LOGINเมื่อนักอ่านตัวยงอย่าง ‘พบตะวัน’ ได้ทำการคอมเม้นท์นิยายเรื่องโปรดที่ตัดจบไม่ตรงใจ แทนที่ตัวนางเอกของเรื่องจะทำการแก้แค้นสามีที่ไม่รักดีอย่างสาสม กลับตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลงเพื่อเป็นการปิดจบนิยายเรื่องนี้แทน พอเธอกดส่งคอมเม้นท์เรียกร้องให้ทำภาคต่อก็มีแอคเค้าน์ ‘แมงกะบี้สีรุ้ง’ เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับเธอ ควรทำให้ตัวนางเอกเรื่องนี้ได้เจอคนดีและมีความสุขกับเขาบ้าง แต่หลังจากที่เธอกำลังตอบกลับแอคเค้าน์แมงกะบี้สีรุ้งไปมา แสงสีขาวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้นมา ดึงตัวของพบตะวันนักอ่านช่างฝันเข้าสู่โลกนิยายย้อนเวลาภาค 2 ที่เธอได้รับบทเป็น ‘ธารตะวัน’ นางเอกของเรื่องที่เธอต้องเป็นคนดำเนินเรื่องเอง นำพาให้นางเอกลงเอยกับประธานจอมเย็นชาให้ได้ถึงจะหลุดออกจากนิยายในโลกนี้ แต่เส้นเรื่องที่มีทั้งการลอบฆ่าตัวพระเอก และฐานะที่ต่างกันของทั้งคู่มันจะบรรจบให้รักกันเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย!
View More"พวกแกเป็นใคร? แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน??" เพิ่งตื่นจากอาการหลับใหลไม่รู้ว่าเธอหลับไปได้ยังไง เพราะก่อนหน้านี้เธอยังอยู่ในบ้านของว่าที่สามีอยู่เลย
"ทำไมต้องตื่นมาตอนนี้ด้วยวะ จัดการให้มันหลับอีกสิ"
"เราไม่ได้เตรียมยามาด้วยครับ"
"ตุ๊ยท้องแม่งเลย"
"อย่านะ! พวกแกรู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย"
"ไว้มีชีวิตรอดกลับไปก่อนค่อยพูดเรื่องกฎหมายกับกู"
"ตกลงแกสองคนเป็นใคร เมื่อกี้ฉันยังอยู่บ้านของเสี่ยภูริอยู่เลย" เธอจำได้ว่าดื่มน้ำจากแม่บ้านของเสี่ยมารู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถตู้นี้แล้ว
"เสี่ยภูริ ฮ่าาาาๆๆ แก่หงำเหงือกขนาดนั้นยังจะเอาทำผัวลงอยู่เหรอ"
"มันเรื่องของฉัน ถ้าเสี่ยรู้ว่าฉันถูกลักพาตัวมาพวกคุณไม่ตายดีแน่"
"มีอะไรยัดปากมันหน่อยไหม" ผู้ชายคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหันไปสั่งลูกน้อง
"ไม่นะ! กรี๊ดดด" หญิงสาวรีบเอามือปิดปากไว้เพราะลูกน้องคนนั้นถอดเสื้อ คิดว่าจะเอาเสื้อมายัดปากเธอแน่เลย
จากนั้นเธอก็นั่งสงบเสงี่ยมมาตลอดทาง แต่สายตาพยายามมองข้างทางว่าพวกมันจะพาเธอไปไหนเผื่อมีทางหนีทีไล่
แต่ทำไมมันถึงมีแต่ป่าไม้ภูเขาเต็มไปหมดเลย ตกลงเรายังอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่าเนี่ย แล้วนี่เราหลับไปนานแค่ไหนหวังว่าคงไม่ใช่ฝีมือเสี่ยหรอกนะ
[ปางไม้ภูเบศ] มันคือป้ายที่ติดอยู่ทางเข้า และตอนนี้เธอก็เห็นแล้ว
"เอาไงครับนายหัว" ลูกน้อง 2-3 คนที่ยืนรอรับอยู่เดินมาเปิดประตูรถ
"เอาไปไว้ห้องเก็บไม้ก่อน"
"ไม่นะ ฉันไม่ไป" หญิงสาวไม่ยอมลงจากรถแถมยังกระโจนเข้าไปหาเขาที่นั่งอยู่อีกเบาะหนึ่ง
"ขึ้นมาเอาตัวมันไปสิวะ!" ชายหนุ่มมองต่ำลงไปดูผู้หญิงที่นั่งทับตัวเขาแถมมือยังกอดคอเขาไว้แน่น
"ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณเป็นใครอย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันอยากกลับบ้าน" ยิ่งคนของเขาเข้ามาจะลากตัวเธอลงไปเธอก็ยิ่งกอดเขาไว้แน่น จนใบหน้างามซุกเข้ากับซอกคอ
ลูกน้องที่ขึ้นมาจะพาตัวฝ่ายหญิงลงไปมองเห็นภาพนี้แล้วไม่กล้า
"เอาตัวไป"
"ครับ"
"ไม่นะ! กรี๊ดดด!" แรงเธอหรือจะสู้แรงผู้ชายได้คนของเขากระชากตัวเธอจนมือที่กอดคออยู่หลุด และจังหวะนั้นปลายเล็บก็ข่วนเข้าที่คอของเขาจนเป็นรอยยาว
"ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ" ตอนที่ถูกลากตัวลงจากรถเธอยังคงตะเกียกตะกายขอร้องอ้อนวอน แต่ก็ไม่มีความปราณีใดๆ จากคนที่ลักพาตัวเธอมาเลย
"นายหัวจะค้างที่นี่ไหมครับ" หลังจากที่เธอคนนั้นถูกอุ้มไปแล้ววัลลภคนสนิทที่อยู่ข้างกายเขาก็ได้เอ่ยถาม
"ไม่หรอกกูต้องบินกลับคืนนี้"
"ก็ในเมื่องานแต่งไม่มีแล้วทำไมเจ้านายถึงจะกลับอยู่อีกล่ะครับ"
"ถ้ากูไม่กลับก็ต้องมีคนสงสัยน่ะสิ"
"ทำไมนายหัวต้องทำให้มันซับซ้อนขนาดนี้ด้วยล่ะครับ แค่เอาไปทำปุ๋ยก็ไม่มีใครรู้แล้ว"
"แบบนั้นมันจะไปสนุกอะไร กูจะเข้าเมืองสัก 2-3 วันพวกมึงดูให้ดีหน่อยแล้วกันอย่าให้มันหนีออกไปได้"
"ครับนายหัว"
เขามีนามว่าภูเบศเป็นนายหัวทางภาคใต้ของประเทศ แต่เขาไม่ได้ทำธุรกิจแค่นั้นยังมีธุรกิจปางไม้ทางภาคเหนือของประเทศด้วย
ภูเบศใช้เครื่องบินส่วนตัวบินกลับมารอร่วมงานแต่งของเสี่ยภูริผู้เป็นบิดา แต่พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าคนในบ้านกำลังวุ่นวายกัน
"มีอะไรกันครับครึกครื้นกันใหญ่เลย"
"แกมาจากไหน"
"พ่อก็รู้ว่าผมทำธุรกิจอยู่ที่ไหน ยังจะถามอีก"
"แกเพิ่งกลับมาใช่ไหม"
"หึหึ ทำไมพ่อถามแบบนั้นล่ะครับ ผมลูกชายแท้ๆ ของพ่อนะ ไม่ใช่ลูกกาฝาก" ตอนที่พูดสายตาดุดันของภูเบศมองไปที่ผู้ชายอีกคน
"แล้วนั่นไปทำอะไรมา" คนเป็นพ่อมองเห็นรอยข่วนที่ต้นคอ
ภูเบศเลยเอามือลูบตรงนั้นดู เขาลืมเลยตอนนั้นถูกเล็บของเธอข่วนเข้า "อยากรู้จริงหรือครับ เรื่องมันเสียวนะ"
"ฉันไม่อยากรู้เรื่องของแกแล้ว ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ"
"แต่พ่อยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เขาอยากจะได้ยินเลยต้องถามย้ำ
"ไม่มีอะไรหรอก แกขึ้นบ้านไปพักผ่อนเถอะ" แต่ก่อนจะออกไปภูริผู้เป็นพ่อก็หันไปบอกลูกชายอีกคนให้ตามออกมาข้างนอก
"ครับ" ภูผาก็คือบุตรชายที่ท่านรับมาเลี้ยง แต่ภูเบศคิดว่าต้องเป็นลูกแท้ๆ ของท่านแน่ และเขาคิดมาโดยตลอดว่าพ่อสวมเขาให้แม่ตั้งแต่ตอนที่เขายังแบเบาะ เพราะอายุของทั้งสองห่างกันไม่มาก และแม่ของเขาก็ทนทุกข์ทรมานกับพฤติกรรมของพ่อจนวาระสุดท้ายของชีวิต ภูเบศเลยสาบานไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้พ่อมีความสุข และนี่แหละมันถึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาลักพาตัวผู้หญิงที่พ่อจะแต่งงานด้วย
เขียนโดยชะนีติดมันส์
หลังกลับจากโรงเรียน ยูริก็ขอทำข้าวต้มที่ห้องเขา หลังเห็นว่าสีหน้าของโชตะซีดเซียวไร้เลือดฝาด คงจะป่วยหนักแต่เก็บอาการไว้ เห็นว่าวันนี้ลาหยุดงานเอาไว้แล้วเพราะไม่ไหวขนาดเจ็บป่วยยังไม่ขอความช่วยเหลือเลยเขาจะทนให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไมกันหรือกลัวจะเป็นภาระให้คนอื่นกันนะพอทำเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนเธอจะทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับเขาที่อยู่ตรงข้ามกันสีหน้าของโชตะคิดหนักไม่น้อย เขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องตัวเองมาก่อน ยูริน่าจะเป็นคนแรก ต่อให้อยู่ข้างห้องกันมานาน แต่เธอไม่ค่อยทักทายหรือเข้ามาสนิทสนมแบบนี้ทว่าพอเป็นเช่นนี้แล้ว เขาไม่อยากให้เพื่อนคนนี้หายไปเลยเธอบอกเองว่ามาจากอีกโลก...เขาไม่รู้หรอกว่าเธอโดนบอลอัด จนศีรษะมันได้รับความกระทบกระเทือนหรือเปล่า แต่ยูริในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจเลย“ที่บอกว่าอย่าลืม... เพราะจะไม่อยู่แล้วเหรอ”“ตอนนี้ยังอยู่นะ”“แต่ไม่ใช่ตลอดไปใช่ไหม”ยูริเอียงคอ พลางหลุบตามองควันข้าวต้ม ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่แต่การได้เจอตัวละครโปรด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เธอดีใจทั้งนั้นแหละ“ไม่รู้สิ...”“หือ”
พอพูดถึงบ้าน ยูริก็มุ่นคิ้วแล้วยิ้มเขิน เพราะเธอไม่รู้เลยว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ไม่มีความทรงจำของตัวละคร ในแบบที่แม่เคยเล่าไว้ให้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไหร่กันแน่หรือนี่คือภาคต่อเรื่องโปรดกันนะ“ว่าแต่... ฉันเป็นใครแล้วต้องกลับบ้านที่ไหนนะ” ยูริเอียงคอ ขณะที่แลบลิ้นเลียไอศกรีม พลางหันไปยิ้มหวานให้โชตะมองกี่ทีก็ละมุนอ่า ลูกรักพระเจ้าชะมัดเลย“เธอพูดจาประหลาดจัง”“หือ”“เธอก็อยู่ข้างห้องฉันไง พ่อกับแม่เธอไปทำงานต่างประเทศ คอยส่งเงินให้ทุกเดือนแล้วก็ไม่ค่อยแวะมาหาด้วย”โชตะเล่าเป็นฉากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพราะยูริเป็นแค่ตัวประกอบในนี้ก็เท่านั้น นักอ่านคนอื่นไม่มีทางรู้แน่นอน เพราะคงไม่มีนักเขียนหรือว่านักวาดคนไหน ลงรายละเอียดให้ตัวประกอบจนเด่นขึ้นมาหรอกนี่เธอเป็นแค่ตัวประกอบสินะเพราะตัวหลักในนี้น่ะ ไม่มีชื่อยูริเลยสักคนน่ะสิ“นายรู้ได้ยังไง”“เธอเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ”“ดีเลยสิ อยู่ข้างห้องนายก็สุดยอดไปเลยสิโชตะ”เธอชูมือดีใจเหมือนเด็กน้อย ทำเอาเขาผงะไปนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าจะดีใจจนยิ้มกว้างขนาดนั้น ปกติก็เจอหน้ากันเกือบทุกวัน ยูริแทบไม่ได้ทักเขาซะด้วยซ้ำไปแต่วันนี
‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’การ์ตูนเรื่องโปรด เป็นเรื่องที่เธอจำเนื้อเรื่องได้ทั้งหมด ซึ่งก็ถูกดึงกลับเข้ามาในความทรงจำสีจางอีกครั้ง ให้ยูรินึกขึ้นได้ว่ามีตัวละครทั้งหมด อยู่ตรงนี้ที่เธอวาร์ปจากอีกโลกเข้ามาไม่รู้ว่าเพราะเธอตายไปแล้ว...หรือเพราะว่าการทะลุมิติมีจริงกันแน่“อยากออกจากมิตินิยายภาคต่อ... แค่ต้องทำให้มันจบบริบูรณ์ค่ะ”คำพูดที่แม่เคยเล่าให้ฟัง กำลังทำให้ยูริช่างใจหนัก ระหว่างที่เดินตามหลังของโชตะ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ขาวออร่าสะดุดตาปึกศีรษะเธอชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง เหตุจากที่โชตะหยุดเดินอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่ยืนด้านหลังจนโดนบังมิด ชะโงกหน้าออกมามองหาที่ต้นตอของการหยุดเดินแต่พอได้เห็นสาเหตุ ยูริก็หน้าถอดสีทันทีเมื่อเรนหรือพระเอกของเรื่อง กับขนมเค้กที่เป็นนางเอก กำลังยืนหยอกล้อกันอยู่ที่ระเบียงห้องเรียน ยิ้มแย้มให้กันราวกับโลกใบนี้มีแค่ทั้งคู่ทุกอย่างคงกลายเป็นสีชมพูไปหมดเลยสินะส่วนโชตะน่ะ เขากลายเป็นภาพโทนขาวดำ ยืนคอตกมองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากจ้องมองพร้อมรอยยิ้มร่วมยินดีบทพระรองอีกแล้ว!“อย่ามองเลย ภาพมันไม่น่ามองหรอก” เ
โชตะ...ยูริเอาแต่จ้องหน้าคนที่ย่อตัวลงมาหา เขาสูงราวร้อยเก้าสิบสองเซน ใส่ชุดนักเรียนชายที่มีเนกไทตามฉบับการ์ตูนที่เคยอ่าน แต่เธอกำลังรวบรวมสติอยู่นี่สิ เพิ่งหายมึนจากการโดนของแข็งกระแทกมาด้วยอะไรนำพาให้มาอยู่ข้างสนามบอล หนำซ้ำยังรายล้อมด้วยนักเรียนอื่นอีก“เธอโอเคไหม”“.....”“ถ้าได้ยินตอบหน่อย...”เขาถามเธอเสียงอ่อนโยน เป็นโทนที่ฟังแล้วนุ่มละมุนหู อ่อนโยนต่อใบหูที่ชวนน่าฟังมากเลยล่ะโครงหน้านี้ริมฝีปากรูปกระจับโครงหน้าสมมาตรชัดเข้ารูปโคตรหล่อ... หล่อเหมือนเทพบุตรเดินดิน หล่อจนยูริต้องขยี้ตาซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าเธอไม่ได้เจ็บหัวจนตาฝาดไป แต่เธอที่ขยี้ตาซ้ำหลายรอบ ทำให้เขาที่อยู่ตรงหน้ากันคว้ามือเธอไป ไม่อยากให้ขยี้จนตาแดง“ไป เดี๋ยวฉันพาเธอไปทำแผลนะ”ไม่ทันจะประกอบเศษสติเข้าที่ เขาก็คว้ามือเธอให้เดินตามไป ไม่งั้นคนอื่นที่ยืนมุงอยู่ก็คงไม่ยอมสลายตัวแน่นอน แต่ยูริกำลังฉงนหนัก เธอมองไปรอบที่ตัวเองกำลังอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นตาเลยสักนิด...หมายถึง ไม่คุ้นตาที่ไม่เคยมา แต่ว่าภาพบางอย่างผุดซ้อนขึ้นมาในความทรงจำ เหมือนเคยเห็นภาพรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แบบภาพวาดมาก่อนระหว่างที่โดนเขาจูงให้เดินต
“น้าตะวันเคยทะลุมิติเหรอ”เฌอแตมเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน ทำเอายูริหลุดขำแล้วมองตังตังที่คาค้างอีกคน สีหน้าเหมือนตอนเธอเด็กๆ ที่แม่ชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟังไม่มีผิดเลยตอนเด็กก็ดูน่าเชื่ออยู่หรอกแต่พอโตนี่สิ...เพิ่งรู้ว่าทะลุมิติมีแต่ในนิยาย ไม่ย้อนเวลาก็สวมบทบาทตัวละคร“เป็นแค่นิทานเร
เชื่อเถอะ เวลาน่ากลัวกว่าที่คนเราคิดเยอะ ยูริเติบโตขึ้นมาเป็นสาวสะพรั่งในวัยแรกแย้ม เผลอแปปเดียวเธอเข้าสู่วัยสิบแปดปีบริบูรณ์ กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายแล้วปีหน้า... เธอก็กลายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเด็กน้อยที่เคยมองปะป๊าเป็นฮีโร่ยังไง โตมาก็ยังยกให้พ่อเป็นที่หนึ่ง ของซุปเปอร์ฮีโร่ที่ช
ตั้งแต่ลูกสาวโตจนพูดรู้เรื่อง องศาสมุทรก็พาภรรยาออกเที่ยวมากขึ้น เขาอยากให้เธอได้ใช้ชีวิตสนุกขึ้น ในวันที่อายุก็มากขึ้นตาม แต่มันดีตรงที่ เขาเจอคนที่พร้อมจะแก่ตัวลงไปด้วยกันแล้ววันนี้เป็นวันธรรมดานี่แหละ แต่ท่านอินทัชจองตัวหลานสาว บอกว่าจะพาไปซื้อของเล่นกล่องสุ่มที่กำลังฮิตในหมู่เด็กๆ กับสายธารและ
เวลาหลายปีที่ผ่านพ้นไป เปรียบเสมือนนิยายเรื่องหนึ่งที่จบสมบูรณ์ ชีวิตคู่ขององศาสมุทรและพบตะวัน หวานชื่นปานรักกันในวันแรกที่ได้เจอ ไร้เรื่องที่เป็นอุปสรรคกีดกั้นขวางทางรักมีแต่ภรรยาและลูกน้อย เป็นกำลังใจการทำงานในทุกวันเขาสร้างบ้านสวนใกล้ไร้ของพ่อเลี้ยงภูผา บ้านมินิมอลชั้นเดียวที่สร้างบนที่ดินกว้า