Share

ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’
ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’
Auteur: เพลงมีนา

Chapter1. ปี พ.ศ.2533

last update Dernière mise à jour: 2024-06-22 19:25:22

ปลายเส้นผมนุ่มสลวยที่ถูกรวบเป็นหางม้าเหนือท้ายทอยแกว่งไปมา  แม้เจ้าของจะซ่อนมันในหมวกแก๊ปใบสวย   เด็กสาวรูปรางปราดเปรียว กำลังวิ่งกระหืดกระหอบ เข้ามาที่ตึกR&M บริษัทที่ผลิตนักร้องชื่อดังประทับฟ้าเมืองไทยหลายสิบคน   และในขณะเดียวกันก็เปิดเป็นบริษัท ผลิตรายการโทรทัศน์ โรงเรียนสอนดนตรี และ สื่อสิ่งพิมพ์  มีนิตยสารหัวนอกอยู่ถึงสองเล่ม และเปิดเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

โซดา สาวน้อยวัยสิบเจ็ดรีบผลักบานประตูกระจกสีชาของบริษัทอย่างรีบเร่ง  ท่าทางรีบร้อนของเธอทำให้คนบริเวณหันมามองสาวน้อยร่างเพรียวบางที่สูงประมาณ167 ซม.  ใบหน้าเนียนสวยเปื้อนเหงื่อและดวงตากลมโตใสซื่อสะกดสายตาของที่เผลอมองมา

“ขอโทษเด้อคะ  ห้องอบรมเขียนนิยายไปทางไหนคะ”

สำเนียงสาวอีสานทำให้เกิดเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น  โซดายกมือปิดปากอย่าเพิ่งนึกได้  ประชาสัมพันธ์คนสวยแอบเช็ดน้ำตาที่เล็ดเพราะสำเนียงไม่เข้ากับหน้าใส ๆ ของเธอ  ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ลิฟต์ไม่ไกลนัก

“มาอบรม ‘เขียนง่าย ๆ กลายเป็นเล่ม ๆ’ ใช่ไหมคะ เชิญที่ชั้นสิบเอ็ดเลยค่ะ”

“ขอบคุณหลาย ๆ ค๊า”

 โซดาอยากตบปากตัวเองนัก  แต่เกรงว่าถ้ายิ่งยืนอยู่ตรงนั้นจะยิ่งทำอะไรน่าอายเข้าไปใหญ่  เท้าที่สวยรองเท้าผ้าใบคู่เก่ารีบวิ่งไปที่ลิฟต์ทันที  แล้วนิ้วเรียวก็กดหมายเลขชั้นที่ต้องการไป

วันนี้เป็นวันแรกของการมาอบรม ‘เขียนง่าย ๆ กลายเป็นเล่ม ๆ’  ที่โซดาเขียนความเรียงส่งประกวดในนิตยสารฉบับหนึ่ง  ซึ่งรางวัลของมันก็คือ ได้เป็นหนึ่งในสิบหกคนที่เข้ามาอบรมเขียนหนังสือที่บริษัทR&M แห่งนี้ โดยมีวิทยากร ชื่อดัง คือ ‘ดุจตะวัน’ หรือ ‘ปกรณ์’ นักเขียนสุดปลื้มของโซดา   เธอหลงรักตัวหนังสือที่ดุจตะวันเขียน และเขาเป็นแรงบันดาลใจของเธอที่ทำให้เธอ  เด็กสาวจากร้อยเอ็ดอยากเป็นนักเขียนชื่อดังกะเค้าบ้าง

“เออ  คิวถ่ายแบบเลื่อนไปได้ไหม เหนื่อย เพลีย เข้าใจไหม!”    เสียงดังจากคนข้าง ๆ ทำให้โซดาหันไปมองอย่างเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้มีเธอคนเดียวในลิฟต์

“เป็นผู้จัดการยังไง! เลื่อนคิวแค่นี้ทำไม่ได้หรือไง ไม่ไปก็คือไม่ไปไง”

เสียงที่ดังอยู่ข้างๆโซดาอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงก้าวครึ่ง แม้ว่าร่างสูงโปร่งจะคุยโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดอยู่  แต่เสียงที่ตะคอกราวกับจะตะโกนให้คนที่อยู่อีกสองช่วงตึกได้ยินด้วย   ทันทีที่ผู้โดยลิฟต์คนเดียวกับเธอพับมือถือเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ  โซดาก็จำได้ทันทีว่าเคยหน้าตาแบบในโทรทัศน์ และหน้านิตยสารหลายฉบับ

“พี่ปลายศร”       โซดาพึมพำออกมาเบา ๆ แต่มันคงดังพอที่จะทำให้ร่างสูงโปร่งหันมามองก่อนที่จะถอดแว่นกันแดดสุดเท่ออกแหนบที่คอเสื้อ

“เฮ้อ! แม้แต่อยู่ในลิฟต์ยังไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวเลยหรือเนี้ย!”   นักร้องหนุ่มสุดฮอตส่ายหน้าระอาใจ  เขาหยิบปากกาเมจิกคู่ใจ  ขยับเท้าเข้าไปใกล้ร่างเพรียวบางของเด็กสาวที่ยืนนิ่งตะลึงนะจังงังอยู่กับที่   ก่อนที่จะตวัดข้อมือเซ็นชื่อตัวเองลงบนปีกหมวกที่โซดาสวมอยู่

ปิ๊ง!

ลิฟต์ดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก   นักร้องหนุ่มยิ้มมาดนายแบบก่อนเหลือบมองไปที่แผงหมายเลขข้างประตู 

“อ้าว! ชั้นเดียวกันเหรอ  มาอบรมใช่ไหม พยายามหน่อยนะ  แต่แหม! ปลื้มพี่มากแค่ไหนก็ไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้ ”   เจ้าของร่างสูงโปร่งเอ่ยต่อแบบไม่สนใจคนที่อ้าปากค้างอยู่ 

            แต่ที่เรียกสติของสาวน้อยได้คำว่า อบรม ทำให้ร่างเพรียวบางรีบก้าวออกมาจากลิฟต์ทันที   โซดามองตามร่างสูงโปร่งที่เดินนำหน้าเธอออกมาก่อน   พอนึกขึ้นได้ก็ถอดหมวกแก็ปออกจ้องมองลายเซ็นยึกยือบนหมวกใบเก่งของเธอ

“ฮ่วย!”   โซดาเผลอบ่นออกมาอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่  “ใครเค้าอยากได้ลายเซ็นอ่ะ  คนอะไรหลงตัวเองชะมัด!!!”

            โซดายัดหมวกใส่เป้ที่คล้องไหล่อยู่ จะขว้างทิ้งก็เสียดายของ พลางเดินไปตามแผ่นป้ายที่เขียนบอกทางไปห้องอบรมเขียน‘เขียนง่าย ๆ กลายเป็นเล่ม ๆ ’ เธอรู้อยู่หรอกวิทยากรในครั้งนี้มี “ปลายศร” ดาราหนุ่มยอดฮิตที่เพิ่งทำสถิติพ๊อกเก็ตบุ๊คส์ขายดีที่สุด         ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงถึงสองพันเล่ม        เมื่องานมหกรรมหนังสือฯ ที่ผ่านมา   

แต่...เปล่าเลย... โซดาอยากเจอพี่ปกรณ์ เจ้าของนามปากกา “ดุจตะวัน”  ฉายาเจ้าชายโรแมนติกที่เขียนนิยายได้หวานซึ้ง ต่างหากเล่า!

ทันทีที่โซดาเปิดประตูห้องเข้าไป  เธอกลายเป็นจุดสนใจในวินาทีนั้นทันที  ประเมินด้วยสายตาแล้ว เธอน่าจะอายุน้อยที่สุดในบรรดาสิบหกคนที่ได้มาอบรมฟรีในครั้งนี้    ใช่ ! ถ้ามันไม่ “ฟรี” เธอก็ไม่มีปัญญาได้มายืนอยู่ในนี้หรอก  เธอเคยเห็นโบชัวร์เวิร์คชอปของที่นี้แค่สามวัน ค่าเรียนแพงลิบลิ่ว  เด็กกำพร้าอย่างเธอไม่มีปัญญามาเรียนแน่ ๆ

“มาครบกันแล้วใช่ไหมครับ”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของนักสุดปลื้มของโซดานามดุจตะวัน  ร่างสูงโปร่ง ดวงตาอบอุ่นกับ ผมดำขลับยาวสลวยอย่างที่ผู้หญิงแท้ๆอย่างเธอยังอาย  

โซดา สาวน้อยแสนห้าวในสายตาคนรอบข้างแต่กลับมีความฝันตรงข้ามกับลักษณะนิสัยภายนอก  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ “โชค” หรือ “ฝีมือ” ที่ทำให้ได้เข้ามาอบรมการเขียนที่นี่ บริษัทใหญ่โตอย่างนี้เธอได้แต่ฝันกลางวันเท่านั้นในความเป็นจริงแทบไม่เคยย่างกรายเข้ามาใกล้           แต่ละคนที่เข้ามาอบรมดูเป็นคุณหนู แต่งตัวดี  แม้จะเอ่ยปากชวนเธอคุยบ้าง แต่ก็ทำเธอรู้โดยทันทีว่า มันเป็นไปตามมารยาท  

กว่าจะหมดไปหนึ่งวัน  เด็กสาวก็แทบหมดแรงเพราะไม่คุ้นกับสังคมใหม่แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพกับ “เบียร์” พี่ชายแท้เลือดสีเดียวกันได้เดือนกว่าแล้ว   แต่เหมือนเธอยังปรับตัวไม่ได้   ครั้งที่พ่อกับแม่จากไปเพราะอุบัติเหตุ   เธอยังเด็กจำอะไรไม่ได้มาก  แต่เพราะมีกันแค่สองคนพี่น้อง  พี่ชายเธอมาทำงานกับลุงที่เป็นพ่อครัวอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง   ส่วนเธอก็ไปอยู่กับป้าญาติทางฝั่งแม่ที่ขอนแก่น    แม้จะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ความรู้สึกที่เป็นส่วนเกินของบ้านมันก็ยังมีอยู่   กี่ครั้งที่ร้องไห้คิดถึงพี่ชาย  เธอได้แต่พยายามฝืนตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อที่จบม.ปลายจะได้มาอยู่กับพี่ชายตามสัญญา  และเบียร์ก็ทำตามสัญญาจริงๆ เมื่อเธอสอบจบม.ปลาย  เขาก็มารับเธอถึงบ้านป้าตามสัญญา

ถึงจะได้อยู่กับพี่ชายในบ้านหลังเดิมที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เป็นสมบัติชิ้นเดียว  แต่ความเป็นเมืองใหญ่ที่ทำให้เธอเหงาจนบอกไม่ถูก 

คงไม่นานหรอกนะ  ที่เธอจะคุ้นเคยชินกับความรู้สึกนี้

            แล้วจู่ ๆ รอยยิ้มก็จางไป เมื่อร่างบอบบางเดินผ่านกระจกเงาของตึก เด็กสาวจ้องมองร่างที่สูงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเซนต์              เสื้อผ้าที่สวมใส่ที่เป็นเพียงเสื้อยืดพอดีตัว   กางเกงยีนขาสามส่วนพร้อมรองเท้าผ้าใบเซอร์ ๆ สะพายเป้สีดำคู่ใจที่มีสมุดบันทึกขนาดเหมาะมืออยู่เสมอ

            ‘เฮ้อ! ทั้งเซอร์ ทั้งโทรมขนาดนี้ อย่าว่าแต่พี่ปกรณ์เลย  ขนาดวินมอเตอร์ไซด์ยังไม่แล !!!'

            โซดาถอนหายใจหนัก ๆ มองภาพนักเขียนในดวงใจของเธอ ผ่านผนังกระจกที่กั้นอยู่   โซดาดึงหมวกแก๊ปใบเท่ที่ยัดใส่เป้ขึ้นมาสวม  แต่มือก็ชะงักเพราะเห็นลายเซ็นไม่พึ่งประสงค์บนหมวก 

‘เอาไงดีหว่า’

โซดาก้มหน้าก้มตา แอบใช้น้ำลายป้าย ๆ   ถู ๆ หวังจะให้ลายเซ็นกระเด็นไปจากหมวก  จนไม่ทันดูว่าประตูกระจกก็ถูกออกมามาอย่างแรง

            “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”

            “คะ”

            โซดาสะดุ้งเมื่อบานประตูถูกผลักออกและร่างบอบบางเดินออกมา เธอไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่หน้าประตูกระจก  เออนะ!  ตึกนี้มันจะเป็นกระจกทั้งหลังให้คนเดินผ่านสับสนเล่นรึไงนะ  อีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ ให้  โซดาจับจ้องใบหน้ากลมมนได้รูปที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใด ๆ แต่ดูขาวซีดเหมือนคนป่วย  เสื้อคอจีนสีชมพูอ่อนรับกับกระโปรงยาวสีเข้มกว่าสีเสื้อเล็กน้อย  ในมือข้างหนึ่งหิ้วกล่องไม้ใส่ไวโอลีน   โซดาเอี้ยวตัวหลบทางให้อย่างเขิน ๆ ไม่ถึงห้านาทีรถเก๋งคันใหญ่ก็เข้ามาจอดเทียบ  คนขับรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และร่างบอบบางก็ก้าวขึ้นรถจากไป    ทิ้งให้เธอยืนอยู่คล้ายฝุ่นผง ณ บริเวณนั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 34. จบ

    “ตาบ้า!ทำอะไรนะ” โซดายกมือขึ้นปัดออกทันทีที่ได้สติ แต่อีกฝ่ายคว้ามือเล็ก ๆ ได้เขาออกแรงกระชากนิดเดียวร่างเล็ก ๆ ก็เซเข้ามาในวงแขน“โซดาตัวเล็กกว่าที่คิดเยอะเลยนะ ตอนเป็นผีจับตัวไม่ได้เหมือนอย่างนี้เลย”“บ้า...ตาบ้า ปล่อยนะ”โซดาดิ้นขลุกขลักในวงแขน ชายหนุ่มนึกสนุกยิ่งรัดร่างเข้าไว้แน่น พอดีเสียงสัญญาณในลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก คนที่ยืนอยู่ด้านนอกจึงเห็นชายหนุ่มกอดรัดร่างเพรียวบางไว้ในวงแขน“เฮ้ย!ทำอะไรนั่นน้องสาวฉันนะเฟ้ย!”“ไม่มีอะไรค่ะพี่เบียร์” โซดารีบสลัดตัวออกจากวงแขน ซึ่งก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย เบียร์ทำท่าจะเข้ามามากระชากคอเสื้อสุดแดนแต่ตั้มก็ใช้แขนล็อกคอเพื่อนรักไว้ก่อน“น่า...นะ โซดาว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรซิ ไป…หน้าที่นายดูแลอาหารการกิน ทางโน้นเลย...เอ้า! ท่านเจ้าภาพ เอ๊ยประธานบริษัทมาแล้ว หลีกทางหน่อยครับ”ตั้มหันไปยักคิ้วหลิวตาให้สุดแดนอย่างรู้ทัน เบียร์หงุดหงิดเดินมาที่ซุ้มอาหารบุฟเฟ่ย์ ซึ่งเวลานี้มีผู้คนเข้ามาในบริเวณชั้นหนึ่งของตึกเป็นที่สำหรับจัดงานเปิดตัวหนังสือและสำนักพิมพ์ในเครือบริษัท ซึ่งสำนักพิมพ์ ยักษ์เล็กที่จะเน้นให้โอกาสนักเข

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 33. ได้เวลาแล้ว

    ยาไอซ์จัดเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 1 ตาม พ.ร.บ ยาเสพติดปี 2522 ลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มา ของชื่อยาไอซ์ ความบริสุทธ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามากจึงมีคนเรียกว่าหัวยาบ้า การนำไปใช้ โดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นบางคนนำไปเผาแล้วสูดดมควันเหมือนการเสพยาบ้า ยาตัวนี้ทำให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มสนุกสนานสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ยาไอซ์ลักษณะทั้งโครงสร้างและการออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า แต่มีข้อแตกต่างตรงที่หลังเสพยาไอซ์จะมีความสดชื่นมีชีวิตชีวาไม่ซูบโทรมเหมือนยาบ้า คนที่เสพยานี้มักจะดูไม่ออกเพราะหน้าตาจะเบิกบานไม่เหมือนคนเสพยาทั่วๆ ไป ยาตัวนี้ไม่ได้มีแพร่หลายกันทั่วไปเนื่องจากหายากและราคาค่อนข้างแพงมักจะใช้กันในสังคมไฮโซทั้งหลาย’ชายหนุ่มลดหนังสือพิมพ์ลงและวางไว้บนโต๊ะก่อนระบายลมหายใจเบา ๆ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อประมาณสี่เดือนก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเพิ่งกลับจากเมืองนอก ได้ไม่นานและเริ่มเข้ามาดูแลงานในบริษัทแทนผู้เป็นพ่อซึ่งต้องปลดเกษียรตัวเองด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอเพราะโหมงานอย่างหนัก วันนั้นเขาตรวจสอบของบัญชีรายรับ-จ่ายและเห็นความผิดปกต

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 32. เหนี่ยวรั้งไว้   

    และเมื่ออ่านมากก็อยากเป็นนักเขียน เขามักเอาตัวเองไปอยู่ในโลกของนิยาย เรื่องแล้วเรื่องเล่า เขาคิดเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้ ก็ยังเหลือ ‘นิยาย’ ที่เขาเขียนทิ้งไว้แทนตัวเขา อาจใครสักคนมาอ่านเจอเรื่องเหล่านี้ เรื่องสุดท้ายที่เขาเขียน คือเรื่อง ‘ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนนิยายยุค 90’s’ เขาได้แรงบันดาลใจมากจากคุณน้านักอ่านท่านหนึ่งที่มักเข้ามาอ่านนิยายของเขาและคอยคอมเม้นต์ให้กำลังใจเสมอ ดวงจิตของชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบกาย เขาเข้าใจแล้วว่าเขาหายไปที่ไหนมา เขาไปอยู่ในเรื่องเล่าของคุณน้านักอ่านท่านนั้น สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นแค่นิยาย แต่สำหรับบ้างคน ตัวละครในนั้นมีตัวตนจริงในอดีตที่ผ่านมา สายลมอ่อนโยนพัดผ่าน ทั้งที่อยู่ในห้องที่ปิดหน้าต่าง ราวกับสัมผัสแผ่วเบาเพื่อบอกลากัน ชายหนุ่มหันไปที่หน้าต่าง แสงสว่างจางๆ สาดเข้ามา เขายิ้มและเผชิญกับการจากลาอย่างกล้าหาญ มันเป็นเรื่องที่เขาและคนในครอบครัวเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกันมานานแล้ว “พ่อครับ แม่ครับ ขอบคุณที่ดูแลผม พี่ครับฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ ผมสบายดี ไม่ทรมานอีกแล้ว”

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 31.  อย่าไปจากฉัน 

    “รู้สึกว่าจะฟื้นเร็วกว่าที่คิดนะ”“อะไรนะคะ พี่ปกรณ์พูดอะไรออกมา” เด็กสาวตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อีกฝ่ายกลับหมุนตัวไปหยิบกล้องดิจิตอลขึ้นมาบันทึกการเคลื่อนไหวเด็กสาวตรงหน้า “พี่ปกรณ์เพี้ยนไปแล้วเหรอค่ะ พี่คิดอะไรอยู่”“ความจริงพี่ก็ไม่อยากทำแบบนี้...แต่นี้คงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แป้งร่ำอยู่ภายใต้การควบคุมของพี่ได้ พี่จะได้ช่วยดูแลทุกอย่างในบริษัทฯได้อย่างเต็มที”ยังไม่ทันที่แป้งร่ำจะเข้าใจในความหมายที่อีกฝ่ายพูด มือที่ว่างจากการควบคุมกล้องดิจิตอลก็กระชากเสื้อของเธอออกจนเห็นบราเซียลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ “พี่ปกรณ์!” แป้งร่ำกรี๊ดร้องสุดเสียง เมื่อมือแข็งแกร่งพยายามกระชากเสื้อผ้าเธอออก พร้อมกับขึ้นคร่อมร่างเธอที่นอนดิ้นพยายามปิดป้องร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า “อย่ามาแสดงท่าอย่างนี้กับฉัน!” ปกรณ์เผลอตะคอกออกมาสุดเสียง ไม่เหลือแววตาอ่อนโยนที่เคยเห็น หน้ากากของเขาแตกละเอียดเหลือเพียงใบหน้าที่แท้จริงของซาตาน เขาใช้มือแข็งแรงปานคีมเหล็กเข้าบีบคอเล็ก ๆ ของแป้งร่ำเด็กสาวดิ้นทุรนทุรายเจ็บปวดจนน้ำตาไหล ทั้งที่ฝืนกลั้นไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ“เธอมันก็เหมื

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 30. ตกอยู่ในอันตราย

    “คราวหน้าคงได้มาสนุกอย่างนี้อีกนะ” แป้งร่ำยิ้มบาง ๆ แล้วโบกมือลาเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ“เราเดินไปส่งนะ” โซดาลุกขึ้นยืนและยื่นมือออกไปให้มือเรียวเล็กจับก่อนลุกขึ้นยืน ผีหนุ่มมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มรู้สึกอิ่มข้างในใจอยากบอกไม่ถูก เด็กสาวสองคนเดินจูงมือกันไปที่ต้นถนนจุดที่นัดคนขับรถไว้ รถเก๋งยุโรปคันหรูเคลื่อนมาใกล้ แป้งร่ำไม่อยากเร่งเท้านักแต่รู้ว่าบริเวณนี้จอดรถนานไม่ได้เธอจึงจำใจเดินไปที่รถ“โชคดีนะ วันนี้สนุกมากเลย”“เช่นกันจ๊ะโซดา”ประตูเปิดออกก่อนที่มือของแป้งร่ำจะเอื้อมไปจับ แต่ร่างเล็ก ๆ ก็ถูกกระชากเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว โซดาตกใจกับภาพที่เห็นรีบกระโจนพุงตัวเข้าไปในรถทันที มือใครบางคนในรถเอื้อมมือออกมาปิดประตูรถอย่างรวดเร็วจนไม่ทันมีใครในบริเวณนั้นสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ รถเคลื่อนตัวออกไปพอดีกับที่ เบียร์ก้าวลงมาจากรถแท็กซี่ที่เข้ามาจอดแทนที่รถยุโรปที่พุ่งตัวออกอย่างรวดเร็ว“ช่วยด้วย! นายวุ่นวาย!” ผีหนุ่มร่างโปร่งใสยืนหันรีหันขวางอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่มีใครมองเห็นตัวเขา และไม่ทันสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายวุ่นวายมองหาร่างของเบียร์ รีบวิ่งไปตะโก

  • ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’   Chapter 29.ปาฏิหาริย์ ?

    “เด็กโง่ๆนั่นนะเหรอ...อีกหน่อยก็เป็นเหมือนอุ้ม-อั้มอะไรนั้นอีกหรอก ให้เป็นghost writerดีๆไม่ชอบอย่างขึ้นมาประกาศตัวให้โลกรู้จัก เชอะ! ฝันไปเถอะ..สภาพพิการอย่างนั้นใครเค้าจะชื่นชม หมดยุคสมัยนักเขียนไส้แห้งกินอุดมคติกันแล้ว ลองไม่ใช่ปกรณ์หรือปลายศร หนังสือที่ไหนจะขายออกได้หลักแสนเล่มแบบนี้บ้าง” “เอานะ..เดี๋ยวพี่ปั้นเด็กใหม่ก่อน หลอกทำสัญญาให้เรียบร้อยก่อน เด็กนี่ก็ใช้ได้มีแววดีสั่งงานอะไรก็ทำได้ตามสั่งอย่างกับทำอาหารตามสั่งแนะเหมาะกับการทำงานเป็นGhost writerให้เรา”“ชื่ออะไรนะ โซดาเหรอ ปลื้มพี่ดุจตะวันน่าดูนี่นะ ถ้ารู้ว่าตัวจริงเป็นแค่ผู้หญิงพิการสาวเอ๋อออทิสติกละก็..จะเป็นยังไงนะ” ‘ ดุจตะวัน ’ คงมาจากชื่อจริงของพี่อุ้มนี่เอง พี่อุ้มก็คือนักเขียน‘ ดุจตะวัน ’ ตัวจริง ที่เธอปลื้มแล้วเด็กใหม่โง่ๆที่คิดแค่ทำอะไรก็ได้ให้ใกล้ชิดแวดวงนักเขียนก็พอก็คงเป็นเธอซินะ “โซดา!” นายวุ่นวายกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู เขาเองก็รับรู้ความเจ็บปวดที่เธอมีและยิ่งนึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถจะเอื้อมมือไปกุมมือเล็ก ๆ ที่สั่นระริก ปวดใจยิ่งนักที่ไม่สามารถปลอบใจและให้กำลังใจผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ได้ โง่ให้พ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status