LOGINอวี้หลานต้องทะลุมิติมาในหนังสือนิยาย ที่ชีวิตนางเอกรันทดน่าสงสาร ทั้งเรื่องเอาแต่ร้องไห้และอยากจบชีวิตตัวเอง เฮ้อ! นี่ฉันต้องกลายมาเป็นนางเอกที่นักอ่านต่างสาปแช่งคนนั้นเหรอเนี่ย บ้านเก่าทรุดโทรม ข้าวสารก็มีแค่ก้นหม้อ เห็นอนาคตชีวิตตัวเองแล้วอวี้หลานก็อยากจะกระโดดลงแม่น้ำ เผื่อจะได้กลับไปยังโลกเดิม แต่ใครจะคาดคิดว่าเงินในถุงจู่ ๆ จะเพิ่มขึ้น จาก 1 อีแปะ กลายเป็น 3 อีแปะ กลายเป็น 10 ตำลึง อวี้หลานมองหน้าสามีสลับกับถุงเงินที่แขวนข้างเอว ยิ่งบุรุษผู้นี้มีความสุขมากเท่าไรเงินในถุงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น 🪙 : ท่านพี่ข้าทำขนมไว้ให้ท่านกินคู่กับน้ำชาระหว่างอ่านหนังสือ ท่านพี่ข้านวดให้ดีหรือไม่ ท่านพี่ร้อนหรือไม่ข้าพัดให้ท่านเอง ท่านพี่ข้า.... 💰 : หยุดวุ่นวายกับข้าเสียที 🪙 : (ถ้าไม่ติดว่าทำดีด้วยแล้วเงินในถุงเงินวิเศษจะเพิ่มขึ้น ใครจะไปอยากยุ่งด้วย)
View Moreเชี่ยชิงโหรวเดินตามทั้งสองมาจนถึงหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน แต่กลับไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขา“เช่นนั้นข้าจะเร่งจัดการให้”“ขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้ากับภรรยาไม่มีที่พักในหมู่บ้าน จึงจะเข้าไปพักในเมือง หากท่านได้เรื่องแล้ว ก็ให้ไปแจ้งแก่ข้าได้ที่นั่น”พอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดจะกลับมาอยู่ที่นี่ เชี่ยชิงโหรวก็เร่งไปถามไถ่จากหัวหน้าหมู่บ้านจนได้รู้ข่าว“เจ้าไม่รู้หรือ หลี่หยางสอบได้เป็นจอหงวนนานแล้ว ตอนนี้ก็เป็นผู้ตรวจการพิเศษ เขามาโดยไม่ได้บอกผู้ใด เพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย แต่ก็เห็นนัดพบกับเหล่าบัณฑิตในเมือง...”“ท่านจะเข้าเมืองหรือไม่ พาข้าไปด้วยสิเจ้าคะ”“ข้าจะส่งคนไปแจ้งข่าวหลังจากหาสุสานพบ”“สุสาน?”“พวกเขามาขุดกระดูกบรรพบุรุษไปไว้ที่เมืองหลวง เห็นว่ามีจวนใหญ่โต สุสานกับศาลบรรพชนก็เตรียมเอาไว้อย่างดี”ยิ่งฟังเชี่ยชิงโหรวก็รู้สึกว่า ทุกอย่างนั้นควรเป็นของนาง ทว่าเพราะนางแย่งชิงความรักจากไป๋เจี้ยนหงมา ตอนนี้แม้แต่หางตาเขาก็ยังไม่แลนาง กลับไปแต่งงานใหม่กับคุณหนูในเมืองแต่ก็นับว่าสะใจไม่น้อยท
ชายหนุ่มส่ายหน้าหลุดหัวเราะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางยังแอบ ‘ขาย’ เขาให้คุณหนูสวี่อยู่เลยแท้ ๆ“ท่านพ่อ เหตุใดจึงนิ่งเงียบไปเล่าเจ้าคะ ท่านต้องช่วยข้า!” อวี้หลานยกยิ้มบาง พลางพัดสัญญานั้นไปมาอย่างไม่รีบร้อน“วันนี้อากาศร้อนนัก ท่านว่าจริงหรือไม่ ขุนนางสวี่? เรื่องนี้ ท่านอยากให้ข้าจัดการให้จบเสียตอนนี้ หรือจะรับหน้าที่จัดการบุตรสาวของท่านเองดีเล่าเจ้าคะ”ขุนนางสวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปตบหน้าบุตรสาวฉาดหนึ่ง “พอได้แล้ว! บุตรสาวข้า...เจ้าเลิกวุ่นวายเถิด นางพูดชัดถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่รู้จักพออีกหรือไร หากอยากออกเรือนนัก ประเดี๋ยวพ่อจะหาคนดี ๆ มาให้เจ้าเอง”อวี้หลานมองดูสองพ่อลูกที่ผลักไสกันขึ้นรถม้าไปอย่างวุ่นวาย แล้วจึงหันไปมองบรรดาคนรับจ้างที่คุณหนูสวี่พามาด้วย “เช่นนี้ พวกท่านคงไม่ได้เบี้ยแล้ว มิสู้มาช่วยขนของให้ข้า ข้ามีเบี้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ พอแบ่งให้ได้อยู่เจ้าค่ะ”เพราะความร้ายกาจของ ฮูหยินจอหงวนคนใหม่ จึงทำให้หลังจากนั้นไม่มีสตรีคนใดกล้าเฉียดใกล้หลี่หยางอีกเลย แม้ว่าเขาจะหล่อเหลาและเก่งกาจมากเพียงใดก็ตามบัณฑิตหลี่รับราชการใ
อวี้หลานเผลอยิ้มออกมา ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าตนมีใจให้กับหลี่หยางหรือไม่ แต่เรื่องบนเตียงที่เกิดขึ้นเมื่อคืน นางก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร ออกจะ...ยินยอมพร้อมใจอยู่หลายส่วนส่วนเรื่องคุณหนูสวี่ผู้นั้น นอกจากการคิดหาถ้อยคำไปต่อปากต่อคำให้นางเจ็บแสบ อวี้หลานก็ไม่ได้กังวลเรื่องใดอีก“เรื่องแม่นางสวี่ ฮูหยินปล่อยให้ข้าจัดการเองเถิด และต่อไปหากมีผู้ใดมาหาเรื่องเจ้าอีก เจ้าต้องบอกข้า เข้าใจหรือไม่ อีกอย่าง...ห้ามใจดีกับคนไปทั่ว อย่างเรื่องคุณชายเฉินครั้งนั้น ข้าก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก”อวี้หลานขมวดคิ้ว ก่อนถามกลับอย่างงุนงง “คุณชายเฉิน?”“ก็บุรุษที่พวกเราเจอตอนออกจากเมืองเมื่อสามปีก่อนอย่างไรเล่า”อ้อ...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ร่างเล็กมองหน้าสามีแล้วอดขำออกเสียงไม่ได้ “สามี...ท่านทำไหน้ำส้มแตกหรือ กลิ่นเปรี้ยวคละคลุ้งเลยทีเดียว”“ท่านพ่อ! ท่านต้องจัดการให้ข้านะเจ้าคะ นางเป็นเพียงชาวบ้านที่ทำการค้าขาย จะยึดติดกับบุรุษที่กำลังมีอนาคตไกลได้อย่างไร”“แล้วเจ้าจะให้พ่อทำอย่างไรเล่า” ขุนนางสวี่เอ่ยถามเสียงแหบแห้ง บุรุษผู้นี้ทุ่มเททั้ง
“ฮูหยินจอหยวนเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องขโมยของผู้ใด!”“ระวังคำพูดด้วยแม่นาง ภรรยาของข้าไม่ขัดสนจนต้องไปขโมยของผู้ใด” เขาหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ พลางเน้นถ้อยคำ “แต่เป็นใครบางคนมากกว่ากระมัง ที่ขัดสนจนต้องมาขอพึ่งหลานเอ๋อร์ของข้า”อวี้หลานรู้ว่าอีกฝ่ายมองออกว่าสตรีผู้นี้มาที่นี่ด้วยเหตุผลใด แต่ไม่เห็นจะต้องแสดงละครต่อหน้าคนที่ไม่สำคัญเลยนี่“ก็มันเป็นของท่านแม่ข้าจริง ๆ ปิ่นปักผมนั้นเป็นของสั่งทำ ไม่มีทางซ้ำผู้ใดแน่ ๆ” อวี้หลานฟังแล้วยกยิ้มให้กับความฉลาดน้อยของสตรีตรงหน้า “เช่นนั้นก็ลองกลับไปถามท่านแม่ หรือไม่ก็ท่านพ่อของคุณหนูดูเถิดว่าเหตุใดปิ่นปักผมนี้จึงมาอยู่กับข้า อย่ามาโวยวายทำให้ตัวเองต้องอับอายเลย”“เป็นชาวบ้านเช่นเจ้ามากกว่าที่ควรอาย”“ข้า? ข้าควรต้องอายด้วยเรื่องใดหรือ อายที่ไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนาง หรืออายที่มีเงินมากกว่าเล่า” อวี้หลานเข้าใจสามีก็ครานี้ว่า การใช้วาจาเชือดเฉือนคนมันให้ความรู้สึกสะใจเพียงใด“เชอะ เงินเพียงเท่านั้น ข้าก็มี!”เจ้าแม่เงินกู้ฟังแล้วอยากหัวเราะให้ฟันร่วง จึงลอยหน้าลอยตาถาม “จริงหร











