Masukพายุ ศิระภาคิน นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทยปัจจุบันอายุสามสิบปี เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ดอกไม้ริมทาง แพรไหม โสภิกุล ดีไซเนอร์สาวปัจจุบันอายุยี่สิบเก้าปีเธอหลงรักชายคนหนึ่งเขาก็ได้พรากความสาวไปจากเธอ..
Lihat lebih banyakเมื่อความดื้อของสามีกำลังจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในอนาคต ถ้าหากว่าสายฟ้าเจอใครอีกคน ที่ลูกชายของเธอนั้นรักจนหมดหัวใจ ถ้าหากเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นคู่หมาย เพียงเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจเห็นดีเห็นงาม ที่อยากจะรวมสองตระกูลให้ดูยิ่งใหญ่ จนลืมนึกไปว่า ความรักและความรู้สึกนั้นก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด “ขึ้นชื่อว่าลูก พ่อแม่ก็รักเท่ากันหมดทุกคน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคงพอจะทำให้คุณรู้ว่า ความรัก ไม่สามารถเลือกชั้นวรรณะได้ อย่าพยายามยัดเยียดใครให้กับลูก ถ้าเขาไม่รัก” แพรไหมยังคงไม่เห็นด้วย เมื่อสามีคิดจะจับคู่ให้กับลูกชาย ทั้งที่สายฟ้ามีอายุยังไม่ถึงขวบด้วยซ้ำ “โธ่! คุณแพรครับ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอนาคต อย่าคิดมากเลยนะเมียจ๋า ผมแค่อยากเห็นลูกของเรากับลูกของเพื่อนโตขึ้นมาเป็นคู่รักกัน แต่ถ้าวันหนึ่งสายฟ้าเจอผู้หญิงที่เขารัก ผมก็จะไม่กีดกัน แต่ตอนนี้ผมแค่อยากได้ลูกสาวของไอ้แบงก์เป็นคู่หมายให้กับสายฟ้า อนุญาตนะครับคนดี” ท่านประธานหนุ่ม พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนภรรยาสุดฤทธิ์ เพื่อให้เธอใจอ่อนยอมทำตามในสิ่งที่เขาร้องขอ
"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะเมียจ๋า" พายุจัดการยกภรรยาขึ้นนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ชายร่างกำยำโน้มตัวเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง ก่อนจะผละออกมาสบตากัน "ผมรักคุณนะแพร และจะรักแบบนี้ตลอดไป" พายุพูดออกมาพร้อมนัยน์ตาที่หวานหยาดเยิ้ม เหมือนเขานั้นอยากจะกลืนกิน หญิงสาวตรงหน้าไปเสียให้สิ้นในบัดเดี๋ยวนี้ "แพรก็รักคุณค่ะ" ริมฝีปากหนาประกบลงไปที่เรียวปากบางอีกครั้ง กลืนกินเสียงหวานที่กำลังเอื้อนเอ่ย เวลานี้เพียงเสียงครางในลำคอที่ดังอื้ออึงออกมาจากในลำคอ ดวงตาคู่สวยหลับตาพริ้มเมื่อเธอนั้นกำลังรู้สึกหวั่นไหววาบหวิวกับสัมผัสของสามีหนุ่ม กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมา ยิ่งกระตุ้นให้ภรรยาสาวสัมผัสได้ถึงความเป็นชาย เมื่อแก่นกายของเขามันกำลังพองตัวขึ้น กางเกงที่พายุสวมใส่ถูกรั้งออกไปพร้อมกับชั้นในสีขาว ไม่นานเสื้อผ้าอาภรณ์ของชายหนุ่มก็หลุดออกจากร่างกายจนสิ้น ไร้ซึ่งสิ่งปิดบังร่างกาย พอๆ กับภรรยาสาวตรงหน้า เมื่อไฟสะท้อนแสงสีส้มนวล เข้ามาที่
"กูว่าละ เวรกรรมมันจะตามทัน เป็นไงพ่อเสือหนุ่มรู้หรือยัง ไปทำระยำกับสาวคนไหนไว้ มึงระวังตัวไว้ให้ดี" กวินยังคงลอยหน้าลอยตาพูดออกมาได้ เพราะเขานั้นยังไม่มีครอบครัวก็เลยไม่รู้ว่า การหยุดที่ใครสักคนมันเป็นยังไง เมื่อต้องประสบเองเท่านั้นเขาถึงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี "กูจะคอยดู มึงอย่ามีลูกสาวก็แล้วกัน ขอให้มึงเป็นหมันไอ้กวิน!" ดูท่าทางท่านประธานพายุจะโมโหไม่น้อย เมื่อเขายังคงกัดกวินไม่เลิก "ไอ้นี่! พาลไปเรื่อย อีกปีสองปีมึงจะไม่ไปนั่งเฝ้าลูกอยู่หน้าห้องเรียนเลยเหรอวะ" เก้าพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ที่เห็นพายุนั้นมีท่าทางหวงลูกสาวเอามากๆ "เบลล่า! หนูโตขึ้นคุณพ่อแบงก์จะหวงไหมน๊า.." ริต้าแกล้งพูดแหย่ผู้เป็นสามีออกไป ในขณะที่แบงก์นั้นยังคงอุ้มลูกสาวเอาไว้ในอ้อมอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาห่วงและหวงเด็กหญิงตัวเล็กแค่ไหน "ไม่หวงแต่ไม่ออกไปไหนโรงเรียนก็ไม่ให้ไปเดี๋ยวจะจ้างครูมาสอนที่บ้านเลย" แบงก์พูดออกมาหน้าตาเฉย แต่ทุกคนกลับอดที่จะขำไม่ได้ให้กับความคิดของเขา
ตรั่บ! ตรั่บ! ตรั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้อง เมื่อพายุโยกสะโพกสอบเข้าออกอย่างช้าๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ "ยังฟิตเหมือนเดิมนะเมียจ๋า อ้า" สะโพกของเขายังทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหูของภรรยา ก่อนจะใช้ลิ้นหนาโลมเลียลงไปที่ใบหูเล็ก แล้วมาหยุดที่ติ่งหู พร้อมกับขบเม้มลงไปเบา ๆ อย่างเร้าอารมณ์ "อ้า อ๊าย! คุณพายุ แพรจะเสร็จแล้ว" เสียงหวานร้องเรียกชื่อสามีออกมา ลำแขนของเธออบกอดไปที่แผ่นหลังของสามีหนุ่มเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวกดจิกลงไปจนเป็นรอยแดง เมื่อเธอนั้นกำลังจะออกไปแตะขอบฟ้าเต็มทีแล้ว "พร้อมกันนะเมียจ๋า..อ๊า เสียวจัง!" พายุพูดออกมา ขณะที่เขาเองก็เริ่มจะเห็นสวรรค์รำไรเช่นกัน "อ๊ะ อ้า เร็วหน่อยค่ะ" แพรไหมเอ่ยปากอ้อนวอนออกมา เพื่อให้สามีหนุ่มนั้นเพิ่มความเร็ว ความเจ็บแปลบที่แผลหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงแค่เสียวซ่านแทรกเข้ามา
"ใยไหม ลูกจะย้ายบ้านหรือไง เราไปกันแค่สามวัน สองคืนเองนะ ไปเปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่เดี๋ยวนี้ แล้วเสื้อผ้าก็ไม่ต้องเอาไปเยอะแยะ แค่ไม่กี่ชุดก็พอ" แพรไหมเอ็ดลูกสาวออกไป เมื่อใยไหมนั้นเริ่มจะทำตัวเรื่องมาก กับการเลือกชุดไม่ลงตัว นั่นเป็นเพราะว่าเด็กหญิงกำลังจะโตเป็นสาวแล้ว
"จะให้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้า ตลอดเวลาไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน" นั่นไงเธอเรียกเขาว่าท่านประธานด้วย "คุณผู้ช่วยนักออกแบบครับ ผมชอบจังเวลาคุณงอนเนี่ย เดี๋ยวคืนนี้จะง้อทั้งคืนเลยดีไหม" พายุพูดจบแพรไหมหันหน้าไปสบตาคมอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะทำต
แพรไหมรีบเดินตรงไปที่ห้องครัว เพื่อทำอาหารให้สองพ่อลูกได้รับประทาน วันนี้เป็นอีกวันที่สนิทใจมากขึ้น เมื่อเธอนั้นกำลังจะได้ครอบครัวคืนกลับมา นับต่อจากนี้ไปเธอก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีอะไรมาทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่างเธอกับพายุต้องร้าวฉานแยกจากกันไปได้อีกเมื่อสิบปีที่ผ่านมามันทำให้เธอได้รู้แล้วว่า การเ
"ฮ่ะ! ..." แพรไหมร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ "มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยผมได้" พายุพูดพร้อมกับค่อยๆ คืบคลานขึ้นไปบนเตียงนอน ที่เวลานี้แพรไหมพยายามถอยกรูดจนชิดหัวเตียง "ถอยออกไปเลยนะ ไปโดนตัวไหนมา ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอกนะ คุณพายุ! มีสติหน่อยสิ อย่า





