Share

ตอนที่ 9 ผู้มาเยือน

Penulis: Yaya-rin
last update Tanggal publikasi: 2026-07-11 23:24:49

ภายในห้องบรรทมอันหรูหรา

โรสยังไม่ทันจะได้เตรียมใจรับมือกับเจ้าหมอนข้างขนปุยที่กำลังจะมาถึง ประตูมิติโปร่งแสงของระบบ 007 ก็พลันกะพริบแสงสีแดงรัว ๆ พร้อมเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังระเบิดขึ้นในโสตประสาทจนดาราสาวสะดุ้งสุดตัว วี้หว่อ! วี้หว่อ! วี้หว่อ!

【แจ้งเตือนด่วนระดับสีแดง!: เกิดเหตุแทรกซ้อนในเนื้อเรื่องค่ะโฮสต์! ตรวจพบกลุ่มพลังงานแปลกปลอมระดับสูงกำลังเคลื่อนผ่านประตูเมืองทมิฬเข้ามายังปราสาทหลวง ระบบทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคณะทูตจากเผ่าอินทรีสวรรค์และเผ่าอสูรศิลาซึ่งเป็นสองเผ่าพันธุ์ใหญ่ที่เคยถูกราชินีองค์ก่อนกดขี่และยึดครองดินแดนค่ะ!】

"ทูตงั้นเหรอ? มาทำไมป่านนี้ นี่ยามวิกาลแล้วนะไอ้ระบบ!" โรสขมวดคิ้วฉับ พลางยกมือขึ้นกุมขมับที่เริ่มกลับมาเต้นตุบ ๆ อีกครั้ง

【ระบบ: พวกเขาไม่ได้มาดีค่ะโฮสต์! เนื่องจากข่าวลือเรื่องการเลื่อนขั้นพลังเวทมนตร์ดำของราชินีเกิดการแปรปรวนและไม่เสถียรได้แพร่สะพัดออกไปนอกอาณาจักร พวกเขาจึงฉวยโอกาสนี้เดินทางมาอ้างว่าเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี แต่แท้จริงแล้วคือการมาท้าทายอำนาจและหยั่งเชิงดูว่าโฮสต์ยังทรงพลังอยู่จริงไหม หรือธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายเป็นเสือกระดาษไปแล้วค่ะ!】

คำอธิบายของระบบทำให้โรสเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง

"แย่ล่ะ... ไอ้หนุ่มสี่คนในบ้านยังเคลียร์ไม่จบ ศัตรูภายนอกดันแห่กันมาซ้ำเติมอีก!" โรสกัดริมฝีปากอย่างใช้ความคิด

"ตอนนี้ฉันไม่มีพลังเวทเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ถ้าออกไปรับหน้าแล้วพวกมันใช้เวทมนตร์โจมตีหรือทดสอบพลัง ความลับที่ฉันเป็นแค่คนธรรมดาไร้ทางสู้ได้แตกพ่ายแน่ ๆ !"

【ระบบ: ถูกต้องค่ะ! และที่อันตรายกว่านั้นคือ หากสี่จอมปีศาจที่ยืนคุมเชิงอยู่เห็นโฮสต์เพลี่ยงพล้ำหรือแสดงความอ่อนแอออกมา ค่าความแค้นของพวกเขาที่กำลังลดลงอาจจะดีดกลับไปทะลุ 100% และร่วมมือกับพวกทูตต่างเผ่ารุมทึ้งโฮสต์ในทันทีค่ะ! งานนี้โฮสต์ต้องงัดเอาการละครระดับมาสเตอร์พีซออกมารับหน้า ห้ามหลุดคีพคาแรกเตอร์ตัวแม่เด็ดขาดค๊าาา!】

"เออ! รู้แล้วน่า! งานนี้ไม่มีถอยอยู่แล้ว ในเมื่อถอยก็ตาย เดินหน้าก็อาจจะรอด!"

ดาราสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แววตาสลัดความหวาดกลัวทิ้งไป เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณนักแสดงเบอร์ต้น ก่อนที่เธอจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกฉลองพระองค์ชุดใหม่ที่เป็นชุดเดรสยาวรัดรูปสีแดงเพลิงดุจโลหิต ปักดิ้นไหมทองคำเป็นลวดลายปีกนกฟีนิกซ์ที่กำลังสยายปีก สวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำสนิทเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขาม

โรสจัดแต่งทรงผมและแต่งหน้าให้ดูดุดัน เฉี่ยวคม ทาปากด้วยสีแดงก่ำส่งเสริมลุคนางพญาผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด โรสหันไปมองมงกุฎหนามทมิฬแล้วหยิบมันขึ้นมาสวมบนศีรษะอย่างมั่นคงก่อนจะก้าวออกจากห้อง

"บทบาทที่ยากที่สุดในชีวิต... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"

ณ ท้องพระโรงหลวงแห่งปราสาททมิฬ

บรรยากาศในยามดึกสงัดกลับมาตึงเครียดและกดดันอีกครั้ง ทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กสีดำยืนเรียงรายสองฝั่งทางเดิน ถือหอกและดาบเล่มโตเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ด้านข้างวูบวาบตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากประตูใหญ่

ที่กึ่งกลางห้องโถง คณะทูตจากต่างเผ่าจำนวนนับสิบตนยืนเด่นเป็นสง่า นำโดยกษัตริย์อินทรีการูด้าผู้นำแห่งเผ่าอินทรีสวรรค์ ร่างกายของเขาสูงโปร่ง มีปีกขนนกสีทองขนาดใหญ่พับอยู่กลางหลัง ใบหน้าหล่อเหลาทว่าเต็มไปด้วยความโอหังและสายตาที่มองเหยียดและข้าง ๆ กันคือแม่ทัพศิลาบาคุ ยักษ์หินขนาดมหึมาผิวทึบหนาที่แผ่กลิ่นอายพลังปราณระดับสูงข่มขวัญผู้คน

เบื้องหลังของขั้นบันไดบัลลังก์ มีสี่จอมปีศาจ คานส์ เซนิต เอลเลน และดราโก้ ถูกเรียกตัวด่วนให้มาเข้าร่วมการต้อนรับครั้งนี้ด้วย พวกเขายืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังในฐานะขุนพลและทาสโลหิตข้างกายราชินี

คานส์ที่เพิ่งจะดื่มยารักษาและกินอาหารบำรุงจนพลังกายฟื้นฟูเต็มเปี่ยม ยืนกอดอกนิ่ง แววตาสีเทาจับจ้องไปที่ประตูทางเข้าผสานความสับสน ส่วนเซนิตและเอลเลนต่างลอบส่งสายตาสังเกตการณ์คณะทูตอย่างเงียบ ๆ

ทว่าคนที่นิ่งสงบและน่ากลัวที่สุดคือดราโก้จอมมังกรโบราณ บอสใหญ่ผู้มีเส้นผมสีเพลิง เขายืนนิ่งราวกับรูปสลัก นัยน์ตาสีทองอร่ามทอประกายลึกลับ เฝ้ามองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยใจที่เย็นเยือก ดราโก้รู้ดีว่าพวกทูตเหล่านี้มาเพื่ออะไร และเขาก็กำลังรอดูอย่างใจจดใจจ่อว่าราชินีผู้บ้าคลั่งที่เพิ่งจะทำตัวแปลกประหลาดไปเมื่อหัวค่ำ จะจัดการอย่างไรกับหมาป่าภายนอกที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้

ตึก... ตึก... ตึก… เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานมาแต่ไกล ทำให้ทุกสายตาในท้องพระโรงพลันจับจ้องไปที่ทิศทางเดียวกัน ร่างระหงของโรสในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามกรีดกราย ราวกับกำลังเดินบนพรมแดงงานประกาศรางวัลระดับโลก สายตาสีม่วงคู่งามของเธอทอดมองตรงไปข้างหน้าอย่างราบเรียบไร้ซึ่งความหวั่นเกรง รังสีอำนาจอันเข้มข้นที่เธอเค้นออกมาจากจิตวิญญาณการแสดงบทร้ายขั้นสุด แผ่ซ่านออกมาจนทำให้ทหารองครักษ์โดยรอบต้องก้มหัวลงต่ำด้วยความกริ่งเกรง

โรสเดินผ่านคณะทูตขนาบสองข้างโดยไม่แม้แต่จะชายตาทองมองพวกเขา เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อน ทอดกายนั่งลงบนบัลลังก์หนามทมิฬอย่างเชื่องช้า สะบัดชุดคลุมขนสัตว์สีดำให้ทิ้งตัวลงอย่างพอดิบพอดี มือเรียวระหงประสานกันบนตักพลางเอียงคอเล็กน้อยมองลงมายังผู้มาเยือน

"ยามวิกาลเช่นนี้... พวกเจ้าหอบสังขารมาถึงปราสาทของข้า มีธุระอันใดรึ?" น้ำเสียงของโรสหวานหยาดเยิ้ม ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นเยือกและเน้นหนักในที ราวกับกำลังคุยกับสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยกว่า

กษัตริย์อินทรีการูด้าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างโอหัง สะบัดปีกสีทองเบา ๆ จนเกิดกระแสลมแรงพัดพวยพุ่งไปทั่วท้องพระโรงเพื่อเป็นการอวดอ้างพลังปราณระดับราชาของตนเอง

"ถวายบังคมฝ่าบาท..." การูด้าเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

"ข้าได้ยินข่าวลือว่า ราชินีปีศาจผู้ยิ่งใหญ่เพิ่งจะเลื่อนขั้นพลังเวทมนตร์ดำสำเร็จ แต่กลับเกิดกระแสพลังแปรปรวนจนต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องบรรทม ข้าในฐานะพันธมิตรผู้ซื่อสัตย์จึงเกิดความห่วงใย กลัวว่าร่างกายของท่านจะรับพลังไม่ไหวจนเกิดธาตุไฟแทรกแซง เลยตั้งใจนำโอสถปราณฟ้ามามอบให้ และถือโอกาสนี้ทดสอบดูว่าพลังของท่านแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด เพื่อความมั่นใจของพวกเราต่างเผ่าพันธุ์!"

สิ้นคำพูดของการูด้าบรรยากาศในห้องพลันเงียบกริบดุจป่าช้า นี่ไม่ใช่การเจริญไมตรีแล้ว แต่มันคือการตบหน้าและท้าทายอำนาจของราชินีปีศาจต่อหน้าข้าราชบริพารอย่างชัดเจน การูด้าพยายามส่งกระแสพลังปราณกดดันสีทองจาง ๆ พุ่งตรงไปที่บัลลังก์เพื่อหยั่งเชิงปฏิกิริยาของโรส

【ระบบ: เตือนภัยด่วนค่ะโฮสต์! คลื่นพลังปราณของการูด้ากำลังพุ่งเข้าหาโฮสต์แล้วค่ะ! แม้จะไม่ใช่การโจมตีโดยตรงแต่มันจะทำให้คนธรรมดากระอักเลือดได้ทันทีค่ะ! แถมตอนนี้ดราโก้และหนุ่ม ๆ กำลังจับตามองโฮสต์ตาไม่กะพริบเลยค่ะ!】

โรสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์กนหน้าท้องเกร็งแน่น หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบจะทะลุอก หน้าผากภายใต้หน้าม้าสวยแอบมีเหงื่อซึม

‘หนอย... ไอ้ไก่กางปีกนี่! กล้าดีกร่างใส่ฉันฮะ! คิดว่าใช้พลังลมเป่าแค่นี้จะทำให้ดาราระดับออสการ์อย่างฉันลนลานได้รึไง!’ สมองของโรสทำงานอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเธอไม่มีเวทมนตร์ไปต้านทานคลื่นพลัง สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือนิ่งเสียตำลึงทองและใช้ทักษะการละครบดขยี้มัน!

ในจังหวะที่คลื่นพลังปราณสีทองพุ่งเข้าปะทะร่าง โรสกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แผ่นหลังของเธอยังคงเหยียดตรง แววตาสีม่วงจับจ้องการูด้านิ่งสนิท เธอแสร้งทำเป็นปล่อยให้พลังนั้นผ่านร่างไปราวกับมันเป็นเพียงสายลมเอื่อย ๆ ที่พัดผ่าน เพราะระบบ 007 แอบเปิดบาเรียโปร่งแสงดูดซับแรงกดดันทางจิตใจให้ระดับหนึ่ง

โรสระบายยิ้มออกมาบางเบา มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเวทนาอย่างถึงที่สุด จนทำให้อินทรีหนุ่มที่กำลังรอดูอาการทรมานของเธอถึงกับชะงักและขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ

"หึ... ทดสอบพลังของข้าอย่างนั้นหรือ?" โรสหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ กังวานใสทว่าน่าขนลุก

เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินก้าวลงมาจากบัลลังก์ทีละขั้นอย่างมั่นคง โดยไม่มีอาการสั่นเครือให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยจริตตัวแม่วงการบันเทิงที่ดูสง่างามและไร้จุดอ่อน ชุดเดรสแดงเพลิงตัดกับผิวขาวซีดของร่างราชินีส่งให้เธอช่างดูน่าเกรงขามดุจนางพญาอสูรที่แท้จริง เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ห่างจากทูตอินทรีเพียงไม่กี่ก้าว สบตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของการูด้า

"การูด้าเอ๋ย... เจ้ามันช่างต่ำต้อยและโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง" โรสเอ่ยปาก น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยทว่าทรงพลังกดดันจนคนฟังใจสั่น

"พลังเวทมนตร์ดำระดับสูงสุดที่ข้าพึ่งจะบรรลุมานั้น มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และลึกลับเกินกว่าที่สายตาของพวกนกกระจอกอย่างเจ้าจะมองเห็นได้... การที่เจ้าสัมผัสถึงมันไม่ได้ แล้วทึกทักไปเองว่าพลังของข้าแปรปรวน... นั่นมันไม่ได้แปลว่าข้าอ่อนแอลง แต่มันแปลว่าเจ้ากระจอกเกินกว่าจะรับรู้ถึงตัวตนของมันต่างหาก!"

"เจ้า...!" การูด้าหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธจัด ปีกทองด้านหลังขยับสยายออกกว้างกว้างตั้งท่าจะโคจรพลังโจมตี

ทว่าโรสกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ขยับเขยื้อน เธอเอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่ปลายคางของการูด้าช้า ๆ สัมผัสอันเย็นเฉียบของปลายนิ้วราชินีทำให้กษัตริย์อินทรีถึงกับขนลุกซู่และหยุดชะงักไปชั่วขณะด้วยสัญชาตญาณความหวาดกลัวดั้งเดิม

"คิดจะลงมือในท้องพระโรงของข้าครั้นหรือ?" โรสกระซิบเสียงต่ำ แววตาสีม่วงวาวโรจน์ดุดันดุจปีศาจร้าย

"ถ้าข้าลงมือตอบโต้เพียงเสี้ยวเล็บ... นั่นจะไม่ใช่แค่เจ้าที่จะกลายเป็นนกย่างคากองเพลิง แต่วังอินทรีสวรรค์ของเจ้าทั้งหมด... จะถูกพลังเวททมิฬของข้าบดขยี้จนกลายเป็นเถ้าถ่านภายในค่ำคืนนี้! อยากจะลองดีกับข้าตอนนี้เลยไหมล่ะ... หืม?"

คำขู่เยือกเย็นบวกกับอินเนอร์ตัวแม่ร้ายลึกระดับร้อยเต็มร้อย ทำเอาการูด้าและแม่ทัพศิลาบาคุที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับหน้าซีดสลับเขียว ความมั่นใจที่มีมาเต็มเปี่ยมพลันพังทลายลงด้วยความกริ่งเกรง พวกเขาเริ่มเชื่อสนิทใจแล้วว่าราชินีปีศาจไม่ได้พลังแปรปรวน แต่เธอแกร่งขึ้นจนเข้าขั้นไร้ก้นบึ้ง จนพวกเขามองไม่ออกต่างหาก

ในมุมมืดเบื้องหลัง

ดราโก้ ที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา นัยน์ตาสีทองอร่ามขยับสั่นไหวเล็กน้อย จอมมังกรโบราณลอบกำหมัดแน่น สมองคิดทบทวนด้วยความประหลาดใจเป็นล้นพ้น

‘สายตา ท่าทาง และน้ำเสียงนั่น... มันช่างทรงอำนาจและเยือกเย็นจนน่ากลัว ข้าไม่สัมผัสถึงกระแสเวทมนตร์ที่คลุ้มคลั่งเหมือนอดีตเลยแม้แต่น้อย แต่นางกลับข่มขวัญการูด้าจนอยู่หมัดได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ... นังแม่มดนี่เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ พลังของนางเข้าสู่ระดับที่ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วงั้นรึ?’ ดราโก้คิดในใจพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งแค้นใจในอำนาจของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน ลึก ๆ ในสัญชาตญาณเผ่าพันธุ์มังกรที่เทิดทูนผู้แข็งแกร่ง กลับรู้สึกสะใจและทึ่งในท่าทีนางพญาคว่ำโลกของสตรีตรงหน้าอย่างประหลาด

【แจ้งเตือนด่วน!: โฮสต์ค๊าาา! ปาฏิหาริย์บังเกิดอีกแล้วค่ะ! ค่าความแค้นของดราโก้ลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์! ร่วงลงมา 2% เหลือ 96.5% แล้วค่ะ! ส่วนพวกทูตต่างเผ่าตอนนี้ค่าความหวาดกลัวพุ่งทะลุหลอดไปแล้วค่ะ!】

‘หึหึ บอสใหญ่มังกรปากแข็งก็เริ่มใจสั่นแล้วสินะ ส่วนพวกแก... ไอ้พวกไก่กา คิดจะมาหักเหลี่ยมตัวแม่ระดับวงการบันเทิง ยังเร็วไปย่ะ!’ โรสแอบลอบยิ้มกริ่มในใจ

"ว่าอย่างไรล่ะ... จะลองดีหรือจะไสหัวไป?" โรสละมือออกจากคางของการูด้สะบัดหน้าหนีอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ด้วยความสง่างามเย่อหยิ่ง

กษัตริย์อินทรีการูด้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หุบปีกสีทองลง เก็บงำความโอหังทั้งหมดหายไปสิ้นก่อนจะก้มหัวลงคำนับอย่างจำนน

"ข้า... ข้ามิกล้า ฝ่าบาทโปรดประทานอภัย ข้าพึ่งเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของพลังท่านในวันนี้... พวกเราขอตัวลากลับก่อน!" พูดจบคณะทูตต่างเผ่าก็รีบหมุนตัว วิ่งหน้าตั้งออกจากท้องพระโรงไปอย่างรวดเร็วปานราวกับกลัวว่าหากช้าไปอีกก้าวเดียวหัวจะหลุดออกจากบ่าจริง ๆ

บานประตูท้องพระโรงปิดลงเสียงดัง ปัง! พร้อมกับความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง โรสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ระบายรอยยิ้มทรงอำนาจส่งให้สี่จอมปีศาจที่ยืนอยู่เบื้องล่างก่อนจะเอ่ยปากน้ำเสียงเรียบ

"พวกเจ้าก็แยกย้ายไปได้แล้ว... ยกเว้นคานส์ คืนนี้ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี อย่าให้ข้าต้องรอนาน"

"น้อมรับบัญชา... ฝ่าบาท"

หนุ่ม ๆ ทั้งสี่โค้งคำนับ ส่วนดราโก้ก็ลอบมองโรสด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเซนิตและเอลเลน ส่วนคานส์ก็ก้มหน้าแดงซ่าน รีบเดินแยกตัวไปทางห้องนอนของราชินีทันที และทันทีที่ท้องพระโรงว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน

"โอ๊ยยยยยยยยยยยย ช่วยด้วยยยยย ขาฉันไร้ความรู้สึกไปแล้ววววว!!"

โรสซุปเปอร์สตาร์สาวทิ้งตัวพิงพนักบัลลังก์หนามทันที พร้อมใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเอามือกุมหน้าอกที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก ร่างระหงสั่นเทิ้มไปด้วยความตื่นตระหนกที่เพิ่งจะคลายลง

"เกือบไปแล้วไหมล่ะ! อีตาอินทรีบ้านั่นปีกใหญ่ชะมัด สบัดทีเดรสฉันแทบปลิว! แต่สะใจชะมัด! เห็นหน้าซีด ๆ ของพวกหนุ่มหล่อแล้วคุ้มค่าเหนื่อยจริง ๆ " โรสบ่นอุบพลางทุบขาตัวเองเบา ๆ

【ระบบ: สุดยอดมากเลยค่ะโฮสต์! ฉากกุมคางต้อนตริเมื่อครู่นี้มันช่างเร้าใจและทรงพลังที่สุดในสามโลกเลยค่ะ! แถมยังทำให้ค่าความแค้นของบอสใหญ่อย่างดราโก้ลดลงได้ด้วย นับเป็นก้าวสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ!】

"อืม... แต่ด่านต่อไปนี่สิหนักกว่าเดิม" โรสถอนหายใจยาว พลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงกลับไปยังห้องนอน

"หมาป่าคานส์ไปรอที่ห้องนอนแล้วใช่ไหม... เอาวะ! ผ่านศึกทูตต่างเผ่ามาได้ เรื่องเคลมลูกหมาขนปุยบนเตียงนอน ซุปเปอร์สตาร์โรสคนนี้ จะสวมบทบาทเลดี้ผู้ทรงเสน่ห์ทำให้เชื่องคามือให้ดู!"

พูดจบดาราสาวก็มุ่งหน้ากลับสู่ห้องบรรทม ค่ำคืนอันยาวนานและเร่าร้อนเร้าใจที่ต้องเผชิญหน้ากับจอมหมาป่าหนุ่มแบบสองต่อสองมันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 71 ห้วงอารมณ์ที่สวนทาง

    แสงสีเสียงบนเวทีขนาดยักษ์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา พิธีกรชื่อดังสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาประกาศรางวัลสาขาต่าง ๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะอย่างรื่นเริงของผู้ร่วมงานนับพันชีวิต ทว่าสำหรับโรสแล้ว โลกทั้งใบกลับคล้ายถูกกดปุ่มปิดเสียงไปชั่วขณะ หลังจากเขื่อนความทรงจำอันเป็นนิรันดร์พรั่งพรูทะลักเข้ามาดั่งท่วงทำนองเพลงโบราณที่คุ้นเคยในสายเลือดดวงตาของเธอยังคงจดจ้องมองไปยังกลุ่มเก้าอี้โซนพิเศษ VVIP ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ในขณะที่หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวแรงระคนหวั่นไหว แววตาสั่นระริกสะท้อนเงาร่างของชายหนุ่มทั้งห้าคนที่เวลานี้อยู่ในชุดสูทสากลภูมิฐานไร้ที่ติ ยามที่แสงสปอตไลต์ดวงยักษ์สาดผ่าน ใบหน้าหล่อเหลาอันเป็นเอกลักษณ์ของดราโก้ เซนิต คานส์ เอลเลน และลูเซียน ยิ่งดูโดดเด่น สง่างาม และน่าเกรงขามจนปวงชนในฮอลล์แทบไม่กล้าหายใจแรง‘พวกเขามีตัวตนจริง ๆ... ร่างกายนี้ ใบหน้านี้... อ้อมกอดที่ฉันเคยซบอุ่นจนแทบละลาย’ โรสรำพึงในใจพลางลูบปลายแผ่นอกที่สั่นไหวอย่างโหยหาอย่างสุดซึ้ง ความรู้สึกคิดถึงปานจะขาดใจแล่นริ้วเข้ามาในกระแสเลือดจนขอบตาคู่สวยเริ่มร้อนผ่าวทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะขยับกาย ก้า

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 70 ค่ำคืนแห่งเกียรติซุปเปอร์สตาร์สุดฮอต

    สายลมยามค่ำคืนพัดโชยผ่านหน้าโรงละครแห่งชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตา สถานที่จัดงานประกาศผลรางวัลเกียรติยศสูงสุดของวงการบันเทิงประจำปี พรมแดงหนานุ่มสีชาดทอดยาวจากประตูรถลีมูซีนหรูหราไปจนถึงประตูทางเข้าโถงพิธีการ ท่ามกลางเสียงแตร เสียงตะโกนเรียกชื่อดารา และที่สำคัญที่สุดคือเสียงลั่นชัตเตอร์ถี่รัวประหนึ่งพายุฝนฟ้าคะนองจากสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่หลังแผงกั้นแชะ! แชะ! แชะ!“ทางนี้ครับคุณโรส! หันมาทางกล้องซ้ายมือหน่อยครับ!”“คุณโรสครับ! ยิ้มกว้าง ๆ ให้กล้องหลักของสถานีด้วยครับ! วันนี้สวยสะกดใจมากเลยครับ!”ท่ามกลางแสงแฟลชสีขาวเจิดจ้าที่สว่างวาบไม่ขาดสาย ร่างระหงของโรสยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนกึ่งกลางพรมแดง สองสัปดาห์หลังจากผ่านพ้นวิกฤตเฉียดตายในห้องไอซียู ร่างกายของเธอกลับมาฟื้นตัวเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างปาฏิหาริย์ ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่งมีออร่า และในค่ำคืนนี้เธอสวมชุดราตรียาวเข้ารูปสั่งตัดพิเศษสีม่วงเข้มอมดำที่ทำจากผ้าไหมซาตินเนื้อละเอียด ลากหางปลาหรูหราด้านหลัง ตัวชุดผ่าอกลึกเน้นส่วนโค้งเว้าและทรวงอกอวบอิ่มรับกับสร้อยคอเพชรน้ำงามรอบลำคอขาวระหง บานสะพรั่งดุจนางพญาผู้ปกครองผืนพรมแ

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 69 บัญชาลับจากระบบ... ลาก่อนแดนมายา

    ค่ำคืนหลังเสร็จสิ้นพิธีสถาปนาราชสำนักใหม่ช่างเงียบสงบและงดงามเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา ท้องฟ้าเหนือมหาอาณาจักรลอยฟ้าเอเทเรียประดับประดาด้วยละอองดาวระยิบระยับล้อแสงไฟจากโคมไฟมนตรา ดอกไม้ป่ากลิ่นหอมรัญจวนคล้ายกลิ่นแป้งร่ำและวานิลลาลอยละล่องเข้ามาทางบานหน้าต่างหินอ่อน บรรยากาศภายในห้องบรรทมหลวงอุ่นระอุและอบอวลไปด้วยรังสีแห่งความรักที่ลึกซึ้ง ไร้ซึ่งกลิ่นอายแห่งความแค้น ความหวาดระแวง หรือสงครามชิงดีชิงเด่นใด ๆ อีกต่อไปบนเตียงกว้างหนานุ่มปูด้วยผ้าไหมซาตินเนื้อละเอียดสีม่วงเข้ม ราชินีโรสในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีงาช้างแสนบางเบากำลังเอนกายพักผ่อนด้วยความผ่อนคลายอย่างที่สุด ศีรษะทุยสวยหนุนซบอยู่บนแผงอกกว้างแกร่งร้อนผ่าวของดราโก้จอมมังกรโบราณผู้พิทักษ์ที่ใช้ท่อนแขนล่ำสันโอบกอดเธอจากทางด้านหลังอย่างแสนรักและหวงแหน ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามเซนิตราชาแวมไพร์หนุ่มผู้หล่อเหลาก็ขยับกายนอนตะแคงข้าง โอบกอดกระชับสะโพกมนและหน้าท้องแบนราบของเธอไว้ด้วยความทะนุถนอม คอยกดจูบแผ่วเบาที่ปลายนิ้วมือเรียวสวยของเธอราวกับกำลังชื่นชมสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตและใกล้ ๆ กันนั้นที่ข้างเตียง คานส์จอมหมาป่าหนุ่มยังคงกึ่งนั่งกึ่ง

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 68 มหกรรมรุมกอดสยบกองทัพปฏิวัติ

    ซู่... ซู่… สายลมกรรโชกแรงพัดพาใบไม้แห้งร่วงหล่นลงสู่พื้นดินภายในผืนป่าทมิฬอันเป็นเขตแดนรอยต่อระหว่างดินแดนปีศาจและแคว้นมนุษย์ ยามนี้เป็นช่วงเวลาวิกาลอันเงียบสงัด ทว่าภายใต้ความมืดมิดนั้นกลับมีประกายไฟแห่งความขัดแย้งกำลังจะปะทุขึ้นเมื่อกลุ่มกบฏปีศาจหัวโบราณนับพันตนที่นำโดยอดีตแม่ทัพนอกรีตผู้ไม่ยอมรับกฎระเบียบใหม่ กำลังเคลื่อนพลอย่างเงียบเชียบหมายจะลักลอบโจมตีค่ายทหารมนุษย์ที่ตั้งอยู่ชายแดน เพื่อทำลายสนธิสัญญาสงบศึกขององค์ราชินีให้ย่อยยับ“หึ... ยัยแม่มดนั่นคิดจะเปลี่ยนพวกเราให้เป็นมังสวิรัติหรืออย่างไร? คืนนี้เราจะฆ่าไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่ให้หมด เพื่อประกาศว่าดินแดนปีศาจยังเป็นของพวกเรา!” แม่ทัพกบฏคำรามต่ำพลางชูดาบยักษ์ขึ้นฟ้า“คิดจะทำลายผลงานการละครระดับออสการ์ของข้า... พวกเจ้ายังเร็วไปร้อยปี!”วิ้งงงงง! เสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจดังก้องกังวานมาจากฟากฟ้า พร้อมกับการปรากฏกายของร่างระหงในชุดเกราะมนตราสีม่วงขลิบทองคำขาวสะท้อนแสงจันทร์อย่างสง่างาม ราชินีโรสยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดไม้สูง โดยมีห้าหนุ่มขุนพลยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหลังดุจดั่งเทพผู้พิทักษ์ รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากพวกเขาทั้งห้าสะกดข่ม

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 67 บทลงโทษของเสนาธิการเจ้าแผนการ

    แสงไฟเวทมนตร์สีครามสลัวนิ่งอบอุ่นอาบชโลมชั้นหนังสือไม้โบราณที่สูงตระหง่านจดเพดานคริสตัลของหอสมุดหลวงแห่งเอเทเรีย กลิ่นอายโบราณของหน้ากระดาษม้วนคัมภีร์และไอเวทมนตร์บริสุทธิ์สร้างบรรยากาศราวกับโลกภายนอกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะราชินีโรสยืนกอดอกพลางมองแผ่นหลังกว้างอันเหยียดตรงของเอลเลน เสนาธิการหนุ่มและมันสมองคนสำคัญของอาณาจักร ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ เรือนผมสีน้ำเงินเข้มจัดแต่งทรงอย่างพิถีพิถัน และดวงตาสีครามคู่คมปลาบหลังกรอบแว่นสายตาสีเงินกำลังกวาดไล่อ่านร่างสนธิสัญญาสงบศึกอย่างละเอียดถี่ถ้วน“ฝ่าบาท... สนธิสัญญาที่ทรงร่างร่วมกับคณะทูตมนุษย์เมื่อค่ำคืนก่อนมีช่องโหว่เล็กน้อยพะยะค่ะ” เอลเลนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ ทว่าแฝงกระแสกดดันบางอย่าง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาสบดวงตาสีม่วงอัญมณีของเธอ “การปักปันเขตแดนฝั่งเทือกเขาตอนเหนือไม่มีการระบุถึงสิทธิ์ในการขุดเจาะแร่เวทมนตร์ หากปล่อยไว้ฝั่งมนุษย์อาจใช้จุดนี้ตลบหลังอ้างสิทธิ์ในภายหลัง ข้าจึงจำต้องเชิญพระนางมาช่วยปรับแก้เป็นการส่วนตัวในหอสมุดลับแห่งนี้”‘007... เจ้าหนุ่มแว่นแสนดีคนนี้ ทำไมวันนี้

  • ทะลุมิติไปพิชิตใจจอมปีศาจ   ตอนที่ 66 เตาผิงเนื้อแนบเนื้อในห้องอักษร

    แสงเทียนภายในห้องอักษรหลวงสั่นไหววูบวาบตามแรงลมหนาวยามวิกาลที่พัดเล็ดลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างหินอ่อน ทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหมึกสมุนไพรแห้งและกลิ่นหอมสะอาดของกระดาษโบราณราชินีโรสในชุดคลุมผ้าซาตินสีม่วงเข้มเนื้อบางเบา นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักพนักพิงสูง มือเรียวสวยตวัดเขียนแก้ไขร่างสนธิสัญญาสงบศึกอย่างขะมักเขม้นสลับกับการกุมขมับเป็นระยะ‘เฮ้อออ! 007 งานเอกสารนี่มันสูบพลังชีวิตยิ่งกว่าฉากแอ็กชันในสมรภูมิรบเสียอีก แถมอากาศในหอคอยลอยฟ้ายามดึกนี่มันหนาวชะมัดยาดเลย แข็งไปหมดทั้งมือทั้งเท้าแล้วเนี่ย!’ โรสห่อไหล่พลางส่งกระแสจิตบ่นกระปอดกระแปดกับระบบคู่ใจในขณะที่ร่างกายอันบอบบางเริ่มสั่นระริกน้อย ๆ เพราะอุณหภูมิที่ลดฮวบลงเรื่อย ๆ[ระบบ: โฮสต์คะ! ความหนาวจะกลายเป็นความร้อนรุ่มในอีก 3... 2... 1... มีเตาผิงเนื้อแน่นเคลื่อนที่ระดับพรีเมียมกำลังก้าวเข้ามาเสิร์ฟความอุ่นถึงที่แล้วค่ะ]แก๊รก...ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกแผ่วเบา พร้อมปรากฏร่างสูงใหญ่กำยำอันคุ้นตาของคานส์จอมหมาป่าหนุ่มดิบเถื่อนผู้มีเส้นผมสีเทาเงินยุ่งเหยิงเป็นเอกลักษณ์ ชายหนุ่มเดินประคองถาดน้ำชาอุ่น ๆ เข้ามาในห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status