Masukเมื่อนักอ่านตัวยงอย่าง ‘พบตะวัน’ ได้ทำการคอมเม้นท์นิยายเรื่องโปรดที่ตัดจบไม่ตรงใจ แทนที่ตัวนางเอกของเรื่องจะทำการแก้แค้นสามีที่ไม่รักดีอย่างสาสม กลับตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลงเพื่อเป็นการปิดจบนิยายเรื่องนี้แทน พอเธอกดส่งคอมเม้นท์เรียกร้องให้ทำภาคต่อก็มีแอคเค้าน์ ‘แมงกะบี้สีรุ้ง’ เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับเธอ ควรทำให้ตัวนางเอกเรื่องนี้ได้เจอคนดีและมีความสุขกับเขาบ้าง แต่หลังจากที่เธอกำลังตอบกลับแอคเค้าน์แมงกะบี้สีรุ้งไปมา แสงสีขาวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้นมา ดึงตัวของพบตะวันนักอ่านช่างฝันเข้าสู่โลกนิยายย้อนเวลาภาค 2 ที่เธอได้รับบทเป็น ‘ธารตะวัน’ นางเอกของเรื่องที่เธอต้องเป็นคนดำเนินเรื่องเอง นำพาให้นางเอกลงเอยกับประธานจอมเย็นชาให้ได้ถึงจะหลุดออกจากนิยายในโลกนี้ แต่เส้นเรื่องที่มีทั้งการลอบฆ่าตัวพระเอก และฐานะที่ต่างกันของทั้งคู่มันจะบรรจบให้รักกันเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย!
Lihat lebih banyakหลังกลับจากโรงเรียน ยูริก็ขอทำข้าวต้มที่ห้องเขา หลังเห็นว่าสีหน้าของโชตะซีดเซียวไร้เลือดฝาด คงจะป่วยหนักแต่เก็บอาการไว้ เห็นว่าวันนี้ลาหยุดงานเอาไว้แล้วเพราะไม่ไหวขนาดเจ็บป่วยยังไม่ขอความช่วยเหลือเลยเขาจะทนให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไมกันหรือกลัวจะเป็นภาระให้คนอื่นกันนะพอทำเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนเธอจะทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับเขาที่อยู่ตรงข้ามกันสีหน้าของโชตะคิดหนักไม่น้อย เขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องตัวเองมาก่อน ยูริน่าจะเป็นคนแรก ต่อให้อยู่ข้างห้องกันมานาน แต่เธอไม่ค่อยทักทายหรือเข้ามาสนิทสนมแบบนี้ทว่าพอเป็นเช่นนี้แล้ว เขาไม่อยากให้เพื่อนคนนี้หายไปเลยเธอบอกเองว่ามาจากอีกโลก...เขาไม่รู้หรอกว่าเธอโดนบอลอัด จนศีรษะมันได้รับความกระทบกระเทือนหรือเปล่า แต่ยูริในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจเลย“ที่บอกว่าอย่าลืม... เพราะจะไม่อยู่แล้วเหรอ”“ตอนนี้ยังอยู่นะ”“แต่ไม่ใช่ตลอดไปใช่ไหม”ยูริเอียงคอ พลางหลุบตามองควันข้าวต้ม ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่แต่การได้เจอตัวละครโปรด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เธอดีใจทั้งนั้นแหละ“ไม่รู้สิ...”“หือ”
พอพูดถึงบ้าน ยูริก็มุ่นคิ้วแล้วยิ้มเขิน เพราะเธอไม่รู้เลยว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ไม่มีความทรงจำของตัวละคร ในแบบที่แม่เคยเล่าไว้ให้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไหร่กันแน่หรือนี่คือภาคต่อเรื่องโปรดกันนะ“ว่าแต่... ฉันเป็นใครแล้วต้องกลับบ้านที่ไหนนะ” ยูริเอียงคอ ขณะที่แลบลิ้นเลียไอศกรีม พลางหันไปยิ้มหวานให้โชตะมองกี่ทีก็ละมุนอ่า ลูกรักพระเจ้าชะมัดเลย“เธอพูดจาประหลาดจัง”“หือ”“เธอก็อยู่ข้างห้องฉันไง พ่อกับแม่เธอไปทำงานต่างประเทศ คอยส่งเงินให้ทุกเดือนแล้วก็ไม่ค่อยแวะมาหาด้วย”โชตะเล่าเป็นฉากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพราะยูริเป็นแค่ตัวประกอบในนี้ก็เท่านั้น นักอ่านคนอื่นไม่มีทางรู้แน่นอน เพราะคงไม่มีนักเขียนหรือว่านักวาดคนไหน ลงรายละเอียดให้ตัวประกอบจนเด่นขึ้นมาหรอกนี่เธอเป็นแค่ตัวประกอบสินะเพราะตัวหลักในนี้น่ะ ไม่มีชื่อยูริเลยสักคนน่ะสิ“นายรู้ได้ยังไง”“เธอเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ”“ดีเลยสิ อยู่ข้างห้องนายก็สุดยอดไปเลยสิโชตะ”เธอชูมือดีใจเหมือนเด็กน้อย ทำเอาเขาผงะไปนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าจะดีใจจนยิ้มกว้างขนาดนั้น ปกติก็เจอหน้ากันเกือบทุกวัน ยูริแทบไม่ได้ทักเขาซะด้วยซ้ำไปแต่วันนี
‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’การ์ตูนเรื่องโปรด เป็นเรื่องที่เธอจำเนื้อเรื่องได้ทั้งหมด ซึ่งก็ถูกดึงกลับเข้ามาในความทรงจำสีจางอีกครั้ง ให้ยูรินึกขึ้นได้ว่ามีตัวละครทั้งหมด อยู่ตรงนี้ที่เธอวาร์ปจากอีกโลกเข้ามาไม่รู้ว่าเพราะเธอตายไปแล้ว...หรือเพราะว่าการทะลุมิติมีจริงกันแน่“อยากออกจากมิตินิยายภาคต่อ... แค่ต้องทำให้มันจบบริบูรณ์ค่ะ”คำพูดที่แม่เคยเล่าให้ฟัง กำลังทำให้ยูริช่างใจหนัก ระหว่างที่เดินตามหลังของโชตะ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ขาวออร่าสะดุดตาปึกศีรษะเธอชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง เหตุจากที่โชตะหยุดเดินอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่ยืนด้านหลังจนโดนบังมิด ชะโงกหน้าออกมามองหาที่ต้นตอของการหยุดเดินแต่พอได้เห็นสาเหตุ ยูริก็หน้าถอดสีทันทีเมื่อเรนหรือพระเอกของเรื่อง กับขนมเค้กที่เป็นนางเอก กำลังยืนหยอกล้อกันอยู่ที่ระเบียงห้องเรียน ยิ้มแย้มให้กันราวกับโลกใบนี้มีแค่ทั้งคู่ทุกอย่างคงกลายเป็นสีชมพูไปหมดเลยสินะส่วนโชตะน่ะ เขากลายเป็นภาพโทนขาวดำ ยืนคอตกมองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากจ้องมองพร้อมรอยยิ้มร่วมยินดีบทพระรองอีกแล้ว!“อย่ามองเลย ภาพมันไม่น่ามองหรอก” เ
โชตะ...ยูริเอาแต่จ้องหน้าคนที่ย่อตัวลงมาหา เขาสูงราวร้อยเก้าสิบสองเซน ใส่ชุดนักเรียนชายที่มีเนกไทตามฉบับการ์ตูนที่เคยอ่าน แต่เธอกำลังรวบรวมสติอยู่นี่สิ เพิ่งหายมึนจากการโดนของแข็งกระแทกมาด้วยอะไรนำพาให้มาอยู่ข้างสนามบอล หนำซ้ำยังรายล้อมด้วยนักเรียนอื่นอีก“เธอโอเคไหม”“.....”“ถ้าได้ยินตอบหน่อย...”เขาถามเธอเสียงอ่อนโยน เป็นโทนที่ฟังแล้วนุ่มละมุนหู อ่อนโยนต่อใบหูที่ชวนน่าฟังมากเลยล่ะโครงหน้านี้ริมฝีปากรูปกระจับโครงหน้าสมมาตรชัดเข้ารูปโคตรหล่อ... หล่อเหมือนเทพบุตรเดินดิน หล่อจนยูริต้องขยี้ตาซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าเธอไม่ได้เจ็บหัวจนตาฝาดไป แต่เธอที่ขยี้ตาซ้ำหลายรอบ ทำให้เขาที่อยู่ตรงหน้ากันคว้ามือเธอไป ไม่อยากให้ขยี้จนตาแดง“ไป เดี๋ยวฉันพาเธอไปทำแผลนะ”ไม่ทันจะประกอบเศษสติเข้าที่ เขาก็คว้ามือเธอให้เดินตามไป ไม่งั้นคนอื่นที่ยืนมุงอยู่ก็คงไม่ยอมสลายตัวแน่นอน แต่ยูริกำลังฉงนหนัก เธอมองไปรอบที่ตัวเองกำลังอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นตาเลยสักนิด...หมายถึง ไม่คุ้นตาที่ไม่เคยมา แต่ว่าภาพบางอย่างผุดซ้อนขึ้นมาในความทรงจำ เหมือนเคยเห็นภาพรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แบบภาพวาดมาก่อนระหว่างที่โดนเขาจูงให้เดินต
หลายเดือนต่อมาหลังปานนาวาทราบว่าพบตะวันตั้งท้อง เธอก็มักจะทำอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และเด็ก แวะเวียนมาหาน้องสะใภ้เป็นประจำ ประเด็นก็คือเห่อหลานที่ยังไม่ทันเห็นหน้าด้วยซ้ำนี่ก็เข้าเดือนที่หกแล้วงานวิวาห์ยังไม่ถูกจัดขึ้น หลังระดมความคิดกับพ่อเลี้ยงภูผา สองหนุ่มก็มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ
ว่าที่เจ้าสาวในอนาคต ดีใจจนยิ้มแก้มกลมไม่หุบ เอาแต่ยื่นมือส่องแหวนเพชรบนนิ้วอยู่ตลอด ตั้งแต่กลับมาจากน้ำตก ยันดวงตะวันลาลับขอบฟ้าแล้วก็ตาม พบตะวันก็ยังเห่อแหวนบนนิ้วอยู่ดี“สบายจังมีแฟนทำให้”“หือ ผมแห้งเรียบร้อยแล้วครับ”คุณพ่อบ้านมือใหม่ เป่าผมให้พบตะวันจนแห้งสนิท พลางใช้หวีสางอย่างเบามือ ตบท้ายด
ไร่องุ่นของพ่อเลี้ยงภูผาแสนสงบ ท่ามกลางเสียงเหล่านกกาเรไรในยามเช้า พบตะวันตื่นขึ้นมานั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ข้างกายมีไหล่ขององศาสมุทรให้ซบอิง จิบกาแฟยามเช้ากับหมอกไอเย็นสีขาวไปด้วยทั้งคู่ใช้เวลาทำมื้อเช้าด้วยกัน ไม่รีบร้อนเหมือนตอนอยู่ในเมือง ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ตาม มักจะเห็นแต่ผู้คนเดินส
ปาร์ตี้ปิ้งย่างเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น จวบจนฟ้ามืดก็ยังครื้นเครงอยู่ สี่คนสองคู่ดูเข้าขากันได้ดี อาจเพราะประสบพบเจอเหตุเดียวกันมา ทั้งสี่คนเลยเข้ากันได้ดียิ่งกว่าปี่กับขลุ่ยพวกเขาผลัดกันลุกขึ้นย่างบาร์บีคิวเสียบไม้ มีของมึนเมาที่พอผ่อนคลายสังสรรค์ พูดคุยกันถูกคอก็ติดลมยาว จนท้องฟ้ายามรัตติกาลมาเยือน