LOGINพายุ ศิระภาคิน นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทยปัจจุบันอายุสามสิบปี เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ดอกไม้ริมทาง แพรไหม โสภิกุล ดีไซเนอร์สาวปัจจุบันอายุยี่สิบเก้าปีเธอหลงรักชายคนหนึ่งเขาก็ได้พรากความสาวไปจากเธอ..
View Moreนายพายุ ศิระภาคิณ อายุสามสิบปี นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทย วีรกรรมที่เขาทำไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน กำลังจะย้อนกลับมา เมื่อนางสาวแพรไหม โภสิกุล ดีไซเนอร์สาวอายุยี่สิบเก้าปี ได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เธอนั้นหายออกไปจากมหาวิทยาลัย กว่าสิบปี โดยไม่ทราบสาเหตุ
ซึ่งทำให้ท่านประธานหนุ่มเริ่มอยากรู้ชีวิตของเธอ เมื่อครั้งหนึ่งเรือนร่างอันบอบบางอรชรเคยหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเขามาแล้ว ถ้าหากเขาต้องการสานสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง มันก็ไม่แปลกหากเธอนั้นยังโสดแพรไหมจะยังต้องการเขาอยู่หรือไม่ ในเมื่อเธอคิดว่าพายุนั้นเป็นแค่ผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอเท่านั้น ซึ่งเวลานี้เธอก็ยังคงมองเขาในด้านลบอยู่ดี แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม
"แม่ของหนูชื่ออะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกฉันได้ไหม" พายุถามพร้อมกับจ้องลงไปที่ดวงตาแป๋วของเด็กหญิงตรงหน้า เมื่อเขามั่นใจว่าสายตาจะไม่โกหก
"แม่ของหนูชื่อแพรไหม!" เด็กหญิงพูดออกมา พร้อมกับจ้องสายตาคมของผู้เป็นบิดาอย่างไม่กะพริบตา เพื่อยืนยันว่าเธอนั้นไม่ได้โกหก
“ฮ่ะ!” พายุอุทานออกมาเสียงดัง ขณะที่หัวใจของเขานั้นเต้นแรง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต
"ถ้าคุณไม่เชื่อ พาหนูไปตรวจดีเอ็นเอก็ได้นะคะ" เด็กหญิงพูดออกมาพร้อมกับมีใบหน้าที่เศร้าหม่น เมื่อเธอคิดว่าบิดาคงไม่เชื่อในสิ่งที่เธอนั้นพูดออกมา
"ไม่จำเป็น!" พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็ง เพื่อยืนกรานที่จะตรวจดีเอ็นเอ จนทำให้คนฟังนั้นหวาดกลัว เพราะใยไหมคิดว่าบิดานั้นไม่เชื่อใจเธอ
"หนูขอโทษที่มารบกวน หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" ใยไหมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอยกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นบิดาอย่างนอบน้อม ประหนึ่งว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วในชีวิตนี้ เมื่อเธอได้สัญญากับผู้เป็นมารดาเอาไว้ หากถูกปฏิเสธแล้วไซร้ จะขอกลับไปไม่กลับมาหาชายตรงหน้าอีกเลยตราบชั่วชีวิต
"แล้วหนูจะไปไหน นั่งลงก่อนสิ" พายุพูดพร้อมกับจับร่างเล็กของลูกสาวนั่งลงข้าง ๆ อีกครั้ง
"ที่บอกว่าไม่จำเป็น นั่นเป็นเพราะว่าพ่อเชื่อว่าหนูเป็นลูกของพ่อโดยไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ!" พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ใยไหมไม่รอช้าโผเข้าไปกอดผู้เป็นบิดาอีกครั้งในทันที ก่อนจะร้องไห้ออกมาเพราะความดีใจ
"ไม่ร้องนะครับคนเก่งของพ่อ" พายุพูดพร้อมทั้งเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มใสของลูกสาวออกจนสิ้น ในขณะที่ตัวของเขาเองก็น้ำตาคลอเช่นกัน
"หนูขอเรียกพ่อว่าคุณป๋านะคะ" เสียงเจี๊ยวจ๊าวพูดออกมาอย่างรื่นหู คุณป๋าที่เด็กหญิงพูดนั้น ทำให้พายุอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจไม่ได้
"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ทำไมถึงต้องเรียกพ่อว่าคุณป๋าด้วยละ หืม" พายุเอ่ยถามลูกสาวออกมา ขณะที่เขายังคงกอดเด็กหญิงเอาไว้ ด้วยความรักความผูกพันของสายใยระหว่างพ่อลูก ที่มันพันผูกจนมาสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
"มาดาม ไม่ชอบให้หนูมีพ่อ หนูก็จะมีคุณป๋าแทนยังไงล่ะคะ" คำตอบของลูกสาวทำให้พายุยิ้มไม่หุบครั้งแล้วครั้งเล่า เธอช่างเป็นเด็กฉลาดและร่าเริง ผิดกับแพรไหมมารดาของเธอ ที่ชอบทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้ตลอดเวลา
"ทำไมถึงเรียกแม่ว่ามาดาม ตอนนี้แม่แต่งงานไปแล้วหรือยัง" เวลานี้พายุลุ้นคำตอบจากลูกสาว หรือแพรไหมจะแต่งงานกับฝรั่งตาน้ำข้าวไปแล้ว ใยไหมถึงได้เรียกเธอว่ามาดาม
"แม่ยังไม่มีใคร มีแค่ลุงดนัยที่ชอบมาข้องแวะ แต่หนูไม่ชอบเขาเลย เพราะเขาชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมาดามอยู่เรื่อย" คำตอบของลูกสาวช่างอิ่มเอมใจ เมื่อแพรไหมไม่มีใครเขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ แต่งานนี้คงจะยากหากผู้ชายคนนั้นมาข้องแวะ แต่เขามีลูกสาวที่ยืนเคียงข้างแล้วจะกลัวอะไร
"ถ้าพ่ออยากจะจีบแม่ต้องทำยังไง"
"โอ้! เจ๋งเป้งมากค่ะคุณป๋า เดี๋ยวหนูจะช่วยเอง" ใยไหมพูดออกมาด้วยความดีใจ นั่นคือสิ่งที่เธอปรารถนามาแสนนาน อยากให้บิดามารดาได้ลงเอยกันสักที
"ลูกรับปากพ่อแล้วน๊า... " พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก
"แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อนค่ะ คุณป๋า" ใยไหม ผละออกจากอกกว้างของผู้เป็นบิดา พร้อมกับหยิบคุกกี้ตรงหน้าเข้าปาก
"หิวหรือยัง ไปทานข้าวก่อนดีไหม" พายุเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นลูกสาวนั้นหยิบคุกกี้เข้าปากคำโต
"เดี๋ยวค่อยไปทานก็ได้ค่ะ แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อน เรื่องที่หนูเป็นลูกสาวของคุณป๋า ห้ามให้ใครรู้ ทุกอย่างจะเป็นความลับระหว่างเราได้ไหมคะ" พายุทำหน้าสงสัยกลับไปให้เด็กหญิง เธอกำลังคิดจะทำอะไร ใครหลายคนคงดีใจหากได้เป็นลูกสาวของท่านประธาน
"ทำไมเป็นลูกสาวพ่อมันไม่ดีตรงไหนเหรอ ลูกถึงไม่อยากให้ใครรู้" พายุเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความน้อยใจ เมื่อลูกสาวไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าเขาเป็นบิดาของเธอ
"เป็นลูกสาวของป๋าดีที่สุดแล้ว แต่หนูไม่อยากให้ใครมองมาดามในทางไม่ดี ทุกคนต้องรู้แน่ สาเหตุที่มาดามต้องออกจากมหา'ลัยกลางคัน" คำบอกเล่าของใยไหมเป็นเหมือนดังคมหอก ที่ทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจของพายุ เด็กหญิงตรงหน้าช่างมีความคิดแบบผู้ใหญ่ เธอถูกเลี้ยงมาแบบไหนทำไมถึงได้ฉลาดอย่างนี้ แพรไหมคงดูแลอบรมลูกสาวมาอย่างดี ต่างจากเขาผู้เป็นบิดาที่ไม่เคยได้เหลียวแล
"พ่อขอโทษนะ ที่ไม่เคยได้ดูแลหนูเลย ต่อจากนี้ไปพ่อจะไม่ทิ้งหนูกับแม่ให้อยู่กันตามลำพังอีกแล้ว" คำพูดของผู้เป็นบิดากำลังทำให้เด็กหญิงหัวใจพองโต เธอดีใจที่ผู้เป็นพายุไม่ปฏิเสธ แถมเขายังคิดที่จะสานสัมพันธ์กับมาดามของเธออีกครั้ง คงไม่มีอะไรทำให้เด็กหญิงมีความสุขเท่าสิ่งนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"ก่อนอื่นคุณป๋า ต้องจีบมาดามให้ติดก่อน หนูบอกเลยว่างานหิน มาดามดื้อจะตาย ขนาดลุงดนัยตามจีบหลายปี มาดามยังปฏิเสธทุกครั้ง แต่ลุงดนัยก็ตื้ออยู่ได้" ใยไหมพูดพร้อมกับทำหน้างอ ออกมาได้อย่างน่ารัก
"ป๋ามีลูกสาวคอยช่วยจะกลัวอะไร ไปทานข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวป๋าจะไปส่งที่บ้าน" พายุพูดออกมาด้วยสายตาที่มีความหวัง เขาคงไม่ต้องใช้นักสืบ ในเมื่อโชคชะตากำหนดให้หญิงสาวเดินเข้ามาในชีวิตของเขาเอง แถมอยู่ดี ๆ ก็ได้ลูกสาวมาหนึ่งคน ที่น่ารักซะจนทำให้เขานั้นอยากไว้หนวดเลยทีเดียว
เมื่อความดื้อของสามีกำลังจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในอนาคต ถ้าหากว่าสายฟ้าเจอใครอีกคน ที่ลูกชายของเธอนั้นรักจนหมดหัวใจ ถ้าหากเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นคู่หมาย เพียงเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจเห็นดีเห็นงาม ที่อยากจะรวมสองตระกูลให้ดูยิ่งใหญ่ จนลืมนึกไปว่า ความรักและความรู้สึกนั้นก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด “ขึ้นชื่อว่าลูก พ่อแม่ก็รักเท่ากันหมดทุกคน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคงพอจะทำให้คุณรู้ว่า ความรัก ไม่สามารถเลือกชั้นวรรณะได้ อย่าพยายามยัดเยียดใครให้กับลูก ถ้าเขาไม่รัก” แพรไหมยังคงไม่เห็นด้วย เมื่อสามีคิดจะจับคู่ให้กับลูกชาย ทั้งที่สายฟ้ามีอายุยังไม่ถึงขวบด้วยซ้ำ “โธ่! คุณแพรครับ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอนาคต อย่าคิดมากเลยนะเมียจ๋า ผมแค่อยากเห็นลูกของเรากับลูกของเพื่อนโตขึ้นมาเป็นคู่รักกัน แต่ถ้าวันหนึ่งสายฟ้าเจอผู้หญิงที่เขารัก ผมก็จะไม่กีดกัน แต่ตอนนี้ผมแค่อยากได้ลูกสาวของไอ้แบงก์เป็นคู่หมายให้กับสายฟ้า อนุญาตนะครับคนดี” ท่านประธานหนุ่ม พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนภรรยาสุดฤทธิ์ เพื่อให้เธอใจอ่อนยอมทำตามในสิ่งที่เขาร้องขอ
"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะเมียจ๋า" พายุจัดการยกภรรยาขึ้นนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ชายร่างกำยำโน้มตัวเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง ก่อนจะผละออกมาสบตากัน "ผมรักคุณนะแพร และจะรักแบบนี้ตลอดไป" พายุพูดออกมาพร้อมนัยน์ตาที่หวานหยาดเยิ้ม เหมือนเขานั้นอยากจะกลืนกิน หญิงสาวตรงหน้าไปเสียให้สิ้นในบัดเดี๋ยวนี้ "แพรก็รักคุณค่ะ" ริมฝีปากหนาประกบลงไปที่เรียวปากบางอีกครั้ง กลืนกินเสียงหวานที่กำลังเอื้อนเอ่ย เวลานี้เพียงเสียงครางในลำคอที่ดังอื้ออึงออกมาจากในลำคอ ดวงตาคู่สวยหลับตาพริ้มเมื่อเธอนั้นกำลังรู้สึกหวั่นไหววาบหวิวกับสัมผัสของสามีหนุ่ม กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมา ยิ่งกระตุ้นให้ภรรยาสาวสัมผัสได้ถึงความเป็นชาย เมื่อแก่นกายของเขามันกำลังพองตัวขึ้น กางเกงที่พายุสวมใส่ถูกรั้งออกไปพร้อมกับชั้นในสีขาว ไม่นานเสื้อผ้าอาภรณ์ของชายหนุ่มก็หลุดออกจากร่างกายจนสิ้น ไร้ซึ่งสิ่งปิดบังร่างกาย พอๆ กับภรรยาสาวตรงหน้า เมื่อไฟสะท้อนแสงสีส้มนวล เข้ามาที่
"กูว่าละ เวรกรรมมันจะตามทัน เป็นไงพ่อเสือหนุ่มรู้หรือยัง ไปทำระยำกับสาวคนไหนไว้ มึงระวังตัวไว้ให้ดี" กวินยังคงลอยหน้าลอยตาพูดออกมาได้ เพราะเขานั้นยังไม่มีครอบครัวก็เลยไม่รู้ว่า การหยุดที่ใครสักคนมันเป็นยังไง เมื่อต้องประสบเองเท่านั้นเขาถึงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี "กูจะคอยดู มึงอย่ามีลูกสาวก็แล้วกัน ขอให้มึงเป็นหมันไอ้กวิน!" ดูท่าทางท่านประธานพายุจะโมโหไม่น้อย เมื่อเขายังคงกัดกวินไม่เลิก "ไอ้นี่! พาลไปเรื่อย อีกปีสองปีมึงจะไม่ไปนั่งเฝ้าลูกอยู่หน้าห้องเรียนเลยเหรอวะ" เก้าพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ที่เห็นพายุนั้นมีท่าทางหวงลูกสาวเอามากๆ "เบลล่า! หนูโตขึ้นคุณพ่อแบงก์จะหวงไหมน๊า.." ริต้าแกล้งพูดแหย่ผู้เป็นสามีออกไป ในขณะที่แบงก์นั้นยังคงอุ้มลูกสาวเอาไว้ในอ้อมอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาห่วงและหวงเด็กหญิงตัวเล็กแค่ไหน "ไม่หวงแต่ไม่ออกไปไหนโรงเรียนก็ไม่ให้ไปเดี๋ยวจะจ้างครูมาสอนที่บ้านเลย" แบงก์พูดออกมาหน้าตาเฉย แต่ทุกคนกลับอดที่จะขำไม่ได้ให้กับความคิดของเขา
ตรั่บ! ตรั่บ! ตรั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้อง เมื่อพายุโยกสะโพกสอบเข้าออกอย่างช้าๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ "ยังฟิตเหมือนเดิมนะเมียจ๋า อ้า" สะโพกของเขายังทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหูของภรรยา ก่อนจะใช้ลิ้นหนาโลมเลียลงไปที่ใบหูเล็ก แล้วมาหยุดที่ติ่งหู พร้อมกับขบเม้มลงไปเบา ๆ อย่างเร้าอารมณ์ "อ้า อ๊าย! คุณพายุ แพรจะเสร็จแล้ว" เสียงหวานร้องเรียกชื่อสามีออกมา ลำแขนของเธออบกอดไปที่แผ่นหลังของสามีหนุ่มเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวกดจิกลงไปจนเป็นรอยแดง เมื่อเธอนั้นกำลังจะออกไปแตะขอบฟ้าเต็มทีแล้ว "พร้อมกันนะเมียจ๋า..อ๊า เสียวจัง!" พายุพูดออกมา ขณะที่เขาเองก็เริ่มจะเห็นสวรรค์รำไรเช่นกัน "อ๊ะ อ้า เร็วหน่อยค่ะ" แพรไหมเอ่ยปากอ้อนวอนออกมา เพื่อให้สามีหนุ่มนั้นเพิ่มความเร็ว ความเจ็บแปลบที่แผลหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงแค่เสียวซ่านแทรกเข้ามา