Partager

บทที่ 7

Auteur: มังกรเร้นรุ้งยาว
จากนั้นคนผู้นี้ก็หยิบใบรายการของขวัญแผ่ออกมายาวเหยียด

“แจกันหยกลายครามกิ่งเถามงคลหนึ่งคู่ จานทองลายเมฆนกกระเรียนมงคลหนึ่งคู่ ที่นาดีชานเมืองหลวงหนึ่งพันหมู่ ร้านค้าเกลือสิบแห่ง โรงทอผ้าไหมสิบแห่ง......”

ทันทีที่วาจานี้ลั่นออกไป ทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น

“พระเจ้าช่วย จิ้นอ๋องช่างทุ่มไม่อั้นจริง ๆ !”

“ไม่กี่วันก่อนได้ยินมาว่าจิ้นอ๋องถึงขั้นส่งขบวนเกี้ยวส่วนตัวไปรับซูฉางเล่อด้วยนะ ครานี้ยังส่งของขวัญมากมายมาให้เช่นนี้อีก ดูท่าเขามีใจให้คุณหนูรองเข้าแล้วจริง ๆ !”

“คุณหนูรองสูงส่งภายในชั่วพริบตาแล้ว!”

ทุกคนพากันกระซิบกระซาบกันทันที แต่สิ่งที่พวกเขาสงสัยยิ่งกว่านั้นคือ

เห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูใหญ่สกุลซูมีความงามเลื่องชื่อกว่า ทั้งยังเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอก เหตุใดจิ้นอ๋องถึงได้ต้องตาคุณหนูรองล่ะ

ซูจือจือรับรู้ได้ถึงสายตาเวทนาของทุกคน ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ซูฉางเล่อกลับก้าวเข้ามาคว้าข้อมือนางไว้ ยิ้มพลางกล่าว “พี่หญิงใหญ่ เหตุใดถึงรีบร้อนกลับล่ะเจ้าคะ?”

“ปล่อย” ซูจือจือจ้องนางอย่างเย็นชา

ซูฉางเล่อฉวยโอกาสในมุมที่ทุกคนมองไม่เห็น เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ซูจือจือ อีกไม่นานเจ้าก็ต้องแต่งงานกับอินเฉิงอวี้ขันทีนั่นแล้ว ส่วนข้า ไม่นานก็จะได้ไต่ขึ้นสู่ที่สูง”

“ชะตากรรมมันช่างคล้ายกันมากใช่หรือไม่ เจ้ากับแม่ของเจ้า ล้วนถูกกำหนดให้เป็นหินรองเท้าให้พวกข้าสองแม่ลูกเหยียบ”

ครู่ถัดมา ซูจือจือยังไม่ทันตั้งตัว ซูฉางเล่อก็เทสุราทั้งจอกรดใส่ศีรษะตัวเอง

“อ๊า!”

ซูฉางเล่อส่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น น้ำตาพลันไหลรินลงมา เหยียนจี๋สือที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าพอดี

“คุณหนูรอง เป็นอันใดหรือไม่?”

“ข้า......ข้าไม่เป็นไร อย่าตำหนิพี่หญิงใหญ่เลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ดีเอง ทำให้นางอารมณ์เสีย......” นางร้องไห้หลั่งน้ำตาราวกับดอกสาลี่ที่เปียกชุ่มก็มิปาน

สายตาของเหยียนจี๋สือพลันแหลมคมดั่งมีด แฝงด้วยความโกรธที่เก็บกดจ้องไปยังซูจือจือ

“คุณหนูใหญ่!”

ซูจือจือมองไปที่ซูฉางเล่อที่กำลังร้องสะอื้น และมองทุกคนที่อยู่รอบ ๆ กำลังมองนางด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความตำหนิ

ซูฉางเล่อนะซูฉางเล่อ เจ้าแสดงละครตบตาเก่งปานนี้ เหตุใดถึงไม่ไปแสดงงิ้วซะเลยล่ะ

แต่หากนางไม่ร่วมมือด้วย ก็พลาดละครดี ๆ นี้ไปหน่ะสิ

ทันใดนั้นนางหยิบจอกสุราก้าวเดินไปข้างหน้า สาดหน้าใส่หน้านางอย่างแรงต่อหน้าต่อตาของทุกคน

ซูจือจือปาจอกสุราแตกบนเท้าของซูฉางเล่อ กล่าวเน้นย้ำกับเหยียนจี๋สือว่า

“ดูซะ นี่ต่างหากที่ข้าสาด”

นางหันหลังก้าวเท้าเดินจากไป

นางเพิ่งเดินมาถึงสวนเล็ก ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังตามมาจากด้านหลัง

ซูจือจือไม่ได้หันไปมองแต่อย่างใด แค่กล่าวอย่างประชดประชัน

“ทำไม อยากทำให้ข้าสลบแล้วแก้แค้นแทนคุณหนูรองซูของเจ้าอีกหรือ?”

ฝีเท้าของเหยียนจี๋สือชะงักลง

ซูจือจือรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร

เป็นไปไม่ได้ คนที่เขาส่งไปล้วนเป็นคนหน้าใหม่ทั้งนั้น

เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวว่า “ซูจือจือ เจ้ามีทุกอย่างแล้ว เหตุใดต้องทำให้คุณหนูรองลำบากใจด้วย?”

“ข้าทำให้นางลำบากใจอย่างนั้นหรือ?”

ซูจือจือราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันก็มิปาน หัวเราะจนตัวงอ แต่หัวเราะไปหัวเราะมาน้ำตาของนางก็ไหลออกมา

“พอสองแม่ลูกคู่นั้นเข้ามาในจวนสกุลซู ก็ทำให้แม่ของข้าต้องแขวนคอตาย หลายปีที่ผ่านมานี้ แม้นางจะเป็นลูกนอกสมรส แต่กลับได้รับความรักทั้งหมดของท่านพ่อ แค่นางเอ่ยความปรารถนาออกมาคำเดียว ท่านพ่อก็ยกทุกอย่างของข้าให้นางแล้ว เรือนของข้า บ่าวรับใช้ของข้า ตอนนี้แม้แต่คนที่ข้ารัก......”

นางมองเหยียนจี๋สือด้วยดวงตาที่พร่ามัว

แม้แต่คนที่นางรักที่สุด ก็ยังถูกซูฉางเล่อแย่งชิงไป

ในจวนแห่งนี้ นางไม่เหลืออันใดอีกแล้ว

เหยียนจี๋สือเข้ามาอยู่ในจวนสามปี นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นซูจือจือเสียงแหบพร่าจนแทบหมดแรงเช่นนี้

ในสายตาเขา ซูจือจือเป็นคนสดใส สง่างามแต่หยิ่งยโส เขาไม่เคยเห็นนางในสภาพที่จนตรอกเช่นนี้มาก่อนเลย

“แต่คุณหนูรองบอกว่าหลายปีที่ผ่านมานี้นางอยู่ในกำมือของเจ้า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก” เหยียนจี๋สือกล่าวเสียงขรึม

ซูจือจือหัวเราะเยาะก่อนจะสะบัดมือเขา

เหยียนจี๋สือมองแผ่นหลังของนาง รู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดในใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ แต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็สั่งให้คนนำผ้าแพรไหมมา

ซูจือจืออยู่ที่หน้าต่าง เห็นเขากัดปลายนิ้วตัวเองกับตา และเขียนหนังสือสู่ขอทีละตัว

องครักษ์เงาที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวโน้มน้าวว่า “ท่านอ๋อง ไม่ได้นะขอรับ จะให้ร่างกายของท่านอ๋องบาดเจ็บได้อย่างไร ให้ข้าน้อยทำให้เถอะขอรับ”

เหยียนจี๋สือกลับกล่าวอย่างแน่วแน่ “ทุกอย่างที่ฉางเล่อต้องการ ข้าจะทำให้นาง”

บนมือเขาเปื้อนไปด้วยเลือด หัวใจของซูจือจือก็เช่นกัน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป เหยียนจี๋สือก็เขียนหนังสือสู่ขอเสร็จ และขึ้นรถม้าด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

“ไปภูเขาตงหลิน”

“ไม่ได้นะขอรับท่านอ๋อง ราชาหมาป่าตาขาวนั่นโหดเหี้ยมยิ่งนัก ท่านเลือดอาบปานนี้จะไป......”

องครักษ์เงาไม่ทันพูดจบ เหยียนจี๋สือก็หันขวับมาจ้องหน้าอย่างดุดัน

“ไปบังคับม้า!”

จากนั้นเสียงเคลื่อนรถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนหายไป ซูจือจือนึกถึงคำพูดในงานเลี้ยงของซูฉางเล่อขึ้นมาได้ นางค่อย ๆ หลับตาลง

เหยียนจี๋สือ เจ้าช่างมีความรักอย่างลึกซึ้งเสียจริง

ยามดึก เนื้อตัวเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยบาดแผล นำหนังราชาหมาป่าตาขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดกลับมายังจวนสกุลซู

เป็นดังคาด เขาไปที่เรือนของซูฉางเล่อจริง ๆ

ซูจือจือหัวเราะเยาะออกมาคำหนึ่ง และในขณะที่นางกำลังกลับมาที่เรือนของตัวเอง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงซูฉางเล่อกับสาวใช้คนสนิท

“คุณหนูรอง เหยียนจี๋สือเอาหนังราชาหมาป่าตาขาวมามอบให้คุณหนูจริง ๆ หรือเจ้าคะ พระเจ้าช่วย ข้าน้อยได้ยินมาว่าราชาหมาป่านั่นโหดเหี้ยมยิ่งนัก กินคนไปตั้งหลายสิบคน เขาช่างเสียสละชีวิตตัวเองจริง ๆ เลยเจ้าค่ะ และอีกอย่างข้าน้อยเห็นเขาเขียนหนังสือสู่ขอด้วยเลือดให้คุณหนูด้วยนะเจ้าคะ หรือว่าเขาอยากแต่งงานกับคุณหนู?”

“เขานะหรือ?”

ในที่ลับตาคน ในที่สุดซูฉางเล่อก็เผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา “ข้าเป็นถึงคนที่จิ้นอ๋องหมายตา เขาเป็นแค่ชายบำเรอสวาทคนนึงมีสิทธิ์คิดเช่นนั้นกับข้าได้หรือ?”

“ข้าแค่เห็นว่าเขารูปร่างหน้าตาดี มองเขาเป็นของเล่นสนุก ๆ ยามว่างก็เท่านั้น”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 8

    “คุณหนูรอง นี่หากคุณชายเหยียนรู้เข้า......” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวัง“รู้แล้วอย่างไร?” ซูฉางเล่อเป่าเล็บที่เรียวยาวราวกับต้นหอมของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างไรเสียเขาก็รักข้าจะตาย แค่ข้ากระดิกนิ้วหนึ่งที เขาก็วิ่งมาหาเหมือนสุนัขแล้ว”ซูจือจือที่ยืนอยู่หลังกำแพงได้แค่หัวเราะเยาะเหยียนจี๋สือ นี่นะห

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 3

    ทุกคนบริเวณรอบต่างตกใจคุณหนูท่านหนึ่งกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ม้าพ่วงสิบแปดตัวเลยหรือ? นะ......นี่ไม่ใช่จวนอ๋องหรือที่มีขบวนเกี้ยวเช่นนี้ได้?”คนบังคับรถม้าอธิบาย “ไม่ผิดหรอก ข้าเป็นคนของจวนจิ้นอ๋อง จิ้นอ๋องมีคำสั่ง ให้ใช้ขบวนเกี้ยวส่วนตัวมารับคุณหนูรองซูไปที่จวนองค์หญิง!”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนแตกตื

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 2

    ดวงตาอันเย็นชาของเหยียนจี๋สือเงยขึ้นซูจือจือหรี่ตาลง ยืนขวางหน้าเขา“เหยียนจี๋สือ ความกล้าของเจ้านับวันยิ่งมากขึ้นแล้วจริง ๆ กล้าพาใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องของข้า”อาจเป็นเพราะตัวเขาเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าซูจือจือจะบังเอิญมาเห็นอันใดเหยียนจี๋สือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงากลับไป ส

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 1

    “เหยียนจี๋สือ เมื่อไหร่เจ้าจะรับข้าเป็นภรรยา?”ซูจือจือร่างเปลือยกาย ถูกบุรุษที่สูงกว่าหนึ่งศีรษะกดทับบนตั่งนอน เสียงขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะดังอย่างต่อเนื่องกรามของบุรุษเกร็งตึง เหงื่อร้อนผ่าวหยดลงบนแผ่นหลังของนาง กล่าวเสียงต่ำว่า “ขอแค่เจ้าตกลง ฉางเล่อ……”ฉางเล่อซูจือจือที่เดิมทีเคลิบเคลิ้มอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status