18 อีกครั้ง

18 อีกครั้ง

last updateLast Updated : 2026-11-02
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
45Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ปี 2008... ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้าหา ได้มีเสียงปริศนาเยือกเย็นดังขึ้นท่ามกลางสติอันเลือนรางของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหายใจรวยริน [ตรวจพบจิตวิญญาณที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า... ท่านพร้อมจะยอมรับเงื่อนไขเพื่อแลกกับการมีชีวิตใหม่หรือไม่?] เหอหลิงซีไม่ลังเลที่จะตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากคิดว่ามันเป็นภาพหลอนครั้งสุดท้าย กระทั่งเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเธอก็พบว่าตัวเองย้อนกลับมาในปี 1998... กลับมาอยู่ในร่างของตัวเองตอนอายุ 18 อีกครั้ง ในวันที่ครอบครัวยังอยู่กันพร้อมหน้า และทุกอย่างยังไม่สายเกินแก้ แต่ของฟรีไม่มีในโลก เมื่อชีวิตใหม่ที่ได้มานั้นมาพร้อมกับเงื่อนไขบางอย่าง โดยมีเสียงที่เธอได้ยินก่อนตายตามมาด้วย ซึ่งเจ้าของเสียงเรียกตัวเองว่า ‘ระบบแก้ไขอาชญากรรม’ เงื่อนไขที่ต้องแลกด้วยชีวิตของคนในครอบครัว หากเธอไม่สามารถตามหาฆาตกรที่ซ่อนอยู่ในเงามืดได้สำเร็จ อดีตที่พยายามแก้ไขก็อาจกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่หนักมากกว่าเดิม เมื่อกติกาถูกกำหนดเอาไว้แล้ว มีทางเดียวคือต้องทำภารกิจให้สำเร็จ ดังนั้นการกลับมาเป็นเด็กสาวของเธอในวัย 18 ปีจึงไม่ใช่เด็กสาววัยใสธรรมดาอีกต่อไป!

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 รอยยิ้มหลังความตาย

ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามและสายฟ้าแลบเป็นสายยาวตัดกับท้องนภายามราตรี เมฆฝนสีดำทะมึนได้ปกคลุมเมืองตงหนานเอาไว้ราวกับลางร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน สายฝนกระหน่ำตกลงมาราวกับต้องการชะล้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้ กลิ่นชื้นเย็นของคอนกรีตเก่าลอยปะปนอยู่ในอากาศ ขณะที่แสงนีออนสีแดงจากร้านรวงริมถนนสะท้อนผ่านแอ่งน้ำบนพื้นเป็นริ้วพร่าเลือนคล้ายคราบเลือด

เหอหลิงซีในวัยยี่สิบแปดปีปั่นจักรยานฝ่าสายฝนกลับหอพักหลังเลิกงานกะดึกจากห้องนิติเวชของโรงพยาบาลประจำมณฑล เสื้อกันฝนสีหม่นปลิวไหวไปตามแรงลมเย็นจัด ล้อจักรยานบดผ่านแอ่งน้ำส่งเสียงครืดคราดเป็นระยะ ส่วนกระเป๋าเอกสารด้านหน้ารถก็สั่นโยกไปมาตามสภาพถนนขรุขระ

แม้จะทำงานด้านนิติเวชมาหลายปี แต่หลิงซีก็ยังไม่ชินกับคืนฝนตก โดยเฉพาะหลังจากชันสูตร “ศพจมน้ำ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเผลอยกมือขึ้นแตะเพจเจอร์สีน้ำเงินที่ห้อยอยู่ตรงลำคอโดยอัตโนมัติซึ่งสิ่งนี้เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีจากแม่

ที่แม้ตอนนี้มันจะเก่าและแทบใช้งานไม่ได้แล้ว แต่เธอก็ยังพกติดตัวเสมอ ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมเธอเอาไว้กับความทรงจำในอดีต

ขณะที่สายฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลิงซีจึงได้ตัดสินใจเลี้ยวจักรยานเข้าตรอกแคบด้านหลังตลาดเก่าเพื่อหวังใช้เป็นทางลัดกลับหอพักให้เร็วที่สุด

แต่ยังไม่ทันถึงกลางตรอก... หูของเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ซึ่งมันเป็นเสียงหอบหายใจที่ทั้งสั่นเครือ แผ่วเบา และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ฉับพลันมือที่จับแฮนด์จักรยานของเธอพลันชะงักค้างไปในทันที... ร่างกายของหญิงสาวแข็งค้าง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาต้นเสียงที่ได้ยิน

เปรี้ยง!!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน สายฟ้าสีขาวสว่างวาบฉีกผ่านท้องฟ้ามืดครึ้ม ก่อนแสงนั้นจะสะท้อนผ่านแอ่งน้ำบนพื้นตรอกเพียงเสี้ยววินาที และในชั่วขณะสั้น ๆ นั้นเอง… หลิงซีก็เหมือนเห็นเงาร่างของใครบางคนไหววูบอยู่ลึกเข้าไปในความมืด

ลมเย็นจัดพัดกรูผ่านตรอกแคบจนป้ายสังกะสีเก่าเหนือศีรษะกระทบกันเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดฟังดูน่าขนลุก น้ำฝนที่ไหลจากหลังคาเก่าหยดลงพื้นดังติ๋ง… ติ๋ง… ติ๋ง… สอดประสานไปกับเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชะ…ช่วย…”

เสียงนั้นสั่นเครือราวกับเจ้าของเสียงกำลังหวาดกลัวจนถึงขีดสุด หลิงซีรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ เธอค่อย ๆ แตะเบรกจักรยานอย่างช้า ๆ ก่อนที่ล้อหน้าของมันจะส่งเสียงเสียดสีกับพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำเบา ๆ ขณะที่สายตากวาดมองเข้าไปในตรอกมืดเบื้องหน้าอีกคำรบ

เปรี้ยง!!!

ฉับพลัน... สายฟ้าอีกสายได้ผ่าลงมาจนฟ้าสว่างวาบและครั้งนี้ทำให้เธอได้เห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น ห่างออกไปไม่ไกลในตรอกมืดมีร่างของชายคนหนึ่งกำลังนอนอยู่บนพื้นในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าสีสดของเขาเปียกชื้นแนบไปกับร่างกาย แต่ที่มันทำให้หลิงซีไม่กล้าหายใจแรงก็คือร่างทั้งร่างของเขาดูเหมือนมันจะมีของเหลวสีแดงไหลเจิ่งนองพื้นไหลปนเปมากับน้ำฝนที่กำลังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา

หัวใจของผู้ช่วยนักชันสูตรสาวสั่นระรัว สัญชาตญาณที่เธอทำงานด้านความตายมานานสั่งให้เธอขยับเข้าไปดูอาการของคนตรงหน้า แต่ในจังหวะที่หลิงซีกำลังจะก้าวเท้า... แสงสว่างจากฟ้าแลบอีกครั้งกลับเผยให้เห็นเงาร่างสายหนึ่งที่ยืนค้ำหัวของชายหนุ่มคนนั้นอยู่!

เงาร่างสูงโปร่งนั้นยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืดในตรอกแห่งนี้ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนบนร่างของเขาเปียกชื้นเพียงเล็กน้อยจากละอองฝน แต่กลับยังดูสะอาดเรียบร้อยผิดกับสภาพรอบข้างอย่างประหลาด

 ร่มสีดำคันหนึ่งถูกพิงเอาไว้ข้างกำแพงเก่า ส่วนปลายนิ้วที่สวมถุงมือสีเข้มกำลังจับใบหน้าของชายที่นอนจมกองเลือดเอาไว้แน่น

หัวใจของผู้ช่วยนิติเวชสาวกระตุกวูบ...

เพราะชายคนนั้นดูเหมือนกำลัง “เย็บ” มุมปากของร่างที่นอนนิ่งอยู่ โดยไม่ต้องบอกเธอก็รู้ได้ว่าร่างนั้นที่เธอเห็นตอนนี้คงหมดลมหายใจไปแล้ว หลิงซีที่เห็นภาพนี้ต่อหน้าพยายามจะยกมือปิดปากของตัวเองแน่น เธอพยายามจะลงจากจักรยานและตั้งใจจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรแจ้งความ

มือของหญิงสาวค่อนข้างสั่นขณะค่อย ๆ ล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อกันฝน เธอพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อบังคับตัวเองให้ตั้งสติ ในฐานะผู้ที่ทำงานอยู่กับความตายเป็นส่วนใหญ่ หลิงซีเคยเห็นศพมานับไม่ถ้วน ต่อให้สภาพน่าสยดสยองกว่านี้เธอก็ยังเคยเจอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวตอนนี้… ไม่ใช่ศพ หากแต่เป็น ‘คนที่กำลังยืนอยู่ข้างศพ’

เปรี้ยง!!!

สายฟ้าฟาดลงมาจนทั่วทั้งตรอกสว่างวาบอีกครั้ง  ชายแปลกหน้าค่อย ๆ ดึงด้ายเส้นสุดท้ายผ่านมุมปากของเหยื่อ ก่อนตัดมันออกอย่างไม่รีบร้อน รอยเย็บหยาบ ๆ หลายเส้นดึงริมฝีปากซีดขาวให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว... รอยยิ้มหลังความตาย

หลิงซีรู้สึกถึงบางสิ่งกำลังตีขึ้นมาถึงลำคอ ปลายนิ้วของเธอกดหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างรีบร้อน แต่เพราะมือเปียกฝนจนสั่น ทำให้เธอกดผิดหลายครั้งติดกัน

ติ๊ด…

ติ๊ด…

เสียงปุ่มกดดังแผ่วเบา แต่ในตรอกอันเงียบงันกลับชัดเจนเสียจนน่าตกใจ เธอชะงักทันที และในวินาทีนั้นเอง... ชายคนนั้นก็หยุดมืออย่างช้า ๆ มันดูช้ามากก่อนจะเงยหน้าขึ้นและตามมาด้วยสายฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกคำรบ ใบหน้าของเขาปรากฏชัดกลางสายฝน

ซึ่งใบหน้านั้นดูสุภาพ สะอาดสะอ้าน หล่อเหลาเสียจนดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความตายตรงหน้าได้แม้แต่น้อย แต่ดวงตาคู่นั้นของเขามันกลับว่างเปล่าและเย็นเยียบอย่างน่ากลัว หลิงซีรู้สึกหัวใจหล่นวูบลงไปถึงปลายเท้า

เพราะเธอรู้แล้วว่า... เขาน่าจะเห็นเธอเข้าแล้วท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนัก แต่ชายแปลกหน้ากลับเพียงมองมายังทิศทางที่เธอซ่อนตัวอยู่อย่างนิ่งงันโดยไม่พูดและไม่ทำอะไร ราวกับกำลังประเมินและกำลังคิดว่า… ควรทำอย่างไรกับ “พยาน” คนนี้

หลิงซีรีบลดตัวลงต่ำข้างจักรยานโดยสัญชาตญาณ ลมหายใจเริ่มถี่รัว เธอกดโทรศัพท์อีกครั้งอย่างลนลาน แต่ทว่า... มันไม่มีสัญญาณ

“บ้าเอ๊ย…”

หญิงสาวกัดฟันแน่น ฝนคืนนี้ตกหนักเกินไปทำให้คลื่นสัญญาณแทบไม่เหลือและแล้ว... เปรี้ยง!!! ฟ้าก็ผ่าลงมาอีก ซึ่งคราวนี้หลิงซีเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังเดินมาทางเธอ ท่าทางของเขาไม่รีบร้อน ไม่ตื่นตระหนก แต่การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้หัวใจของผู้ช่วยนิติเวชสาวบีบคั้นมากกว่าเดิม

ดวงตาของเธอจ้องมองรองเท้าหนังสีดำเหยียบผ่านแอ่งน้ำช้า ๆ ทีละก้าวดัง ฉับ... ฉับ... ฉับ... เสียงนั้นดังสม่ำเสมอท่ามกลางสายฝน ราวกับนักล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น

หลิงซีรีบลุกขึ้นคร่อมจักรยานทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ‘หนี’ นี่คือคำเดียวในหัวของเธอ... เธอต้องหนีเดี๋ยวนี้! ไวเท่าความคิด หญิงสาวออกแรงปั่นสุดชีวิต ล้อจักรยานหมุนผ่านน้ำฝนกระเซ็นไปทั่วทั้งตรอก เสียงหอบหายใจของเธอดังระงมอยู่ในหู แต่ยังไม่ทันพ้นปากตรอกเล็กแคบอันแสนเปลี่ยว เธอก็ได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นจากด้านหลัง

“คุณรู้ไหม…” น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนดังแทรกสายฝนเข้ามา “ผมเกลียดคนที่ชอบเสแสร้งที่สุด”

หลิงซีเบิกตากว้าง ขาทั้งสองออกแรงปั่นแรงขึ้นกว่าเดิม“โดยเฉพาะคนที่ยิ้ม…” เสียงนั้นยังคงดังตามหลังมา ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ามันเป็นวิญญาณร้ายที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด “ทั้งที่ข้างในเน่าเฟะไปหมดแล้ว” สิ้นเสียงนี้ เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เปรี้ยง!!!

หลิงซีหันกลับไปมองด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที และภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดทั้งร่างของเธอเย็นเฉียบ ชายคนนั้นกำลังยืนอยู่กลางตรอก ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงฟ้าแลบยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางโดยในมือของเขา… มีเข็มเย็บกระสอบที่ยังเปื้อนเลือดอยู่

ทันใดนั้นเอง...

ล้อจักรยานของหลิงซีก็ไถลไปกับแอ่งน้ำขนาดใหญ่

“กรี๊ด!”

และเพราะการกระทำนี้ก็ส่งผลให้ร่างบางของเธอเสียหลักอย่างรุนแรง จักรยานล้มกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น โทรศัพท์มือถือกระเด็นหลุดมือไปไกล ความเจ็บแล่นขึ้นทั่วร่าง แต่หญิงสาวไม่มีเวลามาสนใจกับความเจ็บปวดในตอนนี้

หลิงซีรีบยันตัวลุกขึ้นทันที เพราะตอนนี้หูของเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และก่อนที่มันจะตามมาทัน... เธอต้องหนีจากเงื้อมมือของมัจจุราชทางด้านหลังให้พ้น

แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเธอแม้แต่น้อย เพราะความเจ็บปวดจากการกระแทกแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลังและหัวเข่า แต่ความหวาดกลัวที่มีมากกว่าทำให้เธอพยายามจะคลานหนี ทว่าเพียงแค่ขยับตัว เงาดำด้านหลังก็ทาบทับลงมาบดบังแสงไฟอันน้อยนิดในตรอกนั้นเสียสนิท

            หมับ!

ฝ่ามือหนาที่ยังคงสวมถุงมือเปียกชื้นคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของหญิงสาว แรงบีบนั้นมหาศาลจนหลิงซีรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตก ผู้ช่วยนิติเวชสาวสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เธอขัดขืน ไวเท่าความคิดเธอใช้ศอกกระทุ้งกลับไปด้านหลังจนสุดแรงพร้อมกับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง

“ปล่อยนะ! ไอ้ฆาตกร! ช่วยด้วย!”

หลิงซีอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายชะงักเพราะโดนแรงกระแทก สะบัดตัวจนหลุดออกจากการเกาะกุม ตอนนี้เธอไม่สนใจจักรยานหรือโทรศัพท์ที่จมอยู่ในน้ำอีกต่อไป เธอออกตัววิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี วิ่งฝ่าสายฝนที่ทิ่มแทงใบหน้าจนพร่ามัว โดยมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ยังคงไล่หลังตามมาติด ๆ ในหัวของหลิงซีตอนนี้ราวกับว่ามีเสียงของเทพเฮยไป๋อู๋ฉางกำลังส่งเสียงเรียก

หญิงสาววิ่งจนไม่ลืมหูลืมตา ใจของเธอกระหวัดนึกถึง เพจเจอร์สีน้ำเงิน ที่ห้อยคออยู่ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวเธอจึงจับมันเอาไว้แน่น ในใจก็ภาวนาถึงมารดาที่จากไปแล้วให้มาช่วยทั้งที่รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

“แม่... ช่วยหนูด้วย!” หลิงซีตะโกนก้องในใจ เพจเจอร์สีน้ำเงินในมือเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในวินาทีแห่งความเป็นตายนี้

ในที่สุดหญิงสาวก็วิ่งโผล่พรวดออกจากปากตรอกแคบที่มืดมิดโดยไม่สนแม้แต่จะมองซ้ายมองขวา แสงสว่างจ้าจากถนนใหญ่สาดส่องเข้ามาปะทะดวงตาจนขาวโพลนไปหมด

หลิงซีคิดเพียงว่าต้องไปให้ถึงที่ที่มีคนเห็นเธอ ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเสียงคำรามของเครื่องยนต์และเสียงบดของล้อรถกับพื้นถนนเปียกแฉะกลับดังขึ้นอย่างกะทันหันทางด้านขวา

เอี๊ยด...!!!

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวบาดแก้วหู ร่างผอมบางของ หลิงซีถูกกระแทกเข้าอย่างรุนแรงจนลอยละลิ่วไปกลางอากาศ โลกทั้งใบหมุนคว้าง สายฝนที่ร่วงหล่นดูเหมือนจะหยุดชะงักไปในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกเข้ากับพื้นถนนปูนแข็ง ๆ อย่างหนักหน่วง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
45 Chapters
ตอนที่ 1 รอยยิ้มหลังความตาย
ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามและสายฟ้าแลบเป็นสายยาวตัดกับท้องนภายามราตรี เมฆฝนสีดำทะมึนได้ปกคลุมเมืองตงหนานเอาไว้ราวกับลางร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน สายฝนกระหน่ำตกลงมาราวกับต้องการชะล้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้ กลิ่นชื้นเย็นของคอนกรีตเก่าลอยปะปนอยู่ในอากาศ ขณะที่แสงนีออนสีแดงจากร้านรวงริมถนนสะท้อนผ่านแอ่งน้ำบนพื้นเป็นริ้วพร่าเลือนคล้ายคราบเลือดเหอหลิงซีในวัยยี่สิบแปดปีปั่นจักรยานฝ่าสายฝนกลับหอพักหลังเลิกงานกะดึกจากห้องนิติเวชของโรงพยาบาลประจำมณฑล เสื้อกันฝนสีหม่นปลิวไหวไปตามแรงลมเย็นจัด ล้อจักรยานบดผ่านแอ่งน้ำส่งเสียงครืดคราดเป็นระยะ ส่วนกระเป๋าเอกสารด้านหน้ารถก็สั่นโยกไปมาตามสภาพถนนขรุขระแม้จะทำงานด้านนิติเวชมาหลายปี แต่หลิงซีก็ยังไม่ชินกับคืนฝนตก โดยเฉพาะหลังจากชันสูตร “ศพจมน้ำ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเผลอยกมือขึ้นแตะเพจเจอร์สีน้ำเงินที่ห้อยอยู่ตรงลำคอโดยอัตโนมัติซึ่งสิ่งนี้เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีจากแม่ที่แม้ตอนนี้มันจะเก่าและแทบใช้งานไม่ได้แล้ว แต่เธอก็ยังพกติดตัวเสมอ ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมเธอเอาไว้กับความทรงจำในอดีต
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยน
ความเจ็บปวดมหาศาลปะทุขึ้นทุกอณูขุมขน แขนนิ่งสนิท ขาขยับไม่ได้ กลิ่นคาวเลือดอุ่น ๆ ไหลอาบแก้มปนไปกับน้ำฝนที่เย็นจัด สติที่เหลือเพียงน้อยนิดเห็นภาพเลือนรางของชายร่างสูงเดินออกมาจากมุมมืดของตรอก เขายืนนิ่งมองดูผลงานของโชคชะตาที่แย่งงานตัวเองไปอย่างเลือดเย็นทางด้านของหลิงซี ในวินาทีที่ลมหายใจของเธอเริ่มขาดห้วง ทันใดนั้นเอง... เพจเจอร์ที่เธอเคยกำไว้แน่นกลับสั่นสะเทือนอย่างแรง พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังแทรกผ่านความมืดมิดในหัวของเธอ[ตรวจพบจิตวิญญาณที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า]เธอเบิกตากว้างขึ้นทันที เพราะตอนนี้หลิงซีไม่อาจรู้เลยว่านี่คือความจริงหรือภาพหลอนก่อนตาย แต่เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง[ตรวจพบวัตถุเชื่อมต่อสำเร็จ เริ่มต้นการเชื่อมระบบแก้ไขอาชญากรรม]‘ระบบ…อะไรนะ?’ ความคิดของคนร่างบางเริ่มเลือนราง แต่แล้วภาพของครอบครัวก็พลันผุดขึ้นมาในหัว... แม่ที่ยืนยิ้มอยู่ในครัว พ่อที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ น้องชายที่บ่นเรื่องการสอบ รวมถึงน้องสาวที่แอบกินของในตู้เย็น ทุกภาพชัดเจนจนหัวใจเธอเจ็บแทบขาด ท่ามกลางความคิดเหล่า
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 3 คลื่นลมก่อนพายุ
เสียงฝีเท้าของหลิงซีดังตึงตังไปทั่วบ้านไม้หลังขนาดกลาง ขณะที่เธอวิ่งลงบันไดอย่างรีบร้อนจนเสี่ยวเป่าที่ลงมาถึงก่อน กำลังนั่งกินปาท่องโก๋อยู่แทบสำลัก“พี่ใหญ่! จะรีบไปไหนเนี่ย!”คนเป็นพี่ไม่ตอบ เธอคว้าเสื้อคลุมสีซีดที่แขวนอยู่ข้างประตูขึ้นมาสวมลวก ๆ ก่อนหันมองรอบบ้านด้วยหัวใจที่สั่นรัว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม… ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ตัวเก่า วิทยุเครื่องเล็กข้างหน้าต่าง กลิ่นน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ที่ซินเยว่เพิ่งต้มเสร็จ ภาพธรรมดาเหล่านี้กลับทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในชาติที่แล้ว หลังจากพ่อประสบอุบัติเหตุ บ้านหลังนี้ก็ไม่เคยมีบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้อีกเลย“พี่?”ซินเยว่ชะงักเมื่อเห็นสีหน้าพี่สาว เด็กสาววัยสิบห้าปีในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกเอียงศีรษะมองอย่างงุนงง มือยังถือทัพพีค้างอยู่“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”หลิงซีสูดลมหายใจลึก ก่อนรีบเดินเข้าไปจับไหล่น้องสาวแน่น สัมผัสอบอุ่นตรงหน้าทำให้เธอมั่นใจอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ก่อนจะถามถึงผู้ให้กำเนิดด้วยความหวัง“พ่อออกไปนานหรือยัง?”“เอ๊ะ?” ซินเยว่กะพริบตาปริบ ๆ “เพิ่งออกไปเมื่อกี
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
ตอนที่ 4 หลิวซิง
“ซีซี?”เสียงของคนเป็นพ่อดึงสติเธอกลับมา หลิงซีหันมาตามเสียงเรียก ก่อนรีบกะพริบตาถี่ ๆ กลบความรู้สึกที่กำลังตีขึ้นมา ในอก ทางด้านของหลิวซิงเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งเห็นพวกเธอ เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนเข็นจักรยานเข้ามาใกล้“ได้ยินว่าลุงเกือบเกิดเรื่อง” น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเรื่อยเหมือนเดิมเหอจื้อเหวินหัวเราะแห้งออกมา “อืม เกือบไปแล้วจริง ๆ” เขาตอบตามจริงพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ “ดีที่ลูกสาวฉันสังเกตทัน”หลิวซิงจึงหันมองหลิงซี สายตาคู่นั้นยังนิ่งสงบเหมือนในความทรงจำ ไม่มีใครรู้เลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังแบกอะไรเอาไว้ในใจบ้าง“เธอเก่งขึ้นนะ”คำพูดนี้ทำให้คนถูกชมรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เพราะคนตรงหน้า… ยังยืนอยู่ตรงนี้แบบยังมีชีวิต ยังพูดได้ และยังหายใจ ไม่ใช่ภาพร่างไร้วิญญาณที่นอนนิ่งอยู่ริมน้ำอีกต่อไป คิดได้เช่นนี้เธอจึงพยายามฝืนยิ้มออกมา“แน่นอนอยู่แล้ว” เธอกล่าวโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากเพื่อนวัยเด็ก“อีกไม่กี่เดือนฉันก็จะสอบเกาเข่าแล้วนะ”หลิวซิงเลิกคิ้วนิดหนึ่ง “ยังมีอารมณ์พูดเรื่องสอบอีกเหรอ”“ก็ต้องพูด
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
ตอนที่ 5 แม่
“ไม่ลำบากเลยค่ะแม่ หนูแบ่งเวลาได้” หลิงซียืนยันด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอในตอนนี้มั่นคงจนคนเป็นแม่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง“หนูอยากให้ครอบครัวเราดีขึ้น และตั้งแต่วันนี้หนูไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บป่วยหรือเสียสละเพื่อหนูฝ่ายเดียวอีกแล้ว”คนเป็นแม่มองลูกสาวคนโตอยู่นานก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจระคนภาคภูมิใจ แม้ในใจจะรู้สึกได้ว่าลูกมีความเปลี่ยนแปลง แต่หล่อนก็คิดเพียงว่าบางทีการที่ลูกกำลังจะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยอาจทำให้ลูกเติบโตขึ้นนั่นเอง“ได้ ในเมื่อลูกตั้งใจขนาดนี้ แม่ก็จะช่วยอีกแรง... แล้วจะให้แม่ทำอะไรล่ะ”หลิงซีฉีกยิ้มกว้างหลังได้ยินคำตอบนี้ โดยที่ยังไม่คลายอ้อมกอดของตน“หนูต้องการ ‘รสมือแม่’ ค่ะ หนูอยากทำของทอดสูตรพิเศษ กับของกินเล่นที่คนเห็นแล้วต้องเหลียวมอง”และแล้วในบ่ายวันนั้น บ้านตระกูลเหอที่เคยเงียบเหงาก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้เป็นแม่ช่วยลูกสาวคนโตเตรียมวัตถุดิบและหมักหมูตามสูตรที่เธอบอก แม้บาง อย่างหลินซูอวี้จะดูงุนงงว่าเป็นสูตรมาจากไหน แต่เมื่อได้ลองชิมรสชาติที่ลูกสาวปรุงขึ้น หล่อนก็ถึงกั
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 6 ร่วมแรงร่วมใจ
บรรยากาศในลานบ้านตระกูลเหอที่เคยเงียบเหงาตามความทรงจำของชาติที่แล้วในเวลานี้หลังจากพ่อได้รับบาดเจ็บของหลิงซี บัดนี้กลับคึกคักไปด้วยหยาดเหงื่อและเสียงหัวเราะของความหวัง เหอจื้อเหวินเป็นคนไปยกถังน้ำออกมา ขณะที่เสี่ยวเป่ากับซินเยว่พากันกุลีกุจอช่วยกันขัดสนิมและคราบฝุ่นที่เกาะอยู่บนรถเข็นสี่ล้อย่างแข็งขัน“ซินเยว่ เสี่ยวเป่า เบามือหน่อยลูก เดี๋ยวสีหลุดหมด” หลินซูอวี้ร้องบอกกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเดินกลับเข้าครัวเพื่อไปเตรียมน้ำหวานมาให้ทุกคนจิบแก้เหนื่อยส่วนหลิงซีเดินสำรวจรอบรถเข็นไม้คันเก่า ที่โครงสร้างไม้เนื้อแข็งยังคงแน่นหนาดี มีเพียงส่วนที่เป็นเหล็กเท่านั้นที่มีสนิมเกาะกินบางจุด เธอใช้สายตากวาดประเมินสัดส่วนและพื้นที่ใช้สอยทันที“พ่อคะ ตรงช่องด้านบนตรงนี้ ลุงเฉินกั้นไว้ทำอะไรเหรอคะ?” เธอถามพลางเอื้อมมือไปแตะอย่างสนใจ“อ๋อ ลุงเฉินแกเคยขายน้ำเต้าหู้กับซาลาเปานึ่งน่ะลูก  ตรงนั้นแกเจาะช่องไว้ตั้งเตาถ่าน” คนเป็นพ่อตอบพลางใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ขมับ “พ่อคิดว่าถ้าเราเอามาปรับตรงนี้ ให้กระทะทอดไก่อยู่ฝั่งซ้าย แล้วตั้งเตาย่างหมูหมักน้ำผึ้งฝั่งขวา ส่วนตร
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more
ตอนที่ 7 เล่นผิดคน
เด็กวัยรุ่นคนนั้นเดินปะปนมากับกลุ่มลูกค้าอย่างแนบเนียน สีหน้าของเขาไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปแม้แต่น้อย เขาหยุดอยู่ท้ายแถว มือทั้งสองล้วงกระเป๋ากางเกงพลางกวาดสายตามองสินค้าบนรถเข็นเป็นระยะหลิงซีแสร้งไม่สังเกตเห็น มือของเธอยังคงพลิกหมูย่างบนตะแกรงต่อไป กลิ่นหอมของน้ำผึ้งที่เคลือบอยู่บนเนื้อหมูค่อย ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ“หมูย่างห้าไม้ได้แล้วค่ะ” เธอยื่นให้ลูกค้าคนแรกพร้อมรับเงิน“น้อง... ไก่ทอดสามชิ้น!” พอลูกค้าคนนั้นจากไปก็มีเสียงของลูกค้าอีกคนดังขึ้น“ได้ค่ะ”ลูกค้าเริ่มต่อแถวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีหลินซูอวี้สลับมารับหน้าที่ทอดไก่ เหอจื้อเหวินยืนย่างหมู หลิวซิงกับเสี่ยวเป่ายังคอยเชิญชวนลูกค้าและเก็บภาชนะที่ใช้ชิม ส่วนซินเยว่ช่วยหยิบถุงกระดาษและห่ออาหารส่งให้ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบส่วนเด็กวัยรุ่นคนนั้นก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้รถเข็นทีละน้อย ดวงตาของเขาไม่ได้มองอาหารเลย แต่กลับมองไปยังถังน้ำสะอาดที่วางอยู่มุมรถเข็น... มองกล่องใส่วัตถุดิบ... รวมถึงกล่องเก็บเงิน เพียงเสี้ยววินาทีเดียว หลิงซีก็จับจังหวะสายตาของอีกฝ่ายได้‘กำลังหาจุดลงมือ.
last updateLast Updated : 2026-10-23
Read more
ตอนที่ 8 ภารกิจหลักมาแล้ว
แม้ร้านค้าของพวกเขาจะยังเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงพูดคุยคึกคัก แต่เมื่อวัตถุดิบชุดสุดท้ายถูกขายหมด ครอบครัวเหอ กับหลิวซิงก็ช่วยกันเก็บร้านด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าปนตื่นเต้น“หมดจริง ๆ ด้วย…” ซินเยว่ยังดูเหมือนไม่อยากเชื่อขณะมองตะแกรงว่างเปล่าหน้าตน ส่วนทางด้านเสี่ยวเป่า เด็กหนุ่มก็หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี “ขนาดมีเรื่องพวกเราก็ยังขายได้!”“แต่อย่ามีเรื่องดีที่สุด” เหอจื้อเหวินส่ายหน้าให้กับคำพูดของบุตรชายทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ฉันว่ารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ ดึกแล้ว”ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันทีกับคำพูดนี้ของหลิวซูอวี้ เพราะแม้จะตื่นเต้นแค่ไหน แต่การยืนขายของหลายชั่วโมงก็เล่นเอาเมื่อยไปทั้งตัว ไม่นานรถเข็นไม้คันเดิมก็ถูกเข็นกลับไปตามถนนสายเล็กของเมืองริมทะเล ท่ามกลางลมกลางคืนที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทางเสี่ยวเป่ายังคงไม่หยุดพูด“พี่ใหญ่! ตอนผมตะครุบเด็กหนุ่มคนนั้นนะ ผมตื่นเต้นมากเลย!”“อืม ทำไมพี่ไม่พูดตอนที่พี่ยืนหน้าซีดบ้างล่ะ” ซินเยว่รีบแทรกอย่างไม่ไว้หน้า“ซินเยว่! ตอนนั้นฉันแค่ยังไม่ทันตั้งตัว!”เสียงเ
last updateLast Updated : 2026-10-23
Read more
ตอนที่ 9 เสี่ยวเล่อ
หลังสิ้นเสียงของเหอจื้อเหวิน บรรยากาศภายในบ้านก็เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยโจ๊กเบา ๆ เท่านั้นที่ดังเป็นระยะ หลิงซีก้มมองเพจเจอร์อีกครั้ง[เวลาคงเหลือก่อนเหตุการณ์ลักพาตัว:  7 ชั่วโมง 55 นาที]เวลาที่เหลือจะว่ามากก็ไม่ได้จะว่าน้อยก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน แต่หากลงมือไม่ทันทุกอย่างอาจเกิดการผลิกผันเอาได้“พ่อคะ” หลิงซีเงยหน้าขึ้นจากถ้วยโจ๊ก “หนูรู้ว่าพ่อใจร้อนอยากจะไปดูที่นั่นก่อน”“ใช่!” เหอจื้อเหวินยอมรับตามตรง“แต่หนูว่ายังไม่ควรไปค่ะ”“ทำไมล่ะ” ผู้เป็นพ่อถามต่ออย่างกังขา“เพราะถ้าไปที่นั่นตั้งแต่ตอนนี้ มันจะสะดุดตาเกินไป” เด็กสาวพูดอย่างใจเย็น “อีกอย่างเหตุการณ์เกิดช่วงบ่าย คนร้ายเองก็น่าจะเลือกเวลาที่คนเริ่มบางตา”หลิวซิงพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเธอเช่นกัน“จริงครับ ช่วงเที่ยงถึงบ่าย อากาศร้อน คนแถวนั้นจะกลับบ้านกันเยอะ หากเราไปตั้งแต่ตอนนี้อาจจะเป็นที่สงสัย เอาได้”เหอจื้อเหวินนิ่งคิด ก่อนจะพยักหน้ารับ อดีตนักเรียนตำรวจอย่างเขาเข้าใจดีว่า การเฝ้าระวังไม่ใช่การพุ่งเข
last updateLast Updated : 2026-10-23
Read more
ตอนที่ 10 ข้อสันนิษฐาน
ตำรวจสองนายรีบลากตัวชายร่างท้วมกับคนขับรถตู้ขึ้นรถทันที ขณะที่คนที่เหลือเข้าไปตรวจค้นภายในรถตู้ สีหน้าค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้นเมื่อพบเชือก ผ้าปิดปาก และขนมเด็กหลายชิ้นอยู่ด้านในและยังมีแผ่นป้ายทะเบียนรถปลอมด้วยขณะเดียวกันนั้น... โจวอี้เฉินที่อุ้มเสี่ยวเล่อแนบอกพลางกวาดสายตามองกลุ่มคนที่ช่วยชีวิตหลานชายของสารวัตรสวี่ไว้ แววตาของเขาหยุดลงที่เหอจื้อเหวิน ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางทะมัดทะแมงและมีแววตาคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด“ขอบคุณพวกคุณมากที่ช่วยเด็กไว้” โจวอี้เฉินเอ่ยอย่างเป็นทางการ “โดยเฉพาะคุณ... ท่าทางของคุณดูเหมือนคนที่เคยผ่านการฝึกมา”เหอจื้อเหวินนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ายอมรับตามจริง“ผมชื่อเหอจื้อเหวินครับ เคยอยู่ในโรงเรียนตำรวจมาก่อน... แต่ลาออกมากลางคันก่อนจะจบ”ดวงตาของโจวอี้เฉินไหววูบเมื่อได้ยินชื่อ “เหอจื้อเหวินงั้นเหรอ? ผมเคยได้ยินสารวัตรสวี่พูดถึงชื่อนี้อยู่บ่อยครั้ง ท่านบอกว่าเสียดายฝีมือรุ่นน้องคนหนึ่งมาก เป็นคุณเองหรือครับ”คำพูดของตำรวจหนุ่มทำให้ชายวัยกลางคนนิ่งค้างไป“รุ่นพี่สวี่... ยังจำผมได้งั้นเหรอครับ? ตอนที่ผมยังฝึ
last updateLast Updated : 2026-10-23
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status