Share

บทที่ 6

Penulis: มังกรเร้นรุ้งยาว
นับตั้งแต่วันที่ซูจือจือทำให้ซูฉางเล่อบาดเจ็บ เหยียนจี๋สือก็ไม่ย่างกรายเข้ามาในเรือนนางอีกเลย

วันนี้ คนของจวนพระเก้าพันปีเชิญนางออกไปเลือกเครื่องประดับศีรษะสำหรับงานแต่งงาน

ซูจือจือเพิ่งออกจากจวน จู่ ๆ ก็ถูกคนใช้มือสับต้นคอ

นางยังไม่ทันตั้งตัวก็หมดสติไป

เมื่อนางฟื้นขึ้นมา ตรงหน้ากลับมืดสนิท แขนขาก็ถูกมัดไว้แน่น

ซูจือจือกำลังจะดิ้นรนก็ถูกผลักล้มลงไปกับพื้น

ครู่ถัดมา ถ้วยกระเบื้องจากทั่วทุกทิศทางปาใส่มาที่นาง

เพล้ง!

เพล้ง!

ไม่นานนัก นางก็ถูกปาจนศีรษะเต็มไปด้วยเลือด ผิวกายก็ถูกเศษกระเบื้องที่แตกเกลื่อนพื้นแทงจนเลือดเนื้อปริเละไปทั่ว

ซูจือจือกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บปวด ฝืนทนความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถาโถมมาเป็นระลอก เหงื่อชุ่มทั่วหน้าผาก เลือดสีแดงสดไหลลงมาจากมุมปาก หยดลงบนกรามที่ซีดเผือด

“คุณหนูซู อย่าหาว่าพวกเราเหี้ยมโหดเลยนะ ก็ใครใช้ให้ท่านล่วงเกินคนอื่นกันล่ะ”

คนผู้นี้ยังพูดไม่ทันจบ ถ้วยกระเบื้องก็ถูกปาลงมาใส่นางอย่างไม่ยั้ง

ทุกครั้งที่ปาล้วนออกแรงสุดกำลัง ปาใส่กระดูกเลือดเนื้อนางอย่างโหดเหี้ยม

ซูจือจือกัดริมฝีปากล่างตัวเองแทบขาดถึงจะกลั้นเสียงครวญเจ็บในลำคอไว้ได้

นางไม่รู้เลยว่าตนเองไปล่วงเกินผู้ใดไว้ ถึงต้องรับการลงทัณฑ์อันโหดร้ายเช่นนี้!

จนในที่สุดขณะที่นางทนแทบไม่ไหว เจ็บปวดจนเกือบจะหมดสติ การลงโทษนี้จึงสิ้นสุดลง

ผู้ที่ลงโทษเดินออกไปด้านนอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพว่า

“นายท่าน ปาถ้วยชาครบร้อยใบแล้วขอรับ”

“ส่งนางกลับจวน”

ด้านนอกไกลออกไป เสียงทุ้มต่ำอย่างคลุมเครือเสียงหนึ่งดังขึ้น

หากเป็นคนอื่นก็อาจจะฟังไม่ออก แต่ซูจือจือเคยคลอเคลียแนบชิดกับคนผู้นี้มาสามปี จะไม่รู้ได้อย่างไรเล่าว่าคนผู้นี้เป็นใคร

เป็นเหยียนจี๋สือ

เพียงเพราะตนเองไม่ทันระวังปาไปโดนซูฉางเล่อครั้งเดียว เขาก็ให้คนปาใส่นางถึงร้อยครั้งเพื่อชดใช้เลยหรือ

เหยียนจี๋สือ เจ้าช่างดียิ่งนัก!

ดวงตาของซูจือจือแดงก่ำ ภายใต้ความเจ็บปวดและความโกรธ ในที่สุดนางก็หมดสติไป

เมื่อนางฟื้นมาอีกครั้ง ก็เป็นวันที่สามให้หลังแล้ว

ซูจือจือบาดเจ็บถึงกระดูก ทุกครั้งที่หายใจล้วนเจ็บปวดราวกับหัวใจฉีกขาด

สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกกลับพูดว่า “คุณชายเหยียนช่างเอาใจใส่คุณหนูรองมากจริง ๆ เข่าคุณหนูรองแค่ถลอกเป็นแผลเล็ก ๆ เขากลับร้อนใจออกไปซื้อยาให้กลางดึก แต่คุณหนูใหญ่นี่สิ บาดเจ็บหนักจนลุกจากเตียงแทบไม่ได้ ก็ไม่เห็นคุณชายเหยียนมาเยี่ยมสักครั้ง”

“จากที่ข้าดูนะ ไม่แน่คุณชายเหยียนอาจมีใจให้คุณหนูรอง......”

“พวกเจ้ารีบดูนั่นสิ เขาออกไปกับคุณหนูรองอีกแล้ว ช่างน่าอิจฉาจริงๆ......”

ซูจือจือฝืนกลั้นความเจ็บปวด พยุงร่างกายของตนเองขึ้นมามองออกไปทางหน้าต่าง

ภายใต้แสงแดด เหยียนจี๋สือประคองซูฉางเล่อด้วยสองมือ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

ซูฉางเล่อเหมือนเอ่ยคำออดอ้อนอันใดสักอย่าง เหยียนจี๋สือจึงยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้านาง แล้วให้นางขึ้นขี่หลัง

ทั้ง ๆ ที่ฤดูใบไม้ผลิใกล้จะมาถึงแล้ว ซูจือจือกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

นางหลับตาลง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้น

ซูจือจือ หัวใจของเขาไม่เคยอยู่ที่เจ้าเลย เหตุใดเจ้ายังเสียน้ำตาเพื่อเขาอีก

ปล่อยวางเสียเถิด!

อย่าฝืนดันทุรังอีกเลย

ในสายตาเขา น้ำตาของเจ้ายังเทียบโคลนที่ไหลลงจากชายคาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

ทว่าน้ำตาของนางยังไหลรินลงมาไม่หยุด

จนในที่สุด หลังจากนางบาดเจ็บหนักมาได้สิบวัน พวกเขาก็ยังได้เจอหน้ากัน

เหยียนจี๋สือเดินเข้ามาในห้องนอนของซูจือจือ ใบหน้าคมสันโครงหน้าชัดเจนภายใต้แสงแดดราวกับรูปปั้นสลักก็มิปาน

“คุณหนูใหญ่ ใกล้จะถึงวันเกิดของคุณหนูรองแล้ว ขอเชิญคุณหนูใหญ่ด้วย”

ซูจือจือเงยหน้าขึ้น ดวงตางดงามนั้นมีความหม่นมัวที่ยากคาดเดา

“ข้าบาดเจ็บหนักมาหลายวัน เจ้าไม่เคยย่างกรายเข้ามาในเรือนข้าเลย ตอนนี้มาหาข้าก็เพื่อซูฉางเล่ออย่างนั้นหรือ?”

เหยียนจี๋สือที่อยู่ในเงามืดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองซูจือจือที่เจ็บป่วยอ่อนแรงราวกับต้องการพูดบางอย่าง

ซูจือจือกลับเบือนหน้าหนี ไม่อยากฟังอันใดอีกแล้ว

“ออกไปเถอะ ข้าจะทำให้ตามที่เจ้าต้องการ”

งานเลี้ยงวันเกิดของซูฉางเล่อเริ่มขึ้นตามกำหนด บิดาซูเชิญผู้มีอำนาจและบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมาอย่างพร้อมหน้า ความยิ่งใหญ่ของงานยิ่งใหญ่กว่างานเลี้ยงวันเกิดของซูจือจือบุตรสาวคนโตไม่รู้กี่เท่า

นางสวมอาภรณ์แขนกว้างสีชมพูลูกท้อ ยืนท่ามกลางฝูงชนดุจจันทราที่ล้อมรอบไปด้วยดวงดารา

“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาจริง ๆ ด้วย ข้าว่าแล้วเชียว ทั้งจวนนี้มีแค่พี่ใหญ่เหยียนคนเดียวเท่านั้นที่เชิญท่านมาได้!” ซูฉางเล่อวิ่งเหยาะ ๆ มาด้วยความยินดีพลางยื่นมือจะจับมือของซูจือจือ

ซูจือจือหลบด้วยความรังเกียจ “ไปให้พ้น!”

ดวงตาซูฉางเล่อแดงก่ำขึ้นทันที มองไปที่บิดาซูด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

บิดาซูสีหน้าดำคล้ำขึ้นทันที “ซูจือจือ เจ้าไม่รู้กาละเทศะบ้างหรือไง วันนี้เป็นวันเกิดน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้านะ เจ้าจะก่อเรื่องอันใดอีก?”

ซูจือจือหัวเราะเยาะในใจ ก่อเรื่องอย่างนั้นหรือ

ที่แท้ในสายตาท่านพ่อ ทุกอย่างที่นางทำล้วนเป็นการก่อเรื่องทั้งสิ้น

แต่ก่อนท่านพ่อเคยปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาอ่อนโยน แต่นับตั้งแต่สองแม่ลูกคู่นี้เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด

มีแม่เลี้ยงก็ย่อมมีพ่อเลี้ยง คำพูดนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ

นางไม่อยากพูดมาก หันหลังเดินไปที่มุมมุมหนึ่ง

บรรดาสหายสนิทของซูฉางเล่อกระซิบเสียงเบาว่า “ฉางเล่อ เจ้าต้องทนกล้ำกลืนใจแล้วจริง ๆ แม้พี่หญิงใหญ่ของเจ้าผู้นี้จะเป็นสตรีงามอันดับหนึ่ง แต่นิสัยใจคอของนางช่างทำให้คนอื่นเอือมระอาจริง ๆ ได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันพระเก้าพันปีก็จะมาเยือนจวนเจ้าแล้ว เจ้าจะแต่งงานจริง ๆ หรือ?”

“ท่านพ่อนะหรือจะยอม” ซูฉางเล่อมองไปที่ซูจือจือด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “คนที่ต้องแต่งออกไปเป็นนางต่างหาก”

“ว่าไงนะ ซูจือจือนะหรือ อินเฉิงอวี้ผู้นั้นเป็นคนวิปริตนะ ได้ยินมาว่าสตรีที่แต่งไปอยู่ไม่ถึงวันถัดไปก็ต้องตาย ยังดีที่ไม่ใช่เจ้า แต่ฉางเล่อ เจ้าเองก็ถึงวัยที่ต้องแต่งงานออกเรือนแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้ามีคุณชายที่ถูกใจบ้างหรือยังล่ะ?”

แก้มของซูฉางเล่อแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย กล่าวอย่างเขินอายว่า “ข้ายังไม่มีตัวเลือกที่ชัดเจนหรอกนะ แต่หากใครที่จะแต่งกับข้า ต้องทำให้ได้สองอย่าง อย่างแรกเขาต้องรักข้าจริง ๆ รักถึงขั้นสามารถกรีดเลือดสาบาน เขียนหนังสือเลือดมาสู่ขอข้าได้ อย่างที่สอง เขาต้องเป็นวีรบุรุษอย่างแท้จริง ต้องไปที่เขาตงหลินเอาหนังของราชาหมาป่าตาขาวมาให้ข้าได้ เช่นนี้ข้าถึงจะยอมแต่งกับเขา......”

นางยังไม่ทันพูดจบ จู่ ๆ เสียงประกาศจากด้านนอกก็ดังก้องขึ้น

“จวนจิ้นอ๋องส่งของขวัญวันเกิดมาให้คุณหนูรอง อวยพรให้คุณหนูรองสมหวังดั่งปรารถนาทุกประการ ปลอดภัยมีความสุข......”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 8

    “คุณหนูรอง นี่หากคุณชายเหยียนรู้เข้า......” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวัง“รู้แล้วอย่างไร?” ซูฉางเล่อเป่าเล็บที่เรียวยาวราวกับต้นหอมของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างไรเสียเขาก็รักข้าจะตาย แค่ข้ากระดิกนิ้วหนึ่งที เขาก็วิ่งมาหาเหมือนสุนัขแล้ว”ซูจือจือที่ยืนอยู่หลังกำแพงได้แค่หัวเราะเยาะเหยียนจี๋สือ นี่นะห

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 3

    ทุกคนบริเวณรอบต่างตกใจคุณหนูท่านหนึ่งกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ม้าพ่วงสิบแปดตัวเลยหรือ? นะ......นี่ไม่ใช่จวนอ๋องหรือที่มีขบวนเกี้ยวเช่นนี้ได้?”คนบังคับรถม้าอธิบาย “ไม่ผิดหรอก ข้าเป็นคนของจวนจิ้นอ๋อง จิ้นอ๋องมีคำสั่ง ให้ใช้ขบวนเกี้ยวส่วนตัวมารับคุณหนูรองซูไปที่จวนองค์หญิง!”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนแตกตื

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 2

    ดวงตาอันเย็นชาของเหยียนจี๋สือเงยขึ้นซูจือจือหรี่ตาลง ยืนขวางหน้าเขา“เหยียนจี๋สือ ความกล้าของเจ้านับวันยิ่งมากขึ้นแล้วจริง ๆ กล้าพาใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องของข้า”อาจเป็นเพราะตัวเขาเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าซูจือจือจะบังเอิญมาเห็นอันใดเหยียนจี๋สือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงากลับไป ส

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 1

    “เหยียนจี๋สือ เมื่อไหร่เจ้าจะรับข้าเป็นภรรยา?”ซูจือจือร่างเปลือยกาย ถูกบุรุษที่สูงกว่าหนึ่งศีรษะกดทับบนตั่งนอน เสียงขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะดังอย่างต่อเนื่องกรามของบุรุษเกร็งตึง เหงื่อร้อนผ่าวหยดลงบนแผ่นหลังของนาง กล่าวเสียงต่ำว่า “ขอแค่เจ้าตกลง ฉางเล่อ……”ฉางเล่อซูจือจือที่เดิมทีเคลิบเคลิ้มอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status