เข้าสู่ระบบยามเฉิน(07.00-08.59 น.)
"ดีจริง ๆ เลยนะ เช้านี้กินน้ำต้มข้าวหรือข้าวต้มใส่น้ำกันแน่ แล้วนี่อะไรผักนี่ไปเอามาจากไหนกัน เจ้าซั่วหยาง"
"ลืมอะไรไปหรือว่าที่บ้านต้องประหยัด จะมากินเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ท่านก็น่าจะรู้ดีนะ"
"นี่! เจ้าโง่ ข้ารู้แต่เพราะเมื่อคืนก็กินแต่น้ำข้าวต้มไปแล้วไม่ใช่หรือไง เช้านี้จะให้กินอีกหรือไง ในครัวก็ยังพอมีของทำกินอยู่"
"เก็บไว้ทำมื้อเย็น"เกิดเป็นอู๋ซั่วหยางช่างเหนื่อยเสียจริง แต่ก็ยังมีคนที่มีชะตากรรมที่หนักกว่านี้อีกมากมาย เกิดเป็นตัวไร้ค่าในครอบครัวเช่นนี้
"แต่ข้าจะกินมื้อนี้และเดี๋ยวนี้ ทำให้ข้ากับลูกซะเจ้าอัปลักษณ์"ที่เหว่ยฟางกล้าที่จะเอ่ยเช่นนี้ได้ เพราะอู๋เจียงสงผู้เป็นสามีนั้นออกไปไร่แต่เช้าแล้ว
"หึ ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ ด้วยสินะว่าที่บ้านตอนนี้ต้องประหยัด หากท่านนำของไปทำกินก็ย่อมทำได้ แต่ของเหล่านั้นคงจะกินอยู่แค่ปากของท่านกับลูกของท่านเท่านั้น แล้วคนอื่นล่ะไม่เห็นหัวใช่ไหมล่ะ สมกับเป็นท่านดีนะ"อู๋ซั่วหยางยกถ้วยน้ำข้าวต้มเสร็จก็ออกไปข้างนอก เขาตั้งใจว่าจะไปซักผ้าถึงจะเช้าไปหน่อยก็ตาม จะเอาไปตากที่นาพอจะทำที่ตากได้อยู่ กลัวว่านำมาตากที่บ้านในช่วงอารมณ์ของเหว่ยฟางตอนนี้น่าจะไม่ปลอดภัย
ลำธาร
ระหว่างที่เดินมาลำธารอู๋ซั่วหยางรู้สึกว่ามีคนเดินตามตลอด แต่พอหันกลับไปก็ไม่เห็นมีใครถึงจะเช้าอยู่ แต่ก็พอมีชาวบ้านเดินมาตักน้ำไปไว้ใช้กันอยู่บ้าง
"ตามข้ามาทำไมกัน"
"ข้าจะมาซักผ้าเหมือนกัน…ขอรับ"อู๋ซินถงซักผ้าไม่เป็น เพราะไม่เคยซักเองมาก่อนคนที่ซักให้มาตลอดคือพี่ใหญ่ของเขา ไม่ใช่ท่านแม่หรือว่าใคร
"ข้าแบ่งให้ก่อนออกมาข้าเห็นพี่ไม่ได้กินอะไรที่อยู่ท้องเลยขอรับ"
"ทำไมถึงแบ่งข้าล่ะเกลียดข้าไม่ใช่หรือไง"
"ไม่ได้เกลียดแค่ไม่ชอบ พี่ดูดีกว่าข้าเยอะข้าเคยเห็นร่างที่แท้จริงของพี่นะ แค่รู้สึกอิจฉาพี่มาก ๆ เลยแสดงออกไปเช่นนั้น แต่ข้าคงจะลืมไปว่าพี่ทำอะไรให้ข้าตั้งมากมาย"
"จะบอกว่าคิดได้และสำนึกหรือ เพราะเหตุใดถึงสำนึกล่ะ"
"วันนั้นที่เราเจอกันและสหายของข้าพูดดูถูกพี่ เป็นวันเดียวกันที่ข้าและสหายเข้าป่า เพราะพวกเขาบอกว่ามีน้ำตกที่สวยอยู่ ข้าจึงเชื่อใจ แต่พอไปถึงกลับไม่ใช่น้ำตก แต่เป็นบุรุษผู้หนึ่งที่รออยู่"
"เจ้ารอดหรือไม่รอด แค่ตอบคำเดียว"
"ไม่ ข้าไม่ได้โชดดีขอรับพี่ใหญ่ จนตอนนั้นข้ารับรู้ได้ทันทีถ้ามีพี่อยู่ตรงนั้นพี่จะช่วยข้าอย่างแน่นอน เพราะไม่มีใครจริงใจและรักข้าเท่าพี่มาก่อน"
"…"อู๋ซั่วหยางที่ได้ยินเรื่องที่อู๋ซินถงเจอเขานั้นนิ่งทันที สิ่งแรกที่ทำหลังจากที่ได้สติคือดึงอู๋ซินถงเข้ามากอด คงจะเป็นความรู้สึกของร่างนี้ บางทีในความทรงจำกับความจริงคงจะมีอะไรที่สวนทางกันจริง ๆ ตั้งแต่ที่เขานั้นเข้ามาอยู่ในร่างนี้
ถึงอู๋ซินถงจะเคยทำไม่ดีกับอู๋ซั่วหยางคนเก่ามาก่อน แต่อู๋ซินถงก็ไม่ควรที่จะต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะว่าไม่มีใครรับได้อย่างแน่นอน
"พี่จะพาไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน มันผู้นั้นเป็นใครบอกพี่มาพี่จะไปเอาเรื่องมันให้เอง"
"ไม่พี่ใหญ่ให้มันจบแค่นี้เถอะ ความรับผิดชอบข้าก็ไม่อยากได้จากชายผู้นั้น"
"เพราะอะไรถึงไม่ให้พี่เอาเรื่องมันหรือเจ้าพยายามที่จะปกป้องใครอยู่ซินถง"
"…"
"ใช่ สินะ"ถ้าคนที่อู๋ซินถงพยายามที่จะปกป้องก็คงเป็นคนที่เขารัก นอกจากท่านพ่อก็…หนีไม่พ้นหากเป็นนางคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่
"ถึงท่านแม่ดูจะรักข้าทำดีกับข้า แต่คนที่ท่านแม่รักมากที่สุดคือฉานอิ่งเท่านั้น เพียงเพราะข้าเป็นเกอ"
"แล้วชายผู้นั้นใช่คนในหมู่บ้านหรือคนนอกกัน"
"เป็นคนที่นี่และข้าไม่คิดที่จะอยากเจอคนทุเรศเช่นนั้นอีก"เพราะไม่รู้จะโทษอีกฝ่ายได้เต็มปากไหม เรื่องเช่นนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้นด้วยซ้ำ
"ถ้าเจ้าจะให้จบพี่เองก็ทำอะไรไม่ได้ มันเป็นความต้องการของเจ้า แต่รู้ใช่ไหมว่าไปไหนมาไหนคนเดียวต่อจากนี้มันจะอันตราย หากเจอคนผู้นั้น"อู๋ซั่วหยางมีข้อสงสัยอยู่สองข้อ หนึ่งเหว่ยฟางรู้เห็นแน่ ๆ สองคนผู้นั้นอาจะเป็นคนรักหรือคนที่แอบชอบอู๋ซินถงอยู่ หรือู๋ซินถงก็แอบมีใจให้อีกฝ่าย แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันผิดที่ผิดเวลา ผิดจังหวะที่มันควรจะเป็นไปหน่อย
"เขาไม่กล้าที่จะทำเรื่องเช่นนั้นอีกแน่นอนขอรับ ส่วนเรื่องไปไหนมาไหนคนเดียวข้าจะระวังตัวขอรับ เพราะข้าไม่มีเพื่อนแล้วขอรับ"
"เพื่อนไม่ดีก็ตัดทิ้งไปไม่เห็นเป็นอะไรเลย อย่าไปสนใจ"
"หึหึ พี่คุยกับข้ายาวขนาดนี้เท่ากับว่าพี่ให้อภัยข้าแล้วเช่นไหมขอรับ พี่ใหญ่"
"ที่ผ่านมาก็ช่างมันเถอะสำนึกผิดแล้วปรับปรุงตัวก็พอแล้ว"แล้วใครจะโกรธลงเรื่องที่อู๋ซินถงเล่าและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในเวลาที่รวดเร็วและเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ทำให้เชื่อและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน แต่ดีหน่อยเรื่องที่คุยกันคนที่ลำธารต่างกลับไปหมดแล้ว เพราะมาเพียงตักน้ำไว้ใช้เท่านั้น
"เช่นนั้นซักผ้าต่อเถอะพี่ซักเสร็จไม่ได้จะนำไปตากที่บ้านนะ แต่จะไปตากที่นาแทน"
"ข้าจะไปด้วยขอรับ"
"ได้ ซินถงพี่อยากให้เจ้าคิดใหม่เรื่องไปช่วยงานที่ไร่ในตอนนี้ พี่พึ่งจะรู้เรื่องที่ดินเมื่อวานนี้เอง"
"ที่ดินที่เหลือเป็นของพี่ส่วนของข้าติดจำนองไปแล้วขอรับทำอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วขอรับ"
"อีกตั้งหลายเดือนอะไรก็เกิดขึ้นได้ อีกอย่างตอนนี้ยังเป็นของเจ้าอยู่นะบนที่ดินมีสิ่งล้ำค่าตั้งมากมาย เจ้าก็ลองไปเดินดู"
"ขอรับ"
ที่ดินตระกูลอู๋
อู๋ซั่วหยางเดินเคียงคู่มากับอู๋ซินถงก็สร้างความแตกตื่นให้คนที่พบเห็น และรวมถึงท่านพ่ออู๋ด้วยถึงจะตกใจ แต่ก็ดีใจที่ลูกสองคนรักกันคงจะปรับความเข้าใจกันแล้ว
"พ่อดีใจนะที่เห็นภาพนี้"
"ท่านพ่อซินถงจะมาช่วยงานที่ไร่ด้วยขอรับ"
"ได้เดี๋ยวให้ซั่วหยางพาเดินดูก่อนนะซินเอ๋อร์"
"ขอรับท่านพ่อ"
ระห่างที่เดินดูบริเวณที่ดินนั้น อู๋ซั่วหยางก็เปิดใจกับอู๋ซินถงมากขึ้นและเริ่มที่จะสนิทใจกันมากขึ้น "พี่ใหญ่เมื่อวานข้าเข้าเมืองไป ข้านำข้าวของมีค่าไปขายมาขอรับ"
"พี่พอจะรู้ว่าเจ้านำไปขายทำไม"หลังจากที่ท่านพ่อออกไปเหว่ยฟางก็เข้าไปค้นห้องของอู๋ซินถงทันที แต่ไม่เจอของที่นางต้องการและวันนี้นางคงจะต้องเข้ามาค้นอีกเป็นแน่
"วันนี้ท่านแม่ต้องมาที่ห้องของข้าอีกแน่นอนขอรับ ข้ากลัวว่าจะซ่อนไม่มิดขอรับพี่ใหญ่"เงินที่อู๋ซินถงนำของมีค่าไปขายรวมถึงเสื้อผ้าบางส่วนที่มี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เงินที่ได้ประมาณ 1 ตำลึงเงิน
"พี่เข้าใจแล้ว"อู๋ซินถงต้องการให้เขานั้นเก็บเงินให้หรือหาที่ซ่อนเงินที่ดีกว่าที่บ้าน แต่หากจะเก็บข้างนอกก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี
บ้านอู๋
เหว่ยฟางที่พยายามที่จะค้นหาเงินที่อู๋ซินถงนำข้าวของไปขายมา แต่นางกับไม่เจออะไรเลยไม่รู้ว่านำไปซ่อนไว้ที่ไหนกัน แถมวันนี้ก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าเสียด้วย
"ท่านแม่พี่รองนำของไปขายจริง ๆ หรือเจ้าคะ"
"ใช่ ข้าวของในห้องถึงได้หายไปมากมายขนาดนี้ เจ้าลูกคนนี้นี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ"
"เอาไปขายได้อย่างไรกันพี่รองไม่เสียดายหรือไงกัน ของสวย ๆ งาม ๆ เช่นนั้นลูกขายไม่ลงหรอกเจ้าค่ะท่านแม่"
"ใช่ ๆ ฉานเอ๋อร์ลูกสาวแม่จะต้องแต่งตัวสวย ๆ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับบุรุษที่ร่ำรวยและเพียบพร้อมกับลูกของแม่ที่สุด"
"จริงที่สุดเจ้าค่ะท่านแม่"อู๋ฉานอิ่งวาดฝันความสุขที่จอมปลอมและไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่าในอนาคต นางวาดฝันชีวิตที่สุขสบาย ความร่ำรวย จากผู้เป็นแม่ที่เฝ้าบอกนางอยู่ตลอด
ไร่ตระกูลอู๋ตอนนี้หูเย่จวนนั้นเป็นคนดูแลไร่ตระกูลอู๋ โดยถูกว่าจ้างเดือนละสามตำลึงเงิน แลกกับยามที่ไม่คนอยู่ก็มาดูแลไร่มีตรงไหนที่ต้องจัดการ "ท่านป้าเย่จวนข้ามากำจัดวัชพืชให้ไร่ของซินถงขอรับ""ตามสบายเลยนะ"ทั้งอู๋ซั่วหยาง อู๋ซินถง และอู๋เจียงสงรวมถึงโจวอี้หานด้วย จะจ่ายโจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนในการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นในไร่ เพราะทุกคนไม่มีเวลาตรงนี้ทุกคนตกลงจะจ่ายให้คนทั้งสองเป็นรายเดือน โจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนจะได้หนึ่งตำเงินจากบ้านอู๋ แต่สำหรับโจวอี้หานจะให้คนละหนึ่งตำลึงเงินและอีกห้าร้อยอีแปะ เพราะต้องการจะให้หลานด้วย แต่เพราะให้มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะคนทั้งสองจะไปรับ "ท่านป้าหากทำเสร็จเร็วข้าจะมาช่วยรดน้ำขอรับ"โจวจี้ไหลนั้นรู้สึกว่าบ้านอู๋ให้เงินเขากับน้องชายมากเกินไปเดือนละหนึ่งตำลึง เดือนหนึ่งถอดและกำจัดวัชพืชไร่หนึ่งเดือนละสองครั้งเอง แต่ได้คนละหนึ่งตำลึงเงิน ซึ่งมันมากไปก็ทำได้แค่ช่วยแบ่งเบางานท่านป้าเย่จวน เพราะตอนนี้ท่านป้าเย่จวนดูแลไร่ยามที่คนบ้านอู๋ไม่อยู่"ได้ ขอบใจนะจี้ไหล"5 ปี ต่อมา"นี่ เลิกตามข้าได้แล้วข้ามีงานที่จะต้องทำอีก เจ้าไม่มีงานมีการทำหรืออย่างไรกัน ทำตัวเป็นคนว่าง
6 ปี ต่อมาโรงเรียนศึกษากวดวิชาชื่อนี้เป็นอู๋ซั่วหยางกับโจวอี้หาน เป็นคนตั้งให้อาเป่า เพราะตอนนี้อาเป่านั้นได้กลับมาแล้วและกำลังจะเปิดสอน ให้เหล่าบัณฑิตใหม่หรือคนที่สนใจเรื่องการศึกษา ตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอาเป่าอีกแล้ว แต่เป็นท่านอาจารย์เป่า "จะไปไหนน่ะอาเป่าพึ่งจะกลับมาถึงเองนะ หรือไปหาท่านพ่อหรือ""เปล่า ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะไปตัดเสื้อใหม่เสียหน่อยขอรับ""ดู น้องพี่ขอรับพี่ใหญ่ แทนที่จะไปหาท่านพ่อ แต่ไปหาคนรักก่อน"อู๋ซินถงนั้นเอ่ยแซวน้องชายเท่านั้น ที่ตอนนี้ดูภูมิฐานมาก โตเต็มวัย รูปหล่อเสียอีกด้วย "หึ ก็เขารักของเขา"อู๋ซั่วหยางได้เขียนจดหมายส่งให้อาเป่า บอกถึงมู่จื่อซินว่าได้เลิกกับชายที่ชื่อเจียเล่อแล้ว เพราะจับได้ว่าอีกฝ่ายเจ้าชู้ไม่ได้มีมู่จื่อซินแค่คนเดียว หลังจากอาเป่าไปได้ปีกว่า ๆ แต่หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าอาเป่าทำเช่นไรต่อ แต่ก็ไม่เห็นว่ามู่จื่อซินนั้นสนใจผู้ใดเลย ไม่รู้ว่าไปแอบคบกันตอนไหนกันร้านตัดเย็บมู่จื่อซิน"ร้านตัดเย็บยินดีต้อนรับขอรับ"ร้านตัดเย็บของมู่จื่อซินนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมีลูกค้าขาประจำเพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ทำคนเดียวไม่ได้แล้ว ตอนนี้ที่ร้านมีลูกจ้างสองคน แต
หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งกล่าวอวยพรเสร็จก็เป็นเวลาฉลองต้องพาเจ้าบ่าวไปสังสรรค์เสียก่อนถึงจะพามาส่งเจ้าสาวที่รออยู่ในห้อง"พี่เขยโจว พี่เขยจาง ข้าต้องทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือขอรับ""ถึงขนาดนี้แหละลูกติดไว หากอยากได้ลูกสาวก็ทำท่าที่พี่บอก"จางเจี้ยนเวยกำลังถ่ายทอดวิชาราคะให้อาเป่าศิษย์รุ่นที่สอง เพราะศิษย์รุ่นแรกคือโจวอี้หาน ที่ตอนนี้ลูกสามแล้ว"อย่างที่เจี้ยนเวยบอกในห้องมีบริเวณกว้างเจ้าก็ใช้ให้เป็นประโยชน์เสียอาเป่า คืน เข้าหอมีเพียงคืนเดียวเท่านั้นและเป็นคืนที่สำคัญต่อคู่บ่าวสาวมาก"โจวอี้หานนั้นไม่เคยคิดว่าจะต้องมาแนะนำเรื่องเพศศึกษาให้อาเป่า แต่เพราะน้องชายนั้นขาดประสบการณ์จึงต้องเร่งอัดฉีดวิชาก่อนที่จะพาไปส่งเจ้าสาวที่รออยู่ด้านอู๋ซั่วหยางที่เจอเข้ากับโจวลู่อี นี่ ก็สิบปีได้แล้วที่ไม่ได้เจออีกฝ่ายวันนี้ที่เจอ เพราะบ้านมู่ก็สนิทกับบ้านของโจวลู่อีอยู่ไม่น้อย และอีกฝ่ายคงจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวด้วย"ข้าดีใจนะที่เจอเจ้าที่นี่""อืม เจ้าสบายดีหรือไม่ลู่อี""ข้าสบายดีได้ข่าวมาบ้างว่าเจ้าเปิดร้านขนมหรือ หากมีโอกาสข้าจะไปอุดหนุนนะ""ได้สิ เจ้ามาอยู่กี่วันล่ะ พาลูกและสามีของเจ้าไปเที่ยวในเม
3 เดือนต่อมาร้านราดหน้าบ้านอู๋"โต๊ะหก โต๊ะเจ็ด สั่งพิเศษอย่างละสามขอรับพี่ใหญ่""โต๊ะสิบ โต๊ะสิบสอง พิเศษอย่างละสองขอรับพี่ใหญ่"อาเป่าหลังจากที่ปิดเทอมก็มาช่วยงานที่ร้านราดหน้า เพราะพี่รองของเขานั้นตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่า ๆ ส่วนพี่ใหญ่นั้นบอกว่าขอทำงานอีกหน่อยคงจะปีหน้า แต่พี่เขยโจวเหมือนจะอยากมีแล้ว"อาเป่าเติมเนื้อหมูให้พี่รองของเจ้าหน่อย"อู๋ซั่วหยางเป็นห่วงอู๋ซินถงเหมือนกัน เพราะตั้งครรภ์ได้เกือบจะสามเดือนแล้ว และอู๋ซินถงดื้อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือไม่ยอมหยุดทำงาน เช่นตอนนี้ที่ยืนทำราดหน้าอยู่"พี่ใหญ่ข้าทำได้ขอรับ ถ้าเหนื่อยข้าจะพักขอรับ""เจ้าดื้อเดี๋ยวพี่เจี้ยนเวยมาพี่จะฟ้องให้ดู""ข้าไม่กลัวอยู่แล้วขอรับ""จริงหรือ""ขะ ขอรับ"ความจริงอู๋ซินถงมีความเกรงใจสามีตั้งหาก แต่ไม่ได้กลัวนะ เพราะท่านพ่ออู๋บอกว่าห้ามเกรงกลัวสามี เพราะเดี๋ยวจะมาข่มเราได้"กลัวขอรับพี่ใหญ่ พี่รองกลัวพี่เขยจาง หากพี่เขยจางมาคงจะงอนพี่รองอย่างวันนั้นแน่นอนขอรับ"อาเป่าเห็นชีวิตคู่ของพี่ใหญ่ พี่รอง ของเขาก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาชีวิตคู่ แต่สุดท้ายก็ดีกันเหมือนเดิม"ท่านพ่อไม่มีใครอยู่ข้างข้าเลยขอรับ""ใช่ เพร
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ของอู๋เจียงสงที่ตายแล้วฟื้นมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมาเยี่ยมมากมาย และอีกส่วนที่ไม่กล้ามาเพราะเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น คนตายคือตายจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกันจนมาถึงงานมงคลที่สร้างความตกใจและแตกตื่นในใบหน้าของอู๋ซั่วหยางที่ไม่มีอะไรปกปิด สีผิวที่แท้จริงเป็นผิวขาวออกธรรมชาติเหมือนสตรีชนชั้นสูง ใบหน้าที่ผู้ใดเห็นก็สะกดสายตาผู้พบเห็น เสียงเอ่ยชมมากมายเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้อู๋ซั่วหยางต่อไปนี้คงจะไม่มีใครกล้าเอ่ยว่าเป็นเกออัปลักษณ์อีกแล้ว เพราะวันนี้ชาวบ้านได้เห็นกระจ่างแจ้งแล้วว่า อัปลักษณ์หรืองดงาม บุรุษหลายคนที่ยังโสดนั้นต่างแอบมองและส่งสายตาให้และคงจะแอบเสียดายไปด้วย แต่ก็ถูกสายตาของโจวอี้หานส่งกลับมา ประมาณว่านี้ ภรรยาข้า"ขอให้ลูกทั้งสองคนมีชีวิตคู่ที่มีความสุข อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า อี้หาน เจี้ยนเวยฝากดูแลลูกของพ่อด้วยนะ พวกเจ้าจะต้องดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่""ขอรับท่านพ่ออู๋""ขอรับท่านพ่ออู๋""ซั่วหยาง อี้หาน ซินถง เจี้ยนเวย ชีวิตคู่มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ"หลีไห่ฉินเอ่ยไปก็ร้องไห้ไป เพราะไม่รู้ว่าจะอวยพรอะไร มันตื้นตันไปห
อู๋ซั่วหยางเดินไปบ้านจางอย่างทรมาน เพราะท่านพ่ออู๋จากไปอย่างไม่ทันได้เตรียมใจอะไรไว้เลยสักอย่าง ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลยว่าท่านพ่ออู๋นั่นป่วยอะไรหรือ "ซั่วหยาง มีอะไรเกิดขึ้นเจ้าร้องไห้ทำไมหรือ""ท่านป้าหลี ท่านพ่อข้าเสียแล้วขอรับ…ท่านลุงจางอยู่หรือไม่ขอรับ""…"หลีไห่ฉินนั้นนิ่งลงทันทีใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที สิ่งที่อู๋ซั่วหยางบอกเป็นเรื่องจริงหรืออู๋เจียงสงจากไปแล้วจริงหรือ"รอก่อนนะ นั่งพักเสียก่อนซั่วหยาง"หลีไห่ฉินรีบเข้าไปแจ้งสามีทันที วันนี้ทั้งโจวอี้หานและจางเจี้ยนเวยนั้นไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านอีกด้วย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาตอนไหนกัน เพราะไปรับซื้อข้าวเหนียวให้อู๋ซั่วหยางที่หมู่บ้านอื่น"…"อู๋ซัาวหยางทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น เพราะตอนนี้มีแต่เสียงร้องไห้ที่เปล่งออกมา วันนี้ทั้งพี่อี้หานและพี่เจี้ยนเวยไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน เพราะต้องไปรับข้าวเหนียวอีกหมู่บ้าน "ซั่วหยางเรื่องมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจียงสงถึง…""ข้าไม่รู้ขอรับ เหมือนท่านพ่อจะนอนหลับไปเฉย ๆ ขอรับ"ตอนอู๋ซั่วหยางเข้าไปในห้อง ท่านพ่ออู๋เหมือนคนที่นอนหลับแล้วไม่ตื่น หากภาษาชาวบ้านก็เรียก ใหลตาย"งั้นพี่ไปกันเถอะ"บ้
อู๋ซินถงใช้เวลาอยู่ที่ไร่ที่นาทั้งวัน ที่นี่ก็บรรยากาศดีแถมลมพัดผ่านเย็นสบายมากอีกด้วย ท่านพ่อเองก็ดูจะชอบอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก"เดี๋ยวยกขึ้นหลังเกวียนจะได้เอาไว้ต้มตอนเย็น"อู๋ซั่วหยางพาอู๋ซินถงขุดหาเผือกหามันมาไว้ต้มกิน เพราะกลับไปที่บ้านคงจะไม่มีอะไรกิน ดีที่วันนี้ท่านพ่อดักปลาได้ถึ
โจวอี้หานรับรู้ถึงสายตาของโจวจี้ไหลกับโจวจี้ฉุนที่มองมายังเขา คงจะกำลังนินทาเขาอยู่ แต่สองคนนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรออกจะตลกเสียด้วยซ้ำ โชคดีที่คนทั้งสองมีภรรยาดีที่พอจะควบคุมสามีให้อยู่ในขอบเขตได้แต่มีคนหนึ่งที่เขานั้นรู้สึกกลัวเป็นที่สุด คือ โจวลู่อี(เป็นเกอ) เป็นลูกคนเล็กของท่านลุงโจวและก็เป็นเก
โจวอี้หานทำงานมาหลายเดือนเงินที่หามาได้ก็นำมาซ่อมแซมบ้านที่เก่าผุพังให้ดีกว่าเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ประหยัดกว่าการสร้างใหม่ เพราะหลังจากที่เสียท่านพ่อท่านแม่ไปที่บ้านก็เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ถึงจะมีครอบครัวท่านลุงใหญ่อยู่เป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันท่านพ่อท่านแม่นั้นแยกออกมาจากบ้า
ยามเฉิน (07.00-08.59 น.)อู๋ซั่วหยางไปที่ไร่กับท่านพ่ออู๋เพียงสองคน เพราะเหว่ยฟางนางยังเคืองเรื่องเมื่อวานอยู่บวกกับอู๋ฉานอิ่งที่ล้มป่วยที่แปลว่าแสดง คือป่วยการเมืองเสียมากกว่า"ที่ดินของที่บ้านติดจำนองจริงหรือท่านพ่อ""ใช่ คิดว่าพ่อโกหกหรือ""เปล่าหรอกขอรับ แต่ข้าแค่ไม่คิดว่าสถานการณ์เรื่องเงินในบ







