LOGINของที่เอาไปจากเธอ เธอจะให้อีกฝ่ายคายคืนมาทั้งต้นทั้งดอกเธอเชิดหน้า ยืดอกแล้วหันตัว “ไปกัน พอดีเลย ไปดูเธอสักหน่อย”ดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ในตัวเหมือนรับรู้ความคิดของเธอได้ พลังจิตจึงตื่นตัวขึ้นเล็กน้อยทันที……“ระบบ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้วจริง ๆ...”เจียงเหลียนพิงกำแพงในตรอก อาเจียนแห้งไม่หยุด แต่เดิมทีก็แทบไม่ได้กินอะไร สิ่งที่อาเจียนออกมาจึงมีเพียงน้ำย่อยรสเปรี้ยวระบบเริ่มร้อนรนขึ้นมา[ไม่ได้ รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า][ฉันไม่อยากตายไปพร้อมกับคนโง่อย่างเธอ]มันเคยปะทะกับเจียงจือเซี่ยมาแล้ว รู้ว่าถ้ายังหลบซ่อนอยู่ที่นั่น องค์หญิงแห่งจักรวรรดิจะตามหาพวกเธอเจอก็เป็นแค่เรื่องของเวลามันไม่รู้ว่าทุกอย่างในถนนมืดเป็นแผนของเจียงจือเซี่ย รู้เพียงว่าอย่างมากสามถึงห้าวัน หรืออาจเป็นชั่วโมงถัดไป มันกับโฮสต์ไร้ประโยชน์คนนี้ก็จะถูกค้นจนเจอเพราะแบบนี้มันถึงรีดพลังงานอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ย้ายเจียงเหลียนออกมาข้างนอกพอคิดถึงตรงนี้ มันก็อดรู้สึกรังเกียจไม่ได้[ถ้าเธอไม่ไร้ประโยชน์ พวกเราก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้]ดูดโชคชะตาไม่ได้ก็ช่าง ยังเกือบทำให้หมิงเย่ขุ่นเคืองอีก!ทั้งที่ปรับเปลี่ยนเธอ
เหยียนฉีตกใจจนสะดุ้ง มือสั่นพลางชี้ไปที่ผู้หญิงบนพื้น“ละ...ลูกพี่ เธอหมดสติไปแล้ว!”หนิงอี้เลิกคิ้ว ก่อนหันไปมองเธออย่างเฉยชา“หมดสติก็ดี จะได้ไม่ก่อเรื่อง พอฟื้นแล้วก็ให้คนเฝ้าเธอไว้ให้ดี”“ครับ”เมื่อประตูห้องปิดดัง “ปัง” ลูกน้องหลายคนก็เฝ้าอยู่ด้านนอก ปิดโอกาสที่เจียงเหลียนจะหนีออกไปด้วยวิธีปกติอย่างสิ้นเชิง……เจียงจือเซี่ยตกใจเมื่อได้ยินข่าวว่าทั้งสองลงไม้ลงมือกัน จึงรีบรุดมาแต่หัวหน้าถนนมืดที่ปกติเย่อหยิ่งเย็นชา ตอนนี้กลับพิงเก้าอี้อย่างอิดโรยอ่อนแรงริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย มีเพียงปอยผมสีขาวยุ่ง ๆ ไม่กี่ปอยโผล่พ้นผ้าคลุมออกมา แม้แต่จะตอบ “อืม” ยังดูยากลำบาก ราวกับบาดเจ็บสาหัสคง...ไม่ใช่หรอกมั้ง?หนิงอี้เป็นอะไรไป?เจียงจือเซี่ยลนลานทันที วิ่งไปตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนยื่นมือไปเปิดหมวกคลุมของเขาอย่างร้อนรน“นาย...นายไม่เป็นไรใช่ไหม? เจียงเหลียนทำร้ายนายเหรอ?”แต่ครู่ต่อมา ชายหนุ่มที่ดูอ่อนแรงกลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย โน้มตัวลง กักเธอไว้ในอ้อมแขน“องค์หญิง ไม่เชื่อมั่นในตัวผมเลยเหรอ?”เจียงจือเซี่ย “……”แกล้งทำงั้นเหรอ?เธอลองขยับมือ แต่ดิ้นไม่หลุด จึงเริ
“ฉันคิดดีแล้ว ถ้าจู่ ๆ ฉันไปปรากฏตัวต่อหน้าแม่ แม่คงเสียใจ ส่วนองค์หญิงคนนั้น...ท่านเลี้ยงดูอยู่ข้างกายมานานขนาดนั้น ท่านคงลำบากใจแน่”“แต่ถ้าดึงคนพวกนี้มาเป็นพวกได้ก็ไม่เหมือนกัน ถ้ามีพวกเขาอยู่ ราชินีเพศเมียก็คงยอมฟังมากขึ้น”เจียงเหลียนหัวเราะเบา ๆ อย่างจนใจ แอบปล่อยพลังจิตออกมาทีละน้อยคนในรายชื่อล้วนเป็นผู้มีโชคชะตาสูงที่ระบบให้มา เธอต้องให้หมิงเย่ช่วยพาเธอไปพบแต่ก่อนหน้านั้น ทางที่ดีต้องทำให้หมิงเย่อยู่ใต้อำนาจเธออย่างสมบูรณ์เสียก่อนพลังจิตของเพศเมียเลือนรางพันเข้ามาแทบสัมผัสไม่ได้ แต่สีหน้าของหนิงอี้กลับเปลี่ยนไป ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าวทันทีเสียง “ครืด” ดังขึ้น เก้าอี้ครูดกับพื้นจนเกิดเสียงแหลมบาดหูเขาหันหลังทันที ยกมือปิดปาก คลื่นไส้จนแทบอาเจียน ราวกับไปสัมผัสของสกปรกเข้า“คุณ! คุณทำอะไร?!”เมื่อสบกับสายตาเย็นชาและรังเกียจใต้หน้ากากของหมิงเย่ รอยยิ้มของเจียงเหลียนก็แข็งค้างเธอกรีดร้องอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่งระบบ นี่คือที่แกบอกว่าต้านทานไม่ได้งั้นเหรอ?ทำไมแต่ละคนถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้กันหมด?!ระบบเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันมันลองปล่อยพลังงานออกไปตรวจสอบ แล้วพบว่าค่าโชค
เจียงจือเซี่ยกัดฟันเงียบ ๆผู้นำสหพันธรัฐคนนี้โรคจิตจริง ๆ แม้แต่เด็กยังกล้าลงมือเมื่อสบกับสีหน้างุนงงของเด็กชาย หัวใจของเจียงจือเซี่ยก็ยิ่งบีบรัดขึ้นมาเธอลูบหัวเล็ก ๆ นั่น แล้วพูดเสริมอีกประโยค“วางใจเถอะ ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายนายได้”มู่หัวเย่พยักหน้าเขารู้ว่าพี่สาวคนสวยคนนี้เป็นคนดีเพราะคนเลวไม่มีทางมีกลิ่นหอมขนาดนี้อีกด้านหนึ่ง ที่ถนนมืดเจียงเหลียนไถลลงตามกำแพง เจ็บจนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว ดูอ่อนแรงและซีดเซียวเมื่อครู่ตอนพบกับเจียงจือเซี่ย ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ปะทุขึ้นในอก ราวกับคลื่นที่แทบจะกลืนเธอจมนั่นคือสัญญาณเตือนอย่างสุดกำลังจากระบบแม้จะหนีรอดกลับมาถึงถนนมืด เธอก็ยังไม่หายจากความหวาดกลัวที่เกือบตายเมื่อครู่เจียงเหลียนฟันสั่นกระทบกัน “เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”ทำไมจู่ ๆ เธอถึงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างในตัวถูกช่วงชิงไป?แม้ตอนนี้ร่างกายจะยังปกติดี แต่เมื่อครู่เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างสูญเสียไปถ้าระบบไม่รีบฉวยโอกาสดูดพลังชีวิตของมู่หัวเย่มาส่วนหนึ่ง เธอกับระบบคงจบเห่ตรงนั้นแล้วเสียงของระบบเต็มไปด้วยความร้อนรนและโกรธเกรี้ยว[จะเพราะอะไรได้อีก?
“...รู้สิ”เขาขยับเข้าไปอีกก้าว ยื่นหูไปใกล้มือเธอ “อยากลูบก็ลูบของผม! ผมเป็นสามีเอกขององค์หญิงนะ!”มุมปากของเจียงจือเซี่ยกระตุกเล็กน้อยนาน ๆ ทีลู่เจวี๋ยจะทำตัวหวงแบบนี้ ดูแล้วก็น่ารักดีแต่เธอกลับรู้สึกมีพิรุธเมื่อกี้เธอยังลูบคลึงหางของจิ้งจอกตัวหนึ่งอยู่ตั้งนาน...จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ พลางร้องในใจว่า แย่แล้ว!จริงดังคาด วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็สูดจมูกฟุดฟิด“ทำไมถึงมีกลิ่น...ที่ไม่คุ้น?”เจียงจือเซี่ย “……”จมูกไวจริง ๆเธอยังไม่ทันคิดว่าจะพูดยังไง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกเจียงถิงยืนอยู่หน้าประตู กวาดตามองภายในห้องอย่างสงบนิ่งเขาก้าวขายาวเข้ามา ก่อนยื่นมือแกะลู่เจวี๋ยที่เกาะติดเพศเมียออกมา“ถ้าว่างนักก็ไปจัดการเรื่องเจ้าเด็กนี่”เขาเชิดคางไปทางหน้าประตูเป็นเชิงบอกมู่หัวเย่ตัวน้อยกำลังห่อตัวอยู่ตรงนั้น มองเข้ามาในห้องตาละห้อยสายตาของเขามองสลับระหว่างลู่เจวี๋ยกับพี่สาวคนสวยสองรอบ ก่อนมองเพศผู้ร่างสูงที่มีบรรยากาศเย็นเยียบ แววตาฉายความอิจฉาเล็กน้อยเพศผู้สองคนนี้...เป็นสามีอสูรของพี่สาวเหรอ?เจียงจือเซี่ยกลัวว่าสองคนนี้จะได้กลิ่นอะไรอีก จึงฝืนพูดออกไป “เอาล
หลังฟังเรื่องความสามารถประหลาดของเจียงเหลียนที่เคลื่อนย้ายได้ในพริบตา หนิงอี้ก็นิ่งเงียบไป“แล้วองค์หญิงปล่อยให้เธออยู่ที่ถนนมืดเพื่ออะไร?”เจียงจือเซี่ย “……”เรื่องนี้พูดไม่ได้ เธอต้องการล่อให้ระบบในตัวเจียงเหลียนเผยตัว รวมถึงหาคำตอบว่าเป้าหมายของระบบนั้นคืออะไรสุดท้าย เธอกำชับให้หนิงอี้รายงานทุกความเคลื่อนไหวของเจียงเหลียนเป็นระยะ แล้วเร่งให้เขารีบกลับไป“เธออยากให้นายทำอะไร ให้ทำแบบไหน ก็บอกฉันให้หมด แต่นายเองก็ต้องระวังตัวด้วย”เธออดกังวลไม่ได้อย่าได้มีหนิงอี้ฉบับย่อส่วนโผล่มาอีกคนเชียว ไม่งั้นถนนมืดได้พังแน่ไม่ใช่เหรอ?หนิงอี้แปลงเป็นจิ้งจอก ปลายหางยังอ้อยอิ่งวนเวียนบนฝ่ามือเพศเมียอย่างอาลัยอาวรณ์ ทิ้งสัมผัสยุบยิบชวนจั๊กจี้ไว้เจียงจือเซี่ยอดไม่ได้ ลูบขยำขนมันอีกทีผ่านไปหลายวินาที เธอถึงตัดใจผลักเจ้าจิ้งจอกขนฟูออก ทำท่าจริงจังเด็ดเดี่ยว“เอาล่ะ รีบกลับไปได้แล้ว ถ้ายังไม่ไป เดี๋ยวจะไปไม่ได้จริง ๆ”แม้องครักษ์ในวังจะเฝ้ามู่หัวเย่ไม่อยู่ แต่ก็ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือจิ้งจอกน้อยร้อง “อิง” ก่อนกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่วก่อนหายไป มันหันกลับมามอง เหลือบเห็นเงาลับ ๆ ล







