็นขรึมใส่ แต่เธอก็ควรจะดูออกบ้างสิเชี่ยอวี้หลาน!?

“อ๋อ ลืมไป ยัยนี่สวยแต่ไร้สมอง” โจวอวี้หลานเผลอบ่นกับตัวเองเหมือนกับตอนที่ได้อ่านนิยาย แล้วก็หัวเราะออกมา

จะว่าไปก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่วันนี้เชี่ยชิงโหรวจะโกรธจัด เพราะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง วันที่นางผลักพี่สาวร่วมตระกูลตกลงไปในแม่น้ำ ตอนนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ ๆ นอกจากคู่หมายของนางในขณะนั้นอย่างหลี่หยาง

แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องเข้าช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าจะช่วยเหลือช้ากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะเชี่ยอวี้หลานหมดสติไปแล้ว เรียกได้ว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม จึงทำให้ทั้งคู่ต้องจับเนื้อต้องตัวกันอยู่พักใหญ่

อีกทั้งหลี่หยางที่พอมีความรู้เกี่ยวกับการรักษาคนจากการอ่านตำรา ได้ใช้ฝ่ามือกระแทกหน้าอกของสตรีที่ยังไม่ออกเรือนอย่างเชี่ยอวี้หลาน เพื่อให้นางสำลักน้ำออกมาและช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ทว่าภาพนั้นกลับชวนให้คนเข้าใจผิดไม่น้อย

หากเป็นยุคของเธอก็คงคล้าย ๆ กับการผายปอดช่วยชีวิตใครสักคน แล้วถูกเข้าใจผิดว่าไปจูบอะไรแบบนั้น

และเรื่องราวหลังจากนั้นก็คือทั้งสองถูกจับให้แต่งงานกัน สมดังใจของเชี่ยชิงโหรว

“อวี้หลาน...เหตุใดเจ้าถึงมายืนเงียบ ๆ เช่นนี้”

โจวอวี้หลานหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายแต่เขากลับไม่ยิ้มตอบ มิหนำซ้ำยังมองเธอด้วยสายตาเย็นชาอีก โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าเธอตัวเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ข้าไม่มีเงินไปซื้อยาให้เจ้าแล้ว อวี้หลาน เจ้าคิดว่าข้ามีเวลาวิ่งขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมารักษาเจ้าทุกครั้งที่เจ้าคิดอยากจะลงไปว่ายน้ำเล่นหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนก้าวผ่านหน้าหญิงสาวที่กำลังผึ่งตัวให้แห้งอยู่หน้าเตาไฟ

แม้จะเอ่ยเช่นนั้น ทว่าถุงเงินที่บรรจุเศษเงินเพียงน้อยนิด ก็ยังถูกโยนมอบให้แก่สตรีหนึ่งเดียวในกระท่อม

“ข้ามีเพียงเท่านี้ไว้ใช้กินอยู่ในช่วงนี้ หากไม่พอ เจ้าก็ควรคิดให้ได้ว่าจะจัดการเช่นไร ไม่ใช่หาเรื่องใช้เงินด้วยการทำตัวเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ร่ำไป อย่างน้อยก็ควรทำตัวให้สมกับค่าสินสอดที่ครอบครัวเจ้ารับไปบ้าง!”

โจวอวี้หลานยิ้มแหย ๆ แม้ว่าจะปากเสียไปบ้าง แต่พี่พระเอกตรงหน้าก็ถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ถึงจะเย็นชาแต่ก็ขยันและอดทน ปากบอกว่าไม่ช่วย แต่ก่อนหน้านี้หากไม่ใช่เพราะเขาเดินเท้าเข้าเมืองไปหาซื้อยาให้ หรือขึ้นเขาไปหายามาต้มให้กิน ร่างนี้ก็คงไม่อยู่รอให้หญิงสาวจากยุคอื่นอย่างเธอมาสิงหรอก

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   35

    หลี่หยางมองดูภรรยาของตัวเองตลอดเวลา ที่จริงเขาพอใจกับทุกอย่างที่อวี้หลานทำให้เขา บางทีมันยิ่งกว่าความพอใจด้วยซ้ำ ใครจะคิดว่าชีวิตเขาจะสะดวกสบายได้ถึงเพียงนี้หากว่ากันตามตรง ต่อให้สอบจวี่เหรินได้ที่หนึ่งแล้วอย่างไร เงินทองเขาก็ไม่ได้มีมากถึงขั้นหารถม้านั่งได้หากเลือกความสบาย ก็คงสังกัดอยู่ในกรมสักแห่งประจำมณฑลบ้านเกิด แต่หากอยากได้ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่กว่า ก็ต้องเสี่ยงออกเดินทางครั้งใหญ่อีกครั้งลำพังเบี้ยที่ได้จากการเป็นบัณฑิต คงไม่พอให้ขยับตัวไปไหนได้ แค่หาอะไรกินเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ได้ก็ถือว่าดีมากแล้วส่วนบัณฑิตบางคนที่ดูร่ำรวย ก็เพราะเข้าหาขุนนางเป็นและให้คนเหล่านั้นคอยสนับสนุน แต่การทำเช่นนั้น ย่อมต้องกลับมาตอบแทนในวันหน้า และการตอบแทนก็มักจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว หากขุนนางผู้นั้นไม่ได้จริงใจในการช่วยเหลือแต่แรกแต่ทุกปัญหาของเขากลับสลายหายไปหมด เพียงเพราะมีอวี้หลานเป็นภรรยาของเขา“แม่นางเชี่ย ใกล้จะเย็นแล้ว ข้างหน้ามีสถานที่เหมาะแก่การพักแรม พวกเราหยุดพักที่ตรงนั้นดีหรือไม่” เสียงของคุณชายเฉินดังขึ้นจากด้านนอก ทำให้อวี้หลานท

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   34

    คำพูดนั้น แม้อวี้หลานจะได้ยิน แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ คนพวกนี้ไม่มีค่าพอให้เสวนาด้วย เหมือนกับที่ทุกคนเคยเมินเฉยและไม่ช่วยเหลือนางอย่างไรเล่าหลังจากเสร็จสิ้นบทบาทอาจารย์ หลี่หยางก็เริ่มเก็บข้าวของของเขา ขณะที่อวี้หลานออกไปหาซื้อของเท่าที่คิดว่ารถม้าหนึ่งคันกับเกวียนอีกหนึ่งคันจะบรรทุกไหว นางยังไม่ลืมไปจ้างรถม้าไว้สำหรับการเดินทางไปยังเมืองถัดไปที่อยู่ห่างออกไปด้วยแม้จะอยู่ห่างเพียงสองร้อยลี้ แต่ทางที่ไปค่อนข้างกันดาร หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ เมืองที่พวกเขาอยู่นั้นค่อนข้างห่างไกลจากเมืองข้าง ๆ อีกทั้งการเดินทางก็ยังต้องผ่านป่ารกทึบ“ท่านพี่ หรือเราจะต้องจ้างคนจากสำนักคุ้มภัยตามไปดูแลด้วยเจ้าคะ” อวี้หลานถามสามีอย่างเป็นกังวล นางเตรียมเอาไว้ทุกอย่างแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่กำลังจะออกเดินทาง เถ้าแก่โรงเตี๊ยมกลับทักเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาเสียก่อน“ภรรยา...เจ้าอย่าฟุ่มเฟือยอีกเลย การจ้างสำนักคุ้มภัยนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย”คนขับรถม้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบเสริมทัพทันที “แม่นางไม่ต้องกังวล แม้เส้นทางจะกันดาร แต่ไม่มีโจรหรอกขอรับ เพราะเส้นทาง

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   33

    นางมองคนรอบข้างด้วยสายตาเย็นชาแล้วหมุนตัวจากไป แม้จะถอยออกมา แต่ก็ไม่ใช่การยอมแพ้แน่นอนหลี่หยางนึกถึงอวี้หลานขึ้นมาในทันที นางคงลำบากใจไม่น้อย ยามที่ต้องเจอเชี่ยชิงโหรวกระทำตัวไม่ดีใส่ทุกครั้ง การไปเมืองหลวงจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเขาจะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ส่วนหญิงสาวก็ได้หนีจากสิ่งที่ค่อย ๆ ทำร้ายนางแต่ก่อนจะจากไป หลี่หยางก็อยากช่วยเหลือบรรดาบัณฑิตที่เคยรู้จักกันเสียก่อนจวี่เหรินอันดับหนึ่งของปีนี้ เปิดสอนเหล่าบัณฑิตที่สนใจเป็นพิเศษ การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ช่วยให้ผู้ที่เคยอ่านท่องตำรา เข้าใจแนวทางต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บางครั้งบัณฑิตบางคนก็รู้สึกว่าตนต้องการเพียงเท่านี้“ข้าอยากได้สถานที่สำหรับพูดคุยกับเหล่าบัณฑิต ไม่ทราบว่าเถ้าแก่พอจะมีที่แนะนำหรือไม่”“มีขอรับ ห้องโถงของโรงเตี๊ยมข้ายินดีเปิดรับบัณฑิตทุกท่าน ครั้งนี้ข้าไม่คิดเงิน เป็นเรื่องดีข้าก็ยินดี เพียงแต่ท่านจะเขียนอักษรติดเอาไว้ที่นี่สักตัวได้หรือไม่” เถ้าแก่เอ่ยกับหลี่หยาง“ย่อมได้ เช่นนั้นรบกวนเถ้าแก่ประกาศออกไปด้วยว่าหากผู้ใดอยากแลกเปลี่ยนความรู้ก็เชิญ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   32

    หากนางเชื่อมั่นในตัวเขา บางทีเขาก็ควรเชื่อมั่นในตัวนางด้วยเหมือนกัน วันนั้นหลี่หยางออกไปพบกับทุกคนที่มาหาเขา และตอบออกไปเช่นเดียวกันทั้งหมด “ขอบคุณในความเมตตาของทุกท่าน แต่ข้ายังต้องไปสอบจิ้นซื่ออีกขอรับ” บรรดาขุนนางแม้จะเสียดายแต่ก็ยินดีกับเขา บางคนถึงกับให้ของรางวัล หรือไม่ก็จดหมายแนะนำตัวกับยอดอาจารย์ในเมืองหลวง อวี้หลานที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออก เพราะนางได้เปลี่ยนตอนจบของเรื่องเรียบร้อยแล้ว และจากนี้ชีวิตของนางจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของนางกับหลี่หยางแล้ว... เชี่ยชิงโหรวที่ได้ยินข่าวว่า อดีตคู่หมายของตนสอบได้จวี่เหรินอันดับหนึ่งก็เกิดรู้สึกเสียดายขึ้นมา ยิ่งทุกวันนี้ไป๋เจี้ยนหงเฉยชาต่อนางมากขึ้น ที่สำคัญ เงินทองที่เคยคิดว่าตระกูลไป๋มีมากมาย ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ หากหลี่หยางได้เป็นขุนนางจริง อย่างไรเสียรายได้ก็คงมากกว่าไป๋เจี้ยนหงอย่างแน่นอน ความคิดชั่วร้ายพลันครอบงำหญิงสาว แม้ว่านางจะเป็นฮูหยินของขุนนางไม่ได้ เพราะได้แต่งงานอยู่กินกับไป๋เจี้ยนหงแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะขอเ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   31

    หลี่หยางเงียบไป อวี้หลานจึงย้ำอีกครั้ง“หากท่านพี่คิดว่าที่นี่ดีพอแล้ว เมื่อผลสอบออก ท่านก็รับตำลึงทองก้อนนี้ไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เอาเงินที่ใช้จ่ายไปกับท่านคืนแน่นอน ถือเสียว่าตอนนั้นท่านเป็นคนลงเงิน ข้าเป็นคนลงแรง สู้ชีวิตกันไปในแบบที่สามีภรรยาพึงกระทำ แม้พวกเราจะไม่เหมือนสามีภรรยากันก็ตาม”นางกล่าวเช่นนี้เพราะรู้ดีว่าเมื่อผลสอบออก บรรดาขุนนางจะพากันมาขอให้หลี่หยางรับตำแหน่งกุนซือ บ้างก็ขอให้เป็นขุนนางประจำมณฑล แน่นอนว่าข้อเสนอเหล่านี้ย่อมทำให้หลี่หยางหวั่นไหวและแม้ใจของหลี่หยางจะอยากท้วงคำพูดของนาง ทั้งเรื่องที่นางกล้ายื่นคำขาด ทั้งเรื่องหย่าร้างที่นางหยิบยกมาพูด แม้จะเป็นตัวนางเองต่างหากที่กำลังเสียเปรียบ แต่เขากลับไม่กล้าเอ่ยปากตอบโต้แม้แต่ครึ่งคำความจริงแล้ว การที่เขาไม่อยากไปเมืองหลวง นั่นก็เพราะไม่อยากเอาแต่แบมือขอเงินภรรยา แม้นางจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่เขาก็ตระหนักอยู่ตลอด ยิ่งอวี้หลานช่วยเหลือเขา คำพูดของเขาที่มีต่อนางก็อ่อนลงไปตามวันเวลาอีกทั้งการเดินทางไปเมืองหลวงก็ทั้งลำบากและต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย แม้นางจะค้าขายได้ แต่จะม

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   30

    ผู้คนพากันสงสัยว่าหญิงสาวชาวบ้านในชุดธรรมดานางนี้เป็นใคร แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้จักนางอย่างแท้จริง ถึงอย่างนั้น เพียงไม่นาน อวี้หลานก็สามารถซื้อขายสมุนไพรกับบรรดาพ่อค้าและนายพรานได้แทบจะทั้งเมือง จนถุงเงินของนางเริ่มหนักอึ้งหลายคนบอกว่าที่หญิงสาวทำเช่นนี้ได้ก็เพราะมีความรู้เรื่องสมุนไพรดี บางคนก็บอกว่าเพราะราคาสินค้าถูกกว่าตลาดแม้ช่วงนี้จะมีเงินหมุนผ่านมือจำนวนมาก แต่หลังจากซื้อของจำเป็นไปในครั้งก่อน อวี้หลานก็แทบไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยอีกเลย เพราะนางรู้ดีว่าในวันข้างหน้าจะต้องใช้เงินมากกว่านี้และทุกการกระทำนั้นก็ไม่เคยพ้นสายตาของหลี่หยางเขาเคยคิดว่านางเป็นพวกใช้เงินมือเติบ แต่เมื่อได้เห็นวิธีการใช้ชีวิตของภรรยาจริง ๆ จึงเริ่มเข้าใจว่าทุกครั้งที่ต้องใช้จ่าย อวี้หลานจะรอบคอบเสมอหญิงสาวแบ่งเงินบางส่วนใส่ถุงเล็ก ๆ แล้วเย็บซ่อนไว้ตามขอบเสื้อผ้า อีกส่วนหนึ่งก็นำไปซื้อสินค้าเก็บไว้ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลในเร็ววันและระหว่างรอผลสอบของสามี นางก็ไม่เคยหยุดค้าขายแม้แต่วันเดียวแม้สินค้าบางอย่างจะไม่ได้ขายให้พ่อ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status