LOGINร่างเล็กเต็มไปด้วยรอยช้ำและจ้ำแดงจากการดูดมือหนาลูบไล้ผิวเนียนละเอียดดุจผิวเด็ก
ตาคมเชยชมเรือนร่างของทานตะวันอย่างพอใจคงต้องยอมรับว่าแม้แดเนียลจะผ่านผู้หญิงมามากมายแต่เขาก็พอใจในตัวของสาวน้อยคนนี้เป็นพิเศษ มันมาก มากอย่างบอกไม่ถูก “อื้อ” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนล้า “ดีขึ้นหรือยัง” แดเนียลก้มลงกระซิบถาม ความหื่นกระหายพุ่งพร่านที่แก่นกลางกายอีกครั้ง ทานตะวันค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในใจนึกถึงเงินที่จะนำไปรักษายาย แล้วจึงพยักหน้ารับ ทันทีที่เหยื่อตอบรับราชสีห์ก็กระโจนขึ้นขย้ำอย่างไร้ความปรานี ร่างเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงรับการจู่โจมหนักจนแทบสิ้นลมหายใจ ราตรีล่วงเลยไปแสงแรกของวัน สาดลอดผ่านกระจกเล็กๆ ที่ผนังห้อง ค่ำคืนสวาทช่างแสนยาวนานทำให้ทานตะวันสยบราวกับตายไปพร้อมกับบทรักเมื่อคืน แดเนียลด้วยความโชกโชนและเคยชินกับเรื่องแบบนี้ แม้จะมีศึกทั้งคืน ร่างกายก็รับมือไหว เขาตื่นขึ้นในเวลาปกติอาบน้ำแต่งตัวทำธุระของตัวเองเสร็จก็ออกไปหาอะไรกินโดยไม่สนใจอีกคนที่นอนสลบอยู่บนเตียง “อ้าวซ้อหลิว ทานอะไรหรือยังครับ” แดเนียลเดินกลับจากห้องอาหารเห็นซ้อหลิวมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องพักก็เลยเอ่ยปากทักทาย “เรียบร้อยแล้วค่ะ เอ่อ…คือว่า” ซ้อหลิวห่วงกลัวว่าสินค้าจะตายคาเตียง แล้วจะต้องเสียค่าเสียหาย เลยมาสืบหาข่าวคราวของทานตะวันสักเล็กน้อย “ครับ” “อีตะวันน่ะค่ะ มันเป็นไงบ้าง” “ยังไม่ตื่นเลยมั้งครับ พอดีเมื่อคืน เอาคืนทั้งต้นทั้งดอก” “นึกแล้วก็สงสารมันน่ะค่ะ ครั้งแรกก็มาเจอคุณเลย ขนาดอีพวกงานมือสองเจอคนยังคลาน” “ดูๆ ไปแล้วรูปร่าง แล้วก็ท่าทางก็ไม่น่าจะใช่เด็กแบบนี้ทำไมถึง…” แดเนียลพลั้งปากถามไปอย่างไม่ทันคิด ทำให้ต้องชะงักไปเสียก่อนจะพูดได้จบประโยค “ถ้าให้พูดกันตรงๆ อีตะวันมันหาเงินไปรักษายายมันค่ะ พอดีมีงานเข้ามาเจ้หาคนไม่ได้มันก็มาสมัครเลยเอามา” ในขณะที่แดเนียลและซ้อหลิวกำลังยืนคุยกันอยู่ร่างเล็กที่แสนบอบช้ำของตะวันก็ประคองตัวเองเดินมาจากเตียง “ตะวัน” แดเนียลหันไปประคองไว้เมื่อเห็นว่าผลงานชิ้นโบแดงของเขาทำเอาสาวน้อยแทบสิ้นแรงเดิน “จะไปไหน” เขาเอ่ยถาม “ตะวัน จะไปหาเจ้” “เธอต้องอยู่กับฉัน จนกว่าจะลงจากเรือ” ทานตะวันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อปนดุก่อนจะหันไปมองที่เจ๊เจ้าของโครงการ “ฉันลืมบอกแกหรือไง” “แต่ตะวันจะตายอยู่แล้วนะเจ๊” “คนที่จะตาย ยายแกต่างหากก็คิดเอาแล้วกันฉันก็บอกแกได้เท่านี้” ทานตะวันสะอื้นในคอ จริงด้วยสิ ถ้าไม่ทนต่อ ที่ทำมาทั้งหมดก็เป็น0 เงินที่จะเอาไปรักษายายก็ไม่มี ทานตะวันหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า ด้วยไม่มีแรงจะก้าวเดิน “อุ้ย” ร่างบางถูกอุ้มขึ้นด้วยแขนแกร่ง เขาเดินไปยังเตียงและวางทานตะวันลงอย่างทะนุถนอม “ตะวันขอพักก่อนนะคะ” “แค่พามานั่งที่เตียง ก็คิดว่าต้องทำงานต่อเลยรึไง” แดเนียลแกล้งแซว ทานตะวันเผลอค้อนตาใส่เขาทำให้ใบหน้าดุคมเปรยยิ้มออกมา “ฉันไม่ได้หื่นขนาดนั้นนะ” “ตะวันเละเทะขนาดนี้นี่ยังไม่หื่นอีกหรือคะ” ไม่ทันไรก็เถียงฉอดๆ ซะแล้วเรอะ แดเนียลขยับตัวลงนั่งข้างๆ แม่คนปากดี “เถียงเก่งขนาดนี้ สักยกดีมั้ย” ทานตะวันหันหน้าหนีหลบจากสายตาเจ้าเล่ห์ของราชสีห์ “ไปใส่เสื้อผ้าซะ แล้วฉันจะพาไปกินข้าว” “คุณฉีกของตะวันจนขาดไปหมดแล้วนี่คะ” พอเขานึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ฉีกเสื้อผ้า สมองก็พาให้นึกถึงอกอูมอยู่เรื่อย หรือเราจะหื่นจริงๆ ล่ะไอ้แดเนียล “แล้วจะทำไง” แดเนียลหันไปถามแม่คนเรื่องมากปากเก่งที่นั่งเอาผ้าห่มพันตัวอย่างกับดักแด้รอฟักตัวเป็นผีเสื้อยังไงยังงั้น มองแล้วมันตลกสิ้นดี “ที่ห้องเจ้มีเสื้อผ้าของตะวันอยู่ เดี๋ยวตะวันไปใส่เสื้อผ้าแล้วจะมาหาคุณที่นี่” “จะออกไปสภาพนี่น่ะเหรอ” เขาเผลอพูดเสียงดังราวกับราชสีห์ที่ส่งเสียงขู่เหยื่อ จนแม่สาวน้อยทานตะวันตกใจกลัว “งั้นจะทำไง” คราวนี้คนตั้งคำถามเป็นฝ่ายแม่ทานตะวันบ้าง “ฉันจะไปเอาให้ เธออาบน้ำรอฉันที่นี่” บ้าที่สุด คุณแดเนียลผู้ทรงอำนาจตรงไปขนเสื้อผ้าให้ยัยเด็กนี่น่ะเหรอ ไอ้ครั้นจะให้เดินออกไปเอาเองในสภาพนี้ ขืนใครมาเห็นเข้าได้โดนลากไปกินน่ะสิ เขานึกหวงทานตะวันขึ้นมาจนต้องยอมทำอะไรที่ไม่เคยทำ พอร่างสูงให้หลังไปทานตะวันก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระของตัวเอง ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่…ขณะที่กำลังเช็ดตัวอยู่หล่อนรู้สึกว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่ “มองอะไร” ทานตะวันหันไปมองที่เตียง แน่นอนว่าในห้องนี้มีแค่เขาและเธออยู่ด้วยกัน ถ้าจะมีใครแอบมองก็คงมีแค่คนเดียว “จะทำอะไรก็ทำไปสิ ฉันก็แค่มอง เมื่อคืนทั้งจับทั้ง…” แดเนียลหยุดพูดแล้วกวาดสายตามองเรือนร่างเปลือยตรงหน้า ด้วยสายตาลวนลามโลมเลีย “หยุดเลยนะคะ “ฉันจะแต่งตัว” “ก็บอกแล้วไง จะทำอะไรก็ทำไปสิ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” “ก็คุณจ้องอยู่แบบนี้ แล้วฉันจะทำถนัดได้ยังไง” แดเนียลลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงมาที่ร่างเปลือย ทานตะวันถอยตัวหนีจนหลังชนกับตู้ แขนแกร่งดันตู้โดยมีทานตะวันยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแขน “ทะ ทำอะไร” “ขอสักทีก่อนกินข้าวก็แล้วกันนะ ทนไม่ไหวแล้วล่ะ” แดเนียลไม่พูดป่าว พูดจบก็ก้มหน้าลงไซร้ที่ซอกคอขาว “ฉันไม่มีแรงแล้วนะคะ” “โทษฉันไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธอรีบแต่งตัวให้มันเรียบร้อย ฉันคงไม่นึกหิวแบบนี้”"ผมก็หลงคิดว่าคุณอยากให้ผมหายซะอีก พอรู้ว่าคิดไปเอง ใจมันสั่นยังไงไม่รู้พอใจมันเต้นแรงแผลมันก็เจ็บ ตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออกแล้ว" ลูอิสพูด พร้อมกับทำท่าทางประกอบ"ไม่ต้องมาแกล้งเลยนะ ฟ้าไม่เชื่อคุณหรอก หมอบอกว่าคุณหายดีแล้ว" ฟ้าพูดทั้งที่มือยังยุ่งอยู่กับการปอกแอปเปิ้ล แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่าเสียงของอีกคนหนึ่งเงียบหายไปนานผิดปกติ"ลูอิส!! ลูอิส!!" เมื่อเรียกแล้วอีกคนยังนิ่งฟ้าเลยลุกขึ้นมาที่เตียง ยืนพิจารณาดูท่าทีของไอ้ผัวเจ้าเล่ห์"โอ๊ย!!!" ลูอิสร้องลั่น เมื่อนิ้วเรียวๆ ของฟ้าหยิกลงบนเนื้อแขนของเขา "เจ็บนะฟ้า""เช็คดูไงว่าตายรึเปล่า นี่""โอ๊ยๆๆๆ" ฟ้าหยิกอีกทีรอบนี้ลูอิสรีบเอื้อมมือมาคว้าแขนของฟ้าไว้"ปล่อยนะ""ไม่!!!" ลูอิสออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถกระชากคนปากแข็งให้โน้มตัวลงมาหาเขาที่เตียงได้แล้ว"จะ..จะทำอะไรน่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะ""คิดอะไรฟ้า ผมแค่จะบอกว่าผมไม่ตายง่ายๆ หรอก ลูกก็กำลังน่ารัก เมียก็ยังสาวยังสวย ถ้าผมตายไปใครคาบไปแดกกันพอดี""หายดีแล้วนี่ ช่างพูดช่างเจรจา""ต้องรีบหายสิ จะได้แต่งงานกับฟ้าสักที""รีบๆ หายเถอะ เรื่องนั้นฟ้าไม่คิดอะไรมากหรอก" ปากบอกไม่คิดอะไรมากแต่หน
"เป็นไงดีขึ้นรึยัง" เสียงแม่แดงเอ่ยทักทำให้ลูกสาวรู้สึกดีขึ้นอย่างอัศจรรย์"แม่" ฟ้ารีบร้องตอบ"ม่ามี๊~" เด็กๆ วิ่งกรูกันเข้ามาเกาะที่ขอบเตียง"ว่าไงคะ มาให้มี๊กอดหน่อย" ฟ้าเอี้ยวตัวไปจับเด็กๆ ทานตะวันเลยช่วยอุ้มน้องฝนส่งขึ้นเตียง"แด๊ด" อยู่กับแม่แต่ดันร้องหาพ่อนะลูก"นี่หนูมาหามี๊หรือมาหาแด๊ดคะ""แด๊ดดี้" น้องฝนค่อนข้างติดพ่อ พอไม่เจอพ่อหลายวันก็คงคิดถึง"แด๊ดพักผ่อนอยู่ค่ะ""ปั๊ก" น้องฝนทำหน้างงๆ แล้วยกมือขึ้นใส่ปาก"นอนค่ะแด๊ดดี้นอน" ฟ้าอธิบายให้ลูกสาวฟัง"นอนแด๊ด" น้องเมฆที่เกาะอยู่ตรงขอบเตียงพูดขึ้นบ้าง"ไม่ได้ครับ แด๊ดต้องพักผ่อนไปกวนแด๊ดไม่ได้นะ ตอนนี้อยู่กับมี๊ก่อนน้า"แม่แดงพาเด็กๆ มาอยู่ด้วยได้ไม่นานก็ต้องพากลับเพราะฟ้าเองก็ต้องพักผ่อนเช่นกันผ่านไป 5 วันลูอิสยังคงนอนไม่ได้สติ ส่วนฟ้านั้นออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณเพื่อนแท้อย่างทานตะวันและแดเนียลที่คอยช่วยดูแลตอนอยู่โรงพยาบาล ลำพังแม่แดงคนเดียวคงไม่ไหวเพราะไหนจะต้องดูแลเด็กๆ อีก ส่วนเรื่องบ้านที่ไฟไหม้แดเนียลเป็นคนจัดการทั้งเรื่องคดีและการซ่อมแซม เพราะจะมัวรอให้ลูอิสฟื้นขึ้นมาจัดการคงไม่ได้ฟ้าเดินเข้าออกห้องนี้
นี่คือเนื้อเรื่องทั้งหมดที่นำมาแบ่งเป็น 3 บทให้มีเนื้อหาและจำนวนคำเฉลี่ยเท่าๆ กัน โดยทำการรักษาต้นฉบับเดิมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการแต่งเนื้อความเพิ่มใดๆ และได้ช่วยแก้ไขเฉพาะคำผิดตามที่อนุญาตเรียบร้อยแล้วค่ะ (เช่น แก้ไขคำว่า เพรา่ะ ➡️ เพราะ, พุธท ➡️ พุทธ, กระดูสันหลัง ➡️ กระดูกสันหลัง, แมาด้วยความผวา ➡️ แม่ด้วยความผวา, คุณพิทุกษ์ ➡️ คุณพิทักษ์, ปลอกดภัย ➡️ ปลอดภัย, ฟฟื้น ➡️ ฟื้น, ลูอิสริอง ➡️ ลูอิสร้อง, ใผ้โน้ม ➡️ ให้โน้ม, ในระแวก ➡️ ในละแวก, ไฮเดรนเยียร์ ➡️ ไฮเดรนเยีย, ประชสกร ➡️ ประชากร เป็นต้น)บทที่ 1แดเนียลพาตำรวจมาล้อมจับรามิเลสและลูกน้องได้ทันเวลา ก่อนจะได้ความว่ารามิเลสเป็นเพียงนักต้มตุ๋นข้ามชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานแหล่งทำกินใหม่ในไทย ด้วยเหตุนี้เขาและลูกน้องจึงมีการวางระบบต่างๆ ได้อ่อนอย่างที่ลูอิสสงสัย เขารู้จักมาเฟียดังๆ เป็นอย่างดีเพราะต้องใช้ในการอ้างถึงเพื่อก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อ ในมาเฟียที่เขารู้จักมีแดเนียลและลูอิสด้วย นายเพิ่มพ่อของแก้วขวัญก็ถูกจับกุมตัวด้วยเพราะตำรวจได้พบหลักฐานการทำผิดมากมาย ร่างของแก้วขวัญญาติได้ขอนำไปปฏิบัติตามวิถีพุทธ โดยไม่ติดใจสาเหตุการตายส่วนลูอิ
"นายครับมันอยู่ตรงนั้น!!!" ดูแล้วมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไม่ทันสังเกตว่ามีอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วย เพราะเห็นเพื่อนตัวเองล้มลงก็รู้ทันทีว่าจุดนี้เป็นที่ซ่อนของทั้ง 3 คน ลูอิสรีบหันไปคว้าร่างของแก้วขวัญขึ้นมาเป็นตัวประกัน มือหนึ่งก็ดึงฟ้าให้ลุกขึ้นมาหลบที่ด้านหลังของตน"อย่าเข้ามาล่ะ ไม่งั้นอีนี่ตายแน่" เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากพุ่มไม้พร้อมร้องขู่รามิเลสเดินตามลูกน้องออกมายืนดูเหตุการณ์"เป็นแกจริงๆ สินะเมื่อคืนฉันก็มองไม่ชัด" รามิเลสพูดขึ้นเมื่อแน่ใจกระจ่างแล้วว่าคนที่เห็นคืออดีตมาเฟียมือดีที่เขาเคยรู้จักจริงๆ "ฉันไม่แปลกใจละ ทำไมบ้านแกถึงมีการป้องกันที่ไม่รัดกุมนัก"ลูอิสพูดขึ้นตามความคิดของตัวเอง "มาเฟียกระจอกแบบนี้ ระบบป้องกันถึงได้ห่วยแตกไงล่ะ""อย่าปากดีนักเลย แค่อดีตมาเฟียที่ถูกลืม""ฉันไม่สนใจชีวิตแบบนั้นหรอก ถอยออกไป" ลูอิสพูดพร้อมกับขยับถอยหลังทีละนิด ปืนก็ยังคงจ่อเข้าที่หัวของแก้วขวัญ แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนั้นไม่ได้อยากฆ่าคนให้ฟ้าเห็น แต่ที่ทำอยู่ก็เพื่อป้องกันตัวเองและฟ้าปัง!! เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ลูอิสรีบหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่โชคดีที่ฟ้ายังอยู่ดี ไม่ได้มีอ
ลูอิสออกมาจากห้องพร้อมกับตามหาโทรศัพท์ตรงจุดที่แก้วขวัญบอกไว้ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เขาก็รีบกลับเข้าห้องโดยเร็ว เมื่อมาถึงห้องลูอิสส่งโทรศัพท์ให้ฟ้ากดเบอร์ทานตะวันเพราะเขาจำเบอร์ใครไม่ได้เลย"สวัสดีค่ะตะวันพูดสายค่ะ" เมื่อทานตะวันกดตอบรับแล้ว ฟ้าจึงส่งโทรศัพท์ให้กับสามี"ตะวันนี่ลูอิสนะ" เมื่อทานตะวันได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกตกใจปนกับดีใจมาก พวกเขากำลังตามหาทั้งคู่กันอย่างจ้าละหวั่น ทั้งบ้านที่ถูกเผา ทั้งการหายไปของฟ้ากับลูอิส ทำให้ทานตะวันกับแดเนียลต้องรีบบินตรงมาที่ปายทันที เรื่องที่บ้านไฟไหม้โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรเพราะคนงานที่บ้านช่วยกันดับได้ทัน จะมีก็แต่ตัวบ้านที่ถูกไฟไหม้ไปค่อนข้างเยอะ"ตะวันผมขอคุยกับไอ้แดนหน่อย""ได้ค่ะ" ทานตะวันรีบวิ่งเอาโทรศัพท์ไปให้สามี"เออแกอยู่ไหน" เมื่อรู้ว่าเป็นลูอิส แดนก็ไม่เกริ่นอะไรยิงคำถามสำคัญอย่างทันที"ฉันยังอยู่ที่ปาย..." ลูอิสหันไปหาร่างบางบนเตียง"ที่นี่เรียกว่าที่ไหน" พร้อมกับถามเจ้าของบ้าน"บ้านไร่นายเพิ่ม" แก้วขวัญรีบตอบด้วยความกลัวตาย"จะลองไปถามคนงานดูบ้านไร่นายเพิ่ม รีบมานะ""เออ" ลูอิสกดวางสายแล้วหันไปหาฟ้า"เราจะหนีออกจากตัวบ้าน
"ผมก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน ปกติฟ้าก็ให้ผมมัดตลอด ถ้าคุณไม่ชอบผมก็ตามใจ อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ผมจะนั่งอยู่เฉยๆ" แก้วขวัญได้ยินอย่างนั้น ก็กลัวจะสู้ฟ้าไม่ได้ เลยรีบลุกขึ้นไปหยิบเชือกขึ้นมาส่งให้กับนายดิน"ถะ ถ้าชอบก็มัดสิ" ลูอิสเหลือบตามองอย่างพอใจเมื่อเหยื่อติดกับ เขารับเชือกมาแล้วทำการมัดที่แขนของแก้วขวัญ จากนั้นก็ฉีกผ้าปูที่นอนมาส่วนหนึ่งแล้วทำการปิดตา "ตื่นเต้นหรือเปล่า" เขาแกล้งก้มลงกระซิบข้างหู ทำเพียงแค่นี้คนไม่เคยอย่างแก้วขวัญก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว"พร้อมแล้ว" เธอตอบรับอย่างมั่นใจลูอิสกระตุกยิ้มก่อนจะเอาเศษผ้าอีกชิ้นขึ้นมามัดปากแก้วขวัญแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปยังห้องที่ถูกจับแยกออกมาเมื่อคืน น่าแปลกที่ไม่มีคนเฝ้า แต่ก็ดีจะได้เข้าไปได้ง่าย แต่อีกใจก็กลัวจะเป็นกับดักของแก้วขวัญ ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูแล้วเปิดออกอย่างเบามือ ทันทีที่มองเห็นร่างของภรรยาตัวเอง เขาแทบจะบ้าด้วยความเจ็บปวด เนื้อตัวของฟ้านั้นเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำจากการทุบตีของแก้วขวัญ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรงเพราะถูกกระชาก เสื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่น ก็ฝีมือแก้วขวัญอีกนั่นแหละลูอิสรีบปิดประตูแล้ววิ่งตรงไปแก้มัดให้ภรรยาอย่างไม่ลังเล
กลับสู่สภาวะปกติลูอิสหายจากไข้แล้ว ทุกเช้าก็มาเดินวนเวียนอยู่แถวครัวได้เหมือนเดิม และวันนี้ก็แวะเล่นกับลูกผ่านทางกระจกเหมือนเดิมด้วย“นี่ นี่” แม่แดงเปิดหน้าต่างห้องนั่งเล่นบานที่ใกล้กับที่ลูอิสนั่งอยู่ด้านนอกแล้วร้องเรียกลูกเขย“ครับ” ลูอิสเริ่มจะสื่อสารภาษาไทยได้บ้างแล้ว คงจะคุยกับแม่ยายได้บ้างหร
มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยำอกขาวนวลที่เขาเฝ้าจ้องมองอยู่นานสุดท้ายคนเอาแต่ใจก็ได้ตามที่อยากได้ ทานตะวันนอนหมดแรงอยู่บนเตียง “ใส่เสื้อผ้าสิจะได้ไปกันสักที มัวลีลา ฉันอยากขึ้นมาอีกก็คงต้องต่ออีกล่ะนะ” ได้ยินแบบนั้นสาวน้อยก็ไม่รอช้าลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าสวมใส่อย่างว่าง่าย “ดีมากไป หาอะไรกินกันดีกว่า”-ที่ห
เขาชี้ลงตรงใต้สะดือ ต่างคนต่างเข้าใจคนละอย่างทานตะวันหมายถึงว่าตัวเองนั้นจะพกมาทำไม แต่คนฟังกลับเข้าใจว่าอีกฝ่ายถามเขาว่าจะเอามาทำไม ทานตะวันตกใจยกมือขึ้นปิดตา แก้มนวลแดงก่ำด้วยความเขินอาย คนบ้าทำอะไรไม่เกรงใจกันเลย แดเนียลถอนหายใจ ทำไงดีล่ะเมื่อกลางวันก็เผลอใช้ไปเสียหมดแล้ว ไอ้ครั้นจะออกไปหาบนเรือน
สาวใหญ่ยังคงวุ่นอยู่กับการดูแลความเรียบร้อยของทานตะวัน ซ้อหลิวจัดแจงเสื้อผ้าให้เปิดโชว์สรีระเพื่อเรียกราคาจากผู้ที่มาประมูล แม้ทานตะวันจะอายุเพียง 20 ปีและดูแล้วจริตไม่ยั่วยวนตามที่ซ้อหลิวคาดหวังไว้ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาและท่าทางซื่อๆ ใส ๆ ไร้เดียงสา แบบที่ซ้อหลิวเรียกว่าโง่ มันก็พอจะเรียกราคาได้เหมื