LOGIN"หยางเอ๋อร์เคยบอกกล่าวแก่ข้าว่าไม่จำเป็นต้องรับสนมเพื่อเสริมอำนาจแต่อย่างใด เพราะอำนาจเหล่านั้นเขาสามารถสร้างขึ้นมาได้" สีหน้าภาคภูมิใจแสดงออกฉายชัดพร้อมๆกับประโยคที่เอื้อนเอ่ย
หงเหม่ยหลงที่เพียงนั่งฟังเงียบๆจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล "เป็นเพราะข้า หยางเอ๋อร์จึงต้องเหน็ดเหนื่อย เพราะข้าเห็นแก่ตัว ซือหมิน...ความรักของเราเป็นดาบสองคม" หญิงสาวหยุดคำอยู่อึดใจก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"ปีนี้หยางเอ๋อร์อายุย่างเข้ายี่สิบห้าปีแล้ว แต่เขายังคงครองตัวเป็นโสด ไม่สนใจอิสตรี ทำแต่ศึกสงครามไม่สนใจใคร มองแต่อำนาจ ทำตัวเหี้ยมโหดเย็นชา สร้างกำแพงให้ตัวเอง"
หลี่ซ่งหมินก้มหน้าน้อยๆยิ้มบางเบาใส่สตรีในอ้อมกอดก่อนเอ่ยถาม "เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ หลงเอ๋อร์"
"ย่อมเป็นเช่นนั้น"
"แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น"
"หืม?" หงเหม่ยหลงมุ่นคิ้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายอันเป็นที่รักอย่างฉงน "ท่านรู้อะไรมาเช่นนั้นหรือ"
"ไม่เลย ข้าไม่รู้อะไร เพียงแต่ ด้วยนิสัยบุรุษเพศด้วยกัน ข้าพอจะมองออก หยางเอ๋อร์ของเราอาจจะยังไม่เจอสตรีนางใดในแว่นแคว้นที่จะสามารถทำให้เขาถูกใจหรืออีกนัยหนึ่ง"
หลี่ซ่งหมินเว้นระยะคำพูดเพียงนิดก่อนจะต่อคำให้คนฟังได้วิเคราะห์อย่างละเอียดยิ่งขึ้น
"หยางเอ๋อร์ของเราอาจจะเกิดรักปักใจกับสตรีนางใดนางหนึ่งจนไม่อาจถอนตัว"
"หืม!?" หงเหม่ยหลงเริ่มกังวัล
"ถ้ายังไม่เจอสตรีถูกใจเราก็แค่นำพาสตรีเข้ามาให้เขาเลือกก็ได้กระมัง แต่...ถ้า" นางเริ่มคิดหนักพลางเอ่ยต่อ
"ถ้ารักปักใจกับใครแล้วใยไม่พามาเปิดเผยกันเล่า"
"...."
หลี่ซ่งหมินไม่ต่อคำ
เขาเพียงส่ายหน้าเบาๆก่อนกระเซ้าหงเหม่ยหลง
"เจ้าแก่แล้วจริงๆ หลงเอ๋อร์..."
"หือ..." หญิงสาวได้ยินจึงทำท่าคิดเพียงครู่จึงรู้ความนัย "ท่าน! ท่านว่าข้ารึ"
"ข้าเปล่า"
"ท่าน!"
"...."
ณ มุมมืดหนึ่งภายในตำหนักหลวงแห่งเดียวกันนั้น
ปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งผู้ซึ่งตกเป็นหัวข้อแห่งการสนทนาของบิดามารดาเมื่อครู่
เขาเพียงยืนกอดอกพิงกับผนังห้องด้วยมาดของผู้สูงศักดิ์มากบารมีและบุรุษเพศเปี่ยมเสน่ห์เหลือร้าย
หลี่หงจินหยางนั้นมีความตั้งใจจริงอย่างที่หงเหม่ยหลงมารดาของเขาได้กล่าวอ้างไป
ภาพลักษณ์ของเขานั้นทั้งโหดเหี้ยมทั้งเย็นชา
เขาย่อมเป็นเช่นนั้น เพื่อเป็นกำแพงให้ตนเอง ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันให้บิดามารดาของเขา
แคว้นใดหรือเผ่าใดคิดอยากจะใช้วิธีการประนีประนอมโดยการส่งสตรีหรือองค์หญิงบรรณาการมาเพื่อสร้างทายาทกับบิดาของเขา
นั่นย่อมหมายถึงว่า
กลุ่มคนพวกนั้นอาจจะอยากขยายอำนาจของแคว้นตนเองเสียมากกว่าที่จะสวามิภักดิ์กับแคว้นต้าหลี่อย่างแท้จริง
ใยเขาต้องยอมให้สตรีมากหน้าหลายตามาทำให้มารดาของเขาต้องทุกข์ใจ
เขาจึงเลือกที่จะใช้วิธีรุนแรงมากกว่าวิธีประนีประนอม
หากใครไม่ยินยอม เขาก็แค่ยกพวกไปถล่มให้ราบคาบ
เขาเลือกที่จะสร้างขุมกำลังมากมายเอาไว้ แล้วใช้วิธีการเด็ดขาดจัดการให้เหี้ยนเตียนราบคาบไร้ผู้ใดใช้วิธีมากเล่ห์เพทุบาย มาต่อกรให้เสียเวลา
ส่วนเรื่องสตรีในดวงใจ...
หลี่หงจินหยางหรี่ตาคมเข้มลงเพียงนิดพลางคิดในใจอย่างฉงน
ตั้งแต่เดือนที่แล้วที่เขาได้ไปฝึกวิชาอยู่ตรงน้ำตกแห่งหนึ่งภายในอาณาเขตเชื่อมต่อของแคว้นต้าหลี่และได้หายตัวไปดังคำบอกกล่าวของบิดามารดานานร่วมเดือน
และเมื่อกลับมาสะสางปัญหาของแว่นแคว้นและสำนักหมื่นโลกันต์เสร็จสิ้นเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างขาดหายไปจากความทรงจำ
ด้วยวิชาอันหนักหน่วงที่เขาได้ฝึกฝนทำให้มีผลต่อระบบร่างกายในรูปแบบต่างๆ
หนึ่งในนั้นคือความจำที่เลอะเลือน
ยามนี้เขาจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
มันไม่ใช่เรื่องยากหรือร้ายแรงอันใด
แต่....
หลายครั้งหลายครามาแล้วที่ตัวเขาเองก็ยังคิดไม่ตก
เขายังคงคิดไม่ตกทุกครั้งที่หลับตาเข้าสู่นิทรารมย์แล้วหลับฝัน เขามักจะฝันเห็นสตรีนางหนึ่ง
สตรีนางนั้นเป็นใคร เขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
แต่นางมักจะปรากฏกายให้เขาได้เห็นเสมอในห้วงคำนึงยามหลับฝัน
ดวงตากลมโต ใบหน้าสดสวย รอยยิ้มพราวเสน่ห์แฝงความเจ้าเล่ห์ไม่จริงใจ
ภาพในฝันที่เขาได้เห็นอยู่เสมอนั้น
นางมักจะจับจูงมือของเขาให้ก้าวเท้าตามนางคล้ายกับว่าเขาเป็นเด็กหลงทาง
นางเป็นสตรีประหลาด
แต่งกายประหลาด
พูดจาประหลาด
นางแปลกประหลาดยากหาใครเปรียบ
และที่ประหลาดที่สุด
คือนางคล้ายกับอยู่ในใจของเขา
นางเป็นดั่งดวงใจของเขา
นาง...ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริง ในโลกของเขา...
นางเป็นใคร????
ซักพัก สาบเสื้อเริ่มเผยชายผ้าเริ่มเปิดผิวเนื้อนวลเนียนใต้ร่มผ้าเริ่มเด่นชัด สัดส่วนภายใต้อาภรณ์เริ่มงามเด่นออกมาสู่สายตาหลี่หงจินหยางถอนใบหน้าคมคายออกจากซอกคอหอมกรุ่นขึ้นมองใบหน้างามขึ้นริ้วสีชาดของหลินหลิน ลมหายใจกรุ่นร้อนเป่ารดหนักหน่วงใส่ใบหน้าของกันและกัน ดวงตาคมกริบฉายแววเร่าร้อนมองสบประสานดวงตากลมโตฉายแววเว้าวอนเพียงอึดใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวของคนทั้งสองพลันประกบเข้าหากันอย่างร้อนรนตรงกำแพงมุมมืดของชั้นหนังสือ บัดนี้กำลังมีเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าอาภรณ์ผสมผสานเสียงลมหายใจหอบหนักของสองสามีภรรยาอยู่อย่างนั้น แผ่นหน้ากระดาษของตำราชุนกงพลันพลิกกลับไปมาเมื่อมีลมพัดพาจากชายผ้าผลิกตลบออกจากเรือนร่างของพวกเขาเสียงของจังหวะบางอย่างยังคงดังผสมผสานกับเสียงของลมหายใจหนักๆหอบถี่อยู่อย่างนั้นและตรงนั้นอีกครู่ใหญ่จากกำแพงตรงมุมชั้นหนังสือ บัดนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นตรงตั่งวางเครื่องหอมภายในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดกันระหว่างห้องหนังสือกับห้องนอนหลี่หงจินหยางกับหลินหลินที่พากันเข้ามาหวังจะอาบน้ำชำระเหงื่อไคลจากกิจกรรมบางอย่างเมื่อครู่พลันเปลี่ยนใจพวกเขายังคงกระชับอ้อมแขนโอบรอบเอวโอบรอบไหล่กันอยู
เวลาผ่านไปอีกเป็นชั่วยามหลังจากหมดเวลาของมื้ออาหารเย็นหลี่หงจินหยางยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะขนาดใหญ่ตัวเดิมภายในห้องทรงงานส่วนตัวในขณะที่หลินหลินเพียงเดินอ่านหนังสืออยู่ที่ชั้นหนังสืออย่างเพลิดเพลินไม่ใกล้ไม่ไกลกับหลี่หงจินหยางหลินหลินยังคงเป็นสตรีในห้องหอที่ฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยเนื่องจากว่างงานมากๆผิดจากยามที่อยู่ในยุคเดิม เธอยังคงหาอะไรทำตามวิสัยที่ไม่เคยได้หยุดนิ่งมาแต่ไหนแต่ไรหญิงสาวอ่านหนังสือที่มีอยู่บนชั้นหนังสืออย่างหลากหลายเนื้อหาแบบไม่เจาะจงแต่ต้องมาสะดุดลงที่หนังสือประเภทหนึ่งอันที่จริงหลินหลินกำลังตาลายมองเห็นหนังสือเล่มนี้คล้ายๆกับหนังสือชุนชิวว่าด้วยเรื่องการเมืองการปกครองแต่เมื่อหยิบมันมาอ่านกลับกลายเป็นหนังสือชุนกงว่าด้วยเรื่องบนเตียงนอนของคู่รักคู่ครองไปเสียนี่หือ...ของดูหน่อยเป็นไร หลินหลินที่ฟุ้งซ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปอีก เธอจึงยืนหลบมุมอ่านหนังสือชุนกงพลางหัวเราะคิกคักชอบใจหลี่หงจินหยางที่มักจะมีหลินหลินอยู่ในสายตาตลอดเวลาจึงได้เห็นนางในยามนี้นางกำลังยืนดูหนังสือเล่มนั้นอย่างอารมณ์ดี นางมักจะทำอะไรกระตุกใจของเขาได้ตลอดเวลาเสียจริงเชียวหลิ
“หยางหยาง...” เสียงอ่อนเสียงหวานของหลินหลินยังคงกระซิบกระซาบอยู่ตรงแผงอกของหลี่หงจินหยางเมื่อกิจกรรมรัญจวนสุดแสนจะดีต่อกายดีต่อใจได้ผ่านพ้นไป“หืม...” หลี่หงจินหยางขานรับเบาๆอยู่ในลำคอพลางก้มหน้าลงมองสตรีอันเป็นที่รักที่เขามักจะนอนกอดนางเอาไว้แนบอกอบอุ่นอย่างไม่คิดจะปล่อยให้ออกห่างแต่อย่างใดหลินหลินมิได้กล่าวสิ่งใดออกมา เธอเพียงเงยหน้ามองพร้อมส่งสายตากลมโตเป็นประกายพลางอมยิ้มน้อยๆด้วยใบหน้าขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อส่งให้หลี่หงจินหยางแล้วกดริมฝีปากจูบเบาๆที่ปลายคางของเขาอย่างน่าเอ็นดูหลี่หงจินหยางถึงกับคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วกดจมูกของตนฝังที่พวงแก้มเปล่งปลั่งของหลินหลินอย่างนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันภายใต้ม่านมุ้งที่ปกคลุมอยู่โดยรอบที่ขอบเตียง บนเตียงนอนผืนใหญ่แห่งนี้ มีชายหนุ่มหญิงสาวยังคงนอนทอดเรือนกายยาวเหยียดเปล่าเปลือยแนบชิดหยอกล้อกันอยู่อย่างนั้นอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะกระชับวงแขนโอบกอดกันและกันแล้วพากันหลับใหลไปอย่างอ่อนแรงวันแล้ววันเล่า...คืนแล้วคืนเล่า...ทั้งสองก็ยังคงทำมันอยู่อย่างนั้นตลอดมาปลายยามอิ่ว(หกโมงเย็น)ภายในตำหนักส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาทกับพระชายาของเขาหลี่หงจิน
หลินหลินถึงกับแอ่นกายอรชนนวลนิ่มของตนขึ้นเพียงนิดพร้อมเอื้อมวงแขนโอบกระชับรอบต้นคอของหลี่หงจินหยางเอาไว้แน่น“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...”หลินหลินครวญครางเสียงแผ่วห้ามปรามเบาหวิว“หืม...” หลี่หงจินหยางเพียงถอนใบหน้าของเขาออกจากหน้าอกหยุ่นนุ่มขึ้นมองหลินหลินในระยะประชิดหลินหลินปรือตามองหลี่หงจินหยางเพียงนิดก่อนกระชับวงแขนของตนที่ต้นคอของเขาแล้วโน้มใบหน้าของเขาให้เข้าแนบชิดใบหน้านวลเนียนและเริ่มต้นจูบหลี่หงจินหยางอีกครั้งอย่างหนักหน่วงรุนแรงพร้อมดันร่างกำยำของเขาให้พลิกกายกลับอีกคราเพื่อที่ร่างนุ่มนิ่มของตนจะได้เป็นฝ่ายครอบครองเขาอีกครั้งเมื่อหลี่หงจินหยางพลิกกายนอนหงายอยู่ใต้ร่างของหลินหลินอีกครา หลินหลินจึงถอนริมฝีปากของตนออกจากริมฝีปากของหลี่หงจินหยางเมื่อครอบครองช่วงกลางลำตัวของเขาจนสำเร็จอย่างรวดเร็ว เธอเพียงส่งยิ้มบางเบาอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้เขาก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเรือนกายจนเรียกเสียงบางอย่างให้ออกมาจากลำคอของเขาได้อย่างน่าชมหลี่หงจินหยางเพียงคลี่ยิ้มเหลือร้ายตรงมุมปากส่งตอบกลับหลินหลินขณะเอื้อมฝ่ามือของตนขึ้นจับกระชับตรงสะโพกของนางให้นางได้เคลื่อนไหวบางอย่างได้ตามใจต้องการเขาตามใจ
ภายใต้ม่านมุ้งสีทองที่กำลังทิ้งตัวลงมายังขอบเตียงนอนอย่างสวยงามเพียงทำหน้าที่ปกคลุมร่างสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังนอนเหยียดยาวซ้อนทับกันอยู่บนเตียงนอนแห่งนี้หลินหลินยังคงทอดกายทาบทับอยู่บนเรือนร่างกำยำแข็งแกร่งของหลี่หงจินหยางพลางส่งยิ้มหวานหยดร้ายกาจปรายดวงตากลมโตพราวเสน่ห์ใส่หน้าของหลี่หงจินหยางอยู่ในระยะประชิดหลี่หงจินหยางเพียงหรี่ตาคมกริบมองตอบสบกลับพร้อมยกยิ้มตรงมุมปากน้อยๆส่งให้หลินหลินเพื่อรอชมมารยาของภรรยาตัวดีอย่างท้าทายหลินหลินเคลื่อนกายยกขึ้นเพียงนิดก่อนจะค่อยๆเบียดเสียดลงมาจนหน้าอกอวบอิ่มของเธอเสียดสีอยู่ตรงแผงอกของหลี่หงจินหยาง ยอดอกนูนเด่นของเธอกำลังล้อเล่นอยู่กับยอดอกแข็งแกร่งของเขาอย่างจงใจก่อนจะก้มหน้าลงแล้วค่อยๆใช้ปลายลิ้นเรียวเล็กละเลียดชิมริมฝีปากที่กำลังคลี่ยิ้มร้ายกาจของเขาอย่างใจเย็นหลี่หงจินหยางเพียงหรี่ตามองใบหน้างามที่กำลังขยับแนบชิดอยู่กับใบหน้าของเขาก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนริมฝีปากที่กำลังเปื้อนรอยยิ้มน้อยๆให้เผยอออกเพื่อรับกลีบปากของหลินหลินให้แทรกปลายลิ้นเข้ามาภายในริมฝีปากของเขาอย่างใจเย็นเช่นเดียวกันหลินหลินหลับตาพริ้มขณะกำลังขยับปลายลิ้นเข้าใส่ริมฝีปากข
หลี่หงจินหยางถึงกับชะงักงันกับสัมผัสบางอย่างตรงแผงอกของเขา ชายหนุ่มเพียงก้มมองใครบางคนที่กำลังซุกซนกับเขาจนเรียกความรู้สึกบางอย่างของเขาให้ลุกตื่นขึ้นมาหลินหลินถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของแผงอกอันน่าหลงใหลเมื่อรู้สึกได้ว่าแผงอกของเขาเริ่มมีความร้อนแผ่ซ่านออกมาและเมื่อหญิงสาวเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมอง ไอความร้อนจากลมหายใจของชายหนุ่มก็เข้าปะทะใบหน้า หลินหลินถึงกับแก้มแดงพร้อมดวงตากลมโตเริ่มแวววาวเป็นประกายจนหลี่หงจินหยางต้องจ้องมองใบหน้าอย่างนั้นของหลินหลินในยามนี้“เจ้ากำลังทำอะไร”เขาก้มหน้าถามนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ท่านนั่นล่ะ...ทำอะไร”หลินหลินเงยหน้าถามกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิวหลี่หงจินหยางเพียงเอื้อมวงแขนขึ้นโอบรัดรอบลำตัวของหลินหลินเอาไว้จนร่างนุ่มนิ่มของนางเข้าแนบชิดกับเขาหน้าอกอวบอิ่มที่เผยอยู่เหนือเสื้อเกาะอกชนเข้ากับแผงอกกรุ่นร้อนของเขาที่เผยออกจากสาบเสื้อ“คืนนี้...เจ้าคงไม่ต้องการหลับอย่างสบายๆใช่หรือไม่” เขาก้มหน้ากระซิบ“ร้ายกาจอีกแล้วนะ หยางหยาง” หลินหลินตัดพ้อเบาๆ“ใครกันแน่ที่ร้ายกาจ”“ท่านนั่นล่ะ”“เจ้ามากกว่า”“ท่าน...”“เจ้า...”“หื้อ”เสียงของหลินหลินขาดหายไปด
หน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งกำลังปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึมครึมที่สุดแสนจะวังเวงและโศกศัลย์บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าคล้ายกับจะร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่า เพราะเป็นบุรุษเพศที่ไม่อาจเสียน้ำตาจึงทำได้แค่เพียงเก็บข่มมันเอาไว้ด้วยจิตใจที่แสนจะอัดอั้นทนทรมานเบื้องหน้าของบุรุษผู้นี้มีหลุมศพพร้อมป้ายสลักชื
หลินหลินเอ่ยคำเรียบเรื่อยแค่นั้น ก่อนพาเหล่าฮูหยินเดินไปทางโรงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกล“เอาล่ะ ข้าจะแสดงให้ดูว่าความสวยงามแบบมืออาชีพเขาทำกันอย่างไร” จบคำหลินหลินเพียงเดินกรีดกรายเข้าไปยังโรงน้ำชาแห่งนี้ที่มีผู้คนพลุกพล่านทั้งบุรุษและสตรีหญิงสาวเพียงเดินนวยนาดไปทางห้องโถงของโรงน้ำชาก่อนจะหยุดยืนอยู่กับท
หลินหลินจึงอธิบายอย่างต่อเนื่อง “ก่อนนอนหาชุดสำหรับเตรียมนอนที่มีสีสันบ้างในบางครั้ง เนื้อผ้าควรเป็นแบบบางเบาและลื่นมือสะกิดเพียงนิดหลุดร่วงอย่างเร็ว ไม่จำเป็นต้องมัดสายคาดเอวจนสาบเสื้อปิดมิดจนถึงลำคอ ให้ปล่อยเอาไว้ไม่ต้องมัดสาบเสื้อแต่อย่างใด ชุดเอี๊ยมก็ไม่จำเป็นต้องมีสายถ้าให้ดีใส่แค่ปิดหน้าอกเพี
หลินหลินเอ่ยคำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์แพรวพราว หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดอยู่เพียงครู่จึงเอ่ยต่อ“หม่อมฉันจะแนะนำวิธีการต่างๆเพื่อใช้มาเสริมเพิ่มความงามให้เฉิดฉายทั้งยังดึงเสน่ห์ที่มีอยู่น้อยนิดให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญวิธีกลยุทธ์มัดใจสามีไม่ให้สนใจชะนีอื่นมากเกินไปเพคะ”“อา...” เหล่าสตร







