LOGINอู๋ซินถงใช้เวลาอยู่ที่ไร่ที่นาทั้งวัน ที่นี่ก็บรรยากาศดีแถมลมพัดผ่านเย็นสบายมากอีกด้วย ท่านพ่อเองก็ดูจะชอบอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก
"เดี๋ยวยกขึ้นหลังเกวียนจะได้เอาไว้ต้มตอนเย็น"อู๋ซั่วหยางพาอู๋ซินถงขุดหาเผือกหามันมาไว้ต้มกิน เพราะกลับไปที่บ้านคงจะไม่มีอะไรกิน ดีที่วันนี้ท่านพ่อดักปลาได้ถึงย่างกินกันและแบ่งปลาไว้ไปทำกับข้าวที่บ้าน
"ท่านลุงอู๋ขอรับข้าดักหนูได้เยอะเลยแบ่งมาให้ขอรับ"
"…"น้ำเสียงที่อยู่ด้านหลังทำเอาอู๋ซั่วหยางนั้นนิ่งและขนลุกขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ก็ไม่มีวันลืมเด็ดขาด
"ขอบใจมากนะอี้หานเดี๋ยวนำมันแบ่งไปต้มกินนะ อันนี้ซั่วหยางเขาไปขุดมากับซินเอ๋อร์ ซั่วหยางนำมันมาแบ่งให้พี่เขาสิ"
"ขะ ขอรับ"อู๋ซั่วหยางนำมันที่ถูกแบ่งส่งให้โจวอี้หานอย่างประหม่ายิ่งยามมองใบหน้าที่คมชัดตรงหน้ายิ่งตอบย้ำเรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้แก้ไข
"ขอบใจเจ้านะซั่วหยาง"
"อืม"อู๋ซั่วหยางเหมือนหัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง บุรุษตรงหน้าที่ชื่อโจวอี้หานคือ…พี่จิน
"พี่ใหญ่เป็นอันใดหรือเปล่าขอรับ"
"เปล่าหรอกรีบกลับบ้านกันเถอะ"
"อี้หาน นั่งเกวียนกลับด้วยกันสิ เดี๋ยวลุงไปส่งไม่ต้องเกรงใจนะ จะได้ถึงบ้านเร็ว ๆ ถงเย่า ฟู่หรง คงจะรอแย่แล้ว"
"ได้ขอรับ ขอบคุณท่านลุงที่ไปส่งขอรับ"
ระหว่างทางกลับบ้านมีชาวบ้านที่เห็นต่างก็แอบซุบซิบนินทากัน ที่โจวอี้หานอยู่บนเกวียนบ้านอู๋และมีลูกชายที่เป็นเกอของอู๋เจียงสงทั้งสองคนนั่งอยู่บนเกวียนด้วย ทำให้บางคนคิดว่าคงจะดองกันเร็ว ๆ นี้ แต่คงจะเป็นอู๋ซินถงมากกว่าที่จะตบแต่งไม่ใช่อู๋ซั่วหยางที่อัปลักษณ์
"ขอบคุณท่านลุงมากขอรับที่มาส่งข้าถึงบ้าน"
"ไม่เป็นไรคนกันเองทั้งนั้น อี้หานอย่าไปสนใจเสียงนินทาของชาวบ้านเลยนะ"
"ท่านลุงข้าไม่สนใจอยู่แล้วขอรับ"
หลังจากที่ท่านลุงอู๋กลับไปโจวอี้หานสัมผัสได้ว่าอู๋ซั่วหยางดูจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่ เพราะบนเกวียนอู๋ซั่วหยางนิ่งเงียบมาตลอดทาง ถึงจะอยู่ใกล้กันครั้งแรก แต่อีกฝ่ายก็ปกปิดใบหน้าเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่สัมผัสได้จริง ๆ คืออู๋ซั่วหยางไม่ได้สกปรกอย่างที่ชาวบ้านนินทากัน แต่สิ่งที่ทาปกปิดผิวพรรณที่แท้จริงคงจะมีเหตุผลส่วนตัว
"พี่ใหญ่ใครมาส่งหรือขอรับ"
"ท่านลุงอู๋น่ะท่านลุงให้มันมาด้วย เดี๋ยวพี่ต้มให้กินนะ"
"…"โจวถงเย่าเหมือนจะได้กลิ่นแปลก ๆ จากตัวของพี่ใหญ่เป็นกลิ่นที่นึกไม่ออกว่าเป็นกลิ่นแบบไหนกัน แต่พี่ใหญ่ของเขานั้นไม่มีทางมีกลิ่นหอมแบบนี้อย่างแน่นอน
"เดี๋ยวขอรับพี่ใหญ่ข้าได้กลิ่นหอมจากตัวของพี่ใหญ่"
"กลิ่นหอมที่ไหนกันมีแต่กลิ่นเหงื่อทั้งนั้น"
"ข้าได้กลิ่นจริง ๆ ขอรับ…นี่ไง ตรงมือพี่ใหญ่หอมอ่อน ๆ จาง ๆ"
"อาจจะโดนดอกไม้มั้ง"มือข้างที่โจวถงเย่าบอกว่าหอมคือข้างที่สัมผัสโดนมือของอู๋ซั่วหยางยามที่อีกฝ่ายนำมันยื่นมาให้ทำให้สัมผัสกันโดยบังเอิญไม่ได้ตั้งใจ
"เริ่มบ้าเข้าแล้ว"โจวถงเย่าเห็นพี่ใหญ่ของตนเองเดินไปยิ้มไปก็คิดว่าคงจะเสียสติไปแล้วแน่ ๆ วันนี้ดีหน่อยที่พี่ลู่อีไม่ได้มาที่บ้าน ไม่งั้นคงจะมีเรื่องอีกแน่นอน
"พี่ใหญ่เป็นอันใดกับข้าเห็นยิ้มแปลก ๆ เหมือนคนเสียสติไปแล้ว"
"เห็นจะเป็นเช่นนั้น"
บ้านอู๋
เป็นอย่างที่อู๋ซั่วหยางคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ ของที่ตนนั้นกักไว้ทำมื้อเย็นหายไปแล้วคงจะไม่ต้องตามหาตัวการก็เห็นอยู่
"ท่านกล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"
"วันนี้ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้า ซินเอ๋อร์เงินอยู่ไหนแม่รู้นะว่าเจ้านำข้าวของเครื่องใช้ตัวเองไปขายเมื่อวานนี้ นำเงินมาให้แม่เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณที่แม่เลี้ยงเจ้ามาโตขนาดนี้"
"ข้าไม่มีเงินขอรับท่านแม่"
"นี่! ไม่มีเงินได้อย่างไรคิดจะเก็บไว้ใช้คนเดียวหรือไง ห๊ะ!"
"มีอะไรกันน้องหญิงทำไมถึงขึ้นเสียงใส่ลูกแบบนั้น"
"ก็ซินเอ๋อร์คิดจะเก็บเงินไว้ใช้คนเดียวเมื่อวานลูกนำข้าวของตนเองไปขายในเมืองมา คงจะได้หลายร้อยอีแปะ แต่คิดจะเก็บไว้ใช้คนเดียวในสถานการณ์ที่บ้านเป็นเช่นนี้ ท่านพี่ดูสิเจ้าคะ"
"เสียใจ ร้องไห้ หรือ ก็เหลือของฉานอิ่งหากชีวิตท่านลำบากมากก็นำข้าวของเครื่องใช้ของนางไปขายสิน่าจะได้หลายร้อยอีแปะ"
"นี่! เจ้าซั่วหยางมันจะมากไปแล้วนะ ข้าเป็นแม่เจ้านะ"
"ไม่ใช่! ท่านไม่ใช่แม่ข้าท่านรู้ดีอย่ามากล้าเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับท่านแม่ของข้า เพราะท่านนั้นเทียบไม่ได้อย่างแน่นอน ท่านมันเป็นแม่คนไม่ได้ด้วยซ้ำ"
เพี๊ยะ!
"เหว่ยฟาง! นี่น้องทำอันใดลงไปตบลูกทำไม"
"ท่านพี่ไม่ได้ยินหรือซั่วหยางบอกเองว่าน้องไม่ใช่แม่ของเขา เช่นนั้นน้องจะตบสั่งสอนเด็กที่ไม่รู้เด็กรู้ผู้ใหญ่เอง"
เพี๊ยะ!
"ท่านพี่! ตบน้องหรือ"
"ลูกพี่หากคนที่จะเป็นคนเลวที่ทำร้ายลูกคนนั้นต้องเป็นพี่ ไม่ใช่น้อง"
"ปกป้องกัน หึ กลายเป็นน้องที่ผิดสินะ บ้านหลังนี้มันช่างใจร้ายกับข้าเสียจริง โว้ย!"
"เพี๊ยะ! เพราะเจ้าตัวอัปลักษณ์ท่านพ่อถึงกล้าทำร้ายท่านแม่แบบนี้ เพราะเจ้าซั่วหยาง"
"เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! ที่ข้าไม่ตบท่านแม่ของเจ้า เพราะเห็นแก่ท่านพ่อ แต่สำหรับเจ้าไม่ใช่…อีเด็กเปรต"
หลังจากเหตุการณ์น่าปวดหัวสงบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันไป ตอนแรกจะไม่จบ เพราะอู๋ฉานอิ่งโดนตบไปตั้งสองที ทำให้เหว่ยฟางไม่พอใจ แต่ก็ถูกท่านพ่ออู๋ลากเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องและมีเสียงทะเลาะกันก่อนจะเงียบหายไป
"กินมันกับข้าวไปก่อนนะในครัวไม่ค่อยมีอะไรให้ทำกินมากเท่าไหร่ ส่วนปลาค่อยเอาไว้ทำมื้อเช้าก็แล้วกัน"อู๋ซินถงนั่งกินข้าวกับต้มมันที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะกินด้วยซ้ำ แต่พอมากินในจังหวะชีวิตที่ตกต่ำเช่นนี้มันช่างอร่อยเสียจริง
"พี่เจ็บมากหรือไม่"
"คงไม่เจ็บเท่าฉานอิ่งเหรอ หึหึ"ในสถานการณ์เช่นนี้แต่อู๋ซั่วหยางกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เพราะได้ตบอู๋ฉานอิ่งอย่างหวังไว้ แต่การใช้ความรุนแรงในครอบครัวก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่ในบางคนก็สมควรโดนสักทีสองทีจะได้โตไว ๆ
"พี่ใหญ่ท่านพ่อเองก็รักพี่ไม่แพ้กว่าลูกคนอื่นเลยนะขอรับ แต่คงจะไม่กล้าแสดงออกอย่างเปิดเผย"ดูอย่างวันนี้ท่านพ่อปกป้องพี่ใหญ่ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงพี่ใหญ่อยู่เหมือนกัน
"อืม พี่รู้เรื่องนี้ต้องใช้เวลาจริง ๆ"อู๋ซั่วหยางคิดตามที่อู๋ซินถงบอกก็คงจะเป็นเช่นนั้น เเต่เรื่องนี้ต้องดูอีกนาน แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขานั้นตงิดใจ
คือ เงินที่เหว่ยฟางได้มาจากการขายลูกกิน นางคงจะได้มามากโขแต่เหตุใดถึงบอกว่าไม่มีแถมมาหาเงินของอู๋ซินถงอีก ในบ้านนางก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มเข้ามา อู๋ฉานอิ่งก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ แล้วเงินหายไปไหนหมดกัน ดูท่าทางเหมือนคนที่ต้องการเงินเอามาก ๆ ไม่รู้ว่าเงินของที่บ้านที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้นตอนนี้จะอยู่เท่าเดิมหรือเปล่า
ยิ่งช่วงนี้เหว่ยฟางไม่เข้าไปที่ไร่ที่นาเลย แต่นางไม่ได้อยู่บ้านอย่างแน่นอนรวมถึงอู๋ฉานอิ่งด้วย นางไม่มีชุดใหม่ใส่ นางคงจะไม่ไปไหนกับเพื่อนของนาง แต่นางหายไปไหนกันกับเหว่ยฟางสองคนนี้ทำตัวมีพิรุธยิ่งท่านพ่อบอกเรื่องที่บ้านยิ่งมีพิรุธเข้าไปใหญ่ไม่ใช่พากันออกไปทำเรื่องไม่ดีกันอยู่นะ
ยิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้ยิ่งมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมาก คนที่ควรกลัวกับเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด คนที่คิดว่าร้ายน้อยที่สุดดูเหมือนจะร้ายลึกจนคาดการณ์อะไรไม่ได้เลย
ไร่ตระกูลอู๋ตอนนี้หูเย่จวนนั้นเป็นคนดูแลไร่ตระกูลอู๋ โดยถูกว่าจ้างเดือนละสามตำลึงเงิน แลกกับยามที่ไม่คนอยู่ก็มาดูแลไร่มีตรงไหนที่ต้องจัดการ "ท่านป้าเย่จวนข้ามากำจัดวัชพืชให้ไร่ของซินถงขอรับ""ตามสบายเลยนะ"ทั้งอู๋ซั่วหยาง อู๋ซินถง และอู๋เจียงสงรวมถึงโจวอี้หานด้วย จะจ่ายโจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนในการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นในไร่ เพราะทุกคนไม่มีเวลาตรงนี้ทุกคนตกลงจะจ่ายให้คนทั้งสองเป็นรายเดือน โจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนจะได้หนึ่งตำเงินจากบ้านอู๋ แต่สำหรับโจวอี้หานจะให้คนละหนึ่งตำลึงเงินและอีกห้าร้อยอีแปะ เพราะต้องการจะให้หลานด้วย แต่เพราะให้มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะคนทั้งสองจะไปรับ "ท่านป้าหากทำเสร็จเร็วข้าจะมาช่วยรดน้ำขอรับ"โจวจี้ไหลนั้นรู้สึกว่าบ้านอู๋ให้เงินเขากับน้องชายมากเกินไปเดือนละหนึ่งตำลึง เดือนหนึ่งถอดและกำจัดวัชพืชไร่หนึ่งเดือนละสองครั้งเอง แต่ได้คนละหนึ่งตำลึงเงิน ซึ่งมันมากไปก็ทำได้แค่ช่วยแบ่งเบางานท่านป้าเย่จวน เพราะตอนนี้ท่านป้าเย่จวนดูแลไร่ยามที่คนบ้านอู๋ไม่อยู่"ได้ ขอบใจนะจี้ไหล"5 ปี ต่อมา"นี่ เลิกตามข้าได้แล้วข้ามีงานที่จะต้องทำอีก เจ้าไม่มีงานมีการทำหรืออย่างไรกัน ทำตัวเป็นคนว่าง
6 ปี ต่อมาโรงเรียนศึกษากวดวิชาชื่อนี้เป็นอู๋ซั่วหยางกับโจวอี้หาน เป็นคนตั้งให้อาเป่า เพราะตอนนี้อาเป่านั้นได้กลับมาแล้วและกำลังจะเปิดสอน ให้เหล่าบัณฑิตใหม่หรือคนที่สนใจเรื่องการศึกษา ตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอาเป่าอีกแล้ว แต่เป็นท่านอาจารย์เป่า "จะไปไหนน่ะอาเป่าพึ่งจะกลับมาถึงเองนะ หรือไปหาท่านพ่อหรือ""เปล่า ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะไปตัดเสื้อใหม่เสียหน่อยขอรับ""ดู น้องพี่ขอรับพี่ใหญ่ แทนที่จะไปหาท่านพ่อ แต่ไปหาคนรักก่อน"อู๋ซินถงนั้นเอ่ยแซวน้องชายเท่านั้น ที่ตอนนี้ดูภูมิฐานมาก โตเต็มวัย รูปหล่อเสียอีกด้วย "หึ ก็เขารักของเขา"อู๋ซั่วหยางได้เขียนจดหมายส่งให้อาเป่า บอกถึงมู่จื่อซินว่าได้เลิกกับชายที่ชื่อเจียเล่อแล้ว เพราะจับได้ว่าอีกฝ่ายเจ้าชู้ไม่ได้มีมู่จื่อซินแค่คนเดียว หลังจากอาเป่าไปได้ปีกว่า ๆ แต่หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าอาเป่าทำเช่นไรต่อ แต่ก็ไม่เห็นว่ามู่จื่อซินนั้นสนใจผู้ใดเลย ไม่รู้ว่าไปแอบคบกันตอนไหนกันร้านตัดเย็บมู่จื่อซิน"ร้านตัดเย็บยินดีต้อนรับขอรับ"ร้านตัดเย็บของมู่จื่อซินนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมีลูกค้าขาประจำเพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ทำคนเดียวไม่ได้แล้ว ตอนนี้ที่ร้านมีลูกจ้างสองคน แต
หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งกล่าวอวยพรเสร็จก็เป็นเวลาฉลองต้องพาเจ้าบ่าวไปสังสรรค์เสียก่อนถึงจะพามาส่งเจ้าสาวที่รออยู่ในห้อง"พี่เขยโจว พี่เขยจาง ข้าต้องทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือขอรับ""ถึงขนาดนี้แหละลูกติดไว หากอยากได้ลูกสาวก็ทำท่าที่พี่บอก"จางเจี้ยนเวยกำลังถ่ายทอดวิชาราคะให้อาเป่าศิษย์รุ่นที่สอง เพราะศิษย์รุ่นแรกคือโจวอี้หาน ที่ตอนนี้ลูกสามแล้ว"อย่างที่เจี้ยนเวยบอกในห้องมีบริเวณกว้างเจ้าก็ใช้ให้เป็นประโยชน์เสียอาเป่า คืน เข้าหอมีเพียงคืนเดียวเท่านั้นและเป็นคืนที่สำคัญต่อคู่บ่าวสาวมาก"โจวอี้หานนั้นไม่เคยคิดว่าจะต้องมาแนะนำเรื่องเพศศึกษาให้อาเป่า แต่เพราะน้องชายนั้นขาดประสบการณ์จึงต้องเร่งอัดฉีดวิชาก่อนที่จะพาไปส่งเจ้าสาวที่รออยู่ด้านอู๋ซั่วหยางที่เจอเข้ากับโจวลู่อี นี่ ก็สิบปีได้แล้วที่ไม่ได้เจออีกฝ่ายวันนี้ที่เจอ เพราะบ้านมู่ก็สนิทกับบ้านของโจวลู่อีอยู่ไม่น้อย และอีกฝ่ายคงจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวด้วย"ข้าดีใจนะที่เจอเจ้าที่นี่""อืม เจ้าสบายดีหรือไม่ลู่อี""ข้าสบายดีได้ข่าวมาบ้างว่าเจ้าเปิดร้านขนมหรือ หากมีโอกาสข้าจะไปอุดหนุนนะ""ได้สิ เจ้ามาอยู่กี่วันล่ะ พาลูกและสามีของเจ้าไปเที่ยวในเม
3 เดือนต่อมาร้านราดหน้าบ้านอู๋"โต๊ะหก โต๊ะเจ็ด สั่งพิเศษอย่างละสามขอรับพี่ใหญ่""โต๊ะสิบ โต๊ะสิบสอง พิเศษอย่างละสองขอรับพี่ใหญ่"อาเป่าหลังจากที่ปิดเทอมก็มาช่วยงานที่ร้านราดหน้า เพราะพี่รองของเขานั้นตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่า ๆ ส่วนพี่ใหญ่นั้นบอกว่าขอทำงานอีกหน่อยคงจะปีหน้า แต่พี่เขยโจวเหมือนจะอยากมีแล้ว"อาเป่าเติมเนื้อหมูให้พี่รองของเจ้าหน่อย"อู๋ซั่วหยางเป็นห่วงอู๋ซินถงเหมือนกัน เพราะตั้งครรภ์ได้เกือบจะสามเดือนแล้ว และอู๋ซินถงดื้อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือไม่ยอมหยุดทำงาน เช่นตอนนี้ที่ยืนทำราดหน้าอยู่"พี่ใหญ่ข้าทำได้ขอรับ ถ้าเหนื่อยข้าจะพักขอรับ""เจ้าดื้อเดี๋ยวพี่เจี้ยนเวยมาพี่จะฟ้องให้ดู""ข้าไม่กลัวอยู่แล้วขอรับ""จริงหรือ""ขะ ขอรับ"ความจริงอู๋ซินถงมีความเกรงใจสามีตั้งหาก แต่ไม่ได้กลัวนะ เพราะท่านพ่ออู๋บอกว่าห้ามเกรงกลัวสามี เพราะเดี๋ยวจะมาข่มเราได้"กลัวขอรับพี่ใหญ่ พี่รองกลัวพี่เขยจาง หากพี่เขยจางมาคงจะงอนพี่รองอย่างวันนั้นแน่นอนขอรับ"อาเป่าเห็นชีวิตคู่ของพี่ใหญ่ พี่รอง ของเขาก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาชีวิตคู่ แต่สุดท้ายก็ดีกันเหมือนเดิม"ท่านพ่อไม่มีใครอยู่ข้างข้าเลยขอรับ""ใช่ เพร
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ของอู๋เจียงสงที่ตายแล้วฟื้นมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมาเยี่ยมมากมาย และอีกส่วนที่ไม่กล้ามาเพราะเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น คนตายคือตายจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกันจนมาถึงงานมงคลที่สร้างความตกใจและแตกตื่นในใบหน้าของอู๋ซั่วหยางที่ไม่มีอะไรปกปิด สีผิวที่แท้จริงเป็นผิวขาวออกธรรมชาติเหมือนสตรีชนชั้นสูง ใบหน้าที่ผู้ใดเห็นก็สะกดสายตาผู้พบเห็น เสียงเอ่ยชมมากมายเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้อู๋ซั่วหยางต่อไปนี้คงจะไม่มีใครกล้าเอ่ยว่าเป็นเกออัปลักษณ์อีกแล้ว เพราะวันนี้ชาวบ้านได้เห็นกระจ่างแจ้งแล้วว่า อัปลักษณ์หรืองดงาม บุรุษหลายคนที่ยังโสดนั้นต่างแอบมองและส่งสายตาให้และคงจะแอบเสียดายไปด้วย แต่ก็ถูกสายตาของโจวอี้หานส่งกลับมา ประมาณว่านี้ ภรรยาข้า"ขอให้ลูกทั้งสองคนมีชีวิตคู่ที่มีความสุข อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า อี้หาน เจี้ยนเวยฝากดูแลลูกของพ่อด้วยนะ พวกเจ้าจะต้องดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่""ขอรับท่านพ่ออู๋""ขอรับท่านพ่ออู๋""ซั่วหยาง อี้หาน ซินถง เจี้ยนเวย ชีวิตคู่มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ"หลีไห่ฉินเอ่ยไปก็ร้องไห้ไป เพราะไม่รู้ว่าจะอวยพรอะไร มันตื้นตันไปห
อู๋ซั่วหยางเดินไปบ้านจางอย่างทรมาน เพราะท่านพ่ออู๋จากไปอย่างไม่ทันได้เตรียมใจอะไรไว้เลยสักอย่าง ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลยว่าท่านพ่ออู๋นั่นป่วยอะไรหรือ "ซั่วหยาง มีอะไรเกิดขึ้นเจ้าร้องไห้ทำไมหรือ""ท่านป้าหลี ท่านพ่อข้าเสียแล้วขอรับ…ท่านลุงจางอยู่หรือไม่ขอรับ""…"หลีไห่ฉินนั้นนิ่งลงทันทีใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที สิ่งที่อู๋ซั่วหยางบอกเป็นเรื่องจริงหรืออู๋เจียงสงจากไปแล้วจริงหรือ"รอก่อนนะ นั่งพักเสียก่อนซั่วหยาง"หลีไห่ฉินรีบเข้าไปแจ้งสามีทันที วันนี้ทั้งโจวอี้หานและจางเจี้ยนเวยนั้นไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านอีกด้วย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาตอนไหนกัน เพราะไปรับซื้อข้าวเหนียวให้อู๋ซั่วหยางที่หมู่บ้านอื่น"…"อู๋ซัาวหยางทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น เพราะตอนนี้มีแต่เสียงร้องไห้ที่เปล่งออกมา วันนี้ทั้งพี่อี้หานและพี่เจี้ยนเวยไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน เพราะต้องไปรับข้าวเหนียวอีกหมู่บ้าน "ซั่วหยางเรื่องมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจียงสงถึง…""ข้าไม่รู้ขอรับ เหมือนท่านพ่อจะนอนหลับไปเฉย ๆ ขอรับ"ตอนอู๋ซั่วหยางเข้าไปในห้อง ท่านพ่ออู๋เหมือนคนที่นอนหลับแล้วไม่ตื่น หากภาษาชาวบ้านก็เรียก ใหลตาย"งั้นพี่ไปกันเถอะ"บ้
ยามเฉิน(07.00-08.59 น.)"ดีจริง ๆ เลยนะ เช้านี้กินน้ำต้มข้าวหรือข้าวต้มใส่น้ำกันแน่ แล้วนี่อะไรผักนี่ไปเอามาจากไหนกัน เจ้าซั่วหยาง""ลืมอะไรไปหรือว่าที่บ้านต้องประหยัด จะมากินเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ท่านก็น่าจะรู้ดีนะ""นี่! เจ้าโง่ ข้ารู้แต่เพราะเมื่อคืนก็กินแต่น้ำข้าวต้มไปแล้วไม่ใช่หรือไง เช้าน
โจวอี้หานรับรู้ถึงสายตาของโจวจี้ไหลกับโจวจี้ฉุนที่มองมายังเขา คงจะกำลังนินทาเขาอยู่ แต่สองคนนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรออกจะตลกเสียด้วยซ้ำ โชคดีที่คนทั้งสองมีภรรยาดีที่พอจะควบคุมสามีให้อยู่ในขอบเขตได้แต่มีคนหนึ่งที่เขานั้นรู้สึกกลัวเป็นที่สุด คือ โจวลู่อี(เป็นเกอ) เป็นลูกคนเล็กของท่านลุงโจวและก็เป็นเก
โจวอี้หานทำงานมาหลายเดือนเงินที่หามาได้ก็นำมาซ่อมแซมบ้านที่เก่าผุพังให้ดีกว่าเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ประหยัดกว่าการสร้างใหม่ เพราะหลังจากที่เสียท่านพ่อท่านแม่ไปที่บ้านก็เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ถึงจะมีครอบครัวท่านลุงใหญ่อยู่เป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันท่านพ่อท่านแม่นั้นแยกออกมาจากบ้า
ยามเฉิน (07.00-08.59 น.)อู๋ซั่วหยางไปที่ไร่กับท่านพ่ออู๋เพียงสองคน เพราะเหว่ยฟางนางยังเคืองเรื่องเมื่อวานอยู่บวกกับอู๋ฉานอิ่งที่ล้มป่วยที่แปลว่าแสดง คือป่วยการเมืองเสียมากกว่า"ที่ดินของที่บ้านติดจำนองจริงหรือท่านพ่อ""ใช่ คิดว่าพ่อโกหกหรือ""เปล่าหรอกขอรับ แต่ข้าแค่ไม่คิดว่าสถานการณ์เรื่องเงินในบ







