로그인พายุ ศิระภาคิน นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทยปัจจุบันอายุสามสิบปี เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ดอกไม้ริมทาง แพรไหม โสภิกุล ดีไซเนอร์สาวปัจจุบันอายุยี่สิบเก้าปีเธอหลงรักชายคนหนึ่งเขาก็ได้พรากความสาวไปจากเธอ..
더 보기駅から徒歩十分とは思えないほど、静かな環境に佇んでいる女性刑務所がある。
刑期を終えた女性が一人、晴れ晴れとは言えない表情をし、静かに門を通り過ぎた。空は薄暗く曇り、冷たい風がバサッと吹く。肩までいかないくらいの彼女の短い髪の毛を揺らした。
彼女の名前は、桜庭 凜華《さくらば りんか》。年齢は、三十二歳。
彼女は今、一年ほどの刑期を終えて出所をした。
見送る刑務所職員は冷ややかな目で彼女を見つめ、その目線に気づいたためか、彼女は深くお辞儀をしている。模範のような態度であるのに、軽蔑ともとれる眼差しを向けられ、彼女は目線を逸らした。「刑務所なんて、縁がないと思っていたのに」
ぽつり呟いた本音は、風の音とともにかき消される。
彼女はかつて名医だった。だが、わずか一夜にして、その地位も名誉も奪われ、囚人の身となった。屈辱にまみれた刑務所での一年の間に、彼女はひとりの子を産んだ。そして、その子の父親こそが、彼女を刑務所に送り込んだ張本人だったのだ。
頭の中でその事実がぐるぐると回る。胸が締めつけられ、目の前の世界がわずかに揺れた。その時、遠くから見覚えのある人物が手を振る姿が目に入る。
「日葵《ひまり》……!」
思わず彼女は声をあげた。
駆け寄り、その存在を確かめるようにふわっと抱きしめる。
「うー。あー」喃語しかまだ発することのできないわが子に向かい
「ごめんね。ごめんね」
涙を流しながら頬を擦り付けた。
乳児は自分の母親だということを理解しているのか、少し強引に頬を擦り付ける彼女に泣き叫ぶこともなく「ううー」と上機嫌に瞳を大きく輝かせている。「これからはずっと一緒だよ」
彼女は大切なわが子に言葉を伝え、子どもを連れてきた使用人に向かい「ありがとう。あとは大丈夫」
覚悟を決めたかのように力強く告げる。
「はい」使用人は頭を下げ、その場を去った。
五分後、彼女はわが子を抱えたままバスの後部座席に腰を下ろし、目立たない隅の席に座った。周囲の冷たい目線は、もはや彼女の視界には入らない。今の彼女にとって、自分の身なりや匂いなどどうでもいい。
ただ、目の前の小さな命をしっかりと抱きしめたい――。
その思いだけだった。
一時間後――。
刑務所の前には似合わない漆黒の限定ロールロイスが静かに停まっていた。
後部座席の男は眉をひそめ、冷え切った眼差しで、近寄りがたい威圧感を纏っている。 その男、桜庭 直哉《さくらば なおや》は無言のまま、ずっと刑務所の門を見つめていた。直哉は求めている人物が現れないためか、腕時計に一瞥を投げ、再び前方に視線を戻す。「まだ出てこないのか」
重低音の声音、その声は氷のように冷たく、車内の空気を凍らせた。 長い付き合いである運転手は「手続きに少し時間がかかっているようです」
直哉を逆なでさせないよう、慌てながらも言葉を選び答えている。「旦那様が自ら迎えに来てくださったと知れば、奥様もきっと喜ばれるはずです」
「……。そうか」
直哉は顔も上げず、淡々と呟く。
「一年前、あいつがライバル企業へ機密を流した時点で、こうなる覚悟くらいしていたはず」「何不自由ない立場を捨て、あいつは自ら地獄へ落ちた。全部、自業自得だ」
冷え切った声音に恐怖を覚え、運転手はそれ以上何も言えなくなった。しばらく沈黙が続き、運転手は窓を開けて外の空気を入れようとした時、すれ違うバスに目が留まる。「あれ?あの方は奥様では……」
後部座席の直哉はこめかみを押さえた。
昨夜は医学会に徹夜で臨み、深夜まで仕事に取り組み、今は強い疲労感に襲われている。彼は目を閉じたまま問いかける。
「誰のことだ」「あ、申し訳ございません、見間違えです」
運転手は慌てて頭を下げ、謝罪した。「奥様が出所されたのかと思いましたが、赤ん坊を抱いていた女性でした......」
(旦那様と奥様は結婚後三年も夫婦の仲は冷え切っていて、そんなことをした経験など一度もないはずだ。あの女を奥様と見間違えるなんて......)運転手がそんなことを考えていると、
直哉は静かに目を開けた。ちょうどその時、横を走り抜けたバスの窓に、一瞬だけ女性の横顔が映る。
――今のは。 直哉は無意識に目で追っていた。すぐに視線の端を過ぎていく。 それなのに、妙に胸の奥に引っかかる。เมื่อความดื้อของสามีกำลังจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในอนาคต ถ้าหากว่าสายฟ้าเจอใครอีกคน ที่ลูกชายของเธอนั้นรักจนหมดหัวใจ ถ้าหากเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นคู่หมาย เพียงเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจเห็นดีเห็นงาม ที่อยากจะรวมสองตระกูลให้ดูยิ่งใหญ่ จนลืมนึกไปว่า ความรักและความรู้สึกนั้นก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด “ขึ้นชื่อว่าลูก พ่อแม่ก็รักเท่ากันหมดทุกคน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคงพอจะทำให้คุณรู้ว่า ความรัก ไม่สามารถเลือกชั้นวรรณะได้ อย่าพยายามยัดเยียดใครให้กับลูก ถ้าเขาไม่รัก” แพรไหมยังคงไม่เห็นด้วย เมื่อสามีคิดจะจับคู่ให้กับลูกชาย ทั้งที่สายฟ้ามีอายุยังไม่ถึงขวบด้วยซ้ำ “โธ่! คุณแพรครับ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอนาคต อย่าคิดมากเลยนะเมียจ๋า ผมแค่อยากเห็นลูกของเรากับลูกของเพื่อนโตขึ้นมาเป็นคู่รักกัน แต่ถ้าวันหนึ่งสายฟ้าเจอผู้หญิงที่เขารัก ผมก็จะไม่กีดกัน แต่ตอนนี้ผมแค่อยากได้ลูกสาวของไอ้แบงก์เป็นคู่หมายให้กับสายฟ้า อนุญาตนะครับคนดี” ท่านประธานหนุ่ม พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนภรรยาสุดฤทธิ์ เพื่อให้เธอใจอ่อนยอมทำตามในสิ่งที่เขาร้องขอ
"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะเมียจ๋า" พายุจัดการยกภรรยาขึ้นนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ชายร่างกำยำโน้มตัวเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง ก่อนจะผละออกมาสบตากัน "ผมรักคุณนะแพร และจะรักแบบนี้ตลอดไป" พายุพูดออกมาพร้อมนัยน์ตาที่หวานหยาดเยิ้ม เหมือนเขานั้นอยากจะกลืนกิน หญิงสาวตรงหน้าไปเสียให้สิ้นในบัดเดี๋ยวนี้ "แพรก็รักคุณค่ะ" ริมฝีปากหนาประกบลงไปที่เรียวปากบางอีกครั้ง กลืนกินเสียงหวานที่กำลังเอื้อนเอ่ย เวลานี้เพียงเสียงครางในลำคอที่ดังอื้ออึงออกมาจากในลำคอ ดวงตาคู่สวยหลับตาพริ้มเมื่อเธอนั้นกำลังรู้สึกหวั่นไหววาบหวิวกับสัมผัสของสามีหนุ่ม กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมา ยิ่งกระตุ้นให้ภรรยาสาวสัมผัสได้ถึงความเป็นชาย เมื่อแก่นกายของเขามันกำลังพองตัวขึ้น กางเกงที่พายุสวมใส่ถูกรั้งออกไปพร้อมกับชั้นในสีขาว ไม่นานเสื้อผ้าอาภรณ์ของชายหนุ่มก็หลุดออกจากร่างกายจนสิ้น ไร้ซึ่งสิ่งปิดบังร่างกาย พอๆ กับภรรยาสาวตรงหน้า เมื่อไฟสะท้อนแสงสีส้มนวล เข้ามาที่
"กูว่าละ เวรกรรมมันจะตามทัน เป็นไงพ่อเสือหนุ่มรู้หรือยัง ไปทำระยำกับสาวคนไหนไว้ มึงระวังตัวไว้ให้ดี" กวินยังคงลอยหน้าลอยตาพูดออกมาได้ เพราะเขานั้นยังไม่มีครอบครัวก็เลยไม่รู้ว่า การหยุดที่ใครสักคนมันเป็นยังไง เมื่อต้องประสบเองเท่านั้นเขาถึงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี "กูจะคอยดู มึงอย่ามีลูกสาวก็แล้วกัน ขอให้มึงเป็นหมันไอ้กวิน!" ดูท่าทางท่านประธานพายุจะโมโหไม่น้อย เมื่อเขายังคงกัดกวินไม่เลิก "ไอ้นี่! พาลไปเรื่อย อีกปีสองปีมึงจะไม่ไปนั่งเฝ้าลูกอยู่หน้าห้องเรียนเลยเหรอวะ" เก้าพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ที่เห็นพายุนั้นมีท่าทางหวงลูกสาวเอามากๆ "เบลล่า! หนูโตขึ้นคุณพ่อแบงก์จะหวงไหมน๊า.." ริต้าแกล้งพูดแหย่ผู้เป็นสามีออกไป ในขณะที่แบงก์นั้นยังคงอุ้มลูกสาวเอาไว้ในอ้อมอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาห่วงและหวงเด็กหญิงตัวเล็กแค่ไหน "ไม่หวงแต่ไม่ออกไปไหนโรงเรียนก็ไม่ให้ไปเดี๋ยวจะจ้างครูมาสอนที่บ้านเลย" แบงก์พูดออกมาหน้าตาเฉย แต่ทุกคนกลับอดที่จะขำไม่ได้ให้กับความคิดของเขา
ตรั่บ! ตรั่บ! ตรั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้อง เมื่อพายุโยกสะโพกสอบเข้าออกอย่างช้าๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ "ยังฟิตเหมือนเดิมนะเมียจ๋า อ้า" สะโพกของเขายังทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหูของภรรยา ก่อนจะใช้ลิ้นหนาโลมเลียลงไปที่ใบหูเล็ก แล้วมาหยุดที่ติ่งหู พร้อมกับขบเม้มลงไปเบา ๆ อย่างเร้าอารมณ์ "อ้า อ๊าย! คุณพายุ แพรจะเสร็จแล้ว" เสียงหวานร้องเรียกชื่อสามีออกมา ลำแขนของเธออบกอดไปที่แผ่นหลังของสามีหนุ่มเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวกดจิกลงไปจนเป็นรอยแดง เมื่อเธอนั้นกำลังจะออกไปแตะขอบฟ้าเต็มทีแล้ว "พร้อมกันนะเมียจ๋า..อ๊า เสียวจัง!" พายุพูดออกมา ขณะที่เขาเองก็เริ่มจะเห็นสวรรค์รำไรเช่นกัน "อ๊ะ อ้า เร็วหน่อยค่ะ" แพรไหมเอ่ยปากอ้อนวอนออกมา เพื่อให้สามีหนุ่มนั้นเพิ่มความเร็ว ความเจ็บแปลบที่แผลหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงแค่เสียวซ่านแทรกเข้ามา





