LOGINคีรยาตกอยู่ในสภาพตกงานมาได้หกเดือนกว่า ๆ แล้ว บริษัทที่เธอทำงานปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทุกคน ดีว่าคีรยายังได้เงินจากการปิดกิจการนี้มาได้ถึงหกเดือน ซึ่งเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่หกพอดี เงินที่จะกินจะใช้ในแต่ละเดือนก็เริ่มร่อยหรอไป
วันนี้ที่เธอเข้าไปหาปันฐิตา ก็เพราะว่า เธอได้ไปส่งงานที่รับจ้างปันฐิตาทำเป็นจ๊อบ ๆ ซึ่งความรู้เรื่องบัญชีที่เธอพอจะมี ก็ช่วยงานของปันฐิตาได้ไปหลายเปลาะ
คีรยาไม่ได้งอมืองอเท้าเหมือนอย่างที่ไพรภูมิกล่าวหา โชคดีที่เธอมีฝีมือในเรื่องการเย็บปักถักร้อย จึงทำงานฝีมือที่มีพวกกลุ่มเพื่อนรักและเล่นตุ๊กตา จึงคิดทำชุดตุ๊กตาออกไปขาย ทำให้มีรายได้พอค่าใช้จ่ายประจำวัน
แต่หนี้สินที่เธอได้สร้างเอาไว้ตอนที่แม่ป่วย ยังหามาใช้หนี้บัตรเครดิตไม่หมด แต่คีรยาก็พอมีเงินไปจ่ายในยอดที่เรียกว่าขั้นต่ำได้ ส่วนบ้านหลังนี้ที่เธอมาอาศัยอยู่เป็นบ้านของคนที่เรียกได้ว่าสนิท แต่เป็นคนสนิทของปันฐิตาไม่ใช่เธอ
การที่คีรยาได้รู้และได้เห็นอะไรบางเรื่องที่เป็นความลับของใครบางคน มันก็เหมือนน้ำท่วมปาก พูดไม่ได้ ได้แต่มองอย่างเศร้าใจ และคีรยาเองก็พยายามเข้าใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกัน แม้เรื่องที่เธอรู้มานั้นมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรเลย แต่คนอย่างเธอจะพูดอะไรได้
หนึ่งมันไม่ใช่ธุระกงการ สองเธอทำร้ายใครไม่ได้ สักวันการกระทำที่เป็นเรื่องลับ ๆ มันก็มีสิทธิ์ที่จะถูกเปิดเผยให้คนอื่นได้รู้เช่นเดียวกัน แต่คงไม่ใช่จากปากของเธอที่จะไปเที่ยวป่าวประกาศบอกใครปาว ๆ คีรยาจึงได้เลือกที่จะเก็บงำเอาไว้ดีกว่า
หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาดูอีกหลายครั้ง ก็เห็นได้ว่ายังผ่านไปได้ไม่นาน เธอเองยังคงนั่งกวัดแกว่งอยู่แถว ๆ นี้
เธอเลือกที่จะเปิดแอปฯ เพื่ออ่านหนังสือ เธอได้โหลดมันเอาไว้สองสามแอปฯ เพื่อเอาไว้อ่านฆ่าเวลา บางแอปฯ ก็หมุนกงล้อเพื่อแลกเหรียญ บางทีอดใจไม่ไหวก็มีซื้อเหรียญเพื่ออ่านอุดหนุนนักเขียนไป
ความฝันอีกอย่างหนึ่งของคีรยา เธออยากจะเป็นนักเขียนดูสักครั้ง แต่ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า หญิงสาวได้ลองแต่งไปบ้าง แต่เธอเองก็คิดว่ามันยังใช้ไม่ได้
‘วันนี้ทำไมถึงง่วง’ หญิงสาวปิดปากหาว ยกมือขึ้นมากอดอก
ตั้งแต่เธอตกงาน เธอแทบจะนอนไม่หลับเลย กลายเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ คีรยากำลังคิดว่า เธออาจจะเป็นโรคซึมเศร้า ไม่รู้เป็นหรือยัง เธอไม่กล้าไปหาหมอ ได้แต่ศึกษาและรักษาตัวเองจากบทความที่เธออ่านในอินเทอร์เน็ตว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร
‘วันนี้ทำไมเธอรู้สึกง่วงจัง’
คีรยาพิงหลังไปกับกระจก เธอเลือกที่จะเปิดเพลง แล้วหลับตาลง การที่เธอต้องสู้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ไม่มีสมาชิกในครอบครัวหลงเหลืออยู่ หญิงสาวจึงเหลือเพียงตัวคนเดียว และใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง
ใจยังคงนึกไปถึงเพื่อนรักของตัวเอง ปันฐิตาเป็นเพื่อนคนเดียวที่อยู่เคียงข้างกันในทุก ๆ สถานการณ์ของชีวิต ซึ่งเธอคิดว่า เธอจะอยู่เคียงข้างเพื่อนคนนี้ด้วยเช่นกัน เป็นสัญญามั่นที่ทั้งสองคนเคยให้กันเอาไว้
คีรยาที่ขาดพ่อและแม่ และคีรยาได้มารู้จักกับคุณนายชวนชม ได้รับความเมตตาจากท่าน ก็ทำให้เธออุ่นใจ และหายคิดถึงแม่ที่จากไปได้บ้าง แต่ก็นั่นแหละท่านเพียงเอ็นดูในฐานะคนรู้จัก ก็ไม่เหมือนแม่แท้ ๆ ของตัวเอง
แต่เมื่อนึกถึงสายตาของลูกชายของคุณนายชวนชม ที่เป็นสามีของเพื่อน ซึ่งเขาก็เดียดฉันท์เธอมาก และที่โต๊ะอาหารค่ำ สายตาคู่นั้นของไพรภูมิไม่ได้ชื่นชมพอใจ ที่เธอได้ไปรู้จักมักจี่กับแม่ของเขา ก็คงจะต้องทำตัวเองให้ห่างออกมาจากท่าน
คีรยาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอตกอยู่ในสายตาของใครบางคน
เคร้ง... เศษเหรียญสี่ห้าเหรียญถูกโยนลงมาต่อหน้าของคีรยาเธอจึงกะพริบแล้วลืมตาขึ้นมามองว่า ใครทำอะไรร่วงหล่นมาตรงหน้า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นสายตาดูถูกของไพรภูมิ เธอถึงกับผงะหน้าเหวอ ก่อนจะถลันนั่งตัวตรง
“งานพิเศษอีกอย่างหนึ่งเหรอ นอกจากจะไปขูดขอกับเมียของฉัน และสอพลอกับคุณแม่ เธอยังมาขอทานอีก อะไรกัน ยังไม่พอกินอีกใช่ไหม ฮึ-ฮึ ถึงได้มานั่งตรงนี้อีก ไม่ได้ยอมกลับบ้านกลับช่อง นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”
คีรยามองสบตากับสายตาดูถูกของเขาด้วยความเจ็บอกเจ็บใจ “มันจะเกินไปแล้วนะคุณ ปากร้ายมาก ๆ”
“ฉันก็พูดตามที่เห็น เธอนั่งเหมือนขอทานที่หน้าเซเว่นถ้าไม่มีขอทาน ก็หมาเท่านั้นที่นั่งแถว ๆ นี้”
สองมือของคีรยากำหมัดแน่น
“ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ได้ไปนั่งอยู่บนหัวของคุณสักหน่อย แล้วมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ ว่างมากหรือไงคะ ถึงฉันจะทำอะไร มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคุณสักหน่อย ไปให้พ้นหน้าค่ะ”
“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว เพราะถ้าเธอยังไม่เลิกยุ่งกับปันและแม่ของฉัน” สายตามุ่งร้าย
ไพรภูมิรีบยกเมียรักขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจัดการเธอจากตรงนั้น ใบหน้าของไพรภูมิคลุกลงไปในทันที สองมือจับขาของเมียให้มาเหยียบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างคีรยาร้องอู้พ่นลมออกมาจากปากยาว ๆ ต่อจากนั้นเธอก็สูดปากเหมือนกินของแซบ ๆ แบบไม่หยุด การกระทำของไพรภูมิเรียกให้ร่องสาวส่งสายธารใส ๆ ออกมาอย่างพรั่งพรู“พอเถอะค่ะพี่เชน ให้แยมได้มอบความสุขให้กับพี่บ้าง”ไพรภูมิรอคอยเวลานี้มาแสนนาน ภรรยาที่มุ่งแต่ทำงาน เลี้ยงลูกแฝด เธอที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตรงนั้น ทำให้ห่างเหินเรื่องอย่างว่ากับสามี แค่หัวถึงหมอน คีรยาก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้ไพรภูมินอนเหี่ยวมาหลายวันคีรยาผละลงไปนั่ง และส่งสัญญานให้ไพรภูมิขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง เขากำลังจัดท่า เมียรักก็คว้าหมับท่อนบุรุษอุดเข้าไปในโพรงปากของเธอในทันที“โอ้ว... ใจร้อนจัง” คีรยาไม่รอช้า ทั้งดูด ทั้งเม้ม และกำรูดขยับขึ้นลง ไพรภูมิได้แต่แอ่นเด้งขมิบและเกร็งจนสะโพกตอบ“โอ้ว... แยม อย่าแรงนักสิ เสียวมาก พี่จะไม่ไหวนะ”“ทำไมคะ” ถามทั้งที่ยังมีท่อนเขื่องโตค้างอยู่ในปาก“พี่จะแตกใส่ปากของแยมนะสิ”“ก็เอาสิคะ”“ไม่ พี่จะแตกในตัวแยม”ไม่ต้องรอให้เขาบอกอีกเป็นครั้
ดินเนอร์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทุกคนที่รักกันกลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง ต่างอิ่มสุขและปลื้มปริ่มในหัวใจ“ดูจะเข้ากันได้ง่ายนะ เด็กสามคนเนี่ย”“อย่าไว้ใจซีรีนนะ นั่นแหละหัวโปกดี ๆ เลย”“เหมือนเธอมากเลยนะ ทั้งนิสัยใจคอ ฉันเหมือนเห็นแก่ตอนสมัยนั้น”“ซีรีนอย่านำน้องทำอะไรไม่ดีนะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไป“ค่ะ” ลูกสาวตะโกนกลับซีรีนนำน้องกระโดดบนแทมโพลีนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีคริสโตเฟอร์ และไพรภูมิดูแลอยู่“เห็นแบบนี้แล้ว แม่ก็คงนอนตายตาหลับ”“เอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ แม่ชอบพูดแบบนี้ทุกที”“ก็จะให้แม่พูดคำไหนล่ะ ดูสิ พี่น้องสนิทสนมกัน แม่ปันพาลูกกลับมาบ่อย ๆ นะ”“จะเป็นไปได้ยังไงคะคุณแม่”“หึ... ไม่อย่างนั้น ถ้าซีรีนโตกว่านี้อีกสักหน่อย ให้ส่งมาซัมเมอร์ที่เมืองไทยก็แล้วกัน แม่จะดูแลเป็นอย่างดี”“ได้สิคะคุณแม่ ท่าทางจะถูกใจน้อง ๆ เสียแล้ว”ชินน์รีบวิ่งมาฟ้องแม่ “แชมป์ขี้โกงครับ”“อ้าวทำไมชินน์ไม่ฟ้องพ่อ พ่อเชนก็อยู่ตรงนั้น”คุณนายกระซิบที่ข้างหูของปันฐิตา “แชมป์อะลูกพ่อ ชินน์นะลูกแม่ ขานี้มีอะไรฟ้องแม่ตลอด แต่ดูนั้น...”“ก็อปปี้พี่เชนเปี๊ยบใช่ไหมคะ”“ใช่ ไร้ความละมุนเลย”“ฮา...” ปันฐิตาหัวเราะนึกภาพอ
(“คุณแม่ถามแยมก่อนสิคะ นางบอกว่าห้องเต็ม หนูก็เลยไปอยู่ที่ภูเก็ตมาสามคืนค่ะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ต้องตีตั๋วมาที่นี่ ก่อนจะลงแดงเพราะความคิดถึงทุกคนเสียก่อน”)(“จะเอายังไง แยมเธอจะมาหาฉันไหม วิลล่าที่ฉันจองเอาไว้ มีตั้งห้าห้องนอน คุณแม่มาด้วยนะคะ”)“จะไปได้อย่างไรล่ะ เชนไม่ได้อยู่บ้าน หอบลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ โกรธเคืองกับแยมนิดหน่อย”คีรยาหน้าเจื่อนลงไป ทั้งห่วงลูกน้อยและสามี(“พี่เชนหายไปหรือคะ”) ปันฐิตาทำเสียงตกใจ“ใช่ แถมยังปิดมือถืออีก ติดต่อก็ไม่ได้”(“พี่เชนหน้าตาเป็นยังไงนะ แบบนี้หรือเปล่า”) ปันฐิตาหมุนกล้องไปยังสามหนุ่มที่ห้อมล้อมลูกสาวของปันฐิตาเอาไว้“พี่เชน”“เจ้าเชนนี่ดูมันทำสิ ไม่บอกแม่ด้วย”(“เห็นว่าจะให้แม่กับแยมตามมาทีหลังนะคะ”)“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหาแม่ปันกัน แม่อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นแล้ว”(“รีบมาเลยนะคะคุณแม่ พาเสื้อผ้ามานอนที่นี่ด้วยนะ”)สองแม่ลูกมองหน้ากัน “ตกลง เดี๋ยวเจอกันนะปัน”(“รีบมานะคะคุณแม่ พวกเรารอกินข้าวเย็นด้วย”)“มันจะดึกไปไหม”(“ไม่ดึกค่ะคุณแม่ หนูจะหิ้วท้องรอ”)เมื่อเห็นความตั้งใจของปันฐิตาอย่างนั้น สองสาวต่างวัยก็ไม่อาจปฏิเสธ เผ็ดช่วยจัดกระเป๋า คุณน
“พี่ชินน์” แชมป์ชี้หน้าพี่ชาย“พี่ไม่ได้ร้อง ไม่เห็นมีน้ำตาสักนิด”“ก็พี่ชินน์เพิ่งเช็ดไปนี่น่า” ต่างไม่ยอมกันเถียงกันท่าเดียว“เอาล่ะ ๆ เลยเสียงดังกันได้แล้ว และไปนั่งประจำที่ คาดซิทเบลล์ด้วย”“คุณพ่อจะพาไปหาใครนะครับ”“น้าปัน”“คุณย่าไปด้วยไหม”“ใช่ ป้าเผ็ดไปไหม”“ไม่มีใครไปกับเราทั้งนั้นครับ เราจะไปกันสามคน พ่อ ชินน์ และแชมป์”“ทำไมไม่ให้ทุกคนไปด้วยครับ” ชินน์เริ่มตั้งแง่อีกครั้งหนึ่ง หน้าตาเริ่มเบ้ เด็กชายผู้อ่อนไหวและอยู่ติดบ้าน“ร้องไห้อีกล่ะ เซ็ง...”ไพรภูมิถึงกับอ้าปาก “ใครสอนให้พูดคำว่าเซ็ง”“ป้าเผ็ดชอบพูด ครูอ๋าที่โรงเรียนก็ชอบพูด” เด็กพอเข้าสังคมก็หันจำอะไรแบบนี้ ไพรภูมิคิดว่าจะต้องกำชับกับเผ็ดแล้วให้ระวังคำพูดไพรภูมิขับรถไปได้ครึ่งทาง คีรยาถึงได้โทรเข้ามาในมือถือของเขา(“พี่เชนพาลูกไปไหนคะ แยมกลับมาถึงบ้านแล้วเนี่ย”)“แยมก็อยู่กับงานไปสิ พี่พาลูก ๆ มาพักผ่อนสมอง”(“หา! พักสมอง พี่จะพาแกไปไหนคะ”)“ไม่บอกหรอก”(“อ้าว... พี่เชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ แยมไปทำอะไรให้พี่งอน”)“แยมไม่ทำการบ้านกับพี่มานานเท่าไรแล้ว”สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้เด็กสองคนก็ได้ยินด้วย“แม่ไม่ทำการบ้าน ครูก็
เขื่อนและเผ็ดพนมมือ ก่อนจะก้มลงไปกราบคุณนาย“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ เผ็ดก็เพลา ๆ ปากลงบ้าง อย่าปากมาก ปากแรงให้เกิดความขุ่นใจกัน เข้าใจไหม”“ค่ะ”“อยู่ด้วยกัน ก็หัดถนอมน้ำใจกัน พูดจากันดี ๆ”“ค่ะ”“แบบนี้ทั้งสองคนก็ไม่ไปไหนล่ะสิคะ”“เผ็ดก็บอกคุณแยมแล้วไงค่ะว่า เผ็ดจะอยู่กับคุณยายจนแก่เลย”“ผมก็เหมือนกันครับ”“ฉันขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข หาความสุขกันให้เจอ และอยู่กับมัน เหมือนตอนนี้ที่ฉันเจอแล้ว” ไพรภูมิหันไปยิ้มกับภรรยา“แยมก็ขอให้ทั้งคู่ผาสุกนะคะ” คีรยาอวยพรอีกครั้ง“วันนี้ไปบอกม่วงกับสุภาพไปมาทำอะไรกินกันตอนเย็น ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานแต่งของเธอสองคน กินกันแค่นี้พอแหละ ฉันถือว่าพวกเธอเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”เขื่อนและเผ็ดก้มกราบลงแทบเท้าของคุณนายอีกครั้ง“พี่เขื่อนหอมพี่เผ็ดให้ดูหน่อยสิคะ”“อุ้ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะคุณแยม พี่เขินนะ”ยังไม่ทันที่เผ็ดจะระวังตัว เขื่อนก็ก้มลงไปหอมฟอดใหญ่ เผ็ดยิ่งเขินม้วนอายอยู่ตรงนั้น“ฉันอายนะ” เผ็ดยิ้มแก้มแทบแตก“แหม... พูดเล่นกันไม่กี่วัน ดันมาได้กันเอง ฉันก็นึกว่าจะได้คนไกลซะอีก ใกล้กันเอื้อม”“เมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเมื่อ
“คุณแม่สังเกตดี ๆ สิครับ จับมือกันทำกระหนุงกระหนิงเชียว”คุณนายถึงกับขยับแว่น มองลอดไปทางทั้งสองคน แต่ก็เห็นไม่ถนัด ท่านจึงตะโกนถาม“เผ็ดเอ้ย เผ็ด”“คะ”“เอ็งไม่ไปช่วยคุณแยมดูชินกับแชมป์เหรอ ตื่นหรือยัง”เผ็ดรีบหันมาพูดหันมาตอบ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนาย อาบน้ำแต่งตัวแล้วค่ะ”หันไปเห็นคีรยาเข็นลูกชายของเธอทั้งสองคน ที่นอนอยู่บนรถเข็นฝาแฝดตรงมาที่ทั้งคู่นั่งอยู่“อ้าวนั่นไงคะ มาแล้วค่ะ”คีรยาเปิดยิ้ม พอเดินเข้ามาใกล้ก็รีบปรึกษาคุณนาย“แยม มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ แยมเพิ่งรับผู้จัดการมาหนึ่งคนค่ะ จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่พร้อมจะเปิดแล้ว แต่แยมอยากให้เธอคนนี้มาจัดการวางระบบต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเปิดเต็มตัว”“แล้วมีปัญหาตรงไหน”“เราจะให้เธอพักที่ไหนคะ บ้านพักที่เราสร้างเอาไว้ตรงโน้น ใกล้กับโรงเก็บของ ก็ทำสำหรับคนงานทั่วไป แต่หัวหน้าแผนก แยมอยากให้เธอได้อยู่ดีกว่าคนอื่นสักนิดนึงนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไป”เขื่อนกับเผ็ดมองหน้ากัน ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้ามาหาทั้งสามคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพราะท่าทีไม่เหมือนก่อน เผ็ดและเขื่อนจับม
“นี่ แม่รู้ไหมครับ คำว่าโอเคของผู้หญิงนั้น มันไม่โอเคเลยนะครับ ไม่มีใครโอเคกับเรื่องแบบนี้หรอก สมมุติถ้าตอนนั้นคุณพ่อเดินมาบอกคุณแม่ว่า อยากจะเอาเมียใหม่มาทำลูกเพิ่ม อะไรก็แล้วแต่ คุณแม่จะพูดว่ายังไงครับ” ไพรภูมิพ่นหายใจออกดังเฮือก“ฉันไม่ได้ให้แกเอาเมียใหม่ เมียแกก็ยังตั้งโด่ โดยอยู่ตรงนั้น ฉันไม่
“คำก็น่ารังเกียจ สองคำก็น่ารังเกียจ ปันชักจะยังไง ๆ แล้วนะคะ หรือว่า... ที่จริง พี่ไม่ได้รังเกียจแยม เพียงแต่ไม่อยากจะเห็นแยม และไม่อยากได้ใกล้ชิดแยม”“ปันพูดแบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นผัวของปันนะ” เขาร้อนตัวใช่สิ... ร้อนใจด้วย เขาเกลียดผู้หญิงที่ดูขรึมเงียบ แต่กลับเร่าร้อนเวลาอยู่บนเตียง“เอาเถอะ สุดท
“ใครมาหาปันน่ะ” ไพรภูมิเดินเข้ามาในบ้าน เขาเห็นหลังของคีรยาไว ๆ หล่อนคงจะตั้งใจหลบหน้าของเขาแน่ ๆคีรยารู้ดีว่าไพรภูมินั้นไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอสักเท่าไรหรอก จะไปทางค่อนข้างเกลียดด้วยซ้ำ“แยมค่ะ” สีหน้าของปันฐิตาบอกกับไพรภูมิว่า คีรยามาหาคงจะนำพาเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ภรรยาของเขาอีกแน่ๆ“มาขอยืมเง
พายุสวาทได้ผ่านไป ตอนนี้คีรยาได้แต่นอนสะอื้นไห้ หันหลังให้กับเขาไพรภูมินอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก อยากจะใช้มือแตะไปที่หัวไหล่ของคีรยา แต่ก็ไม่กล้าครั้งนี้ทำตามหัวใจที่เกินจะต้านทาน เขารู้ดี“ยังไงเธอก็คือเมีย ฉันจะไม่ทิ้งหรอก แต่อย่าให้ปันรู้”‘นี่เขามาเพื่อตกลงกับฉันเรื่องนี้ ให้ฉันปิดปากเงียบ’คีร







