FAZER LOGINอวี้หลานต้องทะลุมิติมาในหนังสือนิยาย ที่ชีวิตนางเอกรันทดน่าสงสาร ทั้งเรื่องเอาแต่ร้องไห้และอยากจบชีวิตตัวเอง เฮ้อ! นี่ฉันต้องกลายมาเป็นนางเอกที่นักอ่านต่างสาปแช่งคนนั้นเหรอเนี่ย บ้านเก่าทรุดโทรม ข้าวสารก็มีแค่ก้นหม้อ เห็นอนาคตชีวิตตัวเองแล้วอวี้หลานก็อยากจะกระโดดลงแม่น้ำ เผื่อจะได้กลับไปยังโลกเดิม แต่ใครจะคาดคิดว่าเงินในถุงจู่ ๆ จะเพิ่มขึ้น จาก 1 อีแปะ กลายเป็น 3 อีแปะ กลายเป็น 10 ตำลึง อวี้หลานมองหน้าสามีสลับกับถุงเงินที่แขวนข้างเอว ยิ่งบุรุษผู้นี้มีความสุขมากเท่าไรเงินในถุงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น 🪙 : ท่านพี่ข้าทำขนมไว้ให้ท่านกินคู่กับน้ำชาระหว่างอ่านหนังสือ ท่านพี่ข้านวดให้ดีหรือไม่ ท่านพี่ร้อนหรือไม่ข้าพัดให้ท่านเอง ท่านพี่ข้า.... 💰 : หยุดวุ่นวายกับข้าเสียที 🪙 : (ถ้าไม่ติดว่าทำดีด้วยแล้วเงินในถุงเงินวิเศษจะเพิ่มขึ้น ใครจะไปอยากยุ่งด้วย)
Ver mais“แม่นางประสงค์จะรับสิ่งใดเป็นอาหารเช้าดีขอรับ” หญิงสาวครุ่นคิดเพียงครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา"อะไรก็ได้ที่ช่วยบำรุงผู้เตรียมสอบ แล้วก็...สมุนไพรพวกนี้ รบกวนเจ้านำไปตุ๋นกับไก่แล้วยกมาให้สามีข้าด้วยได้หรือไม่"“ขอรับ” เงินจำนวนหนึ่งถูกยื่นใส่มือของเสี่ยวเอ้อร์ ตอนนี้เป็นที่รู้กันแล้วว่าแขกที่พักห้องนี้จ่ายเงินให้พวกเขาดีกว่าพวกที่แต่งตัวดูดีเสียอีก บรรดาเสี่ยวเอ้อร์ หรือแม้แต่เถ้าแก่จึงดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดีเมื่อน้ำร้อนถูกยกมาวางที่ห้องพัก อวี้หลานก็ไปจัดการตนเองก่อนจะไปปลุกหลี่หยาง“ท่านพี่ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าสั่งอาหารเช้าให้ท่านแล้ว” บัณฑิตขี้เซาขยับตัวน้อย ๆ โจวอวี้หลานอดสงสารเขาไม่ได้ การสอบของยุคปัจจุบันที่เธอเคยอยู่ว่ายากแล้ว การสอบในยุคโบราณนี่ยากยิ่งกว่าไม่มีวิชา ไม่มีการตัดเกรด มีแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน อีกทั้งความรู้ที่อ่านก็ต้องครอบคลุมหลายหัวข้อ ทั้งยังต้องเข้าใจลึกซึ้ง วิจารณ์ได้ นำไปใช้ได้ ไม่แปลกเลยที่เหล่าบัณฑิตจะได้นอนน้อย“อือ...” โจวอวี้หลานดูแลสามีเป็นอย่างดีด้วยความเคยชิน ตอนแรกหญิงสาวทำเพราะเงินในถุงเงิน แต่ตอนนี้ทุก
แม้ตอนนี้เขาจะยังตอบแทนนางไม่ได้ แต่หากเขาสอบได้อันดับดี ๆ มีขุนนางชักชวนให้ไปทำงานด้วย เขาก็จะมอบชีวิตที่ดีที่สุดให้กับนาง เหมือนอย่างที่นางทำให้เขาอย่างแน่นอน“แม่นาง...อาหารเย็นข้านำไปให้สามีท่านแล้วขอรับ” ร่างเล็กยิ้มให้กับเสี่ยวเอ้อร์ประจำโรงเตี๊ยม พลางค้อมหัวลงอย่างขอบคุณ“โอ้ สามีของเจ้าเป็นบุรุษที่โชคดีเสียจริง ไม่ใช่สตรีทุกนางจะเข้าใจเส้นทางที่ยากลำบากของเหล่าบัณฑิต”“ข้าเองก็ทำหวังผลนะเถ้าแก่ หากสามีของข้าสอบได้อันดับดี หรือแม้แต่ไปสอบต่อที่เมืองหลวงได้ ไม่ใช่ว่าข้าเองก็จะสบายไปด้วยหรือ”“จริงอย่างที่แม่นางว่า เช่นนั้นหากมีสิ่งใดมาขายอีก หรือติดขัดเรื่องใดระหว่างอยู่ที่นี่ ก็แจ้งข้าได้ทุกเมื่อเลยนะ”“ขอบคุณเถ้าแก่เจ้าค่ะ” โจวอวี้หลานจัดการเก็บของบางส่วนที่เถ้าแก่ไม่ได้ซื้อแล้วกำลังจะกลับไปยังห้องพัก แต่กลับเห็นหลี่หยางที่มายืนรอตรงระเบียงชั้นสองเข้าเสียก่อน“ท่านพี่ ไม่ได้อ่านตำราอยู่หรือ”“เจ้าให้คนนำอาหารมาให้ข้า แต่ตัวเองกลับไม่อยู่กินด้วย จะให้ข้ากินเพียงลำพังได้อย่างไร ข้าไม่ใช่คนใจจืดใจดำเช่นนั้น” หญิงสาว
“ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ข้ามันหน้าเงิน ก็ข้าอยากสบายนี่เจ้าคะ อีกอย่างพวกเรามาถึงที่นี่เร็วกว่ากำหนด กว่าจะสอบก็อีกหลายวัน อีกทั้งยังต้องรอผลสอบอีก นับไปนับมาก็คงจะเกือบเดือน จะให้ข้านั่ง ๆ นอน ๆ เงินที่หามาได้ก่อนหน้าก็คงร่อยหรอ มิสู้ข้าออกไปหาอะไรทำระหว่างที่ท่านพี่อ่านตำรา ไม่ดีกว่าหรือ”“ตามใจเจ้าเถิด” หลี่หยางตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาเลิกสงสัยแล้วว่านางหาเงินมาจากที่ใด เพราะเพียงค่าเตรียมเดินทางและค่าที่พักก็เกินจากจำนวนเงินที่เขาเคยให้นางไปโขแล้วตอนนี้กลายเป็นว่าเขาคิดหนักกว่าที่เคย ว่าควรตอบแทนนางอย่างไรดี หรือหากไม่อาจทำอะไรได้ ผลสอบที่จะทำให้เหล่าขุนนางแย่งตัวเขาไปเป็นพรรคพวก คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด“เจ้าช่วยเอาอาหารบำรุงไปให้สามีข้าที่ห้องพักได้หรือไม่” โจวอวี้หลานยื่นเงินให้เสี่ยวเอ้อร์ หญิงสาวเหลือบมองผู้คนในโรงเตี๊ยม พลางก้มลงมองตัวเองก็ให้รู้สึกขัดตาขัดใจนัก เมื่ออยู่ท่ามกลางสถานที่หรูหราเช่นนี้ ไม่แปลกที่หลายคนจะส่งสายตาตั้งคำถามมาให้เธอกับสามีอันที่จริง อวี้หลานสามารถเดินออกไปซื้อเสื้อผ้าได้ทันที แต่หากทำแบบนั้น หลี่หยางคงสงสัยที่มาของเงินอ
โจวอวี้หลานเห็นทุกคนดูลำบากใจจึงเอ่ยขึ้น อีกอย่างเป็นแบบนี้ก็ดี เธอจะได้หาข้ออ้างในการพักที่ที่ดีหน่อย หลี่หยางน่าจะกำลังอารมณ์เสียแล้วด้วย คงจะยอมตามน้ำไปกับเธอ“เถ้าแก่ หากพวกเขาอยากพักก็ให้พักเถิด พวกข้ายังหาที่พักอื่นได้ ไปเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” อวี้หลานหันมาจูงมือหลี่หยาง ไป๋เจี้ยนหงเห็นอย่างนั้นก็กำลังจะเอ่ยปากขัด แต่กลับถูกเชี่ยชิงโหรวห้ามเอาไว้“หรือว่าจะไปนอนในคอกม้า” นางร้ายของเรื่องแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “พวกเจ้าน่ะหรือจะหาโรงเตี๊ยมที่ดีกว่านี้ได้ อย่าว่าแต่หาห้องเลย แค่ได้เหยียบพื้นโรงเตี๊ยมก็นับว่าเกินตัวแล้ว!”โจวอวี้หลานว่าจะไม่ยุ่งกับอีกฝ่ายแล้วเชียว แต่ฟังแล้วทนไม่ได้จริง ๆ จึงหันกลับไปบอก“ข้าละอายใจนักที่ต้องใช้สกุลเดียวกับเจ้า หากเจ้าคิดจะเสียเงินมากขึ้น ก็ควรใช้ซื้อของที่ดีขึ้นด้วย ไม่ใช่อวดเบ่งไม่เข้าท่าหรือคอยแต่กันท่าผู้อื่น ไม่รู้ว่าสมองของเจ้า เอาไปให้ไก่กินแล้วหรืออย่างไรถึงได้สิ้นคิดเช่นนี้”“เจ้ากล้าว่าข้าหรือ!” เชี่ยชิงโหรวตะโกนเสียงดัง พลางก้าวเข้ามาจะทำร้ายอวี้หลาน ทว่าไป๋เจี้ยนหงรีบห้ามไว้ก่อน“พอได้แล

















