Share

บทที่ 7

Penulis: มังกรเร้นรุ้งยาว
จากนั้นคนผู้นี้ก็หยิบใบรายการของขวัญแผ่ออกมายาวเหยียด

“แจกันหยกลายครามกิ่งเถามงคลหนึ่งคู่ จานทองลายเมฆนกกระเรียนมงคลหนึ่งคู่ ที่นาดีชานเมืองหลวงหนึ่งพันหมู่ ร้านค้าเกลือสิบแห่ง โรงทอผ้าไหมสิบแห่ง......”

ทันทีที่วาจานี้ลั่นออกไป ทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น

“พระเจ้าช่วย จิ้นอ๋องช่างทุ่มไม่อั้นจริง ๆ !”

“ไม่กี่วันก่อนได้ยินมาว่าจิ้นอ๋องถึงขั้นส่งขบวนเกี้ยวส่วนตัวไปรับซูฉางเล่อด้วยนะ ครานี้ยังส่งของขวัญมากมายมาให้เช่นนี้อีก ดูท่าเขามีใจให้คุณหนูรองเข้าแล้วจริง ๆ !”

“คุณหนูรองสูงส่งภายในชั่วพริบตาแล้ว!”

ทุกคนพากันกระซิบกระซาบกันทันที แต่สิ่งที่พวกเขาสงสัยยิ่งกว่านั้นคือ

เห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูใหญ่สกุลซูมีความงามเลื่องชื่อกว่า ทั้งยังเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอก เหตุใดจิ้นอ๋องถึงได้ต้องตาคุณหนูรองล่ะ

ซูจือจือรับรู้ได้ถึงสายตาเวทนาของทุกคน ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ซูฉางเล่อกลับก้าวเข้ามาคว้าข้อมือนางไว้ ยิ้มพลางกล่าว “พี่หญิงใหญ่ เหตุใดถึงรีบร้อนกลับล่ะเจ้าคะ?”

“ปล่อย” ซูจือจือจ้องนางอย่างเย็นชา

ซูฉางเล่อฉวยโอกาสในมุมที่ทุกคนมองไม่เห็น เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ซูจือจือ อีกไม่นานเจ้าก็ต้องแต่งงานกับอินเฉิงอวี้ขันทีนั่นแล้ว ส่วนข้า ไม่นานก็จะได้ไต่ขึ้นสู่ที่สูง”

“ชะตากรรมมันช่างคล้ายกันมากใช่หรือไม่ เจ้ากับแม่ของเจ้า ล้วนถูกกำหนดให้เป็นหินรองเท้าให้พวกข้าสองแม่ลูกเหยียบ”

ครู่ถัดมา ซูจือจือยังไม่ทันตั้งตัว ซูฉางเล่อก็เทสุราทั้งจอกรดใส่ศีรษะตัวเอง

“อ๊า!”

ซูฉางเล่อส่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น น้ำตาพลันไหลรินลงมา เหยียนจี๋สือที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าพอดี

“คุณหนูรอง เป็นอันใดหรือไม่?”

“ข้า......ข้าไม่เป็นไร อย่าตำหนิพี่หญิงใหญ่เลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ดีเอง ทำให้นางอารมณ์เสีย......” นางร้องไห้หลั่งน้ำตาราวกับดอกสาลี่ที่เปียกชุ่มก็มิปาน

สายตาของเหยียนจี๋สือพลันแหลมคมดั่งมีด แฝงด้วยความโกรธที่เก็บกดจ้องไปยังซูจือจือ

“คุณหนูใหญ่!”

ซูจือจือมองไปที่ซูฉางเล่อที่กำลังร้องสะอื้น และมองทุกคนที่อยู่รอบ ๆ กำลังมองนางด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความตำหนิ

ซูฉางเล่อนะซูฉางเล่อ เจ้าแสดงละครตบตาเก่งปานนี้ เหตุใดถึงไม่ไปแสดงงิ้วซะเลยล่ะ

แต่หากนางไม่ร่วมมือด้วย ก็พลาดละครดี ๆ นี้ไปหน่ะสิ

ทันใดนั้นนางหยิบจอกสุราก้าวเดินไปข้างหน้า สาดหน้าใส่หน้านางอย่างแรงต่อหน้าต่อตาของทุกคน

ซูจือจือปาจอกสุราแตกบนเท้าของซูฉางเล่อ กล่าวเน้นย้ำกับเหยียนจี๋สือว่า

“ดูซะ นี่ต่างหากที่ข้าสาด”

นางหันหลังก้าวเท้าเดินจากไป

นางเพิ่งเดินมาถึงสวนเล็ก ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังตามมาจากด้านหลัง

ซูจือจือไม่ได้หันไปมองแต่อย่างใด แค่กล่าวอย่างประชดประชัน

“ทำไม อยากทำให้ข้าสลบแล้วแก้แค้นแทนคุณหนูรองซูของเจ้าอีกหรือ?”

ฝีเท้าของเหยียนจี๋สือชะงักลง

ซูจือจือรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร

เป็นไปไม่ได้ คนที่เขาส่งไปล้วนเป็นคนหน้าใหม่ทั้งนั้น

เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวว่า “ซูจือจือ เจ้ามีทุกอย่างแล้ว เหตุใดต้องทำให้คุณหนูรองลำบากใจด้วย?”

“ข้าทำให้นางลำบากใจอย่างนั้นหรือ?”

ซูจือจือราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันก็มิปาน หัวเราะจนตัวงอ แต่หัวเราะไปหัวเราะมาน้ำตาของนางก็ไหลออกมา

“พอสองแม่ลูกคู่นั้นเข้ามาในจวนสกุลซู ก็ทำให้แม่ของข้าต้องแขวนคอตาย หลายปีที่ผ่านมานี้ แม้นางจะเป็นลูกนอกสมรส แต่กลับได้รับความรักทั้งหมดของท่านพ่อ แค่นางเอ่ยความปรารถนาออกมาคำเดียว ท่านพ่อก็ยกทุกอย่างของข้าให้นางแล้ว เรือนของข้า บ่าวรับใช้ของข้า ตอนนี้แม้แต่คนที่ข้ารัก......”

นางมองเหยียนจี๋สือด้วยดวงตาที่พร่ามัว

แม้แต่คนที่นางรักที่สุด ก็ยังถูกซูฉางเล่อแย่งชิงไป

ในจวนแห่งนี้ นางไม่เหลืออันใดอีกแล้ว

เหยียนจี๋สือเข้ามาอยู่ในจวนสามปี นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นซูจือจือเสียงแหบพร่าจนแทบหมดแรงเช่นนี้

ในสายตาเขา ซูจือจือเป็นคนสดใส สง่างามแต่หยิ่งยโส เขาไม่เคยเห็นนางในสภาพที่จนตรอกเช่นนี้มาก่อนเลย

“แต่คุณหนูรองบอกว่าหลายปีที่ผ่านมานี้นางอยู่ในกำมือของเจ้า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก” เหยียนจี๋สือกล่าวเสียงขรึม

ซูจือจือหัวเราะเยาะก่อนจะสะบัดมือเขา

เหยียนจี๋สือมองแผ่นหลังของนาง รู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดในใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ แต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็สั่งให้คนนำผ้าแพรไหมมา

ซูจือจืออยู่ที่หน้าต่าง เห็นเขากัดปลายนิ้วตัวเองกับตา และเขียนหนังสือสู่ขอทีละตัว

องครักษ์เงาที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวโน้มน้าวว่า “ท่านอ๋อง ไม่ได้นะขอรับ จะให้ร่างกายของท่านอ๋องบาดเจ็บได้อย่างไร ให้ข้าน้อยทำให้เถอะขอรับ”

เหยียนจี๋สือกลับกล่าวอย่างแน่วแน่ “ทุกอย่างที่ฉางเล่อต้องการ ข้าจะทำให้นาง”

บนมือเขาเปื้อนไปด้วยเลือด หัวใจของซูจือจือก็เช่นกัน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป เหยียนจี๋สือก็เขียนหนังสือสู่ขอเสร็จ และขึ้นรถม้าด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

“ไปภูเขาตงหลิน”

“ไม่ได้นะขอรับท่านอ๋อง ราชาหมาป่าตาขาวนั่นโหดเหี้ยมยิ่งนัก ท่านเลือดอาบปานนี้จะไป......”

องครักษ์เงาไม่ทันพูดจบ เหยียนจี๋สือก็หันขวับมาจ้องหน้าอย่างดุดัน

“ไปบังคับม้า!”

จากนั้นเสียงเคลื่อนรถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนหายไป ซูจือจือนึกถึงคำพูดในงานเลี้ยงของซูฉางเล่อขึ้นมาได้ นางค่อย ๆ หลับตาลง

เหยียนจี๋สือ เจ้าช่างมีความรักอย่างลึกซึ้งเสียจริง

ยามดึก เนื้อตัวเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยบาดแผล นำหนังราชาหมาป่าตาขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดกลับมายังจวนสกุลซู

เป็นดังคาด เขาไปที่เรือนของซูฉางเล่อจริง ๆ

ซูจือจือหัวเราะเยาะออกมาคำหนึ่ง และในขณะที่นางกำลังกลับมาที่เรือนของตัวเอง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงซูฉางเล่อกับสาวใช้คนสนิท

“คุณหนูรอง เหยียนจี๋สือเอาหนังราชาหมาป่าตาขาวมามอบให้คุณหนูจริง ๆ หรือเจ้าคะ พระเจ้าช่วย ข้าน้อยได้ยินมาว่าราชาหมาป่านั่นโหดเหี้ยมยิ่งนัก กินคนไปตั้งหลายสิบคน เขาช่างเสียสละชีวิตตัวเองจริง ๆ เลยเจ้าค่ะ และอีกอย่างข้าน้อยเห็นเขาเขียนหนังสือสู่ขอด้วยเลือดให้คุณหนูด้วยนะเจ้าคะ หรือว่าเขาอยากแต่งงานกับคุณหนู?”

“เขานะหรือ?”

ในที่ลับตาคน ในที่สุดซูฉางเล่อก็เผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา “ข้าเป็นถึงคนที่จิ้นอ๋องหมายตา เขาเป็นแค่ชายบำเรอสวาทคนนึงมีสิทธิ์คิดเช่นนั้นกับข้าได้หรือ?”

“ข้าแค่เห็นว่าเขารูปร่างหน้าตาดี มองเขาเป็นของเล่นสนุก ๆ ยามว่างก็เท่านั้น”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status