Share

บทที่ 4

Author: Mamaya Writer
last update publish date: 2026-10-17 12:35:00

จิรัฎฐ์ได้แต่นั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาภายในบ้านตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ซึ่งเป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงกว่าๆ เขายังไม่ได้ลุกเดินไปไหนแม้แต่น้อย งานที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ไม่ได้คืบหน้าเพราะมัวแต่คิดว่าวันนี้พาขวัญกำลังจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว

 

ปึง!! เสียงทุบกำปั้นระบายความอึดอัดในใจ เพราะคำพูดที่ได้ยินเมื่อเช้าจากปากของบิดา

 

‘คุณพ่อพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงครับ’ จิรัฎฐ์พยายามถามด้วยน้ำเสียงเยือกอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ภายในใจ

 

‘พาขวัญจะมาช่วยฉันทำงานเป็นเลขาแทนคุณจงจิตที่ลาออกไป’ ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

‘ผมไม่ยอม! นี่พอถึงกับยกให้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ข้างๆ ไม่ออกหน้าไปหน่อยหรือไงครับ’ ชายหนุ่มตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่หากใจเขานั้นจ้องโกรธแค้นหญิงสาวเป็นเท่าตัว

 

‘แกอย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!’ หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เริ่มขึ้นเสียงดุบุตรชายด้วยความไม่ชอบใจ

 

‘ทำไมครับ หรือว่าแทงใจจนเกินไป ที่ผมพูดมาเป็นความจริง’

 

‘เจ้าเพลิง!’ ผู้เป็นบิดาได้แต่มองหน้าของบุตรชายหน้าดำหน้าเขียวด้วยความโกรธ ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารโดยที่แตะอาหารเช้าเพียง  สามถึงสี่คำเท่านั้น

 

ชายหนุ่มเอนแผ่นหลังพิงกับพนักเก้าอี้พร้อมกับหลับตาลง แต่ทว่าเสียงเคาะประตูดังขึ้นรบกวนเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

“มีอะไร”

 

“คือ...คุณพาขวัญมาถึงแล้วค่ะ จะให้สายแก้วไปเรียกเธอมาพบไหมคะ” จิรัฎฐ์ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าปกติ พลางมองสาวใช้ตรงหน้าก่อนจะตอบกลับไป

 

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันออกไปต้อนรับเอง”

 

“ค่ะ” สายแก้วยิ้มเขินๆ รับคำก่อนจะหมุนตัวเดินไปจากห้อง แต่  ชายหนุ่มกลับถามคำถามอีกหนึ่งคำถามขึ้นมา

 

“แล้วพ่อของฉันล่ะ?”

 

“คุณผู้ชายเดินออกไปต้อนรับคุณพาขวัญตั้งแต่ที่รู้ว่ามาถึงแล้วค่ะ”

 

“ขอบใจ” จิรัฎฐ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของเขา พลางมองสายแก้วที่เดินออกจากห้องไป ไม่เคยรู้ว่าเขาโกรธและเกลียดใครเท่าพาขวัญมาก่อนเลย บิดาเขาถึงกับออกไปต้อนรับกับแค่ผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้เข้าบ้าน

 

“เธอจะไม่มีวันที่อยู่ในบ้านหลังนี้อย่างมีความสุข พาขวัญ เพราะฉันจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็น!”

 

 

 

 

 

ของใช้และกระเป๋าทั้งหมดถูกขนย้ายลงจากหลังรถในเวลาเพียงไม่กี่นาที พาขวัญรู้สึกเกรงใจสาวใช้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอที่มาช่วยยกขนของ หญิงสาวหันไปได้พอดีจังหวะที่หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เดินลงมาจากบันไดพร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับเธออย่างอบอุ่น

 

“สวัสดีค่ะคุณลุง” เธอกล่าวพร้อมยกมือขึ้นไหว้

 

“ลุงจัดห้องเตรียมเอาไว้ให้แล้วละ หวังว่าหนูจีนคงจะชอบนะ”

 

“จีนอยู่ได้หมดค่ะ แค่ลุงให้จีนมาอยู่แบบนี้ก็เกรงใจแล้วละค่ะ” พาขวัญตอบพร้อมยิ้มให้กับชายหนุ่มสูงวัย

 

“งั้นเข้าบ้านกัน” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ทั้งชีวิตผู้หญิงอย่างพาขวัญไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเห็นกับตาแล้ว

 

สาวใช้สามคนที่ช่วยกันขนของตามเธอและหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ขึ้นบันไดมา ห้องของเธออยู่ทางด้านขวามือริมสุดห้องสุดท้าย หญิงสาวเดินตามไปพลางหมุนคอมองดูรอบๆ จนถึงหน้าห้องของเธอ สาวใช้คนที่ถือกระเป๋าใบเล็กของเธอเดินเข้ามาเปิดประตูห้องออกพร้อมกับวางของลงไว้กลางห้อง โดยที่คนอื่นๆ ก็ตามเข้ามา เมื่อวางไว้เสร็จแล้วก็พากันเดินออกไป

 

พาขวัญมองรอบๆ ห้องก่อนที่จะเดินก้าวเข้าไปในห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงครบทุกอย่าง หญิงสาวหันมามองหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่ยิ้มให้กับเธอ

 

“คือว่า...มันไม่ใหญ่ไปหน่อยเหรอคะ”

 

“ไม่หรอก อยู่ไปเดี๋ยวก็ชินเองแหละ”

 

“แต่ว่า...”

 

“เอาเป็นว่าลุงเต็มใจให้ละกัน อย่าปฏิเสธลุงเลยนะ” หม่อมหลวง- ณรงค์ฤทธิ์พูดก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปทิ้งให้หญิงสาวอยู่เพียงลำพัง

 

พาขวัญมองไปรอบๆ ห้องสีขาวขนาดใหญ่กว่าหอพักที่เธอเคยอยู่เป็นสิบเท่าตัว มีทั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ที่เธอเคยเห็นแต่ในละครทีวี แต่ไม่เคยได้เห็นกับตาตัวเองสักที

 

สองเท้าก้าวเดินไปรอบๆ ห้อง พลางเดินหยิบเก็บของจัดเข้าตามชั้น ตู้พวกนี้เยอะเกินไปสำหรับเธอ ของเธอใส่เข้าตู้ทั้งหมดแล้วยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ

 

กระเป๋าเสื้อผ้าถูกหยิบมาวางหน้าตู้เสื้อผ้าสีน้ำตาลขนาดใหญ่เรียงติดกันสามตอน ซึ่งดูจากเสื้อผ้าในกระเป๋าของเธอแล้วยังใส่ตู้แรกได้อีกเยอะสบายๆ เลย

 

ชุดของเธอน้อยเกินไปหรือว่าตู้เสื้อผ้าใหญ่เกินไปนะ

 

ของใช้ของเธอไม่เยอะมากมายจึงใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงในการจัดเก็บเข้าชั้นต่างๆ ให้เรียบร้อย พาขวัญเดินขึ้นมานั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะหยิบรูปขึ้นมาวางบนโต๊ะข้างหัวเตียง พลางมองมารดาในรูปด้วยความรัก

 

“จีนรู้แม่อาจจะไม่สบายใจที่จีนมาอยู่แบบนี้ แต่จีนไม่อยู่ที่นี่ไปตลอดหรอกค่ะ ถ้าจีนมีเงินพอ จีนจะย้ายออกทันทีนะคะ” ไม่ใช่แค่มารดาของเธอไม่สบายใจ เธอเองก็ไม่สบายใจเช่นเดียวกันที่ต้องมาอยู่ในที่ใหญ่โตแบบนี้ ความคุ้นเคยต่างก็ไม่มี ที่สำคัญเธอไม่อยากมาเจอเขา

 

พาขวัญลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนด้วยความเบื่อหลังจากที่นั่งอยู่ในห้องนานถึงสามชั่วโมง จนตอนนี้ก็เกือบบ่ายสี่โมงแล้ว เป็นโชคดีของเธอที่ไม่ต้องมาเจอกับจิรัฎฐ์ เพราะเขาเองท่าจะไม่ชอบเธอถึงขั้นรังเกียจเลยก็ว่าได้

 

สองเท้าก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ดวงตากลมมองรอบๆ ตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ในชั้นสอง ก่อนจะก้าวลงบันไดไปเดินสำรวจทั่วบ้านอย่างชื่นชมพลางถอนหายใจออกมา ชีวิตนี้เธออยากจะมีบ้านแบบนี้สักหลัง คงต้องตอนสักอายุ สี่สิบห้าสิบละมั้งกว่าเธอจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้

 

“ดูท่าทางมีความสุขมากสินะ”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/1

    นานไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์ของชายหนุ่มก็ไล่ตามมาติดๆ จนถึงบ้านภูริสิทธิ-พิพัฒนพงศ์ ก่อนจะหยุดจอดลงที่ใต้ชายคาบ้าน จิรัฎฐ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวที่กำลังหันไปปิดประตูรถ ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของเธอไว้แน่นพร้อมกับยิ้มหวานละมุนให้หญิงสาว“ไปครับ”จิรัฎฐ์พาพาขวัญเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีเสียงโวยวายของตีรณาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ“คุณแม่คะ เดือนทำไปเพราะหวังดีนะคะ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าดูเครียดและกังวลไม่ต่างกันไปมากสักเท่าไหร่“นั่งลงก่อนสิ” รมณข่มน้ำเสียงไม่ให้ดูเกรี้ยวโกรธโมโห“คุณแม่! คุณแม่จะให้เด็กคนนี้มาใช้...”“เงียบๆ ซะแม่เดือน ถ้าไม่อยากอยู่ฟังก็ขึ้นห้องไปเหมือนยัยดาวซะ” เป็นคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจตีรณาแม้แต่น้อย ตีรณากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ พลางเชิดหน้านั่งลงโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยใครว่าวลัยวรรณนั้นไม่อยากฟัง หล่อนเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งฟังในห้องด้วยเท่านั้น ตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกเพราะว่าไม่อยากจะเห็นใบหน้าของพาขวัญที่เกลียดชัง...ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ!“คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”จิรัฎฐ์เอ่ยถามขึ้นพลาง

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/2

    ความรำคาญของตีรณายังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะว่าตลอดทางที่นั่งรถมานั้นลูกสาวของเธอได้แต่ร้องโวยวายว่ากล่าวพาขวัญจนน่าเบื่อสุดทนจะฟัง เธอเองก็แอบเจ็บใจที่ลูกของชนิตรามาแย่งคนรักของลูกสาวเธอ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อจิรัฎฐ์นั้นไม่เคยแม้แต่จะสนใจลูกสาวของเธอ ทำไม...เธอถึงรู้สึกเหมือนตอนที่เธอวิ่งตามธเนศมาก แต่แล้วเขาก็ไม่แม้คิดจะหันมามองเธอ“ฮือๆๆ พี่เพลิงใจร้าย ทิ้งดาวอีกแล้ว” วลัยวรรณร้องไห้ตัดพ้อชายหนุ่มพลางหันหลังไปมองรถของจิรัฎฐ์ที่ขับตามมาติดๆ“เงียบๆ สักทีได้ไหม? แล้วก็หาทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาซะ เดี๋ยวจะถึงแล้ว” ตีรณาพูดกับลูกสาวก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง“ดาวไม่เงียบ! ดาวเกลียดพาขวัญ! เกลียดๆ ที่สุด!”วลัยวรรณร้องโวยวายพลางใช้มือขยี้เส้นผมราวกับคนไร้สติ“พอสักทียัยดาว! แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”ตีรณาตวาดใส่ลูกสาวก่อนที่จะชะเง้อมองเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการสำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ“คุณแม่!” วลัยวรรณชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะนิ่งเงียบก่อนจะเอื้อมมือหยิบทิชชูเพื่อเช็ดใบหน้าของเธอให้ดูดีเหมือนเดิมรถยนต์คันหรูของตีรณาเลี้ยวเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นห้องปฏิบัต

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/1

    จิรัฎฐ์ขับรถออกตามตีรณาไป เช่นเดียวกับหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่นั่งรถส่วนตัวไป เพราะว่าตีรณายืนยังที่จะไม่ไปตรวจในโรงพยาบาลแต่จะไปตรวจดีเอ็นเอในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจโดยเฉพาะภายในรถที่เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงแอร์และลมหายใจของคนสองคนดังสลับกัน พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความกลัวและสับสน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อยู่ๆ ก็มาบอกเธอว่าเธอเป็นหลานสาวของคุณย่ารมณที่เกิดจากลูกชายคนโต เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินแม่ของเธอพูดถึงพ่อสักครั้ง ทั้งยังจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามมีเพียงน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล รินออกมา‘อย่าถามถึงพ่อให้แม่ได้ยินอีกเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าพ่อเขาเป็นคนดี ดีมากจนผู้หญิงอย่างแม่นั้นเอื้อมไม่ถึง’และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอถามถึงพ่อของเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยถามอีกเลย เพราะกลัวว่าแม่จะเสียน้ำตาอีก ให้ทุกอย่างที่เป็นคำถามค้างคาถูกลืมไป เพราะแม่ของเธอทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นทั้งแม่และพ่อจนเธอรู้สึกไม่ขาดความรักเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้ดีเกินกว่าที่คิด เพราะตอนเธออยู่มัธยมปลายเธอได้รู้ข่าวว่าแม่ของเธอนั้นป่วยด้วยโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status