Share

6

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-08 20:54:23

เพราะเจ้าของร่างเดิมมัวแต่เสียใจในรักเก่า จึงมองไม่เห็นความห่วงใยภายใต้หน้ากากที่เย็นชานี้ ก็สมควรแล้วที่ถูกนักอ่านด่าตั้งแต่ต้นจนจบ คนหนึ่งไม่ยอมลืมคนเก่า อีกคนก็ปากหนัก สมน้ำสมเนื้อจริง ๆ

ถ้าเป็นเธอนะ ขอแค่ครึ่งวันเท่านั้นจะไม่มองคนอื่นเลย มีสามีหล่อขนาดนี้ ถึงจะชอบทำซึน ติดจะเย็นชาไปบ้าง แต่เดี๋ยวพอได้เปิดปากบอกรัก ก็จะกลายเป็นคนคลั่งรักเอง

“ข้าขอโทษ ข้าพลัดตกลงไปในแม่น้ำ” ชายหนุ่มหันมามองคนพูดอย่างแปลกใจ

“แล้ว...เจ้าขึ้นมาได้อย่างไรเล่า” น้ำเสียงนั้นเจือความประชดเล็กน้อย เพราะเหตุการณ์ตกน้ำในครั้งก่อน เป็นต้นเหตุให้ทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกันในเวลานี้

“มี เอ่อ...มีคนมาช่วยไว้” โจวอวี้หลานลังเลเล็กน้อย เธอไม่กล้าบอกว่าคนที่มาช่วยคือไป๋เจี้ยนหง ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโลกของนิยาย หากอีกฝ่ายถูกต้นฉบับควบคุม ก็อาจเข้าใจผิดเหมือนกับชาวบ้านคนอื่น แค่มีเชี่ยชิงโหรวคอยยุยงด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่นางถนัด ชีวิตของนางเอกเรื่องนี้ก็ย่ำแย่มากพอแล้ว

หลี่หยางแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจะไถ่ถามต่อ เขาเดินกลับไปยังโต๊ะไม้ของตน ก่อนจะเริ่มอ่านตำราต่อไป

อันที่จริงแล้ว สำหรับเขา...ไม่ว่าจะเป็นสตรีนางใดจากตระกูลเชี่ย เขาก็ไม่ได้อยากแต่งงานด้วยทั้งนั้น แต่เพราะไม่อยากให้บิดามารดาต้องเสียคำพูด จึงต้องจำใจแต่งภรรยาเข้าตระกูล

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่เลือกสตรีจากตระกูลนี้มาเป็นสะใภ้ เขาก็ต้องยอมรับแต่โดยดี เพราะแท้จริงแล้ว เขาไม่เคยสนใจในเรื่องรักใคร่แม้แต่น้อย ในใจมีเพียงเป้าหมายเดียวคือการได้เป็นขุนนาง

โจวอวี้หลานลอบมองชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าสามีอีกครั้ง หากเธอจำไม่ผิด ในช่วงแรกหลี่หยางไม่ได้ใส่ใจเชี่ยอวี้หลานเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน และได้เห็นความอ่อนโยนที่นางมีต่อทุกสิ่ง อีกทั้งยังดูแลตัวเองได้ไม่ค่อยดี เขาจึงเริ่มรู้สึกอยากปกป้องภรรยาขึ้นมา

เรื่องนี้นักเขียนไม่ได้บอกออกมาโดยตรง แต่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของพระเอกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเมื่อมองนางเอก

“แล้วแบบนี้เขาจะชอบฉันไหมเนี่ย” โจวอวี้หลานได้แต่คิดในใจ เพราะเธอไม่ใช่คนอ่อนโยนอะไร อย่างเมื่อครู่ ทุกอย่างที่เชี่ยอวี้หลานทำกับสิ่งที่เธอทำกับชาวบ้าน ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว

หญิงสาวคิดไปก็ถอนหายใจไป พลางนึกในใจว่าเธอคงทำตัวเป็นนางเอกที่เคยดูแคลนไม่ได้หรอก คงได้กัดลิ้นตายแน่ ๆ ถ้าต้องทำตัวงี่เง่าแบบนั้น

ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าตัวเธอจะทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อหนีจากบทน่ารำคาญนี้ไม่ได้ จะกลับไปยังที่ที่จากมาก็ไม่ได้อีก ป่านนี้เธอคงกลายเป็นอาหารให้ปลาแทะแล้วมั้ง

เพราะฉะนั้นเธอต้องเปลี่ยนมัน!

มือเรียวเปิดเอาถุงเงินที่ได้จากหลี่หยางออกดู และเศษเงินเพียงไม่กี่อีแปะก็ทำให้ใบหน้าของโจวอวี้หลานซีดเผือด พลันคิดอย่างสงสัยว่า นี่คงเป็นสาเหตุที่พระเอกของเรื่องต้องเอาตำราไปขาย แล้วนำเงินมาใช้จ่ายกับนางเอก แต่ครั้งนี้ถุงเงินมาอยู่ในมือเธอแล้ว หมายความว่าเธอต้องเป็นคนหาเงินมาใส่ในถุงอย่างนั้นเหรอ?

แม้จะหมดกำลังใจไปบ้าง แต่เมื่อนึกถึงตอนจบของนิยายเรื่องนี้ก็ทำให้เธอเกิดแรงฮึดขึ้นสู้

เอาน่า โจวอวี้หลาน ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน แต่เธอต้องพยายามทำดีกับพระเอกเข้าไว้ บางทีเขาอาจจะสอบได้เป็นขุนนางเร็วขึ้น ตัวเธอก็จะได้สบายเร็วขึ้นด้วยไง

และเพราะเหตุผลนี้ โจวอวี้หลานจึงคิดว่าจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่าง นอกจากทำใจรับว่า ตัวเองได้กลายเป็นหญิงสาวในยุคโบราณแล้ว และต้องปรับตัวครั้งใหญ่เลยทีเดียว

หญิงสาวจากยุคสองพันรีบไปต้มน้ำและเช็ดตัวให้สะอาดเป็นอย่างแรก เธอได้ยินมาว่าคนโบราณที่ไม่มีเงินจะใช้วิธีนี้ในการอาบน้ำเพราะมันประหยัดน้ำกว่า

เมื่อร่างกายอุ่นขึ้น หญิงสาวก็ไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ก่อนจะเริ่มจัดข้าวของในกระท่อมหลังเก่าให้เข้าที่เข้าทาง ปิดท้ายด้วยการต้มน้ำชาโดยใส่ใบชาเพียงน้อยนิด ที่มีกลิ่นหอมเจือจาง เพื่อยกไปให้หลี่หยาง

เธออ่านนิยายมาหลายรอบ ย่อมจำได้ว่าเขาชอบจิบชาร้อน ๆ ไปพร้อมกับอ่านตำรา...นี่แหละวิธีมัดใจขั้นแรก!

เมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นก็กลับมานั่งวางแผนจัดการเศษเงินไม่กี่อีแปะก่อนหน้า แต่คิ้วเรียวก็ต้องขมวดมุ่น เมื่อเศษเงินนั้นเหมือนจะเพิ่มขึ้นมา...หนึ่งอีแปะ?

“นี่มันอะไรกันเนี่ย”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   39

    หากคุณชายผู้นี้ตำหนิคนที่ซุบซิบด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมา เขาก็เป็นเพียงบัณฑิตทั่วไป แต่หาก...“ข้าเพิ่งเคยเข้าร่วมงานชุมนุมเช่นนี้เป็นครั้งแรก อาจมีข้อผิดพลาดไปบ้าง แต่ข้าคิดว่าคำพูดนั้นก็คือการวิจารณ์ การพูดสิ่งที่คิดออกมาไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ว่าจะพูดเช่นไร แต่เมื่อพูดแล้วเพิ่มอารมณ์เข้าไปเราก็จะได้บทกวี หากพูดแล้วใส่ปรัชญาก็จะเป็นหลักในการดำเนินชีวิต แต่หากไร้สิ่งเหล่านั้น บางทีไม่พูดเสียเลยยังดีกว่า”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายชรา“คุณชายคงเป็นบัณฑิต อีกไม่กี่เดือนเมืองหลวงจะจัดสอบจิ้นซื่อเพื่อคัดเลือกขุนนาง ไม่ทราบว่าคุณชายจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่”“ย่อมเข้าร่วมขอรับ ข้าเองก็เป็นจวี่เหริน เป้าหมายย่อมเป็นการได้สอบต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้” อวี้หลานได้ฟังสามีตนเองพูดเช่นนั้นก็ยิ้มไม่หุบ สมกับที่เขาเป็นตัวเอกของเรื่อง จู่ ๆ ก็มีแสงสาดส่อง แม้กระทั่งเนื้อเรื่องที่นิยายไม่เคยพูดถึง“คุณชายไม่โอ้อวดตนเกินไปหรือ” บัณฑิตคนหนึ่งเอ่ยขึ้น“เอ...ข้าคิดว่าจวี่เหรินอันดับหนึ่งของมณฑลมีสิทธิ์โอ้อวดนะเจ้าคะ” อวี้หลานพูดลอย ๆ อาจารย์จางก็ยกยิ้มกว้าง

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   38

    อวี้หลานสั่งสาวใช้เสร็จแล้วก็เดินกลับไปหาหลี่หยาง นางทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เผลอ ๆ ดีกว่าภรรยาหลายคนในยุคนี้เสียอีก เรื่องการงานก็เก่ง แต่ยังไม่เคยต้องจัดการเรื่องงานบ้านงานเรือนเฉกเช่นคุณหนูหรือฮูหยินจวนอื่น ๆ แต่พอคิดว่าจะได้ซื้อจวนเป็นของตัวเอง รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าอย่างสดใส “คิดสิ่งใดอยู่ ถึงยิ้มไม่หุบเช่นนี้” หลี่หยางเอ่ยทักภรรยา “ข้าเพียงแต่คิดว่า ข้าจัดการเรื่องในบ้านได้ดีหรือไม่ สาวใช้กับคนงาน พวกเราควรหาเพิ่มอีกหรือไม่ ไหนจะพ่อบ้าน...” “ภรรยา...เจ้าคิดมากไปแล้ว จัดการตามที่เจ้าเห็นสมควรเถิด ทุกวันนี้เจ้าเก่งกว่าสตรีทั้งแคว้นแล้วกระมัง” “ท่านพี่ก็พูดเกินไป” “ไม่เกินไป เพราะข้าเห็นด้วยตาตนเอง” คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้อวี้หลานเขินเท่ากับแววตาที่มองมา หญิงสาวรีบหลบตาแล้วคีบอาหารให้เขาแทนอย่างเอียงอาย “งานชุมนุมนักปราชญ์เป็นเช่นนี้เองหรือ” อวี้หลานกวาดสายตามองไปทั่วงาน แม้สามีจะไม่ได้เทียบเชิญ แต่นางก็ยอมเสียเงินหลายตำลึงทอง เพื่อให้ได้เทียบเชิญนี้มา “มองไ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   37

    ตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวง ไม่ว่าจะกี่เมืองต่อกี่เมืองฮูหยินของจวี่เหรินจากมณฑลอันห่างไกล ก็สามารถทำการค้าขายจนเงินทองงอกงามแต่ถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะดูเหมือนดีขึ้นในสายตาคนอื่น แม้จะนอนเตียงเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่หลี่หยางกลับไม่เคยกล้ากอดภรรยาของตนเลยสักครั้ง สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปมีเพียงคำพูด ที่ทุกวันนี้เขาไม่ค่อยจิกกัดหรือค่อนขอดนางเหมือนในอดีตแล้ว“ท่านพี่ ข้าไปถามมาแล้ว มีคนประกาศขายจวนของอดีตคหบดีเจ้าค่ะ แม้จะเก่าไปบ้างแต่ก็น่าอยู่ไม่น้อย วันนี้หากท่านพี่ไม่อ่านตำราแล้ว เราไปดูกันได้หรือไม่”ทั้งสองคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในโรงเตี๊ยม ผ่านที่ไหนแวะที่นั่นมานาน แต่หลังจากค้าขายและกักตุนสินค้าใหม่จนเต็มเกวียน พวกเขาก็เดินทางสู่เมืองถัดไปครั้งหนึ่ง...อวี้หลานเห็นคนขายลูกเพราะความจน ก็อดเวทนาไม่ได้จึงซื้อตัวเด็กคนนั้นไว้ สุดท้ายกลับกลายเป็นมีสาวใช้และบ่าวรับใช้เป็นของตัวเองงอกขึ้นมาเมื่อเหยียบย่างสู่เมืองหลวง ทุกคนจึงพากันมองว่า สองสามีภรรยาเป็นเศรษฐีจากแดนไกล เพราะนอกจากจะมีสาวใช้และคนงานเดินตามเป็นพรวนแล้ว ฮูหยิ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   36

    ร่างบางยังคงรู้สึกแปลกใจกับเรื่องเมื่อตอนกลางวัน จึงยกไก่ทั้งไม้ให้เขา แล้วเดินไปอุ่นน้ำชา พร้อมแบ่งให้ทุกคนแทนหลังจากกินอิ่ม คนขับรถม้าก็จับจองที่ใต้ร่มไม้ เขานอนหลับไปอย่างเร็ว คงเพราะเป็นคนเดียวที่ทั้งวันไม่ได้พัก“พวกเจ้านอนกันเถิด ข้าจะอยู่เฝ้าให้เอง” เป็นคุณชายเฉินที่ขันอาสาอย่างมีน้ำใจ หลี่หยางแม้จะอยากขัดอีกฝ่ายสักหน่อย แต่ด้วยความสามารถของคุณชายเฉิน เขาก็ทำได้เพียงกัดปากเก็บคำเอาไว้อวี้หลานเข้าไปนอนในรถม้า หลี่หยางเห็นเช่นนั้นก็ตามเข้าไปด้วย ทว่ารถม้าคับแคบยิ่งกว่าเตียงที่พวกเขาเคยนอนด้วยกันเสียอีก“เหตุใดท่านพี่ถึงตามเข้ามานอนในนี้ด้วยเล่า”“พวกเราเป็นสามีภรรยากัน หากไม่นอนด้วยกัน แล้วจะให้ข้าไปนอนกับผู้ใดเล่า”พูดจบหลี่หยางก็ไม่ปล่อยให้ภรรยาได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาคลุมผ้าห่มให้นาง ก่อนจะโถมตัวกอดเข้าใส่ “คืนนี้อากาศหนาว เจ้าต้องทำตัวให้อุ่นเข้าไว้”ใช้เวลาเกือบสามวัน พวกเขาก็เดินทางมาถึง เมืองถิง“จะให้ไปส่งที่ไหนดีขอรับ” คนขับรถม้าถาม“ไปโรงเตี๊ยมที่มีพ่อค้าเข้าพักกันมากที่สุดก็แล้วกัน” หญิงสา

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   35

    หลี่หยางมองดูภรรยาของตัวเองตลอดเวลา ที่จริงเขาพอใจกับทุกอย่างที่อวี้หลานทำให้เขา บางทีมันยิ่งกว่าความพอใจด้วยซ้ำ ใครจะคิดว่าชีวิตเขาจะสะดวกสบายได้ถึงเพียงนี้หากว่ากันตามตรง ต่อให้สอบจวี่เหรินได้ที่หนึ่งแล้วอย่างไร เงินทองเขาก็ไม่ได้มีมากถึงขั้นหารถม้านั่งได้หากเลือกความสบาย ก็คงสังกัดอยู่ในกรมสักแห่งประจำมณฑลบ้านเกิด แต่หากอยากได้ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่กว่า ก็ต้องเสี่ยงออกเดินทางครั้งใหญ่อีกครั้งลำพังเบี้ยที่ได้จากการเป็นบัณฑิต คงไม่พอให้ขยับตัวไปไหนได้ แค่หาอะไรกินเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ได้ก็ถือว่าดีมากแล้วส่วนบัณฑิตบางคนที่ดูร่ำรวย ก็เพราะเข้าหาขุนนางเป็นและให้คนเหล่านั้นคอยสนับสนุน แต่การทำเช่นนั้น ย่อมต้องกลับมาตอบแทนในวันหน้า และการตอบแทนก็มักจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว หากขุนนางผู้นั้นไม่ได้จริงใจในการช่วยเหลือแต่แรกแต่ทุกปัญหาของเขากลับสลายหายไปหมด เพียงเพราะมีอวี้หลานเป็นภรรยาของเขา“แม่นางเชี่ย ใกล้จะเย็นแล้ว ข้างหน้ามีสถานที่เหมาะแก่การพักแรม พวกเราหยุดพักที่ตรงนั้นดีหรือไม่” เสียงของคุณชายเฉินดังขึ้นจากด้านนอก ทำให้อวี้หลานท

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของบัณฑิตยากจน   34

    คำพูดนั้น แม้อวี้หลานจะได้ยิน แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ คนพวกนี้ไม่มีค่าพอให้เสวนาด้วย เหมือนกับที่ทุกคนเคยเมินเฉยและไม่ช่วยเหลือนางอย่างไรเล่าหลังจากเสร็จสิ้นบทบาทอาจารย์ หลี่หยางก็เริ่มเก็บข้าวของของเขา ขณะที่อวี้หลานออกไปหาซื้อของเท่าที่คิดว่ารถม้าหนึ่งคันกับเกวียนอีกหนึ่งคันจะบรรทุกไหว นางยังไม่ลืมไปจ้างรถม้าไว้สำหรับการเดินทางไปยังเมืองถัดไปที่อยู่ห่างออกไปด้วยแม้จะอยู่ห่างเพียงสองร้อยลี้ แต่ทางที่ไปค่อนข้างกันดาร หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ เมืองที่พวกเขาอยู่นั้นค่อนข้างห่างไกลจากเมืองข้าง ๆ อีกทั้งการเดินทางก็ยังต้องผ่านป่ารกทึบ“ท่านพี่ หรือเราจะต้องจ้างคนจากสำนักคุ้มภัยตามไปดูแลด้วยเจ้าคะ” อวี้หลานถามสามีอย่างเป็นกังวล นางเตรียมเอาไว้ทุกอย่างแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่กำลังจะออกเดินทาง เถ้าแก่โรงเตี๊ยมกลับทักเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาเสียก่อน“ภรรยา...เจ้าอย่าฟุ่มเฟือยอีกเลย การจ้างสำนักคุ้มภัยนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย”คนขับรถม้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบเสริมทัพทันที “แม่นางไม่ต้องกังวล แม้เส้นทางจะกันดาร แต่ไม่มีโจรหรอกขอรับ เพราะเส้นทาง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status