บททั้งหมดของ ทัณฑ์รักนางบำเรอ: บทที่ 1 - บทที่ 10

143

เรื่องมันเป็นแบบนี้

พายุสวาทได้ผ่านไป ตอนนี้คีรยาได้แต่นอนสะอื้นไห้ หันหลังให้กับเขาไพรภูมินอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก อยากจะใช้มือแตะไปที่หัวไหล่ของคีรยา แต่ก็ไม่กล้าครั้งนี้ทำตามหัวใจที่เกินจะต้านทาน เขารู้ดี“ยังไงเธอก็คือเมีย ฉันจะไม่ทิ้งหรอก แต่อย่าให้ปันรู้”‘นี่เขามาเพื่อตกลงกับฉันเรื่องนี้ ให้ฉันปิดปากเงียบ’คีรยาถึงกับโมโห “คนชั่ว สันดานเลว” เธอลั่นปากด่าเขา“ฉันไม่ได้รักเธอ มันคือ...”“ไม่ต้องพูดค่ะ ออกไป แล้วอย่าได้ทำแบบนี้อีก อะไรก็ตามที่ฉันทำให้คุณไม่พอใจในอดีต จนถึงวินาทีนี้ ฉันขอให้คุณลืมไปเสีย ฉันอโหสิกรรมให้ค่ะ” คีรยายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองแรง ๆ“แยม”“ไปค่ะ ไปเสียก่อนที่ฉันจะหาอาวุธอะไรมาฆ่าคุณ” เธอดึงผ้าห่มที่ห่มท่อนล่างของเขาออก“ฉันไม่อยากเป็นคนบาป และไม่อยากติดคุก ไปให้พ้นหน้า ไป...” คีรยากัดฟันพูด เค้นน้ำเสียงที่แสนแหบพร่า ร่างเล็ก ไหวโยกไปกับการกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไพรภูมิรีบลุกขึ้นแต่งตัว ก่อนจะหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า แล้ววางเอาไว้ที่ข้างหมอน“ไปหาซื้อยาฉุกเฉินกินเสีย เพื่อไม่ให้ท้อง ฉันไม่อยากมีลูกกับเธอ”“...”‘โอ้’ คีรยาทั้งเจ็บและจุกกับถ้อยคำของเขาไพรภูมิช่างใจร้ายและเยือกเ
อ่านเพิ่มเติม

ใจของคน

“ใครมาหาปันน่ะ” ไพรภูมิเดินเข้ามาในบ้าน เขาเห็นหลังของคีรยาไว ๆ หล่อนคงจะตั้งใจหลบหน้าของเขาแน่ ๆคีรยารู้ดีว่าไพรภูมินั้นไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอสักเท่าไรหรอก จะไปทางค่อนข้างเกลียดด้วยซ้ำ“แยมค่ะ” สีหน้าของปันฐิตาบอกกับไพรภูมิว่า คีรยามาหาคงจะนำพาเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ภรรยาของเขาอีกแน่ๆ“มาขอยืมเงินหรือ”“เอ่อ” ท่าทีที่อ้ำอึ้งอึกอัก ทำให้ไพรภูมิเข้าใจผิดไปกันใหญ่“มายืมเงิน” สายตาของไพรภูมิเต็มไปด้วยความดูถูกคีรยามีฐานะที่ต่ำต้อย และมาจากครอบครัวที่ไม่มีอันจะกิน ทำให้ไพรภูมิอดที่จะดูถูกคีรยาไม่ได้“แยมไม่ได้มาสร้างปัญหาอะไรทั้งนั้นค่ะ พี่เชนอย่าเข้าใจผิด”“หึ-หึ เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ พี่คิดว่าพี่เข้าใจถูกมากกว่า แม่ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้น ปันทำเหมือนไม่รู้ว่าหล่อนคนนั้นเห็นปันเป็นบ่อเงินบ่อทอง เหมือนปลิงที่คอยดูดเอาเงินจากปัน”“พี่เชนคะ พี่พูดให้ร้ายเพื่อนของปันเกินไปแล้วนะคะ แยมไม่ได้เป็นคนแบบนั้น” แววตาดูเศร้าและสลดลงไป“ออกตัวแทนเพื่อนอีกแล้ว เพื่อนดี ๆ ที่เขาขอเงินปันใช้ พี่ขอถามเหอะ จะมาอ้างว่าเป็นเพื่อนเล่นอยู่ข้างบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ มันไม่ใช่อะ”ภรรยาได้แต่ส่ายหน้า ความ
อ่านเพิ่มเติม

แน่ใจหรือ?

“คำก็น่ารังเกียจ สองคำก็น่ารังเกียจ ปันชักจะยังไง ๆ แล้วนะคะ หรือว่า... ที่จริง พี่ไม่ได้รังเกียจแยม เพียงแต่ไม่อยากจะเห็นแยม และไม่อยากได้ใกล้ชิดแยม”“ปันพูดแบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นผัวของปันนะ” เขาร้อนตัวใช่สิ... ร้อนใจด้วย เขาเกลียดผู้หญิงที่ดูขรึมเงียบ แต่กลับเร่าร้อนเวลาอยู่บนเตียง“เอาเถอะ สุดท้ายปันก็กลับมาหาเรื่องพี่แทน” เขาส่ายหน้า ไม่แตะแก้วน้ำที่เธอยกมาให้ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ไพรภูมิยืนเท้าสะเอว“ถ้าปันเต็มใจที่จะให้แม่นั่นมายืมเงิน แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้ต่อไปเรื่อย ๆ ปันไม่ได้เดือดร้อน ก็เอา เชิญเลย” กางมือออก พร้อมกับทำสีหน้าเครียด“ปันเต็มใจ อีกอย่างปันก็ไม่ได้เอาเงินของพี่ให้กับแยม มันเป็นเงินของปันเอง”“นี่ปันถึงกับพูดขนาดนี้เลยเหรอ พี่แตะต้องเพื่อนของปันไม่ได้เลยใช่ไหม”“ปันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ เพียงแต่ขยายความว่า มันไม่มีตรงไหนที่พี่จะเดือดร้อน ปันใช้เงินส่วนตัวเอง”“ก็ได้ พี่จะไม่ยุ่งกับปันอีกแล้ว เชิญ เชิญ เชิญเลย อยากทำอะไรก็เต็มที่ ไม่ต้องเห็นหัวกัน” เขาพูดอย่างอารมณ์เสียฉุนเฉียว แล้วหุนหันเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนจะก้าวขาขึ้นบันได เมื่อไปถึงห้องนอน เขา
อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่แม่ต้องการ

เมื่อไพรภูมิเดินไปถึงที่บ้านของแม่ เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกของแม่กับใครบางคน เสียงนี้เขาจำได้แม่น เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนางผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น‘คีรยา’‘ใช่... เป็นหล่อนจริง ๆ ด้วย นี่หล่อนยังไม่กลับบ้านอีกหรือ มันกี่โมงกี่ยามแล้ว นางผู้หญิงคนนี้ช่างตอแหลได้โล่จริง ๆ เลย มาพะเน้าพะนอเอาใจคุณแม่ ทำเหมือนอย่างกับเป็นแม่ของตัวเอง หวังจะเป็นลูกสะใภ้หรือ หึ’ชายหนุ่มสงสัยจริง ๆ ว่าทั้งสองกำลังทำอะไร คุยอะไรกันอยู่ ไพรภูมิเดินเข้าไปใกล้อย่างเงียบเสียง เขาจึงได้เห็นแม่ของเขากับคีรยากำลังนั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยที่ผู้หญิงคนนั้นคอยตักข้าวตักแกงให้อย่างเอาอกเอาใจ“คุณป้าขาลองปลานี่ค่ะ”คีรยาได้ตักเนื้อปลาพร้อมกับจัดน้ำราดที่อยู่ในจานราดลงให้“แยมได้แกะเอาก้างออกให้หมดแล้วค่ะ ดูดีแล้ว ไม่มีก้างปลาแล้วค่ะ คุณป้ากินได้อย่างสบายใจ”“ขอบใจมากนะหนูแยม หนูเป็นคนที่น่ารักที่สุด ถ้าไม่ได้หนูมาแวะคุยกับแม่บ่อย ๆ แม่คงจะเหงาน่าดู” สายตาของคุณชวนชมมองคีรยาอย่างชื่นใจ“ที่นี่ ก็มีทั้งพี่เขื่อน ป้าม่วง ลุงสุภาพ แล้วก็พี่เผ็ดแล้วนี่คะ คุณป้าจะเหงาได้ยังไง”“นี่หนูแยม แม่บอกว่าให้หนูเรีย
อ่านเพิ่มเติม

คุณแม่อย่าใจดำครับ

“อย่างนั้นเหรอ” ดูไม่เชื่อ คุณชวนชมนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด“ใช่ แม่ต้องเชื่อนะครับ ยายคนนี้เป็นเครื่องสูบเลือดเนื้อคนอื่น ผมไม่ชอบยายผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นปลิง เห็นแก่เงิน คงจะเห็นว่าปันนั้นเป็นเหมือนบ่อข้าวบ่อน้ำ บ่อเงินบ่อทองของหล่อน ไม่มีเงินทองใช้ หล่อนก็จะมาขอ คงจะเห็นว่าปันเป็นคนใจดี ละรักเพื่อนมาก จึงเอาความใจอ่อนของปันมาเป็นข้ออ้าง เลวจริง ถ้ามีเพื่อนแบบนี้ สู้ไม่ต้องมีเสียดีกว่า”“อูย ปากคอเราะรายนะ เป็นไปไม่ได้หรอก จะมีหรือ อยู่ ๆ จะมาให้เงินให้ทองกัน มันได้ยังไง แกลองคิดด้วยหัวสมองอันน้อยนิดของแก คิดซิ คิด...”“แม่ครับ ตอนนี้ผมชักจะยังไงยังไงกับแม่แล้วนะครับ สรุปว่าผมเป็นลูกแม่จริง ๆ หรือเปล่า”“เหอะ! ทำไมคิดอย่างนี้”“ก็แม่ทำให้ผมคิด ที่แม่พูดจากับลูกอย่างนี้”คุณชวนชมนั่งถอนหายใจ เจอหน้าลูกชายทีไร อารมณ์มักจะขุ่นเขียวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุที่หลังประตู เมื่อได้ยินดังนั้น คีรยานั้นรีบก้าวขาฉับ ๆจากไป เธอไม่อยากได้ยินเสียงของเขา และไม่ได้ไม่อยากฟังคำพูดที่ระรานว่าร้ายของไพรภูมิที่มีต่อตัวเองทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังเรานัก ทั้งที่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาตั้งสี่ปี ทุกอย่างก็ไม่ใช่ค
อ่านเพิ่มเติม

ความจริงที่จริงที่สุด

“แม่ใจดำ”“คิดอย่างไรก็ช่าง ฉันจะหาเมียให้แกผสมพันธุ์”“เอาน้ำเชื้อของผมไปใช้ใช่ไหม อย่างนั้นก็ได้ ผมตกลง แม่จะให้ไปผสมเทียมกันที่ไหน โรงพยาบาลไหนได้ทั้งนั้น”“แกจะยอมเสียเงินเสียทองอีกอย่างนั้นเหรอ เห่อ ๆ กับเมียแก เราสูญเสียเงินมาตั้งเท่าไหร่ ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย มันต้องมีวิธีอะไรที่ดีกว่าผสมเทียม ฉันจะลองคิดดูก่อน” แม่หัวเราะเสียงเย็น“ใครจะอุตริมาเป็นแม่พันธุ์ นอกจากคนที่เคยเป็นหม้าย หรือว่ามีผัวมาแล้ว แม่อุ้มบุญ”“ฉันจะหาของฉันเอง” ดวงตาแข็ง กลับตัวหันหน้าไปทางพระพุทธรูป แล้วควานหาหนังสือสวดมนต์“ได้ครับแม่ ผมตามใจแม่เลย แต่ผมขอร้องเรื่องหนึ่ง”“อะไร”“ผู้หญิงคนไหนก็ได้ทั้งโลก แต่ต้องไม่ใช่คีรยา”“อะไรนะ นี่แกจงเกลียดจงชังอะไรแม่หนูแยมนักหนา”ไพรภูมิถึงกับฝืนน้ำลายเอื๊อก ๆ หรือว่าที่ไพรภูมิเอาความเกลียดโกรธคีรยา เป็นเพราะความรู้สึกอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจที่ตราตรึง
อ่านเพิ่มเติม

คนไม่ชอบหน้า

คีรยาตกอยู่ในสภาพตกงานมาได้หกเดือนกว่า ๆ แล้ว บริษัทที่เธอทำงานปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทุกคน ดีว่าคีรยายังได้เงินจากการปิดกิจการนี้มาได้ถึงหกเดือน ซึ่งเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่หกพอดี เงินที่จะกินจะใช้ในแต่ละเดือนก็เริ่มร่อยหรอไปวันนี้ที่เธอเข้าไปหาปันฐิตา ก็เพราะว่า เธอได้ไปส่งงานที่รับจ้างปันฐิตาทำเป็นจ๊อบ ๆ ซึ่งความรู้เรื่องบัญชีที่เธอพอจะมี ก็ช่วยงานของปันฐิตาได้ไปหลายเปลาะคีรยาไม่ได้งอมืองอเท้าเหมือนอย่างที่ไพรภูมิกล่าวหา โชคดีที่เธอมีฝีมือในเรื่องการเย็บปักถักร้อย จึงทำงานฝีมือที่มีพวกกลุ่มเพื่อนรักและเล่นตุ๊กตา จึงคิดทำชุดตุ๊กตาออกไปขาย ทำให้มีรายได้พอค่าใช้จ่ายประจำวันแต่หนี้สินที่เธอได้สร้างเอาไว้ตอนที่แม่ป่วย ยังหามาใช้หนี้บัตรเครดิตไม่หมด แต่คีรยาก็พอมีเงินไปจ่ายในยอดที่เรียกว่าขั้นต่ำได้ ส่วนบ้านหลังนี้ที่เธอมาอาศัยอยู่เป็นบ้านของคนที่เรียกได้ว่าสนิท แต่เป็นคนสนิทของปันฐิตาไม่ใช่เธอการที่คีรยาได้รู้และได้เห็นอะไรบางเรื่องที่เป็นความลับของใครบางคน มันก็เหมือนน้ำท่วมปาก พูดไม่ได้ ได้แต่มองอย่างเศร้าใจ และคีรยาเองก็พยายามเข้าใจทุกฝ่
อ่านเพิ่มเติม

ปล่อยฉัน

คีรยาถึงกับกลืนน้ำลาย เธอไม่เข้าใจเลยทำไมไพรภูมิจงเกลียดจงชังเธอนักหนา “คุณกรุณาไปบอกคุณแม่ของคุณ แล้วก็บอกปันจะดีกว่าค่ะ ว่าให้ทั้งสองคนเลิกยุ่งกับฉัน ถ้าเขาสองคนเลิกยุ่งกับฉัน ฉันก็จะเลิกยุ่งกับพวกเขา”“อ้อ... คิดว่าถือไพ่เหนือกว่าหรือยังไง ปันกับคุณแม่ไม่ทันพวกตอแหล ลิ้นเลียแผล็บ ๆ แบบเธอหรอก พวกปลิง เหลือบไร ตัวเรือดที่คอยหาผลประโยชน์จากความรักและหวังดีของคนอื่น”“นี่คุณพูดเกินไปแล้วนะคะ” เธอลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับเขา สายตาของคีรยามองกลับไพรภูมิอย่างไม่พอใจ“อย่ามาดูถูกกัน ฉันก็เป็นคนมีศักดิ์ศรีเหมือนกันกับคุณ อย่ามายัดเยียดความคิดแปลกประหลาดบ้าบอ มากล่าวหาฉันแบบนี้ หัดมองคนอื่นในแง่ที่ดีบ้างนะคะ สมองและหัวใจของคุณจะได้ปลอดโปร่งโล่งดี ไม่ได้หน้ามู่ทู่แบบนี้ทั้งวัน ความคิดลบทำให้คุณหน้าตาไม่ผ่องใส และหน้าย่นยับค่ะ” คีรยาต่อว่าเขาออกมาเป็นชุด“เหรอ แต่เท่าที่ฉันเห็น เธอเป็นแบบนั้นนะ”“นั่นมันก็ช่าง เรื่องของคุณ แต่ถ้าเกลียดกันนัก ก็อย่ามาหาเรื่องคุย อีกอย่างมันแล้วแต่คุณเลยค
อ่านเพิ่มเติม

แม่ผัว ลูกสะใภ้

ส่วนคีรยา เธอพยายามเดินให้ช้า ๆ เพื่อจะให้ถึงบ้านช้าที่สุด แต่ในระหว่างเดินเข้าซอย หญิงสาวก็เห็นรถของใครบางคนขับออกมาจากบ้านแล้ว เธอถึงกับถอนหายใจอย่างโล่ง ๆ ก่อนจะรีบก้าวเท้าเร็ว ๆ เพื่อถึงบ้านให้เร็วขึ้น 22.18 น.คีรยามองที่หน้าจอมือถือ เธอควรจะนอนได้แล้ว วันนี้ง่วงเหลือเกินเมื่อไปถึงที่หน้าบ้าน คีรยาเห็นว่ากลอนประตูรั้วถูกล็อกไว้เหมือนเดิม เธอจึงใช้กุญแจไขเข้าไป หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกหงอยเหงา ที่นี่มันเป็นที่ซุกหัวนอนเพียงเท่านั้น‘ฉันต้องหางานทำให้ได้’‘เฮ้อ... ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นคงจะหางานได้เร็วขึ้น’‘หรือว่าฉันจะไปทำงานต่างจังหวัดดี’‘พรุ่งนี้แล้วกัน ค่อยไปท่องโลกในอินเทอร์เน็ต หางานใหม่อีกครั้ง งานอะไรทำก็ได้มั้ง ไปอยู่ยังที่ไกล ๆ’‘ไปอยู่บ้านนอกสิ ต่างจังหวัด เงินเดือนสักสี่ห้าพันก็คงอยู่ได้หรอก’‘แต่ว่าหนี้สินของฉันนี่สิ ตั้งสามแสน ฉันจะหาที่ไหนมาใช้ หรือว่าเราจะโกงเ
อ่านเพิ่มเติม

กรรม

ไพรภูมิได้แต่ถอนใจ ชายหนุ่มถึงกับยกมือขึ้นลูบใบหน้า สักวันมันก็ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่ดี แม่ไม่มีวันยอม ก็ทำตามที่แม่ขอร้องก็แล้วกัน ส่วนเรื่องปันฐิตา เขาต้องใช้เวลาในการปรับความเข้าใจกับเธอ ไพรภูมิได้แต่บอกตัวเองว่าเขารักเธอ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในสักวัน ปันฐิตาจะต้องเข้าใจแม่ของเขาชายหนุ่มกลับมาที่ห้องนอน เขาล้มตัวลงไปนอนเหยียดยาว ทว่ากลับมีใบหน้าหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวสมองของเขาใบหน้าเรียบเฉยที่เลื่อนลอยเด่น ปากของเธอขยับขึ้นขยับลง กับดวงตาที่มองเขาอย่างจ้องเขม็ง คีรยา‘บ้าแทนที่จะคิดถึงปัน แต่กลับมาคิดถึงนางคนนี้ จะบ้าตาย’ เขาตบหน้าของตัวเอง ไพรภูมิพยายามสลัดเอาคีรยาออกไปจากสมอง‘แม่คงจะไม่ไปขอร้องยายนั้นหรอกนะ’ไพรภูมิคิดแบบนี้ ลึก ๆ แล้ว เขาต้องการคีรยามาเป็นแม่ของลูกเขาหรือเปล่า เธอที่คอยวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขากับปันฐิตามาตลอดตั้งแต่คบหากัน จนแต่งงาน แต่งงานแล้วก็ยังวนเวียนอยู่ไม่ยอมไปไหน‘ไปให้พ้น ไปจากหัวของฉันเสียที’ไพรภูมินอนไม่หลับ เขาจึงเลือกลงม
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
15
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status