Share

บทที่ 6

Author: มังกรเร้นรุ้งยาว
นับตั้งแต่วันที่ซูจือจือทำให้ซูฉางเล่อบาดเจ็บ เหยียนจี๋สือก็ไม่ย่างกรายเข้ามาในเรือนนางอีกเลย

วันนี้ คนของจวนพระเก้าพันปีเชิญนางออกไปเลือกเครื่องประดับศีรษะสำหรับงานแต่งงาน

ซูจือจือเพิ่งออกจากจวน จู่ ๆ ก็ถูกคนใช้มือสับต้นคอ

นางยังไม่ทันตั้งตัวก็หมดสติไป

เมื่อนางฟื้นขึ้นมา ตรงหน้ากลับมืดสนิท แขนขาก็ถูกมัดไว้แน่น

ซูจือจือกำลังจะดิ้นรนก็ถูกผลักล้มลงไปกับพื้น

ครู่ถัดมา ถ้วยกระเบื้องจากทั่วทุกทิศทางปาใส่มาที่นาง

เพล้ง!

เพล้ง!

ไม่นานนัก นางก็ถูกปาจนศีรษะเต็มไปด้วยเลือด ผิวกายก็ถูกเศษกระเบื้องที่แตกเกลื่อนพื้นแทงจนเลือดเนื้อปริเละไปทั่ว

ซูจือจือกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บปวด ฝืนทนความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถาโถมมาเป็นระลอก เหงื่อชุ่มทั่วหน้าผาก เลือดสีแดงสดไหลลงมาจากมุมปาก หยดลงบนกรามที่ซีดเผือด

“คุณหนูซู อย่าหาว่าพวกเราเหี้ยมโหดเลยนะ ก็ใครใช้ให้ท่านล่วงเกินคนอื่นกันล่ะ”

คนผู้นี้ยังพูดไม่ทันจบ ถ้วยกระเบื้องก็ถูกปาลงมาใส่นางอย่างไม่ยั้ง

ทุกครั้งที่ปาล้วนออกแรงสุดกำลัง ปาใส่กระดูกเลือดเนื้อนางอย่างโหดเหี้ยม

ซูจือจือกัดริมฝีปากล่างตัวเองแทบขาดถึงจะกลั้นเสียงครวญเจ็บในลำคอไว้ได้

นางไม่รู้เลยว่าตนเองไปล่วงเกินผู้ใดไว้ ถึงต้องรับการลงทัณฑ์อันโหดร้ายเช่นนี้!

จนในที่สุดขณะที่นางทนแทบไม่ไหว เจ็บปวดจนเกือบจะหมดสติ การลงโทษนี้จึงสิ้นสุดลง

ผู้ที่ลงโทษเดินออกไปด้านนอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพว่า

“นายท่าน ปาถ้วยชาครบร้อยใบแล้วขอรับ”

“ส่งนางกลับจวน”

ด้านนอกไกลออกไป เสียงทุ้มต่ำอย่างคลุมเครือเสียงหนึ่งดังขึ้น

หากเป็นคนอื่นก็อาจจะฟังไม่ออก แต่ซูจือจือเคยคลอเคลียแนบชิดกับคนผู้นี้มาสามปี จะไม่รู้ได้อย่างไรเล่าว่าคนผู้นี้เป็นใคร

เป็นเหยียนจี๋สือ

เพียงเพราะตนเองไม่ทันระวังปาไปโดนซูฉางเล่อครั้งเดียว เขาก็ให้คนปาใส่นางถึงร้อยครั้งเพื่อชดใช้เลยหรือ

เหยียนจี๋สือ เจ้าช่างดียิ่งนัก!

ดวงตาของซูจือจือแดงก่ำ ภายใต้ความเจ็บปวดและความโกรธ ในที่สุดนางก็หมดสติไป

เมื่อนางฟื้นมาอีกครั้ง ก็เป็นวันที่สามให้หลังแล้ว

ซูจือจือบาดเจ็บถึงกระดูก ทุกครั้งที่หายใจล้วนเจ็บปวดราวกับหัวใจฉีกขาด

สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกกลับพูดว่า “คุณชายเหยียนช่างเอาใจใส่คุณหนูรองมากจริง ๆ เข่าคุณหนูรองแค่ถลอกเป็นแผลเล็ก ๆ เขากลับร้อนใจออกไปซื้อยาให้กลางดึก แต่คุณหนูใหญ่นี่สิ บาดเจ็บหนักจนลุกจากเตียงแทบไม่ได้ ก็ไม่เห็นคุณชายเหยียนมาเยี่ยมสักครั้ง”

“จากที่ข้าดูนะ ไม่แน่คุณชายเหยียนอาจมีใจให้คุณหนูรอง......”

“พวกเจ้ารีบดูนั่นสิ เขาออกไปกับคุณหนูรองอีกแล้ว ช่างน่าอิจฉาจริงๆ......”

ซูจือจือฝืนกลั้นความเจ็บปวด พยุงร่างกายของตนเองขึ้นมามองออกไปทางหน้าต่าง

ภายใต้แสงแดด เหยียนจี๋สือประคองซูฉางเล่อด้วยสองมือ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

ซูฉางเล่อเหมือนเอ่ยคำออดอ้อนอันใดสักอย่าง เหยียนจี๋สือจึงยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้านาง แล้วให้นางขึ้นขี่หลัง

ทั้ง ๆ ที่ฤดูใบไม้ผลิใกล้จะมาถึงแล้ว ซูจือจือกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

นางหลับตาลง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้น

ซูจือจือ หัวใจของเขาไม่เคยอยู่ที่เจ้าเลย เหตุใดเจ้ายังเสียน้ำตาเพื่อเขาอีก

ปล่อยวางเสียเถิด!

อย่าฝืนดันทุรังอีกเลย

ในสายตาเขา น้ำตาของเจ้ายังเทียบโคลนที่ไหลลงจากชายคาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

ทว่าน้ำตาของนางยังไหลรินลงมาไม่หยุด

จนในที่สุด หลังจากนางบาดเจ็บหนักมาได้สิบวัน พวกเขาก็ยังได้เจอหน้ากัน

เหยียนจี๋สือเดินเข้ามาในห้องนอนของซูจือจือ ใบหน้าคมสันโครงหน้าชัดเจนภายใต้แสงแดดราวกับรูปปั้นสลักก็มิปาน

“คุณหนูใหญ่ ใกล้จะถึงวันเกิดของคุณหนูรองแล้ว ขอเชิญคุณหนูใหญ่ด้วย”

ซูจือจือเงยหน้าขึ้น ดวงตางดงามนั้นมีความหม่นมัวที่ยากคาดเดา

“ข้าบาดเจ็บหนักมาหลายวัน เจ้าไม่เคยย่างกรายเข้ามาในเรือนข้าเลย ตอนนี้มาหาข้าก็เพื่อซูฉางเล่ออย่างนั้นหรือ?”

เหยียนจี๋สือที่อยู่ในเงามืดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองซูจือจือที่เจ็บป่วยอ่อนแรงราวกับต้องการพูดบางอย่าง

ซูจือจือกลับเบือนหน้าหนี ไม่อยากฟังอันใดอีกแล้ว

“ออกไปเถอะ ข้าจะทำให้ตามที่เจ้าต้องการ”

งานเลี้ยงวันเกิดของซูฉางเล่อเริ่มขึ้นตามกำหนด บิดาซูเชิญผู้มีอำนาจและบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมาอย่างพร้อมหน้า ความยิ่งใหญ่ของงานยิ่งใหญ่กว่างานเลี้ยงวันเกิดของซูจือจือบุตรสาวคนโตไม่รู้กี่เท่า

นางสวมอาภรณ์แขนกว้างสีชมพูลูกท้อ ยืนท่ามกลางฝูงชนดุจจันทราที่ล้อมรอบไปด้วยดวงดารา

“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาจริง ๆ ด้วย ข้าว่าแล้วเชียว ทั้งจวนนี้มีแค่พี่ใหญ่เหยียนคนเดียวเท่านั้นที่เชิญท่านมาได้!” ซูฉางเล่อวิ่งเหยาะ ๆ มาด้วยความยินดีพลางยื่นมือจะจับมือของซูจือจือ

ซูจือจือหลบด้วยความรังเกียจ “ไปให้พ้น!”

ดวงตาซูฉางเล่อแดงก่ำขึ้นทันที มองไปที่บิดาซูด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

บิดาซูสีหน้าดำคล้ำขึ้นทันที “ซูจือจือ เจ้าไม่รู้กาละเทศะบ้างหรือไง วันนี้เป็นวันเกิดน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้านะ เจ้าจะก่อเรื่องอันใดอีก?”

ซูจือจือหัวเราะเยาะในใจ ก่อเรื่องอย่างนั้นหรือ

ที่แท้ในสายตาท่านพ่อ ทุกอย่างที่นางทำล้วนเป็นการก่อเรื่องทั้งสิ้น

แต่ก่อนท่านพ่อเคยปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาอ่อนโยน แต่นับตั้งแต่สองแม่ลูกคู่นี้เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด

มีแม่เลี้ยงก็ย่อมมีพ่อเลี้ยง คำพูดนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ

นางไม่อยากพูดมาก หันหลังเดินไปที่มุมมุมหนึ่ง

บรรดาสหายสนิทของซูฉางเล่อกระซิบเสียงเบาว่า “ฉางเล่อ เจ้าต้องทนกล้ำกลืนใจแล้วจริง ๆ แม้พี่หญิงใหญ่ของเจ้าผู้นี้จะเป็นสตรีงามอันดับหนึ่ง แต่นิสัยใจคอของนางช่างทำให้คนอื่นเอือมระอาจริง ๆ ได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันพระเก้าพันปีก็จะมาเยือนจวนเจ้าแล้ว เจ้าจะแต่งงานจริง ๆ หรือ?”

“ท่านพ่อนะหรือจะยอม” ซูฉางเล่อมองไปที่ซูจือจือด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “คนที่ต้องแต่งออกไปเป็นนางต่างหาก”

“ว่าไงนะ ซูจือจือนะหรือ อินเฉิงอวี้ผู้นั้นเป็นคนวิปริตนะ ได้ยินมาว่าสตรีที่แต่งไปอยู่ไม่ถึงวันถัดไปก็ต้องตาย ยังดีที่ไม่ใช่เจ้า แต่ฉางเล่อ เจ้าเองก็ถึงวัยที่ต้องแต่งงานออกเรือนแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้ามีคุณชายที่ถูกใจบ้างหรือยังล่ะ?”

แก้มของซูฉางเล่อแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย กล่าวอย่างเขินอายว่า “ข้ายังไม่มีตัวเลือกที่ชัดเจนหรอกนะ แต่หากใครที่จะแต่งกับข้า ต้องทำให้ได้สองอย่าง อย่างแรกเขาต้องรักข้าจริง ๆ รักถึงขั้นสามารถกรีดเลือดสาบาน เขียนหนังสือเลือดมาสู่ขอข้าได้ อย่างที่สอง เขาต้องเป็นวีรบุรุษอย่างแท้จริง ต้องไปที่เขาตงหลินเอาหนังของราชาหมาป่าตาขาวมาให้ข้าได้ เช่นนี้ข้าถึงจะยอมแต่งกับเขา......”

นางยังไม่ทันพูดจบ จู่ ๆ เสียงประกาศจากด้านนอกก็ดังก้องขึ้น

“จวนจิ้นอ๋องส่งของขวัญวันเกิดมาให้คุณหนูรอง อวยพรให้คุณหนูรองสมหวังดั่งปรารถนาทุกประการ ปลอดภัยมีความสุข......”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status