Masukคีรยาถึงกับกลืนน้ำลาย เธอไม่เข้าใจเลยทำไมไพรภูมิจงเกลียดจงชังเธอนักหนา “คุณกรุณาไปบอกคุณแม่ของคุณ แล้วก็บอกปันจะดีกว่าค่ะ ว่าให้ทั้งสองคนเลิกยุ่งกับฉัน ถ้าเขาสองคนเลิกยุ่งกับฉัน ฉันก็จะเลิกยุ่งกับพวกเขา”
“อ้อ... คิดว่าถือไพ่เหนือกว่าหรือยังไง ปันกับคุณแม่ไม่ทันพวกตอแหล ลิ้นเลียแผล็บ ๆ แบบเธอหรอก พวกปลิง เหลือบไร ตัวเรือดที่คอยหาผลประโยชน์จากความรักและหวังดีของคนอื่น”
“นี่คุณพูดเกินไปแล้วนะคะ” เธอลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับเขา สายตาของคีรยามองกลับไพรภูมิอย่างไม่พอใจ
“อย่ามาดูถูกกัน ฉันก็เป็นคนมีศักดิ์ศรีเหมือนกันกับคุณ อย่ามายัดเยียดความคิดแปลกประหลาดบ้าบอ มากล่าวหาฉันแบบนี้ หัดมองคนอื่นในแง่ที่ดีบ้างนะคะ สมองและหัวใจของคุณจะได้ปลอดโปร่งโล่งดี ไม่ได้หน้ามู่ทู่แบบนี้ทั้งวัน ความคิดลบทำให้คุณหน้าตาไม่ผ่องใส และหน้าย่นยับค่ะ” คีรยาต่อว่าเขาออกมาเป็นชุด
“เหรอ แต่เท่าที่ฉันเห็น เธอเป็นแบบนั้นนะ”
“นั่นมันก็ช่าง เรื่องของคุณ แต่ถ้าเกลียดกันนัก ก็อย่ามาหาเรื่องคุย อีกอย่างมันแล้วแต่คุณเลยค่ะ ถ้าคุณคิดแบบนี้แล้วคุณสบายใจ ก็เชิญ แต่คุณอย่ามาใกล้ เฉียด หรือว่ามาพูดจาให้ระคายหู”
“ฉันจะหยุดหาเรื่องเธอก็ได้ ถ้าเธอไม่ไปเหยียบที่บ้านของฉันอีก” เขาพูดกร้าว
นัยน์ตาของคีรยาไหวระริก น้ำตาเริ่มเออท้นท่วมข้างใน หัวใจปวดร้าวไปหมด ตรงที่เธออยู่ด้านหน้ามีมอเตอร์ไซค์จอดขวางอยู่หลายคัน ที่ไพรภูมิยืนเป็นทางเดียวที่เธอจะออกไปจากตรงนั้นได้ คีรยาจึงใช้มือของเธอผลักไปที่หน้าอกของเขา
ไพรภูมินอกจากไม่เบี่ยงตัวให้ เขายังจับมือของเธอแล้วบีบแน่น เขาดึงร่างบางที่สั่นสะท้านเข้ามาปะทะที่แผงอก ชายหนุ่มก้มลงไปพูดใกล้หู
“เธอมันผู้หญิงไร้ค่า เทียบไม่ได้กับปันเลยสักนิด”
คีรยาสะอึก “ถ้าฉันไร้ค่าก็โปรดปล่อย โอ้ย!” หญิงสาวอุทานออกมาเบา ๆ เพราะแรงมือของเขาที่บีบแรง
“คนอย่างเธอมันเป็นพวกชอบหักหลัง”
“นี่คุณ ฉันเริ่มจะเข้าใจแล้ว การพูดคุยกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง มีค่าเท่ากับศูนย์ ดีไม่ดี อาจจะติดลบซะด้วยซ้ำ เพราะทัศนคติของคุณมันบิดเบี้ยว ปล่อย...” เธอหมุนข้อมือของตัวเอง แต่เขาก็ยังบีบจับลงน้ำหนัก
“คุณเป็นคนบ้า คุณไม่เคยคิดดีกับฉัน”
“รู้ตัวก็ดีแล้วนี่” บีบมือและแขนของเธอแน่นจนใบหน้าของคีรยาเหยเก
“ปล่อยฉัน แล้วเลิกตอแยกับฉันเสียที”
“เธอยังจะไปไหนไม่ได้ เพราะฉันยังพูดไม่จบ”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้ว ช่วยปล่อยมือของฉันด้วย”
“ฉันไม่อยากจะแตะต้องเธอนักหรอก” เขาเป็นฝ่ายสะบัดมือของเธอทิ้ง เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่ร้อนแดง และคนที่เพิ่งมาจอดมอเตอร์ไซค์อยู่ไม่ห่างนักเริ่มจ้องมองมา
สายตาของไพรภูมิยังคงแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ไม่เลิก เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ฉันขอความกรุณาเธอให้พาตัวเองออกไปจากชีวิตของฉันกับปันเสียที ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”
“คุณมาตีค่าความเป็นเพื่อนของฉันกับปันผิดไปค่ะ ปันเป็นเพื่อนของฉัน เป็นเพื่อนที่รักมากที่สุด”
“เพื่อนรักอย่างนั้นหรือ เพื่อนรักอะไรกัน ปันยังไม่รู้ว่าเธอน่ะอยากจะแซ่บกับแฟนของเพื่อน”
“คุณเชนคะ เรื่องวันนั้นคุณเมามาก และคุณเองเป็นคนดึงฉันเข้าไปกอดและจูบ”
“ทุเรศ เธอมันเป็นผู้หญิงแสนทุเรศ”
“หึ... เป็นฉันต่างหากที่ควรจะโกรธคุณ ที่คุณมาลวนลามฉัน แต่ก็เอาเถอะ ฉันไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก เรื่องนี้มันผ่านไปตั้งสี่ปีแล้ว คุณก็ควรจะลืมมันไปเสีย ไหนคุณบอกว่าเนื้อตัวของฉันสกปรก คุณก็ไม่ควรจดจำผู้หญิงที่สกปรกแบบฉันให้มันรกสมอง หรือว่ารสจูบของฉัน มันทำให้คุณลืมไม่ลงกันแน่คะ” ท้ายสุดก็พูดออกไปจากหัวใจ เพราะเธอเองก็ไม่เคยลืมรสจูบที่ซ่านใจของไพรภูมิ
ไพรภูมิถึงกับกัดฟันกรอด จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหยัน
“โถ ๆ แม่คุณ แม่คีรยา เธอน่ะไม่มีอะไรดีที่จะเทียบกับปันได้แม้แต่น้อย อย่าฝันไปเลย”
คีรยาแสนเจ็บใจ ใช้สองมือของเธอผลักไปที่หน้าอกของเขาสุดแรง ชายหนุ่มจึงจำใจต้องเบี่ยงตัวให้เธอไป คีรยาจงใจกระทืบเท้าลงไปบนหลังเท้าของไพรภูมิ ขอเอาคืน
“โอ๊ะ” เขาร้องออกมาเบา ๆ ด้วยความเจ็บ ไพรภูมิหันหลังกลับไปดูคีรยาที่เดินฉับ ๆ ออกไปจากตรงนั้น ทีแรกไพรภูมิคิดว่าจะตามตอแยและหาเรื่องเธออีก แต่ก็ช่างเถอะ แค่นี้เธอคงจะเจ็บปวดมากพอดูกับคำพูดของเขา
ชายหนุ่มจึงตะโกนตามหลังคีรยาไป
“อย่าไปให้เห็นหน้าอีกนะ และอย่าให้รู้นะว่า เธอแอบไปหาคุณแม่ของฉันอีกก็แล้วกัน”
คีรยากำหมัดจนเจ็บมือ หญิงสาวมีน้ำตาที่คลอ และเริ่มไหลริน เธอพยายามสกัดกลั้นความรู้สึกเจ็บปวด ‘ฉันจะพยายามค่ะ จะไม่ไปเจอพวกเขาอีก’ คีรยาได้แต่คิด
ไพรภูมิยังยืนนิ่งอยู่กับที่ เขากำลังคิดว่า เขาทำดีที่สุดแล้ว การเคลียร์คีรยาให้ออกไปพ้นจากตัวเอง น่าจะดีที่สุด
การเห็นหน้าของเธอครั้งใด เขาก็คิดถึงคืนนั้นไม่เคยลืมเลือน ชายหนุ่มก้มลงไปเก็บเหรียญ แล้วเดินเข้าไปในเซเว่น
ไพรภูมิหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วกลับมาที่รถขับเข้าบ้าน
ไพรภูมิรีบยกเมียรักขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจัดการเธอจากตรงนั้น ใบหน้าของไพรภูมิคลุกลงไปในทันที สองมือจับขาของเมียให้มาเหยียบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างคีรยาร้องอู้พ่นลมออกมาจากปากยาว ๆ ต่อจากนั้นเธอก็สูดปากเหมือนกินของแซบ ๆ แบบไม่หยุด การกระทำของไพรภูมิเรียกให้ร่องสาวส่งสายธารใส ๆ ออกมาอย่างพรั่งพรู“พอเถอะค่ะพี่เชน ให้แยมได้มอบความสุขให้กับพี่บ้าง”ไพรภูมิรอคอยเวลานี้มาแสนนาน ภรรยาที่มุ่งแต่ทำงาน เลี้ยงลูกแฝด เธอที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตรงนั้น ทำให้ห่างเหินเรื่องอย่างว่ากับสามี แค่หัวถึงหมอน คีรยาก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้ไพรภูมินอนเหี่ยวมาหลายวันคีรยาผละลงไปนั่ง และส่งสัญญานให้ไพรภูมิขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง เขากำลังจัดท่า เมียรักก็คว้าหมับท่อนบุรุษอุดเข้าไปในโพรงปากของเธอในทันที“โอ้ว... ใจร้อนจัง” คีรยาไม่รอช้า ทั้งดูด ทั้งเม้ม และกำรูดขยับขึ้นลง ไพรภูมิได้แต่แอ่นเด้งขมิบและเกร็งจนสะโพกตอบ“โอ้ว... แยม อย่าแรงนักสิ เสียวมาก พี่จะไม่ไหวนะ”“ทำไมคะ” ถามทั้งที่ยังมีท่อนเขื่องโตค้างอยู่ในปาก“พี่จะแตกใส่ปากของแยมนะสิ”“ก็เอาสิคะ”“ไม่ พี่จะแตกในตัวแยม”ไม่ต้องรอให้เขาบอกอีกเป็นครั้
ดินเนอร์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทุกคนที่รักกันกลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง ต่างอิ่มสุขและปลื้มปริ่มในหัวใจ“ดูจะเข้ากันได้ง่ายนะ เด็กสามคนเนี่ย”“อย่าไว้ใจซีรีนนะ นั่นแหละหัวโปกดี ๆ เลย”“เหมือนเธอมากเลยนะ ทั้งนิสัยใจคอ ฉันเหมือนเห็นแก่ตอนสมัยนั้น”“ซีรีนอย่านำน้องทำอะไรไม่ดีนะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไป“ค่ะ” ลูกสาวตะโกนกลับซีรีนนำน้องกระโดดบนแทมโพลีนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีคริสโตเฟอร์ และไพรภูมิดูแลอยู่“เห็นแบบนี้แล้ว แม่ก็คงนอนตายตาหลับ”“เอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ แม่ชอบพูดแบบนี้ทุกที”“ก็จะให้แม่พูดคำไหนล่ะ ดูสิ พี่น้องสนิทสนมกัน แม่ปันพาลูกกลับมาบ่อย ๆ นะ”“จะเป็นไปได้ยังไงคะคุณแม่”“หึ... ไม่อย่างนั้น ถ้าซีรีนโตกว่านี้อีกสักหน่อย ให้ส่งมาซัมเมอร์ที่เมืองไทยก็แล้วกัน แม่จะดูแลเป็นอย่างดี”“ได้สิคะคุณแม่ ท่าทางจะถูกใจน้อง ๆ เสียแล้ว”ชินน์รีบวิ่งมาฟ้องแม่ “แชมป์ขี้โกงครับ”“อ้าวทำไมชินน์ไม่ฟ้องพ่อ พ่อเชนก็อยู่ตรงนั้น”คุณนายกระซิบที่ข้างหูของปันฐิตา “แชมป์อะลูกพ่อ ชินน์นะลูกแม่ ขานี้มีอะไรฟ้องแม่ตลอด แต่ดูนั้น...”“ก็อปปี้พี่เชนเปี๊ยบใช่ไหมคะ”“ใช่ ไร้ความละมุนเลย”“ฮา...” ปันฐิตาหัวเราะนึกภาพอ
(“คุณแม่ถามแยมก่อนสิคะ นางบอกว่าห้องเต็ม หนูก็เลยไปอยู่ที่ภูเก็ตมาสามคืนค่ะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ต้องตีตั๋วมาที่นี่ ก่อนจะลงแดงเพราะความคิดถึงทุกคนเสียก่อน”)(“จะเอายังไง แยมเธอจะมาหาฉันไหม วิลล่าที่ฉันจองเอาไว้ มีตั้งห้าห้องนอน คุณแม่มาด้วยนะคะ”)“จะไปได้อย่างไรล่ะ เชนไม่ได้อยู่บ้าน หอบลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ โกรธเคืองกับแยมนิดหน่อย”คีรยาหน้าเจื่อนลงไป ทั้งห่วงลูกน้อยและสามี(“พี่เชนหายไปหรือคะ”) ปันฐิตาทำเสียงตกใจ“ใช่ แถมยังปิดมือถืออีก ติดต่อก็ไม่ได้”(“พี่เชนหน้าตาเป็นยังไงนะ แบบนี้หรือเปล่า”) ปันฐิตาหมุนกล้องไปยังสามหนุ่มที่ห้อมล้อมลูกสาวของปันฐิตาเอาไว้“พี่เชน”“เจ้าเชนนี่ดูมันทำสิ ไม่บอกแม่ด้วย”(“เห็นว่าจะให้แม่กับแยมตามมาทีหลังนะคะ”)“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหาแม่ปันกัน แม่อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นแล้ว”(“รีบมาเลยนะคะคุณแม่ พาเสื้อผ้ามานอนที่นี่ด้วยนะ”)สองแม่ลูกมองหน้ากัน “ตกลง เดี๋ยวเจอกันนะปัน”(“รีบมานะคะคุณแม่ พวกเรารอกินข้าวเย็นด้วย”)“มันจะดึกไปไหม”(“ไม่ดึกค่ะคุณแม่ หนูจะหิ้วท้องรอ”)เมื่อเห็นความตั้งใจของปันฐิตาอย่างนั้น สองสาวต่างวัยก็ไม่อาจปฏิเสธ เผ็ดช่วยจัดกระเป๋า คุณน
“พี่ชินน์” แชมป์ชี้หน้าพี่ชาย“พี่ไม่ได้ร้อง ไม่เห็นมีน้ำตาสักนิด”“ก็พี่ชินน์เพิ่งเช็ดไปนี่น่า” ต่างไม่ยอมกันเถียงกันท่าเดียว“เอาล่ะ ๆ เลยเสียงดังกันได้แล้ว และไปนั่งประจำที่ คาดซิทเบลล์ด้วย”“คุณพ่อจะพาไปหาใครนะครับ”“น้าปัน”“คุณย่าไปด้วยไหม”“ใช่ ป้าเผ็ดไปไหม”“ไม่มีใครไปกับเราทั้งนั้นครับ เราจะไปกันสามคน พ่อ ชินน์ และแชมป์”“ทำไมไม่ให้ทุกคนไปด้วยครับ” ชินน์เริ่มตั้งแง่อีกครั้งหนึ่ง หน้าตาเริ่มเบ้ เด็กชายผู้อ่อนไหวและอยู่ติดบ้าน“ร้องไห้อีกล่ะ เซ็ง...”ไพรภูมิถึงกับอ้าปาก “ใครสอนให้พูดคำว่าเซ็ง”“ป้าเผ็ดชอบพูด ครูอ๋าที่โรงเรียนก็ชอบพูด” เด็กพอเข้าสังคมก็หันจำอะไรแบบนี้ ไพรภูมิคิดว่าจะต้องกำชับกับเผ็ดแล้วให้ระวังคำพูดไพรภูมิขับรถไปได้ครึ่งทาง คีรยาถึงได้โทรเข้ามาในมือถือของเขา(“พี่เชนพาลูกไปไหนคะ แยมกลับมาถึงบ้านแล้วเนี่ย”)“แยมก็อยู่กับงานไปสิ พี่พาลูก ๆ มาพักผ่อนสมอง”(“หา! พักสมอง พี่จะพาแกไปไหนคะ”)“ไม่บอกหรอก”(“อ้าว... พี่เชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ แยมไปทำอะไรให้พี่งอน”)“แยมไม่ทำการบ้านกับพี่มานานเท่าไรแล้ว”สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้เด็กสองคนก็ได้ยินด้วย“แม่ไม่ทำการบ้าน ครูก็
เขื่อนและเผ็ดพนมมือ ก่อนจะก้มลงไปกราบคุณนาย“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ เผ็ดก็เพลา ๆ ปากลงบ้าง อย่าปากมาก ปากแรงให้เกิดความขุ่นใจกัน เข้าใจไหม”“ค่ะ”“อยู่ด้วยกัน ก็หัดถนอมน้ำใจกัน พูดจากันดี ๆ”“ค่ะ”“แบบนี้ทั้งสองคนก็ไม่ไปไหนล่ะสิคะ”“เผ็ดก็บอกคุณแยมแล้วไงค่ะว่า เผ็ดจะอยู่กับคุณยายจนแก่เลย”“ผมก็เหมือนกันครับ”“ฉันขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข หาความสุขกันให้เจอ และอยู่กับมัน เหมือนตอนนี้ที่ฉันเจอแล้ว” ไพรภูมิหันไปยิ้มกับภรรยา“แยมก็ขอให้ทั้งคู่ผาสุกนะคะ” คีรยาอวยพรอีกครั้ง“วันนี้ไปบอกม่วงกับสุภาพไปมาทำอะไรกินกันตอนเย็น ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานแต่งของเธอสองคน กินกันแค่นี้พอแหละ ฉันถือว่าพวกเธอเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”เขื่อนและเผ็ดก้มกราบลงแทบเท้าของคุณนายอีกครั้ง“พี่เขื่อนหอมพี่เผ็ดให้ดูหน่อยสิคะ”“อุ้ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะคุณแยม พี่เขินนะ”ยังไม่ทันที่เผ็ดจะระวังตัว เขื่อนก็ก้มลงไปหอมฟอดใหญ่ เผ็ดยิ่งเขินม้วนอายอยู่ตรงนั้น“ฉันอายนะ” เผ็ดยิ้มแก้มแทบแตก“แหม... พูดเล่นกันไม่กี่วัน ดันมาได้กันเอง ฉันก็นึกว่าจะได้คนไกลซะอีก ใกล้กันเอื้อม”“เมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเมื่อ
“คุณแม่สังเกตดี ๆ สิครับ จับมือกันทำกระหนุงกระหนิงเชียว”คุณนายถึงกับขยับแว่น มองลอดไปทางทั้งสองคน แต่ก็เห็นไม่ถนัด ท่านจึงตะโกนถาม“เผ็ดเอ้ย เผ็ด”“คะ”“เอ็งไม่ไปช่วยคุณแยมดูชินกับแชมป์เหรอ ตื่นหรือยัง”เผ็ดรีบหันมาพูดหันมาตอบ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนาย อาบน้ำแต่งตัวแล้วค่ะ”หันไปเห็นคีรยาเข็นลูกชายของเธอทั้งสองคน ที่นอนอยู่บนรถเข็นฝาแฝดตรงมาที่ทั้งคู่นั่งอยู่“อ้าวนั่นไงคะ มาแล้วค่ะ”คีรยาเปิดยิ้ม พอเดินเข้ามาใกล้ก็รีบปรึกษาคุณนาย“แยม มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ แยมเพิ่งรับผู้จัดการมาหนึ่งคนค่ะ จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่พร้อมจะเปิดแล้ว แต่แยมอยากให้เธอคนนี้มาจัดการวางระบบต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเปิดเต็มตัว”“แล้วมีปัญหาตรงไหน”“เราจะให้เธอพักที่ไหนคะ บ้านพักที่เราสร้างเอาไว้ตรงโน้น ใกล้กับโรงเก็บของ ก็ทำสำหรับคนงานทั่วไป แต่หัวหน้าแผนก แยมอยากให้เธอได้อยู่ดีกว่าคนอื่นสักนิดนึงนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไป”เขื่อนกับเผ็ดมองหน้ากัน ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้ามาหาทั้งสามคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพราะท่าทีไม่เหมือนก่อน เผ็ดและเขื่อนจับม







![ผัวสามร่านรัก (4P) + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)