แชร์

บทที่ 12 บทรักกับนักอ่านจอมเพ้อ

ผู้เขียน: นิพานัน
last update วันที่เผยแพร่: 2025-09-06 14:33:05

ท่านประทานให้เธอขึ้นมาช่วยจัดห้องทำงานใหม่ ร่างบางจัดเก็บเอกสารที่เขากองไว้ให้ใส่กล่องลังกระดาษสีน้ำตาล แล้วก็ขนอุปกรณ์วาดรูปต่างๆ มาวางเรียงเข้ามุมกระจกที่เห็นวิวสวนหลังบ้าน

ทั้งผ้าใบวาดรูปขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป สีน้ำและพู่กันหลายขนาดก็ถูกวางเรียงไว้ที่ชั้นด้านข้างให้เป็นระเบียบ

ธันย์ธาราคัดแยกเอกสารบางส่วนใส่กล่องลัง เขาจะย้ายไปไว้อีกห้องหนึ่ง โดยจะใช้ห้องนี้เป็นที่สำหรับผ่อนคลาย ไม่เหมาะกับการมีกองเอกสารใหญ่โตมโหฬารปิดห้องให้ทึบแบบนี้

ทั้งคู่เหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่กำลังช่วยกันจัดห้อง แต่เธอที่ยังหยุดคิดเรื่องคนปองร้ายเจ้านายไม่ได้ เผลอตัวเหลือบมองเขาเป็นระยะราวกับมีบางอย่างที่อยากถามแต่ไม่กล้าพูดไป

“ถ้าจะจ้องขนาดนั้นก็ถามมาเถอะ” เขาพูดขึ้นขณะที่ยกกล่องลังไปไว้ที่มุมห้อง เตรียมให้คนมาช่วยขนย้ายลงไปอีกแรง

“คะ” เธอหลุดออกจากภวังค์ พลันเลิกคิ้วมองไปที่ร่างสูงทันที

ธันย์ธาราจับจ้องสายตาคู่คมไปที่เธอ เห็นมองอยู่นานสองนาน คิดหรือว่าคนที่โดนมองจะไม่รู้สึกตัว

“คุณมีอะไรอยากจะถาม”

“เปล่านะคะ”

เธอรีบปฏิเสธทันควันแต่สีหน้าออกว่ามีเรื่องติดค้างในใจ ร่างสูงที่รู้ว่าเธอกำลังบ่ายเบี่ยงลอบระบายลมหายใจ ดวงตาที่ดูเฉื่อยชาไร้ชีวิตชีวายังคงจ้องเธอเขม็งไม่ละไปไหน

“ไม่มี๊~ ไม่มีเลยค่ะ” เธอยังโบ้ยบ้ายไม่ยอมรับความเป็นจริง

“ผมถือว่าเปิดโอกาสให้...”

“อันที่จริงก็มีข้อสงสัยอยากถามอยู่เหมือนกันค่ะ”

สุดท้ายเธอก็แพ้พ่ายให้ความอยากรู้ในหัว รีบวิ่งแจ้นยิ้มแป้นแล้นไปหาท่านประธาน ก่อนประกบมือเข้าหากันแล้วตั้งท่าเล่าด้วยสีหน้าที่คิดหนักไม่น้อย

“ขอถามแบบรวบหัวกับหางเลยก็แล้วกันนะคะ”

“ว่ามาสิ”

“คุณธันย์ความจำเสื่อมจริงเหรอคะ แล้ว... เรื่องนี้มีฆาตกรตามล่าตัวคุณด้วยหรือเปล่า แบบนี้ก็แปลว่าคุณตกอยู่ในอันตรายสิ อาจจะมีคนปองร้ายคุณอยู่ก็ได้นะคะ”

“ตกลงจะถามหรือพูดเพ้อกันแน่”

“เอ่อ...”

ธารตะวันระบายยิ้มจืดเจื่อน ขำแห้งให้กับความอยากรู้ของตัวเองที่ผสมปนเปจนพูดจาไม่รู้ความ

“ก็คงต้องเรียกว่าความจำเสื่อม ในเมื่อผมจำคนรอบตัวไม่ได้เลย”

“เอ... แล้วจำไม่ได้เลยเหรอคะว่าอะไรทำให้ความจำเสื่อม”

“ถ้าจำได้จะเรียกว่าความจำเสื่อมหรือไง” ร่างสูงเลิกคิ้วมองคนที่พูดจาแปลกพิกล พลางทิ้งร่างนั่งลงบนโซฟานุ่ม

“อ่า ก็จริงค่ะ ว้า... ฉันนี่พูดจาแปลกๆ เนอะ” เธอว่าแล้วยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อเขิน ไม่ทันได้เห็นสีหน้าวิตกกังวลของอีกฝ่าย

ธันย์ธาราขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำใดไม่หลงเหลืออยู่ในหัวของเขาเลยสักนิด รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล ในสภาพที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว

“ตอนตื่นมาก็ไม่มีความทรงจำเจ้าของร่างแล้ว”

“คะ”

“หมายถึง... จำอะไรไม่ได้นั่นแหละ”

พูดจบเขาก็ระบายลมหายใจทิ้ง ใบหน้าเฉยชาดูไม่ใส่ใจเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ ผิดถนัดกับนักอ่านจอมเพ้อที่อยากแปลงร่างเป็นนักสืบจำเป็น

“แล้วเหตุอะไรที่ทำให้คุณธันย์โดนลอบทำร้ายล่ะคะ” เธอพูดพึมพำกับตัวเอง แต่เขาได้ยินเข้าแล้วเงียบไปเพื่อฉุกคิดตาม

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่... มีคนวางยาในอาหารให้ผมกิน”

“วางยาในอาหารเหรอคะ”

“ใช่ อาหารในโรงพยาบาลมียาพิษ”

ขนหลังคอเธอลุกวาบขึ้นมาในฉับพลัน แต่กับประธานธันย์กลับไม่มีสีหน้าหรือแสดงท่าทางใดออกมา จะเย็นชาแม้แต่กับความเป็นความตายไม่ได้สักหน่อย นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเชียวนะ

“หรือว่าคุณธันย์ไปขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจใครหรือเปล่าคะ” เธอหลุบตาคิดหนัก ระดมสมองทุกซีกให้เพ่งพินิจพิจารณาความเป็นไปได้

“ก็ไม่แน่”

“หรือไม่ก็...ปมพี่น้องแย่งสมบัติ ชิงดีชิงเด่นอะไรเทือกนั้นมั้ย”

“ไม่ใช่หรอก”

“บางทีอาจจะเก็บความลับใครไว้... เขาก็เลยตามเก็บคุณธันย์”

สิ้นประโยคนั้นธารตะวันก็เงยหน้ามองเขา ถึงได้เห็นว่าเขามีสีหน้าเหยเกที่เธอพูดเพ้อไปเรื่อย โดยไม่มีหลักฐานแน่ที่แน่ชัด เหมือนเป็นแค่ข้อสันนิษฐานของคนที่ชอบมโนเพ้อพกเสียมากกว่า

“เป็นนักเขียนเหรอไง ถึงได้มโนเป็นฉากขนาดนี้”

เป็นนักอ่านต่างหาก...

เธอได้แค่คิดไม่กล้าพูดออกไป กลัวโดนไล่ออกจากงานซะก่อน

“ถึงสิ่งที่ฉันพูดจะดูเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่มันก็มีแนวโน้มไปทางนั้นไม่ใช่เหรอคะคุณธันย์”

คิ้วเข้มเหนือดวงตากระตุกนิดๆ หากมาครุ่นคิดดู สิ่งที่เธอพูดก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นเหมือนกัน หากเขาไปขัดประโยชน์ใครเข้า หรือก่อนที่ความทรงจำจะหายไปมีการดีลผลประโยชน์ไม่ลงตัว

จะโดนตามเก็บไม่ก็แปลกอะไร...

“วันนั้นที่ทางม้าลาย... ฉันคิดว่าผู้ชายชุดดำที่ขับมอเตอร์ไซค์จงใจจะขับรถชนคุณค่ะ”

“จริงเหรอ”

“แต่พระเอกของเรื่องไม่ตายหรอก... เชื่อฉันสิคะ”

เธอยังพูดติดตลกได้อยู่ เพราะในนิยายพระเอกจะตายตอนจบได้ยังไงกันล่ะ แต่วินาทีต่อมาก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อนิยายเรื่องล่าสุดที่ได้อ่านตัวนางเอกเพิ่งทิ้งร่างดิ่งลงทะเลกว้างในตอนจบไป

“พระเอก... ของเรื่องอะไรนะ”

“ช่างเถอะค่ะ ฉันก็พูดไปเรื่อย... เดี๋ยวฉันยกไปเก็บให้ค่ะ”

เธอรีบเสนอตัวเข้าไปช่วยเขาที่ก้มหยิบกล่องบนพื้น แต่ทว่าดันออกตัวแรงเกินไปหน่อย ในหัวไม่ทันประมวลผลร่างกายเลยขัดข้องให้แข้งขาพัลวันกันไปหมด

“ธารตะวัน...”

ตุบ

เสียงตุบดังขึ้นหลังประธานธันย์เรียกชื่อเธอ ร่างบางที่ล้มวืดลงไปด้านหน้าไขว่คว้าอากาศไว้ไม่ทัน อย่างกับฉากนิยายรักน้ำเน่าที่เคยอ่านไม่มีผิด

นางเอกมีอาการขาอ่อนแรง และต้องล้มใส่คนที่เป็นพระเอกเท่านั้น

เธอเคยเกิดคำถามในหัว ทำไมตัวหลักของเรื่องถึงได้แข้งขาอ่อนแรงนักหนา มาวันนี้ได้เข้าใจแล้วว่าทำไม คงเป็นเพราะนักเขียนที่เสกสรรหรือไม่ก็พระเจ้าบัญชาให้ต้องเกิดแค่นั้นเอง

“โอะ” เธอร้องเบาๆ เมื่อร่างอัดกระแทกกับแผงอกกำยำของอีกฝ่าย จากที่จะล้มลงบนพื้นแข็งๆ ก็กลายเป็นร่างหนาที่เข้ามารับได้ทัน

นี่มันฉากในละครที่เคยดูชัดๆ

ธารตะวันใจเต้นแรงไม่หยุด เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบประสานกับดวงตาคู่คมของเขา ระยะห่างใบหน้าเพียงคืบเดียว ทำให้ข้างแก้มเธอขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ

ใบหน้าหล่อคมมุ่นคิ้วดูหงุดหงิดใจ ก่อนจะเลิกคิ้วใส่เธอที่ยังไม่ยอมลุกไปจากตัวเขาอีก

“หนัก”

“คะ”

“ลุกได้แล้ว... ผมหนัก”

ราวกับมีใครตีระฆังให้ดังกังวานในหัวนักอ่านจอมเพ้อ ให้เลิกมโนเพ้อพกถึงนิยายรักน้ำเน่าได้แล้ว เธอกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะรีบลุกพรวดพราดแล้วยิ้มแห้งให้คนตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ... แฮะ งั้นฉันเอากล่องไปไว้ข้างนอกนะคะ”

นี่แหละหนา... อานิจจังยัยจอมมโนกับท่านประธานจอมขัด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   [จบ] บทที่ 128 เขาคนนั้นทะลุมิติจากการ์ตูน

    หลังกลับจากโรงเรียน ยูริก็ขอทำข้าวต้มที่ห้องเขา หลังเห็นว่าสีหน้าของโชตะซีดเซียวไร้เลือดฝาด คงจะป่วยหนักแต่เก็บอาการไว้ เห็นว่าวันนี้ลาหยุดงานเอาไว้แล้วเพราะไม่ไหวขนาดเจ็บป่วยยังไม่ขอความช่วยเหลือเลยเขาจะทนให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไมกันหรือกลัวจะเป็นภาระให้คนอื่นกันนะพอทำเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนเธอจะทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับเขาที่อยู่ตรงข้ามกันสีหน้าของโชตะคิดหนักไม่น้อย เขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องตัวเองมาก่อน ยูริน่าจะเป็นคนแรก ต่อให้อยู่ข้างห้องกันมานาน แต่เธอไม่ค่อยทักทายหรือเข้ามาสนิทสนมแบบนี้ทว่าพอเป็นเช่นนี้แล้ว เขาไม่อยากให้เพื่อนคนนี้หายไปเลยเธอบอกเองว่ามาจากอีกโลก...เขาไม่รู้หรอกว่าเธอโดนบอลอัด จนศีรษะมันได้รับความกระทบกระเทือนหรือเปล่า แต่ยูริในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจเลย“ที่บอกว่าอย่าลืม... เพราะจะไม่อยู่แล้วเหรอ”“ตอนนี้ยังอยู่นะ”“แต่ไม่ใช่ตลอดไปใช่ไหม”ยูริเอียงคอ พลางหลุบตามองควันข้าวต้ม ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่แต่การได้เจอตัวละครโปรด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เธอดีใจทั้งนั้นแหละ“ไม่รู้สิ...”“หือ”

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 127 อย่าลืมยูริเด็ดขาดนะโชตะ

    พอพูดถึงบ้าน ยูริก็มุ่นคิ้วแล้วยิ้มเขิน เพราะเธอไม่รู้เลยว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ไม่มีความทรงจำของตัวละคร ในแบบที่แม่เคยเล่าไว้ให้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไหร่กันแน่หรือนี่คือภาคต่อเรื่องโปรดกันนะ“ว่าแต่... ฉันเป็นใครแล้วต้องกลับบ้านที่ไหนนะ” ยูริเอียงคอ ขณะที่แลบลิ้นเลียไอศกรีม พลางหันไปยิ้มหวานให้โชตะมองกี่ทีก็ละมุนอ่า ลูกรักพระเจ้าชะมัดเลย“เธอพูดจาประหลาดจัง”“หือ”“เธอก็อยู่ข้างห้องฉันไง พ่อกับแม่เธอไปทำงานต่างประเทศ คอยส่งเงินให้ทุกเดือนแล้วก็ไม่ค่อยแวะมาหาด้วย”โชตะเล่าเป็นฉากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพราะยูริเป็นแค่ตัวประกอบในนี้ก็เท่านั้น นักอ่านคนอื่นไม่มีทางรู้แน่นอน เพราะคงไม่มีนักเขียนหรือว่านักวาดคนไหน ลงรายละเอียดให้ตัวประกอบจนเด่นขึ้นมาหรอกนี่เธอเป็นแค่ตัวประกอบสินะเพราะตัวหลักในนี้น่ะ ไม่มีชื่อยูริเลยสักคนน่ะสิ“นายรู้ได้ยังไง”“เธอเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ”“ดีเลยสิ อยู่ข้างห้องนายก็สุดยอดไปเลยสิโชตะ”เธอชูมือดีใจเหมือนเด็กน้อย ทำเอาเขาผงะไปนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าจะดีใจจนยิ้มกว้างขนาดนั้น ปกติก็เจอหน้ากันเกือบทุกวัน ยูริแทบไม่ได้ทักเขาซะด้วยซ้ำไปแต่วันนี

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 126 มาทำให้พระรองหายเศร้า

    ‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’การ์ตูนเรื่องโปรด เป็นเรื่องที่เธอจำเนื้อเรื่องได้ทั้งหมด ซึ่งก็ถูกดึงกลับเข้ามาในความทรงจำสีจางอีกครั้ง ให้ยูรินึกขึ้นได้ว่ามีตัวละครทั้งหมด อยู่ตรงนี้ที่เธอวาร์ปจากอีกโลกเข้ามาไม่รู้ว่าเพราะเธอตายไปแล้ว...หรือเพราะว่าการทะลุมิติมีจริงกันแน่“อยากออกจากมิตินิยายภาคต่อ... แค่ต้องทำให้มันจบบริบูรณ์ค่ะ”คำพูดที่แม่เคยเล่าให้ฟัง กำลังทำให้ยูริช่างใจหนัก ระหว่างที่เดินตามหลังของโชตะ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ขาวออร่าสะดุดตาปึกศีรษะเธอชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง เหตุจากที่โชตะหยุดเดินอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่ยืนด้านหลังจนโดนบังมิด ชะโงกหน้าออกมามองหาที่ต้นตอของการหยุดเดินแต่พอได้เห็นสาเหตุ ยูริก็หน้าถอดสีทันทีเมื่อเรนหรือพระเอกของเรื่อง กับขนมเค้กที่เป็นนางเอก กำลังยืนหยอกล้อกันอยู่ที่ระเบียงห้องเรียน ยิ้มแย้มให้กันราวกับโลกใบนี้มีแค่ทั้งคู่ทุกอย่างคงกลายเป็นสีชมพูไปหมดเลยสินะส่วนโชตะน่ะ เขากลายเป็นภาพโทนขาวดำ ยืนคอตกมองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากจ้องมองพร้อมรอยยิ้มร่วมยินดีบทพระรองอีกแล้ว!“อย่ามองเลย ภาพมันไม่น่ามองหรอก” เ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 125 พระรองที่ถูกเลือกให้ผิดหวัง

    โชตะ...ยูริเอาแต่จ้องหน้าคนที่ย่อตัวลงมาหา เขาสูงราวร้อยเก้าสิบสองเซน ใส่ชุดนักเรียนชายที่มีเนกไทตามฉบับการ์ตูนที่เคยอ่าน แต่เธอกำลังรวบรวมสติอยู่นี่สิ เพิ่งหายมึนจากการโดนของแข็งกระแทกมาด้วยอะไรนำพาให้มาอยู่ข้างสนามบอล หนำซ้ำยังรายล้อมด้วยนักเรียนอื่นอีก“เธอโอเคไหม”“.....”“ถ้าได้ยินตอบหน่อย...”เขาถามเธอเสียงอ่อนโยน เป็นโทนที่ฟังแล้วนุ่มละมุนหู อ่อนโยนต่อใบหูที่ชวนน่าฟังมากเลยล่ะโครงหน้านี้ริมฝีปากรูปกระจับโครงหน้าสมมาตรชัดเข้ารูปโคตรหล่อ... หล่อเหมือนเทพบุตรเดินดิน หล่อจนยูริต้องขยี้ตาซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าเธอไม่ได้เจ็บหัวจนตาฝาดไป แต่เธอที่ขยี้ตาซ้ำหลายรอบ ทำให้เขาที่อยู่ตรงหน้ากันคว้ามือเธอไป ไม่อยากให้ขยี้จนตาแดง“ไป เดี๋ยวฉันพาเธอไปทำแผลนะ”ไม่ทันจะประกอบเศษสติเข้าที่ เขาก็คว้ามือเธอให้เดินตามไป ไม่งั้นคนอื่นที่ยืนมุงอยู่ก็คงไม่ยอมสลายตัวแน่นอน แต่ยูริกำลังฉงนหนัก เธอมองไปรอบที่ตัวเองกำลังอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นตาเลยสักนิด...หมายถึง ไม่คุ้นตาที่ไม่เคยมา แต่ว่าภาพบางอย่างผุดซ้อนขึ้นมาในความทรงจำ เหมือนเคยเห็นภาพรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แบบภาพวาดมาก่อนระหว่างที่โดนเขาจูงให้เดินต

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 124 อีกมิติของการ์ตูนเรื่องโปรด

    “น้าตะวันเคยทะลุมิติเหรอ”เฌอแตมเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน ทำเอายูริหลุดขำแล้วมองตังตังที่คาค้างอีกคน สีหน้าเหมือนตอนเธอเด็กๆ ที่แม่ชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟังไม่มีผิดเลยตอนเด็กก็ดูน่าเชื่ออยู่หรอกแต่พอโตนี่สิ...เพิ่งรู้ว่าทะลุมิติมีแต่ในนิยาย ไม่ย้อนเวลาก็สวมบทบาทตัวละคร“เป็นแค่นิทานเรื่องเล่าน่ะ” ยูริก็แก้ต่าง กลัวเว้นช่วงนานแล้วจะพาลเข้าใจผิดกันหมดแต่ยอมรับเลย นิทานทะลุมิติเข้าไปในนิยายภาคต่อของแม่ สนุกซะจนขอแม่ให้เล่าใหม่ทุกวันเป็นประจำก่อนนอน กอปรกับมีพ่อที่เข้ามาในเรื่องเล่าด้วยก็ยิ่งสนุกเธอนอนหลับเพราะนิทานเรื่องนี้เลย...พบตะวันคนเป็นแม่ยังกำชับอีกว่า การได้เจอพ่อของลูก มาจากการที่ทะลุมิติเข้าไปในนิยายรักโรแมนติก มีฉากลุ้นระทึก ทั้งหนีคนร้ายที่โดนจ้างมากำลังตามประกบยิงชีวิตจริง... ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกมั้งมันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะจริงไหม“อ่า นึกว่าเรื่องจริงซะอีก” เฌอแตมทำหน้าเสียดาย แต่แววตาของเธอเป็นประกายความเพ้อฝัน ของนักอ่านตัวยงที่ชอบเรื่องราวแฟนตาซีอะไรที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ล้วนน่าค้นหาด้วยการอ่านทั้งสิ้น“เราก็คิดเหมือนกัน...” ตังตังที่เพิ่งดูดน้ำเสร็จ พ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 123 เจอพ่อของลูกเพราะทะลุมิติ

    ร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนมอปลาย เดินอ่านหนังสือตาไม่มองทาง แต่ในหัวเธอกำลังลุ้นไปกับฉากการ์ตูนที่ได้อ่าน เกี่ยวกับรักวัยรุ่นในรั้วโรงเรียน แต่บางครั้งก็ชอบเสพติดดราม่าน้ำตานองด้วย‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’ เป็นการ์ตูนภาพสีที่ลงบนอินเทอร์เน็ต ทั้งลายเส้นก็เท่มีสไตล์อีกต่างหากเป็นเรื่องราวของความรักในวัยรุ่น เกิดขึ้นภายในรั้วของโรงเรียน เกี่ยวกับการเข้าใจผิดระหว่างเพื่อนจนห่างหายจากกันไปกลับมาเจอกันอีกที พวกเขาก็ยังมีกำแพงระหว่างกันกั้นอยู่ นางเอกคิดว่าพระเอกทิ้งเธอไปและไม่รอให้ไปส่งเมื่อ 3 ปีก่อน แต่พระเอกเข้าใจผิด เขาที่ดันคิดไปเองว่านางเอกเกลียดเลยไม่มาส่งเป็นเหตุให้พระเอกไม่ใกล้นางเอกอีกไม่พ้นใจร้ายและพูดจาทำร้ายน้ำใจด้วยจนใกล้จะจบรอมร่อ ยูริสงสารคนเป็นพระรองจับใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่าคนที่แสนดีขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นได้แค่พระรองเท่านั้นแหละ เพราะเขาไม่ค่อยมีสิ่งที่เรียกว่ามิติให้เห็นหลากหลายนอกจากแสนดีจนธงเขียวขจีน่ะนะเขียวเกษตรเชียวล่ะจะบอกให้...ต่างกันลิบลับกับพระเอกของเรื่อง ความหล่อสูสีกันมาเลยก็จริง แต่ว่าเขาดูมีมิติและสิ่งที่น่าค้นหามากกว่า แค่ยูริเห็นใจพระรองมากกว่าก็แ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 15 ท่านประธานย่างหมู

    สายฝนโปรยปรายลงมาในยามเย็น คราคร่ำด้วยผู้คนที่เพิ่งเลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้าน บ้างก็ยืนรอใต้ตึกอาคารระหว่างรอให้ฝนหยุดตกก่อน บางคนก็วิ่งฝ่าฝนหรือกางร่มเดินอย่างไม่รีบร้อนธารตะวันเป่าลมร้อนผ่านริมฝีปาก นั่งทำงานมาทั้งวันฝนก็ไม่มีวี่แววว่าจะตก แต่พอจะกลับบ้านเท่านั้นแหละ เทกระจาดจนนึกว่าฟ้ารั่ว“วิ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 14 วิญญาณเด็กตามติด

    “ทำอย่างกับเห็นผี...”เธอยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ทั้งยังอุทานเสียงดังลั่น จนเขาคิดว่าเธอเห็นผีที่ขี่คออยู่เสียอีกประธานธันย์ส่ายหน้าพลันมุ่นคิ้ว ไม่ได้รู้สึกกระดากอายหลังเปลือยท่อนบนออกมาจากห้องน้ำ ท่อนล่างพันผ้าขนหนูคาดเอวไว้ แต่มันก็หมิ่นเหม่จนเกรงว่าหากขยับผิดท่าผ้าอาจลงไปกองกับพื้นได้“ปะ... ปะ.

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 13 มุมมองบุคคลที่หนึ่ง

    ธารตะวันทำงานให้กับประธานธันย์ร่วมสัปดาห์แล้ว หน้าที่ของเธอคือดูแลจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อธันย์ธารา ตามที่เขาแจ้งไว้ในตอนแรกก่อนรับเข้าทำงานทุกกระเบียดนิ้วหากวันไหนเขาจะทานมื้อเช้า ธันย์ธาราจะส่งเมนูที่อยากกินมาให้เธอรู้ล่วงหน้าก่อน เขาฝังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจับจิต จนตอนนี้ไม่กล้า

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 11 ผู้ป่วยความจำเสื่อม

    “แม่ถามว่าใครตาธันย์”เสียงแหลมสูงแฝงความไม่พอใจย้ำอีกครั้ง ทำร่างบางนั่งตัวลีบเรียวหดเกร็งเหลือไม่กี่เซน ทั้งใบหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อหันไปสบสายตาพิฆาตกับหญิงรุ่นแม่“เธอเป็นผู้ช่วยคนใหม่ผมครับแม่” เขาตอบ พลางโอบไหล่คนเป็นแม่ให้ใจเย็นลง ว่าเธอไม่ใช่แฟนหรือสาวในความลับเขาแต่อย่างใด“แน่ใจเหรอว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status