Masuk“อ๋อ!! นังตะวัน แกใช่ไหมหา!! มานี่เลยมานี่ หลักฐานคามือเลยหนอย…”
“เจ๊หนูเจ็บ โอ๊ยยย” ซ้อหลิวตรงเข้าไปกระชากผมที่รวบมัดไว้เป็นหางม้ายาวสลวยสีดำขลับของทานตะวันแล้วออกแรงกระชากให้เธอตามไปที่ห้องบัญชี “แกแหกตาดูนะ สองวันนี้แกทำจานที่ร้านของฉันแตกไปกี่ใบแล้วหา!! ฉันจะไล่แกออกดีไหม? เอานังฟ้าไว้คนเดียวจะได้ไม่เปลืองเงินฉันด้วย เซ่อซ่าดีนัก!!” ซ้อหลิวกางบัญชีแล้วชี้ให้ทานตะวันดู ร่างบางล้มตัวลงคุกเข่าพนมมือกราบกรานอ้อนวอนขอความเมตตา เนื้อตัวสั่นพร่าด้วยความกลัว “เจ๊ขา...ฮึกตะวันกำลังลำบาก ยายตะวันกำลังป่วย ตะวันจะหาเงินไปรักษายาย” “ยายมีน่ะเหรอ แกก็แก่แล้วตายๆ ไปก็สิ้นเรื่อง แกจะได้สบายด้วยไงนังตะวัน ไม่ต้องมาทำงานหาค่ายาแบบนี้” พอได้ยินอย่างนั้นดวงตากลมโต ก็เอ่อนองไปด้วยน้ำตา ‘ถ้ายายตายไปตะวันจะอยู่ยังไง ทำไมเจ๊ต้องมาแช่งยายแบบนี้ด้วย’ เธอมองคนพูดพลางคิดในใจ “เจ๊ขา....ถ้าหนูขอยืมเงินเจ๊สักแสนหนึ่งได้ไหมคะ” ทานตะวันใช้โอกาสนี้เงยหน้าขึ้น ขอความเมตตาจากหญิงหม้ายวัยกลางคนที่ยังคงสวยฉ่ำ ทันทีที่เธอได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นอ้อนวอน สายตาคู่คมก็หันมากวาดมองร่างของเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะหัวเราะลั่น “ฮ่าฮ่าฮ่า แสนหนึ่ง” ร่างระหงลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วสาวเท้าตรงไปก้มมองเด็กสาวที่นั่งพนมมืออ้อนวอนอยู่ที่พื้น ก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนหน้าผากมน แล้วออกแรงผลักจนคนโดนกระทำเซถลา “ถุย นังตะวันแกจะยืมเงินฉันแสนหนึ่ง แล้วแกทำงานล้างจานได้วันละสามร้อย แถมยังโดนหักทุกวันแบบนี้ ชาติหน้ากี่ชาติกว่าแกจะคืนฉันหมดหา!!” มีหรือที่ซ้อหลิวหน้าเงินจะให้ อะไรที่ทำแล้วไม่มีผลประโยชน์ คนอย่างซ้อหลิวไม่ทำทั้งนั้น “ตะวันขอร้องนะคะเจ๊ ตะวันไม่มีทางอื่นแล้ว” “ฉันจะได้อะไรจากแกล่ะนังตะวัน แกทำงานแกก็เก็บเงินไปสิเก็บเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ครบเองนั่นแหละ” ร่างบางในชุดกี่เพ้าสีแดงเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้เด็กสาวนั่งร้องไห้อยู่บนพื้นแบบนั้นไม่แม้แต่จะชายตามอง “แม่เสี่ยกวงให้เอามาให้” เล้ง ลูกชายคนเดียวของซ้อหลิวยืนซองสีน้ำตาลให้ผู้เป็นแม่ ก่อนหันมองเสียงสะอื้นที่ห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าว “ตะวันจ๋าของพี่เล้งเป็นอะไรจ๊ะ ใครทำอะไร” เล้งทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างเล็กที่กำลังฟูมฟาย มือก็ฉวยโอกาสเอื้อมไปโอบไหล่บาง “มันทำตัวเองสองวันจานแตกห้าใบ แม่จะไล่มันออกแล้ว” ซ้อหลิวพูดพร้อมกับกางกระดาษออกอ่าน “โธ่!! แม่น้องตะวันจ๋าเขาอยู่กับยายแค่สองคน ยายมีก็แก่ใกล้ตายแล้ว จะไล่น้องออกทำไม น้องจะเอาอะไรกิน” พอได้ยินแบบนั้นตะวันก็สะบัดแขนเล้งออกไปอย่างทันทีด้วยความโกรธ สายตาที่พร่ามัวเพราะน้ำตาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว “เอ่อพี่ขอโทษนะจ๊ะตะวัน” เล้งพอได้สติรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็รีบขอโทษขอโพยใหญ่ แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ยอมให้อภัยเขาแน่ “นังตะวัน ฉันมีทางออกให้แกแล้ว แกจะเอาแสนหนึ่งใช่ไหม?” ซ้อหลิวละสายตาจากกระดาษในมือหันไปมองเด็กสาว “อะไรเหรอคะ” ทานตะวันมองด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ความหวังสุดท้ายมาถึงแล้ว เธอสุดแสนดีใจที่จะมีเงินไปรักษายายแล้ว “อาทิตย์หน้าเสี่ยกวงจะจัดล่องเรือสำราญ เขาต้องการสาวบริสุทธิ์ไปขึ้นประมูลขายบนเรือ ถ้าแกตกลง ฉันจะออกค่ารักษายายแกทั้งหมดให้” ข้อเสนอพาให้สาวน้อยชาไปทั้งตัว ‘ขายตัวเหรอ’ อาชีพที่ยายพร่ำสอนมาโดยตลอดว่าอย่าทำ อาชีพที่ยายขอมาทั้งชีวิตต่อให้จนปัญญาแค่ไหนก็ห้ามทำเด็ดขาด คำสัญญาที่เคยให้ยายไว้ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กสาว ทานตะวันนิ่งเงียบอยู่นาน จนคนรอคำตอบเริ่มจะหงุดหงิด “นังตะวัน แกคิดเอาก็แล้วกัน ยายแกกำลังจะตาย แค่ขายตัวแกไม่ตายหรอก ขายแค่บนเรือครั้งเดียว ล่องเรือก็แค่สามวัน ถ้าคนที่มันได้แกไปมันเบื่อ มันก็โยนแกทิ้งเองนั่นแหละ คงไม่เอาทั้งวันทั้งคืนหรอกน่า!!” เพราะซ้อหลิวเองก็ไม่มีตัวเลือกอื่นเหมือนกัน เสี่ยกวงไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ทำให้เธอไปหาสาวบริสุทธิไม่ทัน มีทานตะวันมาเป็นตัวเลือกแบบนี้ แถมยังเป็นคนโง่ ๆ ไม่ประสาอะไร กดค่าแรงก็ง่าย เงินที่เธอจะใช้ก็แค่เศษเสี้ยวที่จะได้เท่านั้น “แม่ถ้าแม่เอาน้องตะวันจ๋าไปประมูลเล้งจะไปด้วย” “หุบปากไปเลยไอ้เล้ง ฉันจะเอาเงินฉันไปประมูลเด็กตัวเองมาทำอะไร มีงานอะไรก็ไปทำซะเดี๋ยวฉันขว้างด้วยแก้วนี่” ซ้อหลิวยกแก้วขึ้นขู่ลูกชาย จนเล้งวิ่งเตลิดหนีออกไป “เอาไงนังตะวัน อย่าคิดนานเวลาฉันเป็นเงินเป็นทอง” “ตกลงค่ะ” ตะวันตอบออกไปอย่างไม่คิด เพื่อยื้อชีวิตยายแล้วนั้นเธอพร้อมจะยอมแลกทุกอย่าง “ถ้าอย่างนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้านฉัน รอเวลาขึ้นเรือ” “แล้วตะวันไปเยี่ยมยายได้หรือเปล่าจ้ะ” “ได้ เดี๋ยวฉันให้ไอ้เล้งมันพาไป” ซ้อหลิวเชื่อเสมอว่าหากสินค้ามีคุณภาพกำไรย่อมงาม เพราะอย่างนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องจับทานตะวันขัดให้เงา ก่อนจะเอาขึ้นไปล่าราคางามๆ เด็กสาววัย 20 นี้คงจะรีดเงินจากพวกไอ้แก่ตัณหากลับได้ดีทีเดียวปรับจำนวนคำ
"ผมก็หลงคิดว่าคุณอยากให้ผมหายซะอีก พอรู้ว่าคิดไปเอง ใจมันสั่นยังไงไม่รู้พอใจมันเต้นแรงแผลมันก็เจ็บ ตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออกแล้ว" ลูอิสพูด พร้อมกับทำท่าทางประกอบ"ไม่ต้องมาแกล้งเลยนะ ฟ้าไม่เชื่อคุณหรอก หมอบอกว่าคุณหายดีแล้ว" ฟ้าพูดทั้งที่มือยังยุ่งอยู่กับการปอกแอปเปิ้ล แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่าเสียงของอีกคนหนึ่งเงียบหายไปนานผิดปกติ"ลูอิส!! ลูอิส!!" เมื่อเรียกแล้วอีกคนยังนิ่งฟ้าเลยลุกขึ้นมาที่เตียง ยืนพิจารณาดูท่าทีของไอ้ผัวเจ้าเล่ห์"โอ๊ย!!!" ลูอิสร้องลั่น เมื่อนิ้วเรียวๆ ของฟ้าหยิกลงบนเนื้อแขนของเขา "เจ็บนะฟ้า""เช็คดูไงว่าตายรึเปล่า นี่""โอ๊ยๆๆๆ" ฟ้าหยิกอีกทีรอบนี้ลูอิสรีบเอื้อมมือมาคว้าแขนของฟ้าไว้"ปล่อยนะ""ไม่!!!" ลูอิสออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถกระชากคนปากแข็งให้โน้มตัวลงมาหาเขาที่เตียงได้แล้ว"จะ..จะทำอะไรน่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะ""คิดอะไรฟ้า ผมแค่จะบอกว่าผมไม่ตายง่ายๆ หรอก ลูกก็กำลังน่ารัก เมียก็ยังสาวยังสวย ถ้าผมตายไปใครคาบไปแดกกันพอดี""หายดีแล้วนี่ ช่างพูดช่างเจรจา""ต้องรีบหายสิ จะได้แต่งงานกับฟ้าสักที""รีบๆ หายเถอะ เรื่องนั้นฟ้าไม่คิดอะไรมากหรอก" ปากบอกไม่คิดอะไรมากแต่หน
"เป็นไงดีขึ้นรึยัง" เสียงแม่แดงเอ่ยทักทำให้ลูกสาวรู้สึกดีขึ้นอย่างอัศจรรย์"แม่" ฟ้ารีบร้องตอบ"ม่ามี๊~" เด็กๆ วิ่งกรูกันเข้ามาเกาะที่ขอบเตียง"ว่าไงคะ มาให้มี๊กอดหน่อย" ฟ้าเอี้ยวตัวไปจับเด็กๆ ทานตะวันเลยช่วยอุ้มน้องฝนส่งขึ้นเตียง"แด๊ด" อยู่กับแม่แต่ดันร้องหาพ่อนะลูก"นี่หนูมาหามี๊หรือมาหาแด๊ดคะ""แด๊ดดี้" น้องฝนค่อนข้างติดพ่อ พอไม่เจอพ่อหลายวันก็คงคิดถึง"แด๊ดพักผ่อนอยู่ค่ะ""ปั๊ก" น้องฝนทำหน้างงๆ แล้วยกมือขึ้นใส่ปาก"นอนค่ะแด๊ดดี้นอน" ฟ้าอธิบายให้ลูกสาวฟัง"นอนแด๊ด" น้องเมฆที่เกาะอยู่ตรงขอบเตียงพูดขึ้นบ้าง"ไม่ได้ครับ แด๊ดต้องพักผ่อนไปกวนแด๊ดไม่ได้นะ ตอนนี้อยู่กับมี๊ก่อนน้า"แม่แดงพาเด็กๆ มาอยู่ด้วยได้ไม่นานก็ต้องพากลับเพราะฟ้าเองก็ต้องพักผ่อนเช่นกันผ่านไป 5 วันลูอิสยังคงนอนไม่ได้สติ ส่วนฟ้านั้นออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณเพื่อนแท้อย่างทานตะวันและแดเนียลที่คอยช่วยดูแลตอนอยู่โรงพยาบาล ลำพังแม่แดงคนเดียวคงไม่ไหวเพราะไหนจะต้องดูแลเด็กๆ อีก ส่วนเรื่องบ้านที่ไฟไหม้แดเนียลเป็นคนจัดการทั้งเรื่องคดีและการซ่อมแซม เพราะจะมัวรอให้ลูอิสฟื้นขึ้นมาจัดการคงไม่ได้ฟ้าเดินเข้าออกห้องนี้
นี่คือเนื้อเรื่องทั้งหมดที่นำมาแบ่งเป็น 3 บทให้มีเนื้อหาและจำนวนคำเฉลี่ยเท่าๆ กัน โดยทำการรักษาต้นฉบับเดิมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการแต่งเนื้อความเพิ่มใดๆ และได้ช่วยแก้ไขเฉพาะคำผิดตามที่อนุญาตเรียบร้อยแล้วค่ะ (เช่น แก้ไขคำว่า เพรา่ะ ➡️ เพราะ, พุธท ➡️ พุทธ, กระดูสันหลัง ➡️ กระดูกสันหลัง, แมาด้วยความผวา ➡️ แม่ด้วยความผวา, คุณพิทุกษ์ ➡️ คุณพิทักษ์, ปลอกดภัย ➡️ ปลอดภัย, ฟฟื้น ➡️ ฟื้น, ลูอิสริอง ➡️ ลูอิสร้อง, ใผ้โน้ม ➡️ ให้โน้ม, ในระแวก ➡️ ในละแวก, ไฮเดรนเยียร์ ➡️ ไฮเดรนเยีย, ประชสกร ➡️ ประชากร เป็นต้น)บทที่ 1แดเนียลพาตำรวจมาล้อมจับรามิเลสและลูกน้องได้ทันเวลา ก่อนจะได้ความว่ารามิเลสเป็นเพียงนักต้มตุ๋นข้ามชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานแหล่งทำกินใหม่ในไทย ด้วยเหตุนี้เขาและลูกน้องจึงมีการวางระบบต่างๆ ได้อ่อนอย่างที่ลูอิสสงสัย เขารู้จักมาเฟียดังๆ เป็นอย่างดีเพราะต้องใช้ในการอ้างถึงเพื่อก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อ ในมาเฟียที่เขารู้จักมีแดเนียลและลูอิสด้วย นายเพิ่มพ่อของแก้วขวัญก็ถูกจับกุมตัวด้วยเพราะตำรวจได้พบหลักฐานการทำผิดมากมาย ร่างของแก้วขวัญญาติได้ขอนำไปปฏิบัติตามวิถีพุทธ โดยไม่ติดใจสาเหตุการตายส่วนลูอิ
"นายครับมันอยู่ตรงนั้น!!!" ดูแล้วมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไม่ทันสังเกตว่ามีอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วย เพราะเห็นเพื่อนตัวเองล้มลงก็รู้ทันทีว่าจุดนี้เป็นที่ซ่อนของทั้ง 3 คน ลูอิสรีบหันไปคว้าร่างของแก้วขวัญขึ้นมาเป็นตัวประกัน มือหนึ่งก็ดึงฟ้าให้ลุกขึ้นมาหลบที่ด้านหลังของตน"อย่าเข้ามาล่ะ ไม่งั้นอีนี่ตายแน่" เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากพุ่มไม้พร้อมร้องขู่รามิเลสเดินตามลูกน้องออกมายืนดูเหตุการณ์"เป็นแกจริงๆ สินะเมื่อคืนฉันก็มองไม่ชัด" รามิเลสพูดขึ้นเมื่อแน่ใจกระจ่างแล้วว่าคนที่เห็นคืออดีตมาเฟียมือดีที่เขาเคยรู้จักจริงๆ "ฉันไม่แปลกใจละ ทำไมบ้านแกถึงมีการป้องกันที่ไม่รัดกุมนัก"ลูอิสพูดขึ้นตามความคิดของตัวเอง "มาเฟียกระจอกแบบนี้ ระบบป้องกันถึงได้ห่วยแตกไงล่ะ""อย่าปากดีนักเลย แค่อดีตมาเฟียที่ถูกลืม""ฉันไม่สนใจชีวิตแบบนั้นหรอก ถอยออกไป" ลูอิสพูดพร้อมกับขยับถอยหลังทีละนิด ปืนก็ยังคงจ่อเข้าที่หัวของแก้วขวัญ แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนั้นไม่ได้อยากฆ่าคนให้ฟ้าเห็น แต่ที่ทำอยู่ก็เพื่อป้องกันตัวเองและฟ้าปัง!! เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ลูอิสรีบหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่โชคดีที่ฟ้ายังอยู่ดี ไม่ได้มีอ
ลูอิสออกมาจากห้องพร้อมกับตามหาโทรศัพท์ตรงจุดที่แก้วขวัญบอกไว้ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เขาก็รีบกลับเข้าห้องโดยเร็ว เมื่อมาถึงห้องลูอิสส่งโทรศัพท์ให้ฟ้ากดเบอร์ทานตะวันเพราะเขาจำเบอร์ใครไม่ได้เลย"สวัสดีค่ะตะวันพูดสายค่ะ" เมื่อทานตะวันกดตอบรับแล้ว ฟ้าจึงส่งโทรศัพท์ให้กับสามี"ตะวันนี่ลูอิสนะ" เมื่อทานตะวันได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกตกใจปนกับดีใจมาก พวกเขากำลังตามหาทั้งคู่กันอย่างจ้าละหวั่น ทั้งบ้านที่ถูกเผา ทั้งการหายไปของฟ้ากับลูอิส ทำให้ทานตะวันกับแดเนียลต้องรีบบินตรงมาที่ปายทันที เรื่องที่บ้านไฟไหม้โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรเพราะคนงานที่บ้านช่วยกันดับได้ทัน จะมีก็แต่ตัวบ้านที่ถูกไฟไหม้ไปค่อนข้างเยอะ"ตะวันผมขอคุยกับไอ้แดนหน่อย""ได้ค่ะ" ทานตะวันรีบวิ่งเอาโทรศัพท์ไปให้สามี"เออแกอยู่ไหน" เมื่อรู้ว่าเป็นลูอิส แดนก็ไม่เกริ่นอะไรยิงคำถามสำคัญอย่างทันที"ฉันยังอยู่ที่ปาย..." ลูอิสหันไปหาร่างบางบนเตียง"ที่นี่เรียกว่าที่ไหน" พร้อมกับถามเจ้าของบ้าน"บ้านไร่นายเพิ่ม" แก้วขวัญรีบตอบด้วยความกลัวตาย"จะลองไปถามคนงานดูบ้านไร่นายเพิ่ม รีบมานะ""เออ" ลูอิสกดวางสายแล้วหันไปหาฟ้า"เราจะหนีออกจากตัวบ้าน
"ผมก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน ปกติฟ้าก็ให้ผมมัดตลอด ถ้าคุณไม่ชอบผมก็ตามใจ อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ผมจะนั่งอยู่เฉยๆ" แก้วขวัญได้ยินอย่างนั้น ก็กลัวจะสู้ฟ้าไม่ได้ เลยรีบลุกขึ้นไปหยิบเชือกขึ้นมาส่งให้กับนายดิน"ถะ ถ้าชอบก็มัดสิ" ลูอิสเหลือบตามองอย่างพอใจเมื่อเหยื่อติดกับ เขารับเชือกมาแล้วทำการมัดที่แขนของแก้วขวัญ จากนั้นก็ฉีกผ้าปูที่นอนมาส่วนหนึ่งแล้วทำการปิดตา "ตื่นเต้นหรือเปล่า" เขาแกล้งก้มลงกระซิบข้างหู ทำเพียงแค่นี้คนไม่เคยอย่างแก้วขวัญก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว"พร้อมแล้ว" เธอตอบรับอย่างมั่นใจลูอิสกระตุกยิ้มก่อนจะเอาเศษผ้าอีกชิ้นขึ้นมามัดปากแก้วขวัญแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปยังห้องที่ถูกจับแยกออกมาเมื่อคืน น่าแปลกที่ไม่มีคนเฝ้า แต่ก็ดีจะได้เข้าไปได้ง่าย แต่อีกใจก็กลัวจะเป็นกับดักของแก้วขวัญ ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูแล้วเปิดออกอย่างเบามือ ทันทีที่มองเห็นร่างของภรรยาตัวเอง เขาแทบจะบ้าด้วยความเจ็บปวด เนื้อตัวของฟ้านั้นเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำจากการทุบตีของแก้วขวัญ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรงเพราะถูกกระชาก เสื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่น ก็ฝีมือแก้วขวัญอีกนั่นแหละลูอิสรีบปิดประตูแล้ววิ่งตรงไปแก้มัดให้ภรรยาอย่างไม่ลังเล
ตลอดทั้งคืนแดเนียลวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องของอันนา จนต้องกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง วนเวียนคิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนเช้า เขาถามตัวเองตลอดทั้งคืนว่าเขารักทานตะวันอย่างที่ใครๆ ว่าจริงๆ ใช่ไหม เขาควรจะบอกทานตะวันเรื่องของอันนาหรือเปล่า จนรุ่งเช้าก็ได้คำตอบทั้งหมดเขาลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปเคาะ
หลายวันมานี้แดเนียลยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย ส่วนทานตะวันตอนเช้ามีเรียนภาษาอังกฤษเพราะแดเนียลอยากให้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องๆ อยากไปไหนมาไหนจะได้ไปเองได้"ถือว่าเธอมีพื้นฐานที่ดีนะ ไปได้เร็วมากเลย" เบลล่าติวเตอร์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษที่แดเนียลหามาให้ทานตะวันเอ่ยชม"ขอบคุณนะคะ คุณสอนเก่งมากต่างหากตะวันเล
มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยำอกขาวนวลที่เขาเฝ้าจ้องมองอยู่นานสุดท้ายคนเอาแต่ใจก็ได้ตามที่อยากได้ ทานตะวันนอนหมดแรงอยู่บนเตียง “ใส่เสื้อผ้าสิจะได้ไปกันสักที มัวลีลา ฉันอยากขึ้นมาอีกก็คงต้องต่ออีกล่ะนะ” ได้ยินแบบนั้นสาวน้อยก็ไม่รอช้าลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าสวมใส่อย่างว่าง่าย “ดีมากไป หาอะไรกินกันดีกว่า”-ที่ห
ร่างเล็กเต็มไปด้วยรอยช้ำและจ้ำแดงจากการดูดมือหนาลูบไล้ผิวเนียนละเอียดดุจผิวเด็ก ตาคมเชยชมเรือนร่างของทานตะวันอย่างพอใจคงต้องยอมรับว่าแม้แดเนียลจะผ่านผู้หญิงมามากมายแต่เขาก็พอใจในตัวของสาวน้อยคนนี้เป็นพิเศษ มันมาก มากอย่างบอกไม่ถูก “อื้อ” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนล้า “ดีขึ้น







