Home / มาเฟีย / ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย / ทุกอย่างของพ่อคือของผม 4.1

Share

ทุกอย่างของพ่อคือของผม 4.1

last update Last Updated: 2026-02-09 16:01:21

ห้องน้ำรวมต้องต่อคิวอาบน้ำ และต้องใช้น้ำจืดอย่างประหยัด ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยสะอาดนัก แต่บุษรินทร์ก็ปรับตัวได้ ส่วนที่กลัวคือการนอนต่างที่คนเดียว โชคดีที่ป๋องแป้งมาอยู่เป็นเพื่อนในคืนนี้ และยังเอาปลาหมึกแห้งมาให้เธอกินแทนกับข้าวรสจัดจ้านของปั้นหยา

"ขอบคุณพี่แป้งนะคะ บุษไม่กินอาหารรสจัด" ปลาหมึกเองก็เค็มเกินไป แต่ดีกว่าผัดสตอกุ้งรสเผ็ด

"ปกติผัดสตอกุ้งมันไม่เผ็ดขนาดนี้ พี่ว่าป้าแกคงทำพริกหกใส่"

"เราทำเองได้หรือเปล่า" "ทำเองได้แต่ที่คนงานไม่ค่อยทำเพราะเหนื่อยกับงานในฟาร์มแล้ว" 

"ถ้าป้ายังทำอาหารรสจัดสุดติ่งแบบนี้ บุษขอไข่เจียวดีกว่า" 

บอกแล้วก็คลึงตามข้อมือให้คลายปวด

"ปวดมากไหม โห มือแตกเลยนะบุษ"

"ไม่อยากเชื่อเนอะทำไม่กี่ชั่วโมงก็มือพองเลยซี้ดส์ แสบ"

"เดี๋ยวพี่เอาน้ำอุ่นกับพาราให้" ป๋องแป้งเดินไปที่ห้องครัวติดไฟต้มน้ำ ครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมกับถังน้ำอุ่นหลอดยานวดที่แบนเรียบแทบไม่เหลือ และยากินแก้ปวด บุษรินทร์ได้ผ่อนคลายมากขึ้นจากการจุ่มมือลึกจนถึงข้อ จากนั้นค่อยนวดคลึงข้อมือเบาๆ

"พี่แป้งไม่ใช่คนที่นี่เหรอคะ? " 

เธอเอ่ยถามระหว่างเตรียมตัวนอน

"ไม่หรอกพี่เป็นคนแม่ฮ่องสอนตามสามีมาทำงานที่นี่"

"แล้วสามีพี่ล่ะคะ" "เขาทิ้งไปมีคนใหม่แล้วล่ะ" ป๋องแป้งตอบด้วยสีหน้าไร้อาการเจ็บช้ำ

"บุษขอโทษที่ถามนะคะ"

"พี่เล่าได้ จะได้ไม่ถามกันทีละคำถาม หรือไปฟังจากปากคนอื่น เมื่อสามปีก่อนพี่กับสามีทำงานในฟาร์ม มีวันหนึ่งพี่ไปเดินเล่นชายหาด แล้วโดนลูกเรือประมงต่างด้าวฉุดลงเรือ นายหัวมาร์กมาเห็นเข้าก็เลยออกเรือตามไปช่วย กว่าจะตามได้ก็ผ่านไปสองวัน หลังจากขึ้นฝั่ง สามีพี่ก็รังเกียจและไปมีคนอื่น นายหัวไม่ชอบให้เกิดเรื่องชู้สาวในหมู่คนงาน ก็เลยให้เลือก ถ้าเขาเลือกพี่ก็จะให้ทำงานต่อได้ แต่ถ้าเลือกชู้ก็ออก และเขาเลือกไป"

ในน้ำเสียงเศร้าที่บอกเล่าความขมขื่น แต่ป๋องแป้งจะมีดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงนายหัว อีตามาร์กที่ช่วยป๋องแป้งคือคนเดียวกันกับที่ลักพาตัวเธอมาจริงหรือเปล่า

"มิน่าบุษเห็นพี่แป้งมองเขาแบบ...เอ่อ..."

"พี่ยอมรับว่ารักนายหัว" 'ตรงมากแม่' บุษรินทร์คิดในใจ 

"แต่ผู้หญิงอย่างพี่ไม่บังอาจหวังหรอก แค่คิดก็ผิดแล้ว อีกอย่างเขาก็มีคุณเอวาแล้ว" 

"ผู้หญิงที่มาหาเขาใช่ไหมคะ? " ถ้าเป็นสาวหัวหยิกนั่นก็ไม่เห็นจะสวยสักเท่าไหร่ ป๋องแป้งยังดูดีกว่า

"ไม่ใช่ คนนั้นชื่อสาลี่หลานป้าปั้นหยา สาลี่เป็นแค่คนดูแลนายหัวเท่านั้นเอง ว่าแต่บุษล่ะเป็นอะไรกับนายหัวมาร์ก? "

ไม่อยากเชื่อเลยว่า แววตาที่ป๋องแป้งมองเธอมันมีความอิจฉาในนั้น คงเพราะเมธาวีเป็นคนพาเธอมา และคอยตอแย นี่ถ้ารู้ว่าเขาเสนอให้เธอขึ้นเตียงด้วย ป๋องแป้งจะยังมาดูแลหายาให้กินแบบนี้ไหม แววตาบุษรินทร์ระริก เธอคงบอกว่าเป็นใครไปเสียไม่ได้นอกจาก

"บุษเป็นผู้หญิงของคุณเมธีค่ะ"

"นายหัวเมธีเหรอ?! " ท่าทางป๋องแป้งตกใจมากถึงกับหันขวับมาที่เธอ เป็นผู้หญิงของเมธีแล้วมีอะไรอย่างงั้นหรือ

"ค่ะ" "ทุกคนที่นี่โกรธแค้นผู้หญิงที่ทำให้นายหัวเมธีถูกลวงฆ่า เธอเป็นนางนกต่อที่หลอกนายหัวเมธีหรือเปล่า?"  ป๋องแป้งสีหน้าเครียด และพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

" ฉันเป็นผู้หญิงของคุณเมธี แต่ไม่ได้เป็นคนหลอกเขานะคะ" 

กว่าจะอธิบายก็เรียบเรียงแทบแย่ ดีที่บอกป๋องแป้งก่อน ไม่อย่างนั้นเธอคงเอาชีวิตไม่รอด ทุกคนที่นี่รักเมธี และพร้อมทำร้ายคนที่มีส่วนทำให้นายหัวใหญ่เสียชีวิต ปัญหาขัดแย้งเรื่องซื้อที่ดิน ผลประโยชน์และเม็ดเงินมหาศาลนี่เองเป็นฉนวนที่เชื่อได้ว่าเพื่อนจะฆ่าเพื่อนได้

บุษรินทร์เริ่มเข้าใจที่เมธาวีจับเธอมา เขาคงคิดว่าเธอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องอธิบายให้เขาฟัง และขอให้เขาปล่อยเธอกลับก่อนที่ผิวพรรณจะดำจนฟื้นฟูไม่ได้ และงานของเธอจะเสียหายคืนแรกกับการนอนแปลกที่ และอาการปวดข้อมือทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แต่ต้องตื่นมาทำงานพร้อมกินมื้อเช้าที่แสนรสชาติจัดจ้าน คั่วกลิ้งหมูพริกยกสวน ไม่รู้ว่าป้าปั้นหยาจะอะไรกับเธอนักหนา ใส่พริกจนอาหารเสียรสชาติ 

แล้วยังมาคอยพูดประชดประชันทำนองว่าแค่นี้กินไม่ได้ก็กินข้าวกับกะปิ แบบนี้ยอมได้ที่ไหนล่ะ บุษรินทร์ไม่กินข้าวเช้า แต่มื้อเที่ยงเลี่ยงไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีแรงทำงาน  

ผลคือท้องเสียจนอ่อนแรงและต้องไปนอนพักในร่ม ถ้านายหัวมาร์กมาเจอเธอสภาพนี้ยังจะชวนขึ้นเตียงไหม แต่คงสาแก่ใจเขาละสิ ตกกลางดึกฝ่ามือพุพองจากการกำด้ามพร้าปวดมากจนกำมือไม่ได้ จะแช่น้ำอุ่นโดนน้ำก็เจ็บแสบเหลือเกิน เธอร้องไห้เพราะเจ็บมือไม่รู้จะวางท่าไหน หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน

"ไหวไหมบุษ? " 

"ไม่ไหวค่ะพี่แป้ง กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย"

น้ำเสียงอ่อนล้าอย่างน่าสงสาร บุษรินทร์ลุกนั่งทำไมถึงได้เจ็บแบบนี้ก็ไม่รู้ มือข้างจับมีดหนักสุดพุพอง ป๋องแป้งบอกว่าตอนทำงานใหม่ๆ ไม่เคยเป็นขนาดนี้ ทำไมเธอถึงได้ดูบอบบางกว่าชาวบ้านเขานักนะ

"พักไปก่อนพี่จะเจียวไข่ให้ ตอนนี้ร้านขายยายังไม่เปิด เย็นนี้พี่จะเลิกงานเร็วพาไปซื้อยานะ" 

"บุษไม่มีเงินเลยนะคะ" 

พูดทั้งน้ำตาคลอ เงินมีแต่ถูกโจรลักพาตัวเอาไปเก็บไว้ ยิ่งเจ็บตัวเพราะทำงานยิ่งโกรธเขา

"ไม่เป็นไร พี่ออกให้ก่อนเดี๋ยวเงินเดือนออกก็ค่อยเอามาคืน"

ได้ยินคำว่าเงินเดือนน้ำตายิ่งจะพานไหล มีเงินเดือนที่ไหนกัน เธอต้องพูดกับเมธาวีอีกครั้ง 

คนใจดำเอามาทิ้งไว้ให้ทำงานแล้วก็หายไปไม่มาดูดำดูดีเลย ให้คนงานเอาชุดทำงานมาให้เธอเพิ่ม แค่ไม่กี่ชุดเอง ชุดชั้นในก็ไม่มีให้ จนป๋องแป้งต้องออกไปซื้อมาให้สองชุดไว้ผลัดกัน อยากกลับกรุงเทพฯ คิดถึงน้ายุพาตอนนี้เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้  อีกอย่างโรสคงเป็นห่วงและตามหาเธอ คนที่นี่ใช้มือถือกันไหม ว่าแต่เบอร์ยัยโรสเบอร์อะไร เมมในเครื่องแล้วก็ไม่จำเลย 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status