Masukเช้าวันต่อมา
ร่างผอมบางนอนเกยทับอยู่บนร่างกำยำ อัญญาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ และเธอก็พบกับดวงตาคมกริบที่นอนจ้องหน้าเธออยู่ด้วยสายตาที่เปล่งประกาย ร่างกายของชายหญิงเปลือยเปล่านอนอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงกลางห้อง
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงพลังมีเสน่ห์ เรียวแขนแกร่งพาดอยู่ตรงเอวคอดกับแขนอีกข้างหนึ่งที่สอดใต้ลำคอระหง เรียวแขนกับอกเปลือยเปล่าของเขาจนกลายเป็นหมอนให้หญิงสาวหนุนไปโดนปริยาย
“ลูกล่ะ ลูกตื่นหรือยัง” อัญญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย
“ยังเลย” ลูเซียโน่ตอบกลับ เขาเพิ่งจะเปิดกล้องวงจรปิดในห้องของลูกชายดูเมื่อสักครู่นี้ มาเฟียหนุ่มทำห้องนอนของอาร์โนด์อยู่ติดกับห้องของพวกเขา อัญญาจึงพยักหน้าให้ชายหนุ่มเบาๆ
“วันนี้เราต้องไปดูแหวนกันนะ” ลูเซียโน่กระชับอ้อมกอดพร้อมกับเอ่ยต่อ ดวงตากลมโตจึงมองจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น หญิงสาวเพิ่งจะเคยเห็นการขอแต่งงานแบบนี้นี่แหละ ปกติก็จะมีแต่ดินเนอร์หรูกับดอกไม้ และการคุกเข่าขอแต่งงาน แต่ทว่าลูเซียโน่กลับทำตรงข้ามกันทุกอย่าง
“แล้วก็ไปหาแม่กันต่อ พาลูกไปหาแม่ด้วย” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบกลับอะไร เขาจึงพูดต่อ หญิงสาวนิ่งเงียบครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เสียงหวานจะตอบกลับมา
“ได้ ไปหาแม่ของคุณกัน”
“จริงเหรอ!” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย
“อือ” ใบหน้าสวยคมพยักหน้าให้ชายหนุ่มเบาๆ ลูเซียโน่จึงโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตเรียวปากสีชมพูระเรื่ออย่างแผ่วเบา
หลังจากนั้น ทั้งสองคนไปอาบน้ำพร้อมกันเพื่อเตรียมตัวออกไปดูแหวนเพชรที่ร้านเพชร ซึ่งในช่วงสายของวัน ลูเซียโน่พาอัญญาไปเลือกแหวนที่ร้านเพชร ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นคนเลือกเองสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นมาเฟียหนุ่มที่มีบทบาทมากกว่าเธอ เขาเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง แหวนเพชรต้องเม็ดใหญ่และต้องราคาแพงที่สุด อัญญาจึงทำได้เพียงปล่อยให้ชายหนุ่มตัดสินใจทุกอย่างเองและอยู่เงียบๆ ดีกว่า
เมื่อมาเฟียหนุ่มกับอัญญาเลือกแหวนเสร็จแล้ว พวกเขากลับมารับลูกชายที่คฤหาสน์และรีบตรงไปหามารดาที่ฟาร์มทันที
รถคันหรูสามคันขับเคลื่อนเข้าไปตามทางรุงรังที่เป็นทางเข้าของฟาร์ม โลล่ายืนอยู่หน้าบ้านหันมามองด้วยใบหน้าที่สงสัยเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเดาหญิงแก่ก็พอจะรู้ว่าเป็นใครที่มาเยี่ยมเยือนเธอ เนื่องจากโลล่าจำรถยนต์ที่ลูกชายใช้เป็นประจำได้เป็นอย่างดี
รถหรูทั้งสามคันขับเคลื่อนมาจอดสนิทลงหน้าบ้านไม้ โลล่ายืนเท้าเอวรอลูกชายอยู่หน้าตรงหน้าบ้าน ประตูรถฝั่งด้านหลังเบาะคนขับถูกเปิดออก ร่างกำยำของลูเซียโน่ลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างาม มาเฟียหนุ่มก้าวเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้ามารดาอย่างเชื่องช้า
“ไม่บอกแม่ก่อนล่ะว่าจะมา” เสียงของหญิงแก่เอ่ยทักทายลูกชายขึ้นมาทันที
“ผมมาเซอร์ไพรส์” มือแกร่งล้วงกางเกงเอาไว้ทั้งสองข้างพลางตอบกลับ
“เซอร์ไพรส์?” โลล่าขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย และยังไม่ทันที่มาเฟียหนุ่มจะตอบกลับอะไรออกไป ริคิที่ลงมาจากรถฝั่งคนขับก็เดินลงมาเปิดประตูรถฝั่งที่ลูเซียโน่เพิ่งลงไปเมื่อสักครู่นี้ ก่อนที่ร่างผอมบางของอัญญาจะลงมาจากรถพร้อมกับเด็กทารกตัวน้อยในอ้อมแขนของหญิงสาว
“อัญญา!” หญิงแก่เบิกตาโตพร้อมกับเอ่ยเรียกอัญญาขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตกใจบวกกับความรู้สึกดีใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือเด็กชายที่อยู่ในอ้อมแขนของอัญญา เด็กทารกตาใสแป๋วที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับลูเซียโน่ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน
“แล้วเด็กคนนั้น…” มือเหี่ยวย่นชี้ไปยังเด็กชาย
อัญญาอุ้มลูกชายเดินมาหยุดอยู่ข้างมาเฟียหนุ่ม ดวงตากลมโตจ้องมองแม่ของลูเซียโน่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเปล่งประกาย เนื่องจากโลล่าเป็นคนที่มีพระคุณกับหญิงสาว และยังเป็นคนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ อัญญาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจกับโลล่าเป็นพิเศษ
“สวัสดีค่ะ” อัญญาเอ่ยทักทายหญิงแก่ขึ้นมา ใบหน้าสวยคมส่งยิ้มจางๆ ให้โลล่า
“อาร์โนด์ เป็นลูกชายของผม” เสียงทุ้มบอกกล่าวมารดาทันที
“คือ…แม่ก็ดีใจอยู่นะ แต่แม่ก็งงอยู่นิดหน่อย” โลล่ายังไล่เรียงเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้ เธอไม่รู้เลยว่าสองคนนี้เคยมีบางอย่างต่อกัน แล้วอยู่ดีๆ หญิงสาวที่เธอเคยช่วยเหลือและเอ็นดูก็กลายมาเป็นภรรยาของลูกชาย อีกทั้งยังมีลูกด้วยกันแล้ว เวลาที่ล่วงเลยมาเป็นปี พวกเขายังมีหลานชายมาฝากเธออีก ถึงแม้ว่าโลล่าจะดีใจ แต่เธอก็ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ดี
“เข้าบ้านก่อนแม่ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง” ลูเซียโน่บอกกล่าวมารดา โลล่าจึงพยักหน้าให้เบาๆ ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในบ้านไม้และนั่งคุยกันอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ยาว
“พรหมลิขิตจริงๆ เลยนะ” โลล่าเอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อลูเซียโน่เล่าทุกอย่างให้หญิงแก่ฟังจนหมดทุกเรื่องแล้ว
“ดีใจนะที่เราได้เจอกันอีกครั้งนะอัญญา” โลล่าหันมาสบตากับหญิงสาว
“ค่ะ ฉันก็ดีใจเหมือนกันค่ะ”
“ตอนนี้ต้องแทนตัวเองว่าแม่แล้วสินะ…แม่ขออุ้มหลานหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
“ค่ะ” อัญญาตอบกลับ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
โลล่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับอัญญา หญิงแก่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงตามอัญญา จากนั้นร่างผอมบางเดินเข้าไปใกล้โลล่ามากขึ้นและยื่นเด็กชายให้ ซึ่งโลล่าก็รับเด็กชายมาอุ้มไว้อย่างระมัดระวัง
“หน้าตาเหมือนกันจริงๆ” โลล่ามองหน้าเด็กชายสลับกับลูกชายของตัวเองและพึมพำออกมา เธอเขย่าตัวเด็กชายเบาๆ พร้อมกับมือเหี่ยวย่นที่ลูบไล้ผิวเนื้อเด็กนุ่มนิ่มอย่างเบามือ
“แล้วลูกคิดจะจัดงานแต่งไหม” มารดาเอ่ยถามต่อ
“ต้องจัดอยู่แล้วแม่” ลูเซียโน่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรียวขาแกร่งก้าวมาใกล้อัญญาและใช้มือหนาโอบไหล่หญิงสาวเอาไว้
“คือ…” อัญญาเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะพูดสิ่งที่คิดออกมาในตอนนี้หรือเปล่า แต่เธอก็อยากบอกให้ลูเซียโน่ได้รับรู้ความต้องการของตัวเองสักนิด
“ฉันอยากคุยกับคุณเรื่องนี้อยู่พอดี” เธอเอ่ยต่อ
“ทำไมล่ะ” ด้วยขนาดความสูงที่ต่างกัน ทำให้ชายหนุ่มต้องก้มหน้าลงมามองหญิงสาว ในไม่กี่วิต่อมา บรรยากาศภายในบ้านเงียบลงไปสักครู่ โลล่าจึงรับรู้ได้ว่าตัวเองไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ในเวลานี้
“เดี๋ยวแม่พาหลานไปเดินดูรอบๆ บ้านดีกว่า” พูดจบ โลล่าก็อุ้มอาร์โนด์ปลีกตัวไปจากตรงนั้นทันที
“งานแต่งของพวกเรา เราจัดแบบเล็กๆ ได้ไหม” เสียงหวานของอัญญาเอ่ยขึ้นมา เมื่อพวกเขาอยู่กันแค่สองคนเรียบร้อยแล้ว
“ทำไม” ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“ฉันแค่อยากให้งานแต่งของเรามีแค่คนรู้จัก”
“เธออายคนอื่นเหรอ?” เขาเลิกคิ้วสูงพลางเอ่ยถาม
“ไม่ใช่แบบนั้น…ฉันดีใจนะที่คุณขอฉันแต่งงาน แต่ฉันปั้นหน้าทำเป็นมีความสุขต่อหน้าผู้คนมากมายที่ไม่รู้จักไม่ได้จริงๆ” อัญญาเว้นประโยคเล็กน้อยเพื่อดูท่าทีของชายหนุ่ม
“ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีอิทธิพลกว้างขวาง แต่ความฝันของฉันก็แค่งานแต่งเล็กๆ ริมชายหาดก็เท่านั้น” พูดจบ อัญญาลอบสังเกตอาการของลูเซียโน่
“เอาสิ เรามาทำตามความฝันของเธอกัน” เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะตอบกลับอัญญาด้วยน้ำเสียงสดใส ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจหญิงสาว แต่ตอนนี้เขาก็พอจะเข้าใจเธอขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ
“คุณพูดจริงเหรอ”
“จริงสิครับที่รัก”
“ขอบคุณนะที่เข้าใจฉัน”
“ฉันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ เพราะเธอสำคัญกับฉันที่สุด” นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต มือแกร่งลูบไล้ไหล่บางอย่างแผ่วเบา
“ดูเหมือนแม่จะเห่อหลานเลยนะ” ลูเซียโน่มองไปยังห้องครัวที่มารดากำลังอุ้มอาร์โนด์เข้าไปในเพื่อคุยกับสาวใช้ที่อยู่ในห้องครัว จากนั้นหญิงแก่จึงเดินออกมาอย่างช้าๆ
“คุยกันเสร็จแล้วเหรอ” โลล่าเอ่ยถาม
“ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับมารดาด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“วันนี้อยู่กินข้าวกับแม่ก่อนนะ แม่กำลังให้วิเวียนทำอาหารให้อยู่”
“ได้ครับ”
“ค่ะ” อัญญาส่งยิ้มให้โลล่าบางๆ สลับกับมองลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอดมารดาของลูเซียโน่
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







