Share

ตอนที่ 4 ปลิดชีพ

last update Last Updated: 2025-12-11 09:59:42

ผ่านไปหลายชั่วยามหานตงหยางจึงเดินกลับเข้ามาในห้อง หลิวหนิงเจียวยังนั่งรออยู่ที่ตั่งตัวเดิม นางได้กลิ่นสุราโชยมาจากกายเขาเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เปิดผ้าคลุมหน้าและดื่มสุรามงคลเขาก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้มว่า “มีรายงานจากค่ายทหารว่ามีพวกนอกด่านมาก่อกวนชายแดนตะวันออก ต้องขออภัยฮูหยินคืนนี้ข้าคงอยู่เป็นเพื่อนเจ้าไม่ได้แล้ว”

            หลิวหนิงเจียวรู้สึกโล่งอกเป็นที่สุด เขาหันกายเดินออกไปถึงประตูนางจึงพูดตามหลัง “ดีแล้วเจ้าค่ะ” ดีแล้วที่ข้ากับท่านไม่ได้มีโอกาสได้เห็นหน้ากัน ไม่เช่นนั้นข้าคงรู้สึกมีตราบาปในใจไปตลอดที่ต้องเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของท่าน

            เขาทำเช่นนี้ก็ดี หานตงหยางอยากหมิ่นเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีนาง นางก็จะทำให้คนทั่วแคว้นซีหลียงเห็นว่าแม่ทัพที่เก่งกาจผู้นี้น่าชังมากเพียงใด อีกอย่างเขาทำตัวเช่นนี้นางจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

            หานตงหยางออกไปแล้วอันมามาจึงพูดขึ้น “ฮูหยินอย่าถือสานายท่านเลยนะเจ้าคะ เดิมทีนายท่านก็ทำงานหนักเช่นนี้ ฮูหยินอยู่ไปสักพักก็ชินไปเองเจ้าค่ะ” ถึงจะดูเป็นคำแก้ตัว แต่ความจริงหานตงหยางก็เห็นงานที่ค่ายทหารสำคัญกว่าสิ่งอื่นจริง ๆ

            หลิวหนิงเจียวเลิกผ้าคลุมหน้าออก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ท่านแม่ทัพออกไปปกป้องบ้านเมือง ถ้าข้าถือสาก็นับว่าใจคอคับแคบแล้ว พวกเจ้ารีบไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าเถอะ” ยามนี้ฟ้าก็มืดแล้วจะรอให้เสียเวลาทำการใหญ่อยู่ไย

            “เจ้าค่ะ”

            หลิวหนิงเจียวชำระร่างกายเสร็จก็สวมชุดสีขาวนวลประทินผิวทาชาดแดงจัดเหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยทำที่บ้านเกิด อย่างไรนางต้องสวยตลอดเวลาไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น ยิ่งคืนนี้นางยิ่งต้องสวยให้มากที่สุด

            “ทำไมวันนี้คุณหนูใหญ่ถึงสวมชุดสีขาวเล่าเจ้าคะ” ปกติหลิวหนิงเจียวชอบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด ไม่ว่ายามออกงานหรืออยู่ที่เรือนนางย่อมเลือกสีที่โดดเด่นเพื่อให้ตกเป็นเป้าสายตาผู้คน ใบหน้าต้องผัดแป้งหนาทาชาดแดง แม้ใบหน้าที่ไร้เครื่องประทินผิวจะงดงามเปล่งปลั่งอยู่แล้วก็ตาม ไม่เคยมีครั้งไหนที่นางจะยอมใส่เสื้อผ้าสีขาวหรือสีอ่อนเช่นนี้

            “ข้าอยากลองเปลี่ยนดูบ้าง” ใบหน้างามยังมองคันฉ่องอย่างเหม่อลอย การตัดสินใจครั้งนี้นางไตร่ตรองมาถึงสิบวัน นางคงไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ หน้าที่ของนางได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างนี้ก็ไม่นับว่าขัดพระราชโองการแล้ว

            หลิวหนิงเจียวลุกขึ้นเดินไปที่เตียงนอนหลังจากสาวใช้แต่งตัวให้นางเสร็จ

            “ข้าเหนื่อยมากแล้ว เจ้าออกไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว”

            “เจ้าค่ะ”

            ซินอี๋ห่มผ้าให้ผู้เป็นนาย ดับไฟจากเทียนแล้วเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้นายหญิงได้มีเวลาทบทวนการใช้ชีวิตกับท่านแม่ทัพอย่างเงียบ ๆ สักครา บางทีอยู่ที่จวนสกุลหานมาสิบวันนางอาจจะทำใจยอมรับได้บ้างแล้ว เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา คุณหนูใหญ่ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนวันแรกที่มาถึงจวนสกุลหาน

            ประตูห้องปิดลงสนิท บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบอีกครั้ง หลิวหนิงเจียวลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด มือเล็กควานหาปิ่นปักผมที่ซ่อนไว้ใต้หมอน จากนั้นกรีดลงบนข้อมือซ้ายของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว หากชาตินี้นางต้องเป็นภรรยาของชายชั่วร้ายซ้ำยังอัปลักษณ์ผู้นั้นนางไม่ขอมีชีวิตอยู่เสียดีกว่า อีกทั้งพรุ่งนี้ทั่วแคว้นก็จะได้รู้ถึงความชั่วร้ายของเขาอีกหนึ่งเรื่อง แม่ทัพผู้หาญกล้าทิ้งภรรยาให้อยู่คนเดียวในคืนวันเข้าหอ เป็นเหตุให้นางน้อยใจจนฆ่าตัวตาย เช่นนั้นศีรษะเขาก็จะถูกเฉือนออกจากบ่าเช่นกัน ที่บังอาจหมิ่นเกียรติฮ่องเต้

            มุมปากนางยกยิ้มหยันออกมา เลือดสีแดงฉานไหลออกจากร่างอรชรจนผ้าปูเตียงสีขาวเปียกชุ่มเป็นดวงใหญ่ ลมหายใจของหลิวหนิงเจียวเริ่มรวยรินลงเรื่อย ๆ ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดลง ชั่วขณะนั้นหลิวหนิงเจียวอยากจะมีชีวิตรอด นางฝืนตัวเองลุกขึ้นจากเตียงพยายามเค้นเสียงออกจากปาก แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วนางไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียง ร่างของนางโอนเอนและล้มลงบนพื้น ขาข้างหนึ่งเตะเข้าที่เชิงเทียนจนเกิดเสียงดัง ร่างกระตุกอย่างรุนแรงหนึ่งครั้งก่อนทุกอย่างจะสงบลง

            ซินอี๋ที่นอนเฝ้าอยู่หน้าประตูตื่นขึ้นมาด้วยอาการง่วงงุน คล้ายได้ยินเสียงในห้องนายหญิงจึงรีบเปิดประตูเข้ามาด้านใน พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียก “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ” นางสังหรณ์ใจบางอย่าง ตั้งแต่เห็นนายหญิงแต่งกายด้วยชุดสีขาวแล้ว

            สาวใช้เรียกเท่าไรก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับนางจึงจุดเทียนให้แสงสว่าง เมื่อแสงเทียนสว่างวาบ ดวงตานางพลันเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นสภาพคนที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นตรงหน้าก่อนจะล้มพับหมดสติตามเจ้านายไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 4

    วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 3

    คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 2

    “ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 78 เปิดกิจการ (จบ)

    หลายวันต่อมาเมื่อรจนาทราบข่าวการกลับมาของละออง เธอก็นั่งร้องไห้โฮจนตาบวมไม่ยอมขายของให้แม่ทั้งวัน ลำพังแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่รัก เธอก็เสียใจมากพอแล้ว แต่นี่เขายังกลับไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเมียเก่าอีก “ฮือ ๆ ๆ” รจนาร้องไห้เสียงดังนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ข้างโอ่งน้ำดื่มบ้านตัวเองเพียงลำพัง โยที่กำลังเก็บเกวียนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างรั้วจึงเดินมาดู เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นรจนานั่งร้องไห้ทำปากบาน เขาจึงก้าวขาก้มศีรษะลอดรั้วไม้ไผ่มาหารจนา “ใครตายถึงได้ร้องไห้เสียงดังหนวกหูขนาดนี้” ความจริงโยทราบอยู่แล้วว่ารจนาร้องไห้ด้วยเหตุใด เพราะเขาเองก็รู้เรื่องที่รจนาโดนแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานเช่นกัน “ไม่ต้องมาซ้ำเติม” รจนาตวาดออก “ซ้ำเติมอะไร นี่ฉันแค่ถามว่าใครตายเท่านั้น” พูดแล้วก็หัวเราะตามหลัง “ฉันนี่แหละกำลังจะตาย พี่ไม่รู้หรือไงว่าพี่คูณจดทะเบียนสมรสใหม่กับยัยพี่อองนั่นแล้ว ฮือ ๆ” คิดมาแล้วมันช้ำใจนัก โยหัวเราะขึ้นเสียงดังกว่าเก่า ตอบออกมาเสียงเรียบว่า “รู้แล้ว” “รู้แล้วยัง

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 77 คืนรัง

    สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง “ไหน” “นั่นไงคะ” นิ้วป้อมน้อย ๆ ชี้ไปยังเนินเขาตรงทางขึ้นบ้าน จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเร็วจนผมหน้าผากตั้งตรงไปยังพ่อกับแม่ “พ่อครับ” “แม่อองกลับมาแล้ว” พูดได้เท่านั้นพอใจก็เบะปากร้องไห้ พลางวิ่งไปหาแม่ ทั้งสองย่อตัวลง ละอองอุ้มพอใจ แก่นคูณอุ้มภาคภูมิเดินเข้าไปหาน้อยที่นั่งยิ้มอยู่ที่แคร่ข้างบ้าน ดีใจที่ลูกชายสามารถเอาลูกสะใภ้กลับมาฝากได้ เมื่อมีทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบลูกทั้งสองก็หยุดร้องไห้แล้ว น้อยลุกขึ้นเดินไปรับของในมือลูกชาย ละอองเห็นแม่สามีเดินไม่ปกติจึงถามขึ้น “แม่ปวดขาอีกแล้วเหรอคะ” “อืม ปวดไม่มากหรอก แต่ก็ทำให้รำคาญก็เลยให้คูณซื้อยาที่อองเคยซื้อให้มาให้กิน” “แต่ฉันว่าแม่ควร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status