Share

แน่ใจหรือ?

last update Tanggal publikasi: 2026-03-28 11:02:07

“คำก็น่ารังเกียจ สองคำก็น่ารังเกียจ ปันชักจะยังไง ๆ แล้วนะคะ หรือว่า... ที่จริง พี่ไม่ได้รังเกียจแยม เพียงแต่ไม่อยากจะเห็นแยม และไม่อยากได้ใกล้ชิดแยม”

“ปันพูดแบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นผัวของปันนะ” เขาร้อนตัว

ใช่สิ... ร้อนใจด้วย เขาเกลียดผู้หญิงที่ดูขรึมเงียบ แต่กลับเร่าร้อนเวลาอยู่บนเตียง

“เอาเถอะ สุดท้ายปันก็กลับมาหาเรื่องพี่แทน” เขาส่ายหน้า ไม่แตะแก้วน้ำที่เธอยกมาให้ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ไพรภูมิยืนเท้าสะเอว

“ถ้าปันเต็มใจที่จะให้แม่นั่นมายืมเงิน แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้ต่อไปเรื่อย ๆ ปันไม่ได้เดือดร้อน ก็เอา เชิญเลย” กางมือออก พร้อมกับทำสีหน้าเครียด

“ปันเต็มใจ อีกอย่างปันก็ไม่ได้เอาเงินของพี่ให้กับแยม มันเป็นเงินของปันเอง”

“นี่ปันถึงกับพูดขนาดนี้เลยเหรอ พี่แตะต้องเพื่อนของปันไม่ได้เลยใช่ไหม”

“ปันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ เพียงแต่ขยายความว่า มันไม่มีตรงไหนที่พี่จะเดือดร้อน ปันใช้เงินส่วนตัวเอง”

“ก็ได้ พี่จะไม่ยุ่งกับปันอีกแล้ว เชิญ เชิญ เชิญเลย อยากทำอะไรก็เต็มที่ ไม่ต้องเห็นหัวกัน” เขาพูดอย่างอารมณ์เสียฉุนเฉียว แล้วหุนหันเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนจะก้าวขาขึ้นบันได เมื่อไปถึงห้องนอน เขาก็ปิดประตูห้องนอนดังโครม

ปันฐิตาได้แต่ถอนหายใจ เธอได้แต่มองตามหลังสามีไปอย่างอ่อนล้า

เรื่องบางเรื่องเธอก็ไม่เคยบอกเขา นี่ขนาดไพรภูมิแค่คิดว่าคีรยามาสร้างความเดือดร้อนโดยการยืมเงิน แต่ถ้าเขารู้ความจริงที่เกิดขึ้นมากกว่านั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แววตาที่เปลี่ยนไปของปันฐิตาช่างเฉยชา แต่ทว่าในหัวใจของเธอไม่ได้นิ่งสงบ เธอมีเรื่องราวให้คิดและตัดสินใจ ปันฐิตากำลังมองหาทางเลือกชีวิตของตัวเอง การอยู่กับไพรภูมิ และแม่สามีอย่างคุณชวนชม ‘รักนะ แต่เหนื่อยเหลือเกิน’

ในตอนนั้นเองมือถือของปันฐิตาดังขึ้น หญิงสาวรีบกดปิดสาย แล้วเดินไปจนถึงใกล้ประตูรั้วหน้าบ้าน ก่อนจะกดสายไปหาคนคนนั้น

ปันฐิตาพูดจาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เหมือนมีเรื่องอะไรในใจมากมาย

ที่หน้าต่างชั้นสอง ห้องนอนของไพรภูมิ

ไพรภูมิมองลงมาที่ภรรยา ได้แต่ฉงนสงสัยว่าปันฐิตาคุยอยู่กับใคร เธอมีสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนเขา ในใจของเขาก็ยังเป็นเดือดเป็นแค้น คิดถึงแต่คีร­ยา

‘ยายคนนี้มันช่างร้ายเหลือจริง ๆ ขนาดเราแสดงความรังเกียจออกไปอย่างนั้น ยังกล้าเสนอหน้า หน้าด้านหน้าทน ไปมาหาสู่กันอีก ฉันจะทำยังไงที่จะกำจัดแม่คนนี้ออกไปจากชีวิตได้’ ซึ่งไพรภูมิก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้

คำที่ว่าเกลียด มันคือการเกลียดจริง ๆ หรือ หรือว่ามันจะเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่นได้

เขาย้อนนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา เขายังจำเหตุการณ์ที่หน้าไม่อายของผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่เคยลืม

ไพรภูมิกะพริบตามองใบหน้าของคีรยา เขาผงะออกห่าง พลางถลึงตาโตใส่ สีหน้าระรื่นภิรมย์แปรเปลี่ยนเป็นหน้ายักษ์ “เธอทำอะไร”

“เอ่อ... อ่า... มะ ไม่...” ริมฝีปากระเรื่อปรากฏอยู่บนใบหน้าซีดจาง ยันตัวลุกขึ้นนั่ง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย สายตาของคีรยามองไปตรงที่ห้องน้ำ ข้างในนั้นปันฐิตากำลังอาบน้ำอยู่

“แพศยา หน้าด้าน กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวฉัน”

“เปล่านะคะ ก็พี่เชน...” คีรยาพูดไม่ออก เธอรีบเช็ดริมฝีปากที่คาดว่าลิปสติกของตัวเองน่าจะเลอะอยู่

“ออกไป” เขาตวาดเธอ แต่เสียงไม่ได้ดังมาก

คีรยากรุยกรายลงจากเตียง หอบคอเสื้อที่ถูกเขาดึงรื้อทึ้งจนกระดุมหลุด วิ่งออกไปจากห้องนอนของปันฐิตา

คีรยาได้แต่คิด ทั้งตกใจ เสียใจ และสับสนในความรู้สึก

ไพรภูมิดึงเธอเข้าไปกอดจูบด้วยตัวเองแท้ ๆ เธอไม่ได้เริ่มก่อน เขาจับกดเธอลงไปนอนกับเตียง และกระทำการต่าง ๆ ตามอำเภอใจ จุมพิตที่ดูดดื่มซ่านเสียว

แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้น ไพรภูมิก็ได้รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างของเขานั้นไม่ใช่ปันฐิตา แต่ว่าเป็นเธอ เขาโกรธมากราวกับเธอเป็นฝ่ายเสนอตัวให้เขาเอง

อะไรกัน คีรยาได้แต่หลับตาลง เธอนึกไม่ออกเลย หากว่าปันฐิตาได้มาเห็นชอตเด็ดเมื่อกี้จะเกิดอะไรขึ้น

รวมถึงไพรภูมิด้วย เขาโชคดีแค่ไหนที่ปันฐิตาไม่ได้เจอ ไม่อย่างนั้น มีหวัง เขากับปันฐิตาต้องได้แยกทางกัน

‘ยายตัวร้าย ฉันเห็นสายตาของหล่อนแล้ว คงจะอยากกินฉัน’ เขาคิดดูถูก ไม่ว่าจะสบตากับคีรยาทีไร ไพรภูมิได้แต่บอกกับตัวเองว่า คีรยานั้นตกหลุมรักเขา

‘หน้าด้าน ไม่มียางอาย’

เสียงรถยนต์ที่แล่นออกจากบ้าน ทำให้ไพรภูมิชะโงกหน้าออกมาดูที่หน้าต่างอีกครั้ง เขาเห็นว่าปันฐิตาได้ขับรถออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว เขาจึงหยิบมือถือขึ้นมา แล้วรีบกดโทรเข้าไปหาเธอ

“จะไปไหนนะปัน นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”

“ปันมีงานที่บริษัทน่ะค่ะ งานด่วน”

“แน่ใจหรือว่าเป็นงานด่วนจริง ๆ ด่วนมากจนต้องไปทำงานในเวลาที่เลิกงานแล้วอย่างนั้นเหรอ พี่บอกปันไปหลายทีแล้วนะ ว่าให้ปันออกจากงานเสีย พี่สามารถดูแลปันได้” เขาเสียอารมณ์

เขารู้ว่าเวลาที่ภรรยาอารมณ์ไม่ค่อยดี เธอก็จะหนีหน้าไม่ยอมคุยกับเขา

“พี่เชนคะ ปันอยากทำงานค่ะ เพราะแค่นี้ตัวปันก็ไม่เคยมีค่าอยู่ในสายตาของคุณแม่ของพี่อยู่แล้ว ถ้ายิ่งปันลาออกจากงาน แล้วมาเกาะพี่กิน ก็คงจะต้องโดนคุณแม่ของพี่ดูถูกล่ะค่ะ”

เธอพูดให้เขาได้คิด แต่ในส่วนหนึ่งปันฐิตาก็อยากจะกระแนะกระแหนเขาด้วย ความที่ไพรภูมินั้นไม่เคยปกป้องอะไรเธอได้เลยจากคำพูดและการกระทำของคุณชวนชม ที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวด จนเหนื่อยหน่าย

ไพรภูมิถึงกับพูดไม่ออก เขาได้แต่เงียบเสียงไป

“พี่เชนไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ ปันจะขับรถ” น้ำเสียงของเธอเฉยชา ปันฐิตากดวางสายทิ้งไปในทันที

ไพรภูมิถอนหายใจ ระหว่างเธอกับเขานับวันมันก็มีแต่ความระหองระแหง ทั้งสองคนเป็นแบบนี้มาได้สักพักหนึ่งแล้ว อยู่ด้วยกันก็แทบจะไม่มีความสุข ทุกอย่างทุกเรื่องทำให้เขาหงุดหงิดไปหมด ปันฐิตาเองก็เหมือนกัน ดูเธอไม่มีความสุข ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ และเวลาที่อยู่บ้านน้อยลง ทำให้ทั้งสองคนยิ่งห่างกัน

เวลาที่นอนด้วยกัน เขาแทบจะแตะต้องตัวเธอไม่ได้ มันเพราะอะไรกัน เขาคิดวนเวียนหาคำตอบอยู่เสมอ

หรือว่าจะเป็นเพราะคุณแม่ ที่เอาแต่พูดกรอกหูเรื่องที่ปันฐิตามีลูกให้กับเขาไม่ได้

เฮ้อ ปันฐิตาน่าสงสารที่สุด ที่จะต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

ไพรภูมิเดินเข้าห้องน้ำ เขารีบอาบน้ำ เพื่อไปบ้านแม่ วันนี้เขาตั้งใจจะคุยกับแม่ให้รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของปันฐิตา เขาไม่อยากให้แม่ทำให้ปันฐิตาอึดอัดใจอีกต่อไป เขาจะคุยแบบทะลุปรุโปร่งให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย

เรื่องการมีลูก มันไม่ใช่จุดสำคัญของชีวิตคู่ ถ้าเกิดมีไม่ได้จริง ๆ เขาจะรับเลี้ยงลูกบุญธรรม หรือไม่อาจจะขอลูกของญาติพี่น้องทางแม่มาเลี้ยงเอาก็ได้

++ทยอยลงจนกว่าจะจบนะคะ อัพเดทตอนเย็นค่ะ++

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   หน้าที่ของเมีย

    ไพรภูมิรีบยกเมียรักขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจัดการเธอจากตรงนั้น ใบหน้าของไพรภูมิคลุกลงไปในทันที สองมือจับขาของเมียให้มาเหยียบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างคีรยาร้องอู้พ่นลมออกมาจากปากยาว ๆ ต่อจากนั้นเธอก็สูดปากเหมือนกินของแซบ ๆ แบบไม่หยุด การกระทำของไพรภูมิเรียกให้ร่องสาวส่งสายธารใส ๆ ออกมาอย่างพรั่งพรู“พอเถอะค่ะพี่เชน ให้แยมได้มอบความสุขให้กับพี่บ้าง”ไพรภูมิรอคอยเวลานี้มาแสนนาน ภรรยาที่มุ่งแต่ทำงาน เลี้ยงลูกแฝด เธอที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตรงนั้น ทำให้ห่างเหินเรื่องอย่างว่ากับสามี แค่หัวถึงหมอน คีรยาก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้ไพรภูมินอนเหี่ยวมาหลายวันคีรยาผละลงไปนั่ง และส่งสัญญานให้ไพรภูมิขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง เขากำลังจัดท่า เมียรักก็คว้าหมับท่อนบุรุษอุดเข้าไปในโพรงปากของเธอในทันที“โอ้ว... ใจร้อนจัง” คีรยาไม่รอช้า ทั้งดูด ทั้งเม้ม และกำรูดขยับขึ้นลง ไพรภูมิได้แต่แอ่นเด้งขมิบและเกร็งจนสะโพกตอบ“โอ้ว... แยม อย่าแรงนักสิ เสียวมาก พี่จะไม่ไหวนะ”“ทำไมคะ” ถามทั้งที่ยังมีท่อนเขื่องโตค้างอยู่ในปาก“พี่จะแตกใส่ปากของแยมนะสิ”“ก็เอาสิคะ”“ไม่ พี่จะแตกในตัวแยม”ไม่ต้องรอให้เขาบอกอีกเป็นครั้

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   Happy

    ดินเนอร์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทุกคนที่รักกันกลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง ต่างอิ่มสุขและปลื้มปริ่มในหัวใจ“ดูจะเข้ากันได้ง่ายนะ เด็กสามคนเนี่ย”“อย่าไว้ใจซีรีนนะ นั่นแหละหัวโปกดี ๆ เลย”“เหมือนเธอมากเลยนะ ทั้งนิสัยใจคอ ฉันเหมือนเห็นแก่ตอนสมัยนั้น”“ซีรีนอย่านำน้องทำอะไรไม่ดีนะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไป“ค่ะ” ลูกสาวตะโกนกลับซีรีนนำน้องกระโดดบนแทมโพลีนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีคริสโตเฟอร์ และไพรภูมิดูแลอยู่“เห็นแบบนี้แล้ว แม่ก็คงนอนตายตาหลับ”“เอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ แม่ชอบพูดแบบนี้ทุกที”“ก็จะให้แม่พูดคำไหนล่ะ ดูสิ พี่น้องสนิทสนมกัน แม่ปันพาลูกกลับมาบ่อย ๆ นะ”“จะเป็นไปได้ยังไงคะคุณแม่”“หึ... ไม่อย่างนั้น ถ้าซีรีนโตกว่านี้อีกสักหน่อย ให้ส่งมาซัมเมอร์ที่เมืองไทยก็แล้วกัน แม่จะดูแลเป็นอย่างดี”“ได้สิคะคุณแม่ ท่าทางจะถูกใจน้อง ๆ เสียแล้ว”ชินน์รีบวิ่งมาฟ้องแม่ “แชมป์ขี้โกงครับ”“อ้าวทำไมชินน์ไม่ฟ้องพ่อ พ่อเชนก็อยู่ตรงนั้น”คุณนายกระซิบที่ข้างหูของปันฐิตา “แชมป์อะลูกพ่อ ชินน์นะลูกแม่ ขานี้มีอะไรฟ้องแม่ตลอด แต่ดูนั้น...”“ก็อปปี้พี่เชนเปี๊ยบใช่ไหมคะ”“ใช่ ไร้ความละมุนเลย”“ฮา...” ปันฐิตาหัวเราะนึกภาพอ

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ย่าครับ

    (“คุณแม่ถามแยมก่อนสิคะ นางบอกว่าห้องเต็ม หนูก็เลยไปอยู่ที่ภูเก็ตมาสามคืนค่ะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ต้องตีตั๋วมาที่นี่ ก่อนจะลงแดงเพราะความคิดถึงทุกคนเสียก่อน”)(“จะเอายังไง แยมเธอจะมาหาฉันไหม วิลล่าที่ฉันจองเอาไว้ มีตั้งห้าห้องนอน คุณแม่มาด้วยนะคะ”)“จะไปได้อย่างไรล่ะ เชนไม่ได้อยู่บ้าน หอบลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ โกรธเคืองกับแยมนิดหน่อย”คีรยาหน้าเจื่อนลงไป ทั้งห่วงลูกน้อยและสามี(“พี่เชนหายไปหรือคะ”) ปันฐิตาทำเสียงตกใจ“ใช่ แถมยังปิดมือถืออีก ติดต่อก็ไม่ได้”(“พี่เชนหน้าตาเป็นยังไงนะ แบบนี้หรือเปล่า”) ปันฐิตาหมุนกล้องไปยังสามหนุ่มที่ห้อมล้อมลูกสาวของปันฐิตาเอาไว้“พี่เชน”“เจ้าเชนนี่ดูมันทำสิ ไม่บอกแม่ด้วย”(“เห็นว่าจะให้แม่กับแยมตามมาทีหลังนะคะ”)“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหาแม่ปันกัน แม่อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นแล้ว”(“รีบมาเลยนะคะคุณแม่ พาเสื้อผ้ามานอนที่นี่ด้วยนะ”)สองแม่ลูกมองหน้ากัน “ตกลง เดี๋ยวเจอกันนะปัน”(“รีบมานะคะคุณแม่ พวกเรารอกินข้าวเย็นด้วย”)“มันจะดึกไปไหม”(“ไม่ดึกค่ะคุณแม่ หนูจะหิ้วท้องรอ”)เมื่อเห็นความตั้งใจของปันฐิตาอย่างนั้น สองสาวต่างวัยก็ไม่อาจปฏิเสธ เผ็ดช่วยจัดกระเป๋า คุณน

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ได้มาพบเจอกันอีกครั้ง

    “พี่ชินน์” แชมป์ชี้หน้าพี่ชาย“พี่ไม่ได้ร้อง ไม่เห็นมีน้ำตาสักนิด”“ก็พี่ชินน์เพิ่งเช็ดไปนี่น่า” ต่างไม่ยอมกันเถียงกันท่าเดียว“เอาล่ะ ๆ เลยเสียงดังกันได้แล้ว และไปนั่งประจำที่ คาดซิทเบลล์ด้วย”“คุณพ่อจะพาไปหาใครนะครับ”“น้าปัน”“คุณย่าไปด้วยไหม”“ใช่ ป้าเผ็ดไปไหม”“ไม่มีใครไปกับเราทั้งนั้นครับ เราจะไปกันสามคน พ่อ ชินน์ และแชมป์”“ทำไมไม่ให้ทุกคนไปด้วยครับ” ชินน์เริ่มตั้งแง่อีกครั้งหนึ่ง หน้าตาเริ่มเบ้ เด็กชายผู้อ่อนไหวและอยู่ติดบ้าน“ร้องไห้อีกล่ะ เซ็ง...”ไพรภูมิถึงกับอ้าปาก “ใครสอนให้พูดคำว่าเซ็ง”“ป้าเผ็ดชอบพูด ครูอ๋าที่โรงเรียนก็ชอบพูด” เด็กพอเข้าสังคมก็หันจำอะไรแบบนี้ ไพรภูมิคิดว่าจะต้องกำชับกับเผ็ดแล้วให้ระวังคำพูดไพรภูมิขับรถไปได้ครึ่งทาง คีรยาถึงได้โทรเข้ามาในมือถือของเขา(“พี่เชนพาลูกไปไหนคะ แยมกลับมาถึงบ้านแล้วเนี่ย”)“แยมก็อยู่กับงานไปสิ พี่พาลูก ๆ มาพักผ่อนสมอง”(“หา! พักสมอง พี่จะพาแกไปไหนคะ”)“ไม่บอกหรอก”(“อ้าว... พี่เชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ แยมไปทำอะไรให้พี่งอน”)“แยมไม่ทำการบ้านกับพี่มานานเท่าไรแล้ว”สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้เด็กสองคนก็ได้ยินด้วย“แม่ไม่ทำการบ้าน ครูก็

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ใครงอแง

    เขื่อนและเผ็ดพนมมือ ก่อนจะก้มลงไปกราบคุณนาย“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ เผ็ดก็เพลา ๆ ปากลงบ้าง อย่าปากมาก ปากแรงให้เกิดความขุ่นใจกัน เข้าใจไหม”“ค่ะ”“อยู่ด้วยกัน ก็หัดถนอมน้ำใจกัน พูดจากันดี ๆ”“ค่ะ”“แบบนี้ทั้งสองคนก็ไม่ไปไหนล่ะสิคะ”“เผ็ดก็บอกคุณแยมแล้วไงค่ะว่า เผ็ดจะอยู่กับคุณยายจนแก่เลย”“ผมก็เหมือนกันครับ”“ฉันขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข หาความสุขกันให้เจอ และอยู่กับมัน เหมือนตอนนี้ที่ฉันเจอแล้ว” ไพรภูมิหันไปยิ้มกับภรรยา“แยมก็ขอให้ทั้งคู่ผาสุกนะคะ” คีรยาอวยพรอีกครั้ง“วันนี้ไปบอกม่วงกับสุภาพไปมาทำอะไรกินกันตอนเย็น ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานแต่งของเธอสองคน กินกันแค่นี้พอแหละ ฉันถือว่าพวกเธอเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”เขื่อนและเผ็ดก้มกราบลงแทบเท้าของคุณนายอีกครั้ง“พี่เขื่อนหอมพี่เผ็ดให้ดูหน่อยสิคะ”“อุ้ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะคุณแยม พี่เขินนะ”ยังไม่ทันที่เผ็ดจะระวังตัว เขื่อนก็ก้มลงไปหอมฟอดใหญ่ เผ็ดยิ่งเขินม้วนอายอยู่ตรงนั้น“ฉันอายนะ” เผ็ดยิ้มแก้มแทบแตก“แหม... พูดเล่นกันไม่กี่วัน ดันมาได้กันเอง ฉันก็นึกว่าจะได้คนไกลซะอีก ใกล้กันเอื้อม”“เมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเมื่อ

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ครับผม

    “คุณแม่สังเกตดี ๆ สิครับ จับมือกันทำกระหนุงกระหนิงเชียว”คุณนายถึงกับขยับแว่น มองลอดไปทางทั้งสองคน แต่ก็เห็นไม่ถนัด ท่านจึงตะโกนถาม“เผ็ดเอ้ย เผ็ด”“คะ”“เอ็งไม่ไปช่วยคุณแยมดูชินกับแชมป์เหรอ ตื่นหรือยัง”เผ็ดรีบหันมาพูดหันมาตอบ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนาย อาบน้ำแต่งตัวแล้วค่ะ”หันไปเห็นคีรยาเข็นลูกชายของเธอทั้งสองคน ที่นอนอยู่บนรถเข็นฝาแฝดตรงมาที่ทั้งคู่นั่งอยู่“อ้าวนั่นไงคะ มาแล้วค่ะ”คีรยาเปิดยิ้ม พอเดินเข้ามาใกล้ก็รีบปรึกษาคุณนาย“แยม มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ แยมเพิ่งรับผู้จัดการมาหนึ่งคนค่ะ จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่พร้อมจะเปิดแล้ว แต่แยมอยากให้เธอคนนี้มาจัดการวางระบบต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเปิดเต็มตัว”“แล้วมีปัญหาตรงไหน”“เราจะให้เธอพักที่ไหนคะ บ้านพักที่เราสร้างเอาไว้ตรงโน้น ใกล้กับโรงเก็บของ ก็ทำสำหรับคนงานทั่วไป แต่หัวหน้าแผนก แยมอยากให้เธอได้อยู่ดีกว่าคนอื่นสักนิดนึงนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไป”เขื่อนกับเผ็ดมองหน้ากัน ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้ามาหาทั้งสามคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพราะท่าทีไม่เหมือนก่อน เผ็ดและเขื่อนจับม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status