Masukเขาชี้ลงตรงใต้สะดือ ต่างคนต่างเข้าใจคนละอย่างทานตะวันหมายถึงว่าตัวเองนั้นจะพกมาทำไม แต่คนฟังกลับเข้าใจว่าอีกฝ่ายถามเขาว่าจะเอามาทำไม ทานตะวันตกใจยกมือขึ้นปิดตา แก้มนวลแดงก่ำด้วยความเขินอาย คนบ้าทำอะไรไม่เกรงใจกันเลย แดเนียลถอนหายใจ ทำไงดีล่ะเมื่อกลางวันก็เผลอใช้ไปเสียหมดแล้ว ไอ้ครั้นจะออกไปหาบนเรือนี้ก็ไม่รู้จะมีหรือเปล่า อีกอย่างก็ไม่อยากเสียเวลาเขาอยากจะบดขยี้แม่เด็กนี่เต็มทน เอาก็เอาวะ “เธอยังเวอร์จิ้นอยู่ใช่ไหม”
แดเนียลเดินเข้าไปถามตรงๆ ทานตะวันพยักหน้ารับ เอาวะเสี่ยงก็เสี่ยง เขาไม่รอช้าคว้าร่างบางราคาสองล้านห้าโยนลงบนเตียงแล้วกระโดดตามลงไปตะปบมือหนากระชากเสื้อบางราวกับผ้ามุ้งออกฉีกจนมันขาดออกเป็นชิ้นๆ
“คุณคะ”
เสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบทำให้แดเนียลชะงักมือ
“ตะวัน…ไม่เคย”
“ทำตามที่ฉันบอก แล้วอย่านอนนิ่งเป็นท่อนไม้ก็พอ”
พูดจบแดเนียลก็ก้มลงจูบริมฝีปากเรียวปากเล็กสีชมพูระเรื่อจากลิปกรอสสีธรรมชาติ หล่อนคงไม่เป็นจริงๆ เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่คนเดียว ทั้งดูด ทั้งเลีย ลิ้นซุกซนชอนไชเข้าไปหาแต่อีกฝ่ายยังนิ่งขนาดนี้ ริมฝีปากร้อนๆ ถอนจูบแล้วไซร้ต่ำลงมาที่คอ กลิ่นกายสาวธรรมชาติปราศจากกลิ่นน้ำหอมปลุกเร้าอารมณ์คนหื่นได้ดีเหลือเกิน คอขาวนวลถูกฝากรอยแดงไปทั่ว ตรงนั้นที ตรงนี้ที ทานตะวันจากที่อยู่นิ่งมือเริ่มเคลื่อนมาคล้องที่คอคนข้างบน เขาไล่เลียลดลงต่ำเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่เขาเฝ้ามองตั้งแต่ค่ำ มือหนาข้างหนึ่งบีบขย้ำเนินเนื้อขนาดพอดีมือ ปากก็ก้มลงดูดยอดสีชมพูอย่างหิวกระหาย คนถูกกระทำดิ้นพล่านไปทั่วเตียงกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายให้เพิ่มมากขึ้น
“อือ”
เสียงที่เขารอคอยเล็ดลอดให้ได้ยินแว่วๆ ทานตะวันพยายามกลั้นเก็บเสียงที่ดูจะเป็นการฝืนธรรมชาติ แดเนียลจึงต้องขยับตัวขึ้นไปกระซิบบอกที่ข้างหูขาวๆ
“ถ้ารู้สึกก็ปล่อยมันออกมา อย่าฝืน”
ทานตะวันพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ใบหน้าคมยิ้มรับอย่างพอใจแบบนี้สิที่เขาต้องการ ถึงจะไม่เป็นงานก็ต้องไม่ดื้อเขาว่าอย่างไรก็ต้องเชื่อฟัง เมื่อบอกเรียบร้อยแล้วลิ้นสากก็กลับลงโลมเลียอีกครั้ง เขาทรุดหน้าลงทำกิจกรรมที่ค้างไว้ต่อ มือหน้าขยำอกสาวอย่างป่าเถื่อนจนเนื้อขาวๆ แดงเป็นรอยเต็มไปหมด เขาทั้งดูด ทั้งเหน็บฝากรอยแดงเป็นจ้ำๆ ทั่วทั้งเรือนร่าง
“อ๊า อื้อ”
เสียงทานตะวันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับแรงของแดเนียลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นิ้วเรียวลดต่ำลงตรวจสอบอีกฝ่ายว่าพร้อมแล้วหรือยัง น้ำหวานล้นทะลักจากกลีบเกสรสาวเธอพร้อมรับศึกจากเขาแล้ว แต่นี่มันครั้งแรกจะใช้อาวุธติดกายเลย อีกคนคงลำบาก เขาจึงเลือกที่จะใช้นิ้วเรียวช่วยนำทางก่อนให้อีกคนชินกับการเข้าออกของสิ่งแปลกปลอม
“อ๊ะ อ่า ซี้ดดดอ๊ะ”
ทุกการขยับเคลื่อนไหวของนิ้วที่สอดอยู่ สร้างเสียงร้องครวญของสาวน้อยใต้ร่างเขา หล่อนหลับตาพลิ้ม เคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งที่เขามอบให้ มือของแดเนียลเปียกชุ่มไปด้วยน้ำสาว มันมากจนทำให้เขาคิดอะไรขึ้นได้ สิ่งที่ไม่เคยทำกับใครสักที แม้จะอยากลองทำแค่ไหนก็ตาม นึกแล้วก็เสียวไปทั้งตัว เขาขยับตัวต่ำลงมาที่หว่างขา ก้มหน้าลงทำบางสิ่งด้วยลิ้น จนทานตะวันดิ้นพล่านด้วยความเสียว
“อ๊า ซี้ดด อ๊า คุณแดเนียล อ๊า”
มือบางพยายามดันศีรษะออกเพราะเสียวซ่านจนทนไม่ไหว มือหน้ารวบแขนทั้งสองข้างไว้แล้วทำมันต่อตามความพอใจของตัวเอง ทานตะวันทั้งเกร็งทั้งดิ้น มือตีนจิกกับเตียงจนเกร็ง แต่เอวก็แอ่นรับการกระทำนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเขาทำมันจนพอใจแล้วจึงค่อยๆ หยุด ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับมาไซร้ที่คอขาวๆ อีกครั้ง
“เธอพร้อมจะเป็นของฉันหรือยัง ทานตะวัน บอกฉันสิ”
เสียงกระซิบปลุกขนให้ลุกซู่ไปทั่วร่างกาย
“พร้อมค่ะ”
“ตอบฉันมาว่าเธอเป็นของใคร”
เขาถามซ้ำอีกรอบ
“ตะวันเป็นของคุณค่ะ”
แดเนียลยิ้มเล็กๆ อย่างพอใจ ก่อนจะจับขาของเด็กสาวให้ถ่างออกแล้วค่อยๆ ใช้นิ้วสร้างความเคยชินกับอุโมงค์ที่จะส่งรถไฟขบวนใหญ่เข้าไปเสาะสำรวจ
“อ๊า อู้ววว”
มันคงทนรอการเยี่ยมเยือนของเขาไม่ไหวแล้ว ทานตะวันน้อยบีบรัดนิ้วเรียวของเขาแน่น น้ำรักชุ่มรอต้อนรับขบวนรถไฟอย่างตั้งตา เขาไม่รอช้าแล้วค่อยๆ ส่งรถไฟเข้าอุโมงค์อย่างทะนุถนอม เพราะรู้ดีว่าอีกคนต้องเจ็บจนแทบขาดใจแน่ๆ
“อ๊า คุณแดเนียลเจ็บ ตะวันเจ็บ”
ทานตะวันร้องลั่นสองมือบางทุบตีหน้าอีกหนา แต่แรงเล็กๆ แค่นี้หรือจะสร้างความเจ็บปวดให้กับกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของเขาได้ เขามองดูคนข้างล่างแล้วคงเจ็บหนัก เนื้อตัวแดงไปหมด ตาทั้งสองข้างเอ่อนองไปด้วยน้ำตา อยู่ๆ เสียงร้องอี๊อ๊าก็กลายเป็นเสียงร้องไห้ไปเสีย เขาพักกิจกรรมใต้สะดือลง แล้วโน้มตัวลงไปจูบปลอบประโลมเหยื่อ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“ทนอีกนิดเดียวเธอก็ไม่เจ็บแล้ว ทนอีกหน่อยนะ เจ็บแค่นิดเดียว”
“ฮือ ไม่เอาแล้ว ตะวันเจ็บ เจ็บจะตายแล้ว ฮือๆ”
ทานตะวันสะอึกสะอื้นไม่ฟังอะไรแล้ว เขาพยายามใจเย็นอย่างเข้าใจ มือหนายกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มสลวย เคราสากไล้ไปตามซอกคอหอม สลับกับปากที่เหน็บฝากรอยแดงบนเนื้ออ่อน
“ทนหน่อยนะ แล้วก็จะไม่เจ็บอีกแล้ว”
เขาพยายามอดทนเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย พูดจบปากเรียวก็กดลงประทับที่ริมฝีปากของทานตะวัน ครั้งนี้เธอมีการโต้ตอบเขาบ้างแล้ว แดเนียลจูบเด็กสาวอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานแล้วลอบสอดใส่อาวุธเข้าไปช้าๆ
“อื้ม อื้อ”
เสียงครางลอดผ่านริมฝีปากกล่อมคนหื่นอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อทุกอย่างเข้าที่แดเนียลก็ถอนจูบ ลุกขึ้นให้ได้ท่าที่ถนัด แล้วจึงลองขยับเอวดู
“อ๊ะ”
ทันทีที่เคลื่อนไหว ทานตะวันก็เปล่งเสียงครางแบบที่เขาชอบ
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”
เขาถามไปพร้อมกับขยับเอวไปด้วย ทานตะวันส่ายหน้าและหลับตาพลิ้มรับการเคลื่อนไหวนั้น มือสองข้างกำหมอนบนหัวแน่น เขารู้ว่าหล่อนยังเจ็บอยู่ จึงเริ่มด้วยการโยกเบาๆ เท่านั้น แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วและความแรงขึ้น พับ พับ พับ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ในห้อง เขาทำกิจกรรมบนเตียงไป แบ่งจังหวะก้มลงดูดเนินเนื้ออวบขาวเป็นทีที พอให้คนข้างล่างได้แบ่งความสนใจไปที่อื่นจะได้ลดความเจ็บลงบ้าง
ในที่สุดทั้งคู่ก็ถึงจุดหมายแดเนียลลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ปล่อยให้อีกคนนอนซมอยู่บนเตียงอย่างอ่อนแรง ร่างกำยำมองดูรอยข่วนบนเนื้อตัวของตัวเองแล้วยิ้มอย่างพอใจ หลังอาบน้ำเสร็จแล้วแดเนียลเดินออกจากห้องน้ำมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ก้มดูอีกคนที่นอนหลับตาอยู่ใต้ผ้าห่ม คืนนี้คงต่ออีกหลายยก จะทำไงได้ก็ปากมันดันลั่นราคาไปสูงขนาดนั้น ซื้อมาแพงแบบนี้ยังไงก็ต้องใช้ให้คุ้ม เขาทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ทานตะวัน ปล่อยให้พักสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้าต่อเลยคงขาดใจตายไปก่อนแน่
ปรับจำนวนคำ
"ผมก็หลงคิดว่าคุณอยากให้ผมหายซะอีก พอรู้ว่าคิดไปเอง ใจมันสั่นยังไงไม่รู้พอใจมันเต้นแรงแผลมันก็เจ็บ ตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออกแล้ว" ลูอิสพูด พร้อมกับทำท่าทางประกอบ"ไม่ต้องมาแกล้งเลยนะ ฟ้าไม่เชื่อคุณหรอก หมอบอกว่าคุณหายดีแล้ว" ฟ้าพูดทั้งที่มือยังยุ่งอยู่กับการปอกแอปเปิ้ล แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่าเสียงของอีกคนหนึ่งเงียบหายไปนานผิดปกติ"ลูอิส!! ลูอิส!!" เมื่อเรียกแล้วอีกคนยังนิ่งฟ้าเลยลุกขึ้นมาที่เตียง ยืนพิจารณาดูท่าทีของไอ้ผัวเจ้าเล่ห์"โอ๊ย!!!" ลูอิสร้องลั่น เมื่อนิ้วเรียวๆ ของฟ้าหยิกลงบนเนื้อแขนของเขา "เจ็บนะฟ้า""เช็คดูไงว่าตายรึเปล่า นี่""โอ๊ยๆๆๆ" ฟ้าหยิกอีกทีรอบนี้ลูอิสรีบเอื้อมมือมาคว้าแขนของฟ้าไว้"ปล่อยนะ""ไม่!!!" ลูอิสออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถกระชากคนปากแข็งให้โน้มตัวลงมาหาเขาที่เตียงได้แล้ว"จะ..จะทำอะไรน่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะ""คิดอะไรฟ้า ผมแค่จะบอกว่าผมไม่ตายง่ายๆ หรอก ลูกก็กำลังน่ารัก เมียก็ยังสาวยังสวย ถ้าผมตายไปใครคาบไปแดกกันพอดี""หายดีแล้วนี่ ช่างพูดช่างเจรจา""ต้องรีบหายสิ จะได้แต่งงานกับฟ้าสักที""รีบๆ หายเถอะ เรื่องนั้นฟ้าไม่คิดอะไรมากหรอก" ปากบอกไม่คิดอะไรมากแต่หน
"เป็นไงดีขึ้นรึยัง" เสียงแม่แดงเอ่ยทักทำให้ลูกสาวรู้สึกดีขึ้นอย่างอัศจรรย์"แม่" ฟ้ารีบร้องตอบ"ม่ามี๊~" เด็กๆ วิ่งกรูกันเข้ามาเกาะที่ขอบเตียง"ว่าไงคะ มาให้มี๊กอดหน่อย" ฟ้าเอี้ยวตัวไปจับเด็กๆ ทานตะวันเลยช่วยอุ้มน้องฝนส่งขึ้นเตียง"แด๊ด" อยู่กับแม่แต่ดันร้องหาพ่อนะลูก"นี่หนูมาหามี๊หรือมาหาแด๊ดคะ""แด๊ดดี้" น้องฝนค่อนข้างติดพ่อ พอไม่เจอพ่อหลายวันก็คงคิดถึง"แด๊ดพักผ่อนอยู่ค่ะ""ปั๊ก" น้องฝนทำหน้างงๆ แล้วยกมือขึ้นใส่ปาก"นอนค่ะแด๊ดดี้นอน" ฟ้าอธิบายให้ลูกสาวฟัง"นอนแด๊ด" น้องเมฆที่เกาะอยู่ตรงขอบเตียงพูดขึ้นบ้าง"ไม่ได้ครับ แด๊ดต้องพักผ่อนไปกวนแด๊ดไม่ได้นะ ตอนนี้อยู่กับมี๊ก่อนน้า"แม่แดงพาเด็กๆ มาอยู่ด้วยได้ไม่นานก็ต้องพากลับเพราะฟ้าเองก็ต้องพักผ่อนเช่นกันผ่านไป 5 วันลูอิสยังคงนอนไม่ได้สติ ส่วนฟ้านั้นออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณเพื่อนแท้อย่างทานตะวันและแดเนียลที่คอยช่วยดูแลตอนอยู่โรงพยาบาล ลำพังแม่แดงคนเดียวคงไม่ไหวเพราะไหนจะต้องดูแลเด็กๆ อีก ส่วนเรื่องบ้านที่ไฟไหม้แดเนียลเป็นคนจัดการทั้งเรื่องคดีและการซ่อมแซม เพราะจะมัวรอให้ลูอิสฟื้นขึ้นมาจัดการคงไม่ได้ฟ้าเดินเข้าออกห้องนี้
นี่คือเนื้อเรื่องทั้งหมดที่นำมาแบ่งเป็น 3 บทให้มีเนื้อหาและจำนวนคำเฉลี่ยเท่าๆ กัน โดยทำการรักษาต้นฉบับเดิมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการแต่งเนื้อความเพิ่มใดๆ และได้ช่วยแก้ไขเฉพาะคำผิดตามที่อนุญาตเรียบร้อยแล้วค่ะ (เช่น แก้ไขคำว่า เพรา่ะ ➡️ เพราะ, พุธท ➡️ พุทธ, กระดูสันหลัง ➡️ กระดูกสันหลัง, แมาด้วยความผวา ➡️ แม่ด้วยความผวา, คุณพิทุกษ์ ➡️ คุณพิทักษ์, ปลอกดภัย ➡️ ปลอดภัย, ฟฟื้น ➡️ ฟื้น, ลูอิสริอง ➡️ ลูอิสร้อง, ใผ้โน้ม ➡️ ให้โน้ม, ในระแวก ➡️ ในละแวก, ไฮเดรนเยียร์ ➡️ ไฮเดรนเยีย, ประชสกร ➡️ ประชากร เป็นต้น)บทที่ 1แดเนียลพาตำรวจมาล้อมจับรามิเลสและลูกน้องได้ทันเวลา ก่อนจะได้ความว่ารามิเลสเป็นเพียงนักต้มตุ๋นข้ามชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานแหล่งทำกินใหม่ในไทย ด้วยเหตุนี้เขาและลูกน้องจึงมีการวางระบบต่างๆ ได้อ่อนอย่างที่ลูอิสสงสัย เขารู้จักมาเฟียดังๆ เป็นอย่างดีเพราะต้องใช้ในการอ้างถึงเพื่อก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อ ในมาเฟียที่เขารู้จักมีแดเนียลและลูอิสด้วย นายเพิ่มพ่อของแก้วขวัญก็ถูกจับกุมตัวด้วยเพราะตำรวจได้พบหลักฐานการทำผิดมากมาย ร่างของแก้วขวัญญาติได้ขอนำไปปฏิบัติตามวิถีพุทธ โดยไม่ติดใจสาเหตุการตายส่วนลูอิ
"นายครับมันอยู่ตรงนั้น!!!" ดูแล้วมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไม่ทันสังเกตว่ามีอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วย เพราะเห็นเพื่อนตัวเองล้มลงก็รู้ทันทีว่าจุดนี้เป็นที่ซ่อนของทั้ง 3 คน ลูอิสรีบหันไปคว้าร่างของแก้วขวัญขึ้นมาเป็นตัวประกัน มือหนึ่งก็ดึงฟ้าให้ลุกขึ้นมาหลบที่ด้านหลังของตน"อย่าเข้ามาล่ะ ไม่งั้นอีนี่ตายแน่" เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากพุ่มไม้พร้อมร้องขู่รามิเลสเดินตามลูกน้องออกมายืนดูเหตุการณ์"เป็นแกจริงๆ สินะเมื่อคืนฉันก็มองไม่ชัด" รามิเลสพูดขึ้นเมื่อแน่ใจกระจ่างแล้วว่าคนที่เห็นคืออดีตมาเฟียมือดีที่เขาเคยรู้จักจริงๆ "ฉันไม่แปลกใจละ ทำไมบ้านแกถึงมีการป้องกันที่ไม่รัดกุมนัก"ลูอิสพูดขึ้นตามความคิดของตัวเอง "มาเฟียกระจอกแบบนี้ ระบบป้องกันถึงได้ห่วยแตกไงล่ะ""อย่าปากดีนักเลย แค่อดีตมาเฟียที่ถูกลืม""ฉันไม่สนใจชีวิตแบบนั้นหรอก ถอยออกไป" ลูอิสพูดพร้อมกับขยับถอยหลังทีละนิด ปืนก็ยังคงจ่อเข้าที่หัวของแก้วขวัญ แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนั้นไม่ได้อยากฆ่าคนให้ฟ้าเห็น แต่ที่ทำอยู่ก็เพื่อป้องกันตัวเองและฟ้าปัง!! เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ลูอิสรีบหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่โชคดีที่ฟ้ายังอยู่ดี ไม่ได้มีอ
ลูอิสออกมาจากห้องพร้อมกับตามหาโทรศัพท์ตรงจุดที่แก้วขวัญบอกไว้ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เขาก็รีบกลับเข้าห้องโดยเร็ว เมื่อมาถึงห้องลูอิสส่งโทรศัพท์ให้ฟ้ากดเบอร์ทานตะวันเพราะเขาจำเบอร์ใครไม่ได้เลย"สวัสดีค่ะตะวันพูดสายค่ะ" เมื่อทานตะวันกดตอบรับแล้ว ฟ้าจึงส่งโทรศัพท์ให้กับสามี"ตะวันนี่ลูอิสนะ" เมื่อทานตะวันได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกตกใจปนกับดีใจมาก พวกเขากำลังตามหาทั้งคู่กันอย่างจ้าละหวั่น ทั้งบ้านที่ถูกเผา ทั้งการหายไปของฟ้ากับลูอิส ทำให้ทานตะวันกับแดเนียลต้องรีบบินตรงมาที่ปายทันที เรื่องที่บ้านไฟไหม้โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรเพราะคนงานที่บ้านช่วยกันดับได้ทัน จะมีก็แต่ตัวบ้านที่ถูกไฟไหม้ไปค่อนข้างเยอะ"ตะวันผมขอคุยกับไอ้แดนหน่อย""ได้ค่ะ" ทานตะวันรีบวิ่งเอาโทรศัพท์ไปให้สามี"เออแกอยู่ไหน" เมื่อรู้ว่าเป็นลูอิส แดนก็ไม่เกริ่นอะไรยิงคำถามสำคัญอย่างทันที"ฉันยังอยู่ที่ปาย..." ลูอิสหันไปหาร่างบางบนเตียง"ที่นี่เรียกว่าที่ไหน" พร้อมกับถามเจ้าของบ้าน"บ้านไร่นายเพิ่ม" แก้วขวัญรีบตอบด้วยความกลัวตาย"จะลองไปถามคนงานดูบ้านไร่นายเพิ่ม รีบมานะ""เออ" ลูอิสกดวางสายแล้วหันไปหาฟ้า"เราจะหนีออกจากตัวบ้าน
"ผมก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน ปกติฟ้าก็ให้ผมมัดตลอด ถ้าคุณไม่ชอบผมก็ตามใจ อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ผมจะนั่งอยู่เฉยๆ" แก้วขวัญได้ยินอย่างนั้น ก็กลัวจะสู้ฟ้าไม่ได้ เลยรีบลุกขึ้นไปหยิบเชือกขึ้นมาส่งให้กับนายดิน"ถะ ถ้าชอบก็มัดสิ" ลูอิสเหลือบตามองอย่างพอใจเมื่อเหยื่อติดกับ เขารับเชือกมาแล้วทำการมัดที่แขนของแก้วขวัญ จากนั้นก็ฉีกผ้าปูที่นอนมาส่วนหนึ่งแล้วทำการปิดตา "ตื่นเต้นหรือเปล่า" เขาแกล้งก้มลงกระซิบข้างหู ทำเพียงแค่นี้คนไม่เคยอย่างแก้วขวัญก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว"พร้อมแล้ว" เธอตอบรับอย่างมั่นใจลูอิสกระตุกยิ้มก่อนจะเอาเศษผ้าอีกชิ้นขึ้นมามัดปากแก้วขวัญแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปยังห้องที่ถูกจับแยกออกมาเมื่อคืน น่าแปลกที่ไม่มีคนเฝ้า แต่ก็ดีจะได้เข้าไปได้ง่าย แต่อีกใจก็กลัวจะเป็นกับดักของแก้วขวัญ ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูแล้วเปิดออกอย่างเบามือ ทันทีที่มองเห็นร่างของภรรยาตัวเอง เขาแทบจะบ้าด้วยความเจ็บปวด เนื้อตัวของฟ้านั้นเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำจากการทุบตีของแก้วขวัญ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรงเพราะถูกกระชาก เสื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่น ก็ฝีมือแก้วขวัญอีกนั่นแหละลูอิสรีบปิดประตูแล้ววิ่งตรงไปแก้มัดให้ภรรยาอย่างไม่ลังเล
ทางฝั่งซ้อหลิวก็กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมข้าวของสำหรับแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับสินค้าเพียงชิ้นเดียวของตัวเอง เมื่อเวลาใกล้เข้ามาสาวใหญ่ก็เดินเข้าไปปลุกทานตะวันที่เตียง “นังตะวัน ตื่น!” สาวใหญ่ลุกขึ้นไปเขย่าตัว ปลุกเด็กสาวที่กำลังหลับอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้น ตากลมค่อยๆ เปิดขึ้นจากนั้นเจ้าตัวจึงค่อยๆ ล
ห้องติดกันเป็นห้องของ ‘แดเนียล คาเซียโน่’ มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลีผู้ชื่นชอบในการควงผู้หญิงไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำหน้า มีตั้งแต่นางแบบ ดาราดัง ไฮโซ แต่หลังๆ มาเขาเอือมที่จะต้องมีข่าวเลยหันมาซื้อของดี ราคาไม่สูงกินดีกว่า ผู้หญิงพวกนั้นนอกจากจะนำพาสื่อที่ทำชีวิตเขาวุ่นวายแล้ว ยังหัวสูงใช้แต่ของแพงผลาญเงิ
“อ๋อ!! นังตะวัน แกใช่ไหมหา!! มานี่เลยมานี่ หลักฐานคามือเลยหนอย…” “เจ๊หนูเจ็บ โอ๊ยยย” ซ้อหลิวตรงเข้าไปกระชากผมที่รวบมัดไว้เป็นหางม้ายาวสลวยสีดำขลับของทานตะวันแล้วออกแรงกระชากให้เธอตามไปที่ห้องบัญชี “แกแหกตาดูนะ สองวันนี้แกทำจานที่ร้านของฉันแตกไปกี่ใบแล้วหา!! ฉันจะไล่แกออกดีไหม? เอานังฟ้าไว้คนเดียวจ
ท้ายหาดแห่งหนึ่งในพัทยา บ้านที่มีขนาดเล็กจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีชีวิตสองชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ได้ สภาพของบ้านมีลักษณะเป็นเพิงหมาแหงนเก่า ๆ สร้างขึ้นโดยใช้ต้นไม้จากป่าละเมาะ ขนาดเท่าขายึดเป็นเสาจำนวนเก้าต้น ตีแปะมุงด้วยสังกะสีสนิมเขรอะ จากโรงสีที่บริจาคให้กับ ‘ยายบุญมี’ ด้วยความสงสาร ยายบุญมีอาศัยอยู่กั







