LOGINดังนั้นเธอจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะว่ายน้ำอย่างเต็มที่ในทะเลสีชมพูของสวย ๆ ล้วนมีพิษสินะ...เทอร์มินัลดังขึ้นหนึ่งครั้งลู่เจวี๋ยตอบข้อความมา บอกว่าเพิ่งฝึกเสร็จ พร้อมชมว่าเขตดาวอ้ายเอ่อร์สวยมาก[องค์หญิง คิดถึงคุณจัง…]ตามมาด้วยสติกเกอร์ลูกหมากลิ้งไปมาเจียงจือเซี่ยถูกความน่ารักของเขาทำเอาใจอ่อน จึงบอกอย่างใจกว้างว่า [ที่นี่เป็นของฉันแล้ว ต่อไปเวลานายมีวันหยุด ฉันจะพานายมาเที่ยวได้ตลอด!]ลู่เจวี๋ยตอบกลับทันที [องค์หญิงจะกลับเมื่อไหร่?]เจียงจือเซี่ยตอบ [อีกสักสองวัน คงอยู่ไม่นาน ครั้งนี้แค่มาดูเล่น ๆ]เธอเปิดฟังก์ชันถ่ายภาพของเทอร์มินัล ยิ้มตาหยีให้กล้อง ชูสองนิ้วเป็นรูปตัว “V” แล้วส่งให้ลู่เจวี๋ยจากนั้นเธอกลอกตาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนส่งรูปนั้นให้เฉินลี่เพื่อนสาวอีกคนเฉินลี่แทบจะตอบทันที ส่ง “กรี๊ดดด” มารัว ๆ[องค์หญิงออกไปเที่ยวไม่พาฉันไปด้วย! ที่นี่ที่ไหนเนี่ย สวยขนาดนี้!]เจียงจือเซี่ยอวดอย่างเชิด ๆ [เขตดาวของฉันเองนะ~ ไว้ฉันพาเธอมาเที่ยวด้วยกัน]เฉินลี่ [รายงานองค์หญิง! พร้อมเสมอค่ะ!]เจียงจือเซี่ยหัวเราะออกมา พอดีกับที่ลู่เจวี๋ยตอบกลับลู่เจวี๋ย [เดิมทีคิ
คำพูดของเจียงเสวี่ยเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังหยั่งเชิงแต่คำพูดนี้กลับทำให้เจียงจือเซี่ยนึกถึงอีกคนหนึ่งหลังมื้อเย็น เธอป้อนเนื้อชิ้นนุ่ม ๆ ที่ย่างสุกให้เสี่ยวไป๋สองสามชิ้น ก่อนอุ้มมันโน้มตัวพาดราว มองออกไปยังทะเลสีชมพูยามค่ำคืนแสงจันทร์สาดลงบนผิวน้ำ เกลียวคลื่นสีชมพูยังคงซัดพลิ้วเป็นประกายระยิบระยับ สวยงามจนดูไม่เหมือนจริง ราวกับเทพนิยายแต่เจียงจือเซี่ยกลับไม่มีอารมณ์จะชม สีหน้าเหม่อลอยคนที่เธอนึกถึงคือเจียงถิงจริงอย่างที่เจียงเสวี่ยพูด เพศผู้ต้องพึ่งพาพลังจิตของเพศเมียในการปลอบประโลมจึงจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่จะบอกว่าเจียงถิงเข้าหาเธอเพื่อให้ได้รับการปลอบประโลม ก็คงเป็นไปไม่ได้ก่อนหน้านี้เพื่อไม่บังคับเธอ เขาถึงขั้นตัดสินใจรอให้ภาวะคลุ้มคลั่งเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ เรื่องนี้เธอยังเชื่อเขาอยู่แต่มีปัญหาหนึ่งที่เธอคิดไว้นานแล้วเจียงถิงชอบใครกันแน่?เขาชอบเจ้าของร่างเดิม หรือชอบเธอ?ถ้าในความรู้สึกนี้ เธอเป็นตัวแทนของใครสักคน...เธอไม่เอาหรอกเจียงจือเซี่ยถอนหายใจอย่างทอดถอน ก่อนมุดเข้าไปในผ้าห่มโทษเจียงถิงนั่นแหละผู้ชายคนนั้นรุกหนักเกินไป ขอแค่ท่าทีของเธออ่อนลงนิดเ
นี่มันสวยเกินไปแล้ว!!ทันทีที่ลงจากแคปซูลลอยฟ้า เจียงจือเซี่ยก็อุ้มเสี่ยวไป๋วิ่งออกไป แล้วหมุนตัวหนึ่งรอบบนชายหาด“ว้าว——”เธอตื่นเต้นจนยกเสี่ยวไป๋ขึ้นมาฟัดสองที “เสี่ยวไป๋ดูสิ! ทะเลสีชมพู! ต่อไปที่นี่ก็เป็นของฉันแล้ว!”หนิงอี้ถูกเขย่าจนเวียนหัว ร้อง “อิง” อย่างหมดแรงตอนนี้เขาอยากรีบกลับไปอย่างเดียวไม่รู้ว่าเจียงจือเซี่ยจะเที่ยวเล่นอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ถ้าอยู่นาน ทางตระกูลหนิงไม่รู้ว่าจะวุ่นวายกันขนาดไหนเจียงจือเซี่ยเห็นเสี่ยวไป๋ดูซึม ๆ นึกว่ามันเมาพาหนะ จึงรีบอุ้มมันให้มั่นแล้ววิ่งเข้าไปในวังภายในวังมีเสาระเบียงแกะสลัก โคมระย้าคริสตัลเปล่งแสงนวล จากหน้าต่างทุกบานมองเห็นคลื่นทะเลสีชมพู เหล่าคนรับใช้ยืนสองฝั่งต้อนรับอย่างนอบน้อมเจียงหลินเห็นลูกสาวร่าเริง ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู “ชอบไหม?”เจียงจือเซี่ยพยักหน้ารัว ๆ “ชอบ! ชอบมาก!”เธอยิ้มพลางลูบศีรษะลูกสาว “ชอบก็ดี กลับไปแล้วจะให้พ่อของลูกโอนสิทธิ์ปกครองให้”เจียงจือเซี่ยได้ยินก็มีความสุขจนแทบจะบินได้เจียงถิงยืนอยู่ไม่ไกล มองท่าทางดีใจของเธอ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเจียงเสวี่ยเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ตั้งแต่ลงจอดก็คอยมองส
แต่เจียงเสวี่ยนี่มันยังไงกัน?เจียงถิงเหลือบมองทางนั้นอย่างเรียบเฉย “เธออยากตามมา ราชินีเพศเมียก็ปฏิเสธลำบาก”เจียงจือเซี่ยกัดฟัน ถามอย่างขุ่นเคือง “ตกลงเธอมาทำอะไรกันแน่?”หลายวันแล้ว เจียงเสวี่ยมาดาวหลวงตั้งหลายวันแล้ว!เอาแต่อยู่ดาวหลวงไม่ยอมไปไหน ทุกวันถ้าไม่ยุแยงใส่ความต่อหน้าแม่ ก็มากินฟรีดื่มฟรี ไม่มีท่าทีว่าจะกลับเลยสักนิดเจียงถิงมองท่าทางโมโหของเธอ ก่อนโน้มตัวลงเล็กน้อย เอ่ยสองคำ“ตระกูลลู่”เจียงจือเซี่ยขมวดคิ้วที่จริงเธอก็เคยคิดว่า เจียงเสวี่ยรู้ว่าคดีตระกูลลู่กำลังจะถูกรื้อขึ้นใหม่ การมาดาวหลวงครั้งนี้ก็เพื่อหยั่งเชิงแต่ช่วงนี้เจียงเสวี่ยไม่มีความเคลื่อนไหวเลย ไม่เหมือนคนที่กลัวว่าจะถูกจับหลักฐานการก่อกบฏได้พอนึกถึงเรื่องนี้ เธอก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ก่อนหน้านี้เธอเชื่อเนื้อเรื่องเดิมมากเกินไป ถึงกับพาลู่เจวี๋ยไปโผล่ต่อหน้าเจียงเสวี่ย แล้วยังขอแฟ้มข้อมูลตระกูลลู่จากเธอตรง ๆเจียงเสวี่ยจะสงสัยชาติกำเนิดของลู่เจวี๋ยไหม?หรือก่อนหน้านี้ที่เธอพูดถึงลู่เจวี๋ยต่อหน้าราชินีเพศเมีย จะจงใจงั้นเหรอ?ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งกังวลเจียงเสวี่ยคงไม่ลงมือกับลู่เจวี๋ยหรอกนะ?เจียงถ
เจียงจือเซี่ยตื่นขึ้นมาก็ดีใจสุด ๆเสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว!จิ้งจอกขาวขนฟูนอนขดอยู่ปลายเตียง ใช้หางใหญ่ฟูฟ่องพันรอบตัวจนขดเป็นก้อน ซุกหัวอยู่ข้างใน กำลังหลับสนิทเจียงจือเซี่ยเกือบกรี๊ดออกมา ค่อย ๆ คลานเข้าไป แล้วขยับเข้าไปมองใกล้ ๆขนของเสี่ยวไป๋ขึ้นเต็มแล้ว ขาวราวหิมะ เพียงแต่ดูเหมือนจะผอมลงต้องเพราะอยู่ข้างนอกกินไม่อิ่ม ถึงได้กลับมาแน่ ๆเจียงจือเซี่ยสงสารจับใจหูของจิ้งจอกน้อยขยับ มันปรือตามองเธออย่างเนือย ๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเจียงจือเซี่ยชะงักไปกับสายตาเย็นชานั้นทำไมรู้สึกว่าเสี่ยวไป๋...ไม่เหมือนเดิม?หนิงอี้หลับตา พยายามแกล้งหลับอย่างเต็มที่เมื่อวานกว่าเขาจะหาโอกาสแอบเข้าวิลล่าหลังนี้ได้ก็แทบแย่ ตั้งใจจะตามเจียงจือเซี่ยในร่างจิ้งจอกขาว เพื่อลองดูว่าจะหาซูเฉินเจอไหมถ้ายังไม่มียาอีก เขาคงปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นไม่ได้จริง ๆเจียงจือเซี่ยค่อย ๆ ลงจากเตียง แล้ววิ่งออกไปอย่างตื่นเต้นไม่นาน เธอก็ถือจานประณีตเข้ามา วางไว้ข้างเตียง แล้วมองจิ้งจอกขาวด้วยแววตาคาดหวัง“เสี่ยวไป๋ มากินข้าว!”หนิงอี้ก้มลงมองในจานมีอาหารสัตว์หลายอย่างวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหนิงอี้ “.
หลังใส่ยาให้แผลเสร็จ เขาใช้มือพยุงตัวกับโต๊ะ สายตาหยุดอยู่ที่สเปรย์ยาข้างมือยารักษาแผลธรรมดาแบบนี้ แทบไม่ได้ผลกับเขาเลยผลข้างเคียงของยาทำให้แผลของเขาไม่เพียงหายยาก แม้แต่เลือดยังหยุดได้ยาก ยารักษาแผลแบบนี้ทาไปก็ไม่ต่างจากทาน้ำแต่เขาไม่ทิ้ง กลับเอามันติดมือกลับมาราวกับมีอะไรมาดลใจหนิงอี้จ้องหลอดยานั้นอยู่นานองค์หญิงสามได้กลิ่นคาวเลือด สิ่งแรกที่เธอคิดกลับเป็นว่าเขาบาดเจ็บไม่ใช่ “นายทำร้ายใคร” และไม่ใช่ “นายไปทำอะไรมา”จู่ ๆ เขาก็หัวเราะหยันออกมาไม่รู้ว่าเขากำลังหัวเราะเยาะความไร้เดียงสาขององค์หญิงสาม หรือเยาะการกระทำโง่ ๆ ของตัวเองที่เอาของไร้ประโยชน์กลับมาเสียงเคาะประตูดังขึ้น“นายน้อย สามีเอกของผู้นำตระกูลเชิญคุณไปพบครับ”แววสงสัยวาบผ่านดวงตาของหนิงอี้พ่อเพิ่งตีเขา ปกติพอรู้สึกผิดทีหลัง มักจะหลบหน้าเขาหลายวันครั้งนี้ทำไมถึงเรียกเขาไปเร็วขนาดนี้?ในใจรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อยหลังเปลี่ยนเสื้อผ้า หนิงอี้ก็เดินเข้าไปในที่พักอันคุ้นเคยอีกครั้งทันทีที่ชายคนนั้นเห็นเขา แววตาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความสงสารอย่างที่คุ้นเคย“อาอี้มาแล้ว แผล...แผลของลูกเป







