Home / ระบบ / ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80 / ตอนที่ 3 ศัตรูในคราบมิตรสหาย

Share

ตอนที่ 3 ศัตรูในคราบมิตรสหาย

last update Last Updated: 2025-11-20 13:57:13

หลังจากทุกคนออกไปแล้วเมิ่งเหยาก็ลุกขึ้นมานั่งและมองสำรวจรอบห้องตัวเองอีกครั้ง

‘นี่มันยุค 80 จริงๆสินะ น่าสนใจจัง เอาเถอะ..ในเมื่อเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ต่อ ไปนี้เธอจะใช้ชีวิตเป็นเมิ่งเหยาในโลกใบใหม่ให้ดีเลยล่ะ’ เมิ่งเหยาคิด เธอไม่มีอะไรผูกพันกับโลกก่อนหน้านี้แล้ว พ่อแม่ที่ให้กำเนิดก็ทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธออายุยังน้อย ย่าของเธอ..ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ซึ่งเธอให้ควาสำคัญก็จากไปนานแล้วเช่นกัน

ตอนนี้เธอกลับโชคดีได้มีชีวิตในโลกใบใหม่ มีพ่อแม่ที่ดูท่าว่าจะรักและห่วงใยเธอมาก แม้นแม่ของเธอจะจู้จี้อยากให้เธอแต่งออกไปกับมู่เฉินซึ่งมีสถานะทางบ้าน อาชีพหน้าที่การงานดีพร้อมทุกอย่างก็ตาม แต่ทั้งหมดก็เป็นไปเพราะรักและใส่ใจเธอมากนั่นเอง

ครอบครัวสกุลลู่เป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อกับแม่เธอมีทรัพย์สินที่ดินทำกิน ทำการเกษตรสืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษ หลังจากรัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนทำมาหากินในที่ดินของตนเองและเริ่มค้าขายเองได้ในช่วงปลายยุค 70 พ่อของเธอก็หันมาทำไร่ชา หาเลี้ยงครอบครัวกระจายรายได้ให้คนในหมู่บ้านฉางจงไห่มาโดยตลอด

‘เมืองหวงซานเป็นเมืองที่สวยงาม ต่อไปจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ การที่พ่อของเธอทำไร่ชาแบบนี้สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกหลากหลายช่องทางเลยทีเดียว แต่ยุคสมัยนี้ผู้คนให้ความสำคัญกับสถานะการศึกษาไม่น้อย ดังนั้นแล้วการที่เธอไปเรียนต่อที่เซินเจิ้นเมืองสำคัญหลักอีกเมืองหนึ่งก็เป็นการดีเช่นกัน’ เมิ่งเหยาคิดวางแผนหนทางในวันข้างหน้าเพื่อสร้างฐานะอันมั่นคงให้กับครอบครัวและตัวเธอเอง

‘ด้วยความรู้ความสามารถของเธอในยุคสมัยนี้ รับรองว่าต้องนำพาสกุลลู่ให้เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งร่ำรวยได้ไม่ยาก’ เมิ่งเหยาคิดพร้อมยิ้มพอใจกับโอกาสอันน่ามหัศจรรย์ที่ทำให้เธอได้มาใช้ชีวิตใหม่ในยุคทองของเศรษฐกิจและความรุ่งโรจน์เช่นยุคแปดสิบนี้

“ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมดเลย คงเพราะตกจากเนินเขาสินะ ถ้ามียาแก้อักเสบปวดเมื่อยก็ดีน่ะสิจะได้กินสักเม็ดสองเม็ด” เมิ่งเหยาบ่นกับตัวเอง จากนั้นจู่ๆก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมาที่นิ้วกลางข้างซ้ายของเธอ ก่อนจะมีซองใส่ยาวางอยู่ตรงหน้า

‘เอ๊ะ ยานี่มาได้ไงกัน แล้วแสงนั่น อะไรน่ะ..นี่มันแหวนของคุณย่านี่นา ติดตัวมากับเธอด้วยงั้นเหรอ’ เมิ่งเหยาคิดก่อนจะก้มลงมองที่นิ้วกลางข้างซ้ายของตัวเอง ซึ่งมีแหวนหยกเก่าแก่มรดกตกทอดจากย่าของเธอสวมอยู่

‘ยานี่ออกมาจากแหวนงั้นเหรอ’ จากนั้นเมิ่งเหยาก็หยิบซองยาตรงหน้าขึ้นมาพิจารณาดู มันเป็นยาแก้ปวดแก้อักเสบที่เธอต้องการและนึกถึงเมื่อครู่

‘นี่มันยายี่ห้อเดียวกันกับที่ร้านค้ายาของซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าหรูที่เธอดูแลอยู่นี่นา’ เมิ่งเหยาคิด จากนั้นก็มีแสงสว่างวาบออกมาจากแหวนหยกอีกรอบหนึ่ง

‘อะไรกัน? ซูเปอร์มาร์เก็ตงั้นเหรอ? เหมือนกับในห้างที่เธอดูแลอยู่เลย แต่ว่า..เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ ไม่ใช่ว่าเธอทะลุมิติย้อนเวลาไปอีกโลกหนึ่งแล้วงั้นเหรอ’ เมิ่งเหยามองไปโดยรอบซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของห้างหรูที่เธอดูแลอยู่อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ข้าวของเยอะแยะมากมายวางพร้อมอยู่เต็มชั้นวางของ ทั้งของกินของใช้ ของสด ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูปสารพัดอย่าง รวมทั้งร้านขายยาที่ตั้งอยู่ในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย จะมีต่างออกไปก็แค่..ที่แห่งนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น

‘เยี่ยมไปเลย นี่เป็นห้วงมิติวิเศษจากแหวนหยกของคุณย่าสินะ แบบนี้แล้วเธอก็อยู่ในโลกใบใหม่ได้อย่างสบายเลยล่ะ ทั้งยังมีช่องทางในการทำเงินได้อย่างง่ายดายด้วย หนทางในการเป็นเศรษฐินีสาวสวยรวยเสน่ห์ ผู้มั่งคั่งร่ำรวยในยุคแปดสิบนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยสักนิด’ เมิ่งเหยาคิดอย่างพอใจ ก่อนจะเดินหยิบเลือกข้าวของมากมายหลากหลายอย่างในมิติพิเศษ รวมทั้งของกินออกไปด้วย

หลังเลือกของออกมาจากมิติพิเศษและได้รับการพักผ่อนเพียงพอแล้ว เมิ่งเหยาก็ออกมาจากห้อง พบข้อความที่แม่ของเธอทิ้งเอาไว้บนโต๊ะในห้องรับแขก แจ้งว่านำอาหารกลางวันไปให้พ่อของเธอที่ไร่ เมิ่งเหยาจึงถือโอกาสเดินสำรวจโดยรอบบ้านอีกครั้งตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

จากนั้นก็ออกไปเดินเล่นนอกบ้านสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่แทบจะหาไม่ได้เลยในตัวเมืองปักกิ่งที่เธออาศัยอยู่ในโลกก่อนหน้านี้ สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงมากมาย ถนนหนทางแออัด มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยรถรา ทางพิเศษสูงต่ำและโรงงานอุตสาหกรรม บ้านเมืองเต็มไปด้วยฝุ่นควัน

เมิ่งเหยาออกมานอกบ้านหลังขนาดกลางที่มีห้องนอนสองห้อง ห้องรับแขก ห้องครัวที่บริเวณโดยรอบมีสวนเล็กๆหน้าบ้าน ปลูกพืชผักกินได้เอาไว้หลังบ้าน มีรั้วไม้ล้อมรอบตัวบ้านอีกชั้นหนึ่ง นับเป็นบ้านที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เรียกได้ว่าอบอุ่นกำลังดีเลยล่ะ

“เมิ่งเหยา เธอออกมาเดินเล่นได้แล้วงั้นเหรอ” เสียงทักทายดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นเสิ่นชิงเหยียน เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอนั่นเอง

‘ผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนภายนอกจะเป็นคนดีมีน้ำใจ สุภาพ อ่อนโยน หัวอ่อน แต่ความจริงแล้วมักจะคอยกลั่นแกล้งใส่ร้าย สร้างสถานการณ์ให้เจ้าของร่างเดิมกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาผู้อื่นหลายครั้งหลายหนแล้ว ทั้งยังคิดหมายปองในตัวมู่เฉินเช่นเดียวกันด้วย เมิ่งเหยาคนเก่าที่หัวอ่อนรู้ไม่เท่าทันคนกลับวางใจหลงเชื่อว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีมีน้ำใจคนหนึ่ง คบหาจริงใจมาได้ตั้งนาน’ เมิ่งเหยาเห็นภาพในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก่อนหน้านี้ พร้อมพิจารณามองชิงเหยียน อ่านเธอออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าเป็นนังชาเขียวเสแสร้งแกล้งทำเก่งเหมือนที่เรียกกันในโลกก่อนหน้านี้ของเธอนั่นแหละ

“อ้าวชิงเหยียน แขนหายดีแล้วเหรอ ถึงได้เดินออกมานอกบ้านได้แล้วน่ะ แบบนี้ก็ไปช่วยพ่อแม่เธอเก็บใบชาได้แล้วกระมัง” เมิ่งเหยาทักทายกลับไปทำให้ชิงเหยียนหน้าง้ำและรู้สึกประหลาดใจไปพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้เธอแกล้งทำทีเป็นถูกเมิ่งเหยาชนกระแทกจนล้มลงบาดเจ็บแขนซ้น เพื่อจงใจใส่ร้ายเมิ่งเหยาและหลีกเลี่ยงการทำงานในบ้านกับไร่ชาซึ่งพ่อแม่ของเธอเสิ่นหมิงเจ๋อกับเหอซินหนานเป็นลูกจ้างให้กับสกุลลู่มาช้านานแล้ว

“ใครว่าล่ะ ฉันยังเจ็บอยู่เลย เธอนั่นแหละ ได้ข่าวว่าเมื่อเช้านี้ซุ่มซ่ามเดินตกเขาไปไม่ใช่เหรอ พอเห็นพี่มู่เฉินเดินมาที่ไร่ก็แกล้งทำเป็นไม่ได้สติให้เขาทำเรื่องน่าอายต่อหน้าผู้คน คงหวังจับพี่มู่เฉินสินะ” ชิงเหยียนเอ่ยขึ้นหลังเหลือบไปเห็นมู่เฉินซึ่งอยู่บ้านหลังถัดไปจากสกุลลู่เดินออกมาพอดี มู่เฉินได้ยินที่สองสาวพูดคุยกันจึงหยุดนิ่งฟังอยู่ไม่ห่างออกไปนัก

“ฉันตกเนินเขากลิ้งลงมาจริงแต่ไม่ได้เป็นเพราะซุ่มซ่ามหรอกนะ เธอเองน่าจะรู้ดีกว่าใครนี่ เมื่อเช้าเธอนัดฉันไปเจอกันที่ไร่ชาตอนกลางวันบอกว่ามีเรื่องไปเรียนต่อที่เซินเจิ้นจะพูดคุยด้วยไม่ใช่เหรอ ตอนที่ฉันยืนรอเธออยู่ ฉันรู้สึกว่ามีคนผลักฉันกลิ้งตกลงไปนะ หรือเธอว่าไง” เมิ่งเหยาเอ่ยอย่างคาดเดาได้ว่าที่เมิ่งเหยาตกจากเนินเขาก่อนหน้านี้คงไม่พ้นฝีมีชิงเหยียนที่ขี้อิจฉาริษยา คอยลอบทำร้ายเธอลับหลังอยู่ตลอดนั่นแหละ

พอรู้ว่าเธอจะไปสอบเข้ามหาลัยและอาศัยอยู่กับสกุลซุน บ้านของซุนมู่เฉินที่เธอแอบชอบมานานตามข้อตกลงของพวกผู้ใหญ่ก็คิดเกลียดแค้นเมิ่งเหยาจนอยากทำร้ายเธอให้บาดเจ็บหรือตายไปเลย และดูท่าว่าเจ้าของร่างเดิมจะตายไปจริงๆเสียด้วย ไม่งั้นแล้วเธอคงไม่สามารถเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้แน่

“พูดอะไรของเธอน่ะ ฉันตามไปพบเธอแล้วนะ แต่พอไปถึงก็ไม่เจอใคร จากนั้นก็รู้สึกเจ็บแขนที่เธอชนฉันจนล้มบาดเจ็บจึงกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ต่อมาถึงได้รู้เรื่องที่เธอตกจากเนินเขาจากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้านเมื่อไม่นานนี้เอง” ชิงเยียนรีบพูดแก้ตัวทันที เมิ่งเหยาถึงกลับมองบนแสยะยิ้มให้กับคำพูดแก้ตัวโยนความผิดให้คนอื่นของชาเขียวตรงหน้า

‘ไม่ว่าโลกใบไหนก็มีนังชาเขียวนิสัยแย่กันทั้งนั้นสินะ’ เมิ่งเหยาคิดอย่างปลงตก

“ว่าแต่ตอนกลางวันเธอกล้าทำเรื่องน่าอายแบบนั้นกับพี่มู่เฉินได้ยังไงกัน ทั้งยังได้ยินว่าป้าลู่แม่ของเธอคิดบังคับให้พี่มู่เฉินรับผิดชอบแต่งงานกับเธอให้ได้ด้วย คงเป็นแผนของเธอสินะ” ชิงเยียนกล่าวหลอกล่อให้เมิ่งเหยาพูดในเรื่องไร้ยางอายที่แอบรักมู่เฉินอยู่และคิดทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองเขา มู่เฉินที่กำลังตั้งใจฟังสองสาวพูดคุยกันอยู่เงียบๆจะได้รังเกียจไม่พอใจเมิ่งเหยามากขึ้น

“เธอจะบ้าหรือเปล่า ใครมันจะไปแกล้งกลิ้งตกจากเขาลงมาสลบไสลนอนแผ่อยู่กลางไร่ชาร้อนๆแบบนั้นกันล่ะ ที่สำคัญฉันจะไปรู้เหรอว่าคุณหมอซุนหรือพี่มู่เฉินของเธออยู่แถวนั้นน่ะ ฉันไม่ใช่เธอนะที่ชอบเสแสร้งแกล้งทำ ลงทุนให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อใส่ร้ายคนอื่นน่ะ” เมิ่งเหยาสวนกลับไป ชิงเหยียนตกใจจนพูดไม่ออก

‘อะไรกัน ปกตินังนี่โง่จะตายไป ที่สำคัญยังสงบปากสงบคำไม่กล้าพูดกล้าเถียงหรือกล้าแสดงความคิดเห็นอะไรด้วยซ้ำ ทำไมตอนนี้จู่ๆกลับฉลาดขึ้นมาแล้วล่ะ ทั้งยังโต้ตอบกลับมาได้ด้วย’ ชิงเหยียนคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ใคร ใครกันเสแสร้ง เธอนั่นแหละจงใจทำฉันเจ็บตัวแท้ๆ ฮึ..เธอคงโกรธฉันสินะที่ขอให้พ่อช่วยโทรไปหาคุณลุงซุนรับฉันไปอยู่ที่เซินเจิ้นเพื่อสอบเรียนต่อมหาลัยด้วยน่ะ ฮือฮือฮือ เมิ่งเหยาเธอมันใจร้ายสิ้นดีมีหน้ามากล่าวหาฉันอีก” ชิงเยียนที่เห็นมู่เฉินเดินออกมานอกบ้านแล้ว แสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้ใส่ความเมิ่งเหยากลับไปโดยไม่รอช้า

“เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ” เมิ่งเหยาพูดได้เพียงแค่นั้น มู่เฉินก็เดินตรงเข้ามาหาชิงเยียนที่ยืนเสแสร้งแกล้งทำเป็นร้องไห้อย่างน่าเวทนาสงสารอยู่ตรงนั้น

“พอทีเถอะเมิ่งเหยา บ้านฉันจะรับใครไปอยู่ด้วยมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอหรือแม้นแต่ชิงเหยียนจะมาตัดสินด้วยซ้ำ เลิกทำตัวร้ายกาจ ใส่ร้ายด่าว่าทำให้ชิงเหยียนเสียใจได้แล้ว” มู่เฉินเอ่ยเข้าข้างชิงเยียน เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ยินผู้คนในหมู่บ้านพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เมิ่งเหยาชอบรังแกชิงเหยียนทุกครั้งที่เขากับครอบครัวเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด มาตอนนี้ยังได้เห็นได้ยินที่เมิ่งเหยาต่อว่าให้ร้ายชิงเหยียนด้วยตัวเองอีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 3 : สองครอบครัวรวมตัวกันอีกครั้ง

    เมื่อถึงช่วงเวลาปลายปี บ้านสกุลซุนก็เดินทางกลับมาเมืองหวงซานบ้านเกิดเพื่อเลี้ยงฉลองสิ้นปีพร้อมต้อนรับวันปีใหม่ด้วยกันกับสกุลลู่ซึ่งยามนี้เกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่พวกเขามาร่วมฉลองรวมกันที่นี่“เหยาเหยาฉันคิดถึงเธอจังเลย”เหม่ยลี่ซึ่งคบหากับลี่จิ่นน้องชายของมู่เฉินตั้งแต่ครั้งที่มางานแต่งงานของเมิ่งเหยาเมื่อช่วงต้นปีก็เดินทางมากับครอบครัวสกุลซุนด้วย ทันทีที่ลงจากรถเห็นหน้าเมิ่งเหยาเธอก็ตรงเข้ามากอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง“ลี่เอ๋อ ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน” เมิ่งเหยาเอ่ยตอบพร้อมโอบกอดเพื่อนรักกลับไป“ว่าแต่ เธอมาฉลองสิ้นปีที่นี่กับครอบครัวเรา คุณน้าฉินแม่เธอไม่ว่าอะไรงั้นเหรอ”“ไม่เลย แม่บอกว่าฉลองกับครอบครัวตัวเองมายี่สิบกว่าปีแล้ว ให้ตามครอบครัวว่าที่สามีไปฉลองบ้างเถอะ แล้วก็อยากฝากความคิดถึงมาให้เธอด้วย ที่สำคัญแม่ฉันให้เอาของมาฝากเธอเยอะแยะเลยล่ะ” เหม่ยลี่กล่าวก่อนจะหันกลับไปทางลี่จิ่นที่กำลังช่วยยกข้าวของสัมภาระของเธอกับครอบครัวลงจากรถ โดยมีมู่เฉินช่วยอยู่ด

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 2 : มาแสดงตัวที่โรงพยาบาล

    วันนี้ตอนเช้าเมิ่งเหยาไม่ได้ทำข้าวกล่องมื้อกลางวันให้มู่เฉินโดยเธอแจ้งว่าจะนำไปส่งให้เขาด้วยตัวเองมู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ออกจะยินดีด้วยซ้ำไปที่ภรรยาจะมาหาเขาที่โรงพยาบาล เขาจะได้ถือโอกาสแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้งเนื่องจากเมิ่งเหยาไม่ค่อยได้มาหาเขาที่โรงพยาบาลบ่อยนัก ทำให้กลุ่มนางพยาบาลหน้าใหม่ๆยังไม่เคยพบเจอเธอ ทั้งยังเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขา ชวนเขาพูดคุยเรื่องไร้สาระ แม้นว่าเขาจะตีสีหน้าเคร่งขรึมหลีกเลี่ยงไม่พูดด้วยก็ยังพากันเข้ามาหาเขาตลอด จนตัวเขาเองก็เริ่มจะเบื่อแล้วเหมือนกันส่วนทางเมิ่งเหยาที่เธอตัดสินใจไปหามู่เฉินที่โรงพยาบาลในวันนี้ก็เพราะจื่อหรันเพื่อนของเธอมาเล่าให้ฟังว่า เธอไปเยี่ยมญาติที่เพิ่งจะคลอดลูกที่โรงพยาบาลกลางแล้วเห็นนางพยาบาลสาวๆเข้าไปชวนมู่เฉินพูดคุยนอกเรื่องหลายคนเลยทีเดียวเมิ่งเหยาจึงคิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะไปแสดงตัวให้นางพยาบาลเข้าใหม่ที่ใจกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสามีเธอได้รู้จักเสียหน่อยวันนี้เมิ่งเหยาเข้าไปดูแลร้านซินเฉินในช่วงเช้า ก่อนจะกลับเข้ามาเตรียมมื้อกลางวันที่บ้านใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 1 : ไร่ชาลู่ชางเฉินและร้านอาหาร

    มู่เฉินกับเมิ่งเหยาแต่งงานที่หวงซานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ราวครึ่งปีกว่าแล้วเมิ่งเหยายังคงมุ่งมั่นพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยนอกจากจะขยายพื้นที่เพาะปลูกชา โดยการนำชาพันธุ์อื่นๆที่เหมาะกับการทำชาแต่ละชนิดมาปลูกเพิ่มเติม เช่นการนำพันธุ์ชาดีจากมณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องชาขาวมาปลูกในไร่ หรือไม่ก็นำเข้าชาสายพันธุ์ดีจากประเทศอินเดียมาปลูกสำหรับทำชาแดงหรือชาดำโดยเฉพาะที่สำคัญยังมีการนำพันธุ์ชาหลงจิ่ง ใบชาที่เหมาะสมกับการทำชาเขียวและได้รับการขนานนามว่าเป็นชาที่มีค่าดั่งทองคำ มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศมาเพาะปลูกในไร่ชาลู่ชางเฉินด้วยเมิ่งเหยายกระดับไร่ชาธรรมดาๆของครอบครัวสกุลลู่ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรโดดเด่น รายได้ต่อเดือนเพียงไม่กี่ร้อยหยวน ให้กลายมาเป็นไร่ชาอันดับหนึ่งในหวงซานสร้างรายได้เดือนล่ะหลายหมื่นหยวนโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นตอนนี้เธอเปิดให้มีการเยี่ยมชมไร่ชา เก็บชาและสร้างสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ในการผลิตชาแต่ละชนิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม รวมทั้งยังใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 41 คนที่หายหน้าไปกลับมาแล้ว

    เมื่อมาถึงไร่ชา ตรงตำแหน่งที่เธอฟื้นตื่นขึ้นมาเป็นเมิ่งเหยาในโลกใบนี้ครั้งแรก เธอก็เห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้า“มู่เฉิน!!” เมิ่งเหยาเอ่ยเรียกชื่อเขาออกไปด้วยความยินดี“เหยาเอ๋อ”มู่เฉินหันกลับมาและรีบสาวเท้ายาวๆมาหาเธอทันที ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงเมิ่งเหยาเองก็โอบกอดตอบรับเขากลับไปอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน“ไหนคุณบอกว่าติดภารกิจสำคัญ เดือนหน้าถึงจะมาหาฉันได้ยังไงล่ะคะ แล้วนี่คุณมายังไง ภารกิจเสร็จแล้วเหรอ อยู่ได้กี่วันกัน จะกลับไปเมื่อไหร่งั้นหรือคะ”เมิ่งเหยาเอ่ยปากถามคำถามเป็นชุด“ใจเย็นๆสิ ฉันไม่หนีเธอไปไหนหรอกนะ”มู่เฉินกล่าวพร้อมยื่นมือไปจับแก้มนวลของภรรยาตามกฎหมายที่ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรส รวมทั้งเข้าหอให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยดีก็จากเขามาเสียแล้ว“ค่ะ แล้ว..ตกลงว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้กี่วันกันคะ”“ตราบเท่าที่เธอต้องการเลยล่ะ”“หมายความว่ายังไงกัน” เมิ่งเหยาเอียงคอทำหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงพูดออกมาแบบนั้น“ตั้งแต่นี้ไป ผมจะมาอยู่กับคุณที่หวงซานนี้ และจะไม่จากคุณไปไหนอีกแล้วล

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 40 กลับหวงซานพร้อมพ่อแม่

    สามครอบครัวสกุลลู่ สกุลฉินและสกุลซุนมาร่วมทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารเฉียนอัน สถานที่คุ้นเคยที่สกุลซุนชอบมาทานอาหารกันบ่อยๆ โดนมื้อนี้สกุลลู่ของเมิ่งเหยาเป็นฝ่ายออกหน้าขอเป็นเจ้ามือบ้างเพื่อฉลองความสำเร็จให้กับบุตรสาวทั้งเรื่องการเรียนและกิจการค้าขาย“ได้ข่าวว่าเหยาเอ๋อจะกลับเมืองหวงซานไปพร้อมกับอาลู่และซินเจียงเลยสินะ นายท่านฉินเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเนื่องจากได้ยินเหม่ยลี่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้“ใช่แล้วล่ะ เหยาเอ๋อตั้งใจจะไปพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินแล้วก็ต่อยอดทำธุรกิจเพิ่มเติมที่นั่นด้วย” นายท่านลู่ตอบกลับสหาย“แบบนี้แล้วเสี่ยวเฉินกับเหยาเอ๋อจะเอายังไงล่ะ จดทะเบียนกันแล้วไม่ใช่เหรอ แยกกันอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน” คุณนายฉินถามไถ่ขึ้นมาอีกคน ทั้งนี้ก็เพราะเหม่ยลี่ยุยงขอให้พ่อกับแม่ช่วยซักถามเผื่อว่าเธอจะรู้แจ้งคลายกังวลลงได้บ้าง เนื่องจากเวลาที่เธอสอบถามเพื่อนรักอย่างเมิ่งเหยาแล้วกลับได้คำตอบเพียงว่า‘รอดูกันต่อไปเถอะ’ เพียงเท่านั้น ซึ่งทำให้เหม่ยลี่หงุดหงิดขัดใจไม่น้อยเลยกับสองสามีภรรยาคู่นี้“เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเขาทั้งสองคนนั่นแหละ” นายท่านซุนเป็นคน

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 39 เราแต่งงานกันเถอะ

    หลังจากกำจัดคนเลวๆออกไปจากชีวิตได้ เมิ่งเหยากับสกุลซุนก็ดูจะมีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลานี้เมิ่งเหยาเรียนอยู่มหาลัยชั้นปีที่สี่แล้ว เธอทำธุรกิจจนกลายมาเป็นเศรษฐนีตั้งแต่อายุยังน้อยร้านเจ่าชานขยับขยายใช้ห้องชุดสองชั้นทั้งสองห้องมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งตอนนี้มีรายการอาหารขายเพิ่มมากขึ้นและขยับเวลาให้บริการไปจนถึงสามทุ่มตรงของทุกวัน โดยยังคงใช้ชื่อร้านเจ่าชานหรือแปลตรงตัวว่าร้านอาหารเช้าเหมือนเดิม เพื่อระลึกถึงที่มาและต้นกำเนิดของร้านต่อไป อีกทั้งยังเป็นความแปลกมีเรื่องราวชวนให้ผู้คนสงสัย นับเป็นการตลาดอีกอย่างหนึ่งของเมิ่งเหยานั่นเองเวลานี้เมิ่งเหยากับเหม่ยลี่จ้างพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยพวกเธอเป็นผู้บริหารจัดการจนทุกอย่างเหมาะสมลงตัวเมิ่งเหยาเริ่มโอนงานไปให้กับเหม่ยลี่รับผิดชอบทั้งหมด โดยมีเธอคอยช่วยดูแลตรวจสอบในระยะแรกเนื่องจากอีกเพียงไม่กี่เดือนพวกเธอก็จะเรียนจบแล้ว เมิ่งเหยาจะย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองหวงซานตามที่ตั้งใจและบอกกล่าวกับทุกคนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ตัวเธอเองก็ย้ายกลับไปบ้านสกุลซุนเหมือนเมื่อแรกที่มาอยู่เซินเจิ้นใหม่ๆ เพราะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status