LOGIN“...รู้สิ”เขาขยับเข้าไปอีกก้าว ยื่นหูไปใกล้มือเธอ “อยากลูบก็ลูบของผม! ผมเป็นสามีเอกขององค์หญิงนะ!”มุมปากของเจียงจือเซี่ยกระตุกเล็กน้อยนาน ๆ ทีลู่เจวี๋ยจะทำตัวหวงแบบนี้ ดูแล้วก็น่ารักดีแต่เธอกลับรู้สึกมีพิรุธเมื่อกี้เธอยังลูบคลึงหางของจิ้งจอกตัวหนึ่งอยู่ตั้งนาน...จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ พลางร้องในใจว่า แย่แล้ว!จริงดังคาด วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็สูดจมูกฟุดฟิด“ทำไมถึงมีกลิ่น...ที่ไม่คุ้น?”เจียงจือเซี่ย “……”จมูกไวจริง ๆเธอยังไม่ทันคิดว่าจะพูดยังไง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกเจียงถิงยืนอยู่หน้าประตู กวาดตามองภายในห้องอย่างสงบนิ่งเขาก้าวขายาวเข้ามา ก่อนยื่นมือแกะลู่เจวี๋ยที่เกาะติดเพศเมียออกมา“ถ้าว่างนักก็ไปจัดการเรื่องเจ้าเด็กนี่”เขาเชิดคางไปทางหน้าประตูเป็นเชิงบอกมู่หัวเย่ตัวน้อยกำลังห่อตัวอยู่ตรงนั้น มองเข้ามาในห้องตาละห้อยสายตาของเขามองสลับระหว่างลู่เจวี๋ยกับพี่สาวคนสวยสองรอบ ก่อนมองเพศผู้ร่างสูงที่มีบรรยากาศเย็นเยียบ แววตาฉายความอิจฉาเล็กน้อยเพศผู้สองคนนี้...เป็นสามีอสูรของพี่สาวเหรอ?เจียงจือเซี่ยกลัวว่าสองคนนี้จะได้กลิ่นอะไรอีก จึงฝืนพูดออกไป “เอาล
หลังฟังเรื่องความสามารถประหลาดของเจียงเหลียนที่เคลื่อนย้ายได้ในพริบตา หนิงอี้ก็นิ่งเงียบไป“แล้วองค์หญิงปล่อยให้เธออยู่ที่ถนนมืดเพื่ออะไร?”เจียงจือเซี่ย “……”เรื่องนี้พูดไม่ได้ เธอต้องการล่อให้ระบบในตัวเจียงเหลียนเผยตัว รวมถึงหาคำตอบว่าเป้าหมายของระบบนั้นคืออะไรสุดท้าย เธอกำชับให้หนิงอี้รายงานทุกความเคลื่อนไหวของเจียงเหลียนเป็นระยะ แล้วเร่งให้เขารีบกลับไป“เธออยากให้นายทำอะไร ให้ทำแบบไหน ก็บอกฉันให้หมด แต่นายเองก็ต้องระวังตัวด้วย”เธออดกังวลไม่ได้อย่าได้มีหนิงอี้ฉบับย่อส่วนโผล่มาอีกคนเชียว ไม่งั้นถนนมืดได้พังแน่ไม่ใช่เหรอ?หนิงอี้แปลงเป็นจิ้งจอก ปลายหางยังอ้อยอิ่งวนเวียนบนฝ่ามือเพศเมียอย่างอาลัยอาวรณ์ ทิ้งสัมผัสยุบยิบชวนจั๊กจี้ไว้เจียงจือเซี่ยอดไม่ได้ ลูบขยำขนมันอีกทีผ่านไปหลายวินาที เธอถึงตัดใจผลักเจ้าจิ้งจอกขนฟูออก ทำท่าจริงจังเด็ดเดี่ยว“เอาล่ะ รีบกลับไปได้แล้ว ถ้ายังไม่ไป เดี๋ยวจะไปไม่ได้จริง ๆ”แม้องครักษ์ในวังจะเฝ้ามู่หัวเย่ไม่อยู่ แต่ก็ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือจิ้งจอกน้อยร้อง “อิง” ก่อนกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่วก่อนหายไป มันหันกลับมามอง เหลือบเห็นเงาลับ ๆ ล
“ก็ได้ ๆ”ในเมื่อมู่หัวเย่ไม่เป็นอะไร เจียงจือเซี่ยก็วางใจแล้วเธอพามู่หัวเย่ที่หมดสติกลับวัง ส่วนห้องก็จัดให้อยู่คั่นกลางระหว่างลู่เจวี๋ยกับเจียงถิงหลังพิธีจบ ลู่เจวี๋ยก็อาศัยจังหวะที่องค์หญิงไม่ได้ว่าอะไร พักอยู่กับเธอมาตลอดคราวนี้เขาจึงต้องเลือกห้อง สุดท้ายก็อยู่คนละฝั่งกับเจียงถิง คอยจับตามู่หัวเย่ไว้ไม่ห่างหลังจัดการเรื่องมู่หัวเย่เรียบร้อย เจียงจือเซี่ยก็กลับห้องนอนของตัวเองทันทีที่นั่งลงบนเตียง เธอก็เห็นผ้าห่มนูนขึ้นเป็นเนินเล็ก ๆเธอหลุดขำ ก่อนจะคุ้ยเจ้าจิ้งจอกน้อยที่แอบบุกรุกออกมาจากผ้าห่มจิ้งจอกขาวเหลือบมองเธอ ส่งเสียง “อิงอิง” สองครั้งอย่างซึม ๆ ดูไม่ค่อยร่าเริงนักเจียงจือเซี่ยเกาคางให้เขา สีหน้าแฝงความกังวล“เป็นอะไรไป? เจียงเหลียนมีความเคลื่อนไหวอะไรทางฝั่งนายเหรอ?”จิ้งจอกน้อยส่ายหัว ก่อนสะบัดหางอย่างหงุดหงิดเจียงเหลียนเพศเมียคนนั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร นอกจากเมื่อคืนที่คอยเร่งให้เขาหายาถอนพิษจากเกล็ดงูที่ทำให้เขาหงุดหงิดคือตระกูลหนิงหลังจากหนิงเหิงเจอการปฏิเสธจากราชวงศ์ ก็หันมาเพ่งเล็งเขาที่เพิ่งปรากฏตัวในพิธีขององค์หญิงในเทอร์มินัล พ่อส่งข้
เริ่มจากลูกสาวปลุกพลัง ต่อด้วยดยุกแห่งสหพันธรัฐมาเยือน ตอนนี้ยังมีเพศเมียระดับสูงลึกลับโผล่มาอีกเจียงหลินรู้สึกราง ๆ ว่าเรื่องที่ลูกสาวปิดบังเธอไว้ คงไม่ได้มีแค่นี้เธอถอนหายใจ “แม่ไม่คัดค้านที่พวกลูกจัดการแบบนี้ แต่เซี่ยเซี่ย ลูกเพิ่งขึ้นเป็นระดับ SS ได้ไม่นาน มั่นใจว่าจะปกป้องตัวเองได้ไหม?”ในสายตาเจียงหลิน เพศเมียคนนั้นจัดการมู่หัวเย่ได้อย่างง่ายดาย แสดงว่าเธอไม่เพียงเป็นเพศเมียระดับ SS แต่ยังเป็นเพศเมียที่อันตรายมากด้วยที่สำคัญ เพศเมียคนนี้มีท่าทีเป็นศัตรูกับลูกสาวอย่างมากต่อให้มีอันตรายเพียงนิดเดียว เธอก็ไม่อยากให้ลูกสาวเข้าใกล้ดวงตาเจียงจือเซี่ยเป็นประกาย เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจเล็กน้อย“แม่ วางใจเถอะ เพศเมียคนนั้นสู้ฉันไม่ได้หรอก”“แต่แม่ได้ยินว่าเมื่อกี้ลูกเพิ่งหมดสติไปไม่ใช่เหรอ?”เจียงจือเซี่ยเกาหัวอย่างเขิน ๆ “อ๋อ ที่หมดสติเพราะใช้พลังจิตมากเกินไป แล้วก็เหมือนว่า...ร่างจิตของฉันกินมากเกินไปด้วย?”ทุกคนเข้าใจขึ้นมาทันทีเจียงถิงมีสีหน้าประหลาดใจ “เธอดูดซับได้แค่พลังจิตของเพศผู้ไม่ใช่เหรอ?”หรือว่าเจียงจือเซี่ยจะดูดซับได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย?พอเจียงจือเซี่
แบบนี้...ก็ดูดีเหมือนกันมู่หัวเย่ดึงแขนเสื้อของเจียงจือเซี่ยเบา ๆ อย่างระมัดระวัง“พี่สาว ผมจะพยายามทำให้ตัวเองดูดีขึ้น อย่าเกลียดผมเลยนะ”เจียงจือเซี่ยชะงัก เธอนวดขมับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีเธอก้มหน้าเดินไปข้างหน้าคนเดียว อยากรีบทำเนียนให้เรื่องนี้ผ่านไป“เรื่องพวกนี้ ไว้กลับไปแล้วค่อยคุยกันเถอะ”เจียงถิงมองเจ้าตัวเล็กที่แทบจะเกาะอยู่ตรงเอวของเพศเมีย ก่อนมองเจียงจือเซี่ยที่ไม่ได้ผลักเขาออกเลย แล้วหัวเราะหึเขาเหยียดแขนยาวออกไป จับต้นคอด้านหลังของเพศเมียไว้ได้อย่างง่ายดาย“ทำเป็นกลบเกลื่อนให้ผ่านไป ไม่ใช่นิสัยที่ดีนะ”ใบหูเจียงจือเซี่ยร้อนผ่าว เธออึกอัก ก่อนตัดสินใจไม่สนอะไรแล้ว“พี่ใหญ่ พี่ก็เห็นแล้วว่าเจียงเหลียนไปมาได้อย่างไร้ร่องรอย แถมมู่หัวเย่ก็รับมือเธอไม่ได้เลย ถ้าไม่ให้เขาอยู่ข้างฉัน เขาต้องเกิดเรื่องแน่”ลู่เจวี๋ยกำหมัดแน่น ขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาเองก็ไม่มั่นใจเท่าไรนักแม้แต่มู่หัวเย่ยังรับมือเพศเมียลึกลับคนนั้นไม่ได้ นับประสาอะไรกับเผ่าอสูรที่เพิ่งขึ้นเป็นระดับ SS อย่างเขาแววตาเขาหม่นลง หลุบตาอย่างห่อเหี่ยว “องค์หญิง ผมมันไร้ประโ
เจียงจือเซี่ยทั้งตบปลอบทั้งเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กว่าเด็กหนุ่มจะไม่สั่นมากขนาดนั้นเจียงจือเซี่ยย่อตัวลง ฝืนยิ้มหวาน รู้สึกว่าตัวเองเหมือนป้าโรคจิตคิดไม่ซื่อที่กำลังหลอกพาเด็กไป“งั้นช่วงต่อจากนี้ นายต้องอยู่กับพี่สาวตลอดนะ?”เจียงเหลียนแปลกประหลาด มาไปไร้ร่องรอย เจียงจือเซี่ยต้องให้มู่หัวเย่อยู่ในสายตาตลอดถึงจะวางใจทันทีที่พูดจบ ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เป็นประกาย เขาโผเข้ากอดเพศเมียตรงหน้าอย่างดีใจ แล้วตอบเบา ๆ “ได้...”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจและความรู้สึกพึ่งพาที่ปิดไม่มิดเขาซุกหน้าเข้าซอกคอของเพศเมีย สูดกลิ่นลึก ๆ จนแทบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมที่อบอวลสีหน้าของซูเฉินมืดลง ก่อนดึงเด็กหนุ่มออกจากอ้อมกอดของเพศเมีย“องค์หญิง ถึงมู่หัวเย่จะความจำเสื่อมและกลายเป็นเด็ก แต่จริง ๆ แล้วเขายังเป็นเพศผู้โตเต็มวัย พวกคุณอยู่ด้วยกัน...เกรงว่าจะไม่เหมาะนะครับ?”เจียงจือเซี่ยชะงักไปจังหวะหนึ่ง ก่อนกะพริบตาปริบ ๆเป็น…แบบนั้นเหรอ?“แต่ฉันแค่จะให้เขาอยู่ห้องข้าง ๆ แบบนี้ก็ไม่ได้เหรอ?”ยังคิดจะอยู่ห้องข้าง ๆ อีก แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!ซูเฉินแทบรักษาสีหน้าอ่อนโยนไว้ไม่อยู่เขารู้ว่าองค์หญิงใจอ่อนแ







