Masukร่างบางลอยวืดตามแรงฉุดกระชากลากดึงเธอจากหน้าห้องพักผ่านโซนต่างๆท่ามกลางสายตาเหล่าลูกน้องบริวารที่ออกอาการสงสัย เพราะปกติเจ้านายจะรังเกียจสาวใช้ผู้นี้จนแทบไม่ชายตาแล
ฟึ่บ
เธอถูกเหวี่ยงลงเตียงนอนจนหน้ามืด แล้วร่างใหญ่ทาบทับลงมาคร่อมบนตัว
“ดะ เดี๋ยวค่ะ”
“เฮอะ ทีแบบนี้กลัว?”
“ไม่ใช่ค่ะ คือ หนูขอเตรียมใจสักหนึ่งชั่วโมง อ๊ะ.โอ๊ย.”
กรอบหน้าเรียวเล็กถูกมือใหญ่บีบเต็มแรงแล้วคลายออก เธอชักกลัวจนสติแตกกระเจิงพยายามมองหาทางหนีทีไล่
“ซูซานจ้างเธอเท่าไหร่นะ?” เสียงแหบห้าวเอ่ยถามรอดไรฟัน
“ฮะ ห้าล้านค่ะ”
“โห้ ห้าล้านเลยหรือ? ไหนลองทำให้ฉันพอใจสิ”
“คะ คุณต้องการแบบไหนคะ?”
“ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องสอดใส่ เพราะฉันขยะแขยงผู้หญิงหากินแบบเธอจนไม่อยากแนบเนื้อให้เชื้อโรคเข้าร่างกาย”
นูรีนเม้มริมฝีปากแน่น ตกใจจนอกสั่นขวัญแขวนที่อยู่ๆเขาเป็นฝ่ายรุกจนเธอไม่ได้ตั้งตัว
หน้าอกอวบกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง
หมั่บ
“โอ๊ยย”
เธอดิ้นพล่านเมื่อถูกสองมือใหญ่กอบกุมพร้อมขยำอย่างแรง
“ซี้ดดด ..หนูเจ็บ บะ เบาๆค่ะ”
เขาไม่สนคำขอ ลากลิ้นสากตวัดเลียรอบใบหูจนเธอขนลุกซู่แล้วออกคำสั่งต่อ
“หลับตา”
“อะ อื้อออ”
“ฉันสั่งให้หลับตา!”
“อ๊ะ ฮึก” เธอรีบหลับตาลงไม่นานริมฝีปากหยักพรมจูบดะทั่วซอกคอหอมกรุ่น ลิ้นสากปาดเลียติ่งหูก่อนลากมาตามคางเรียวไต่ขึ้นตามไรผมขณะที่มือยังคงบีบขยำสองเต้าเป็นจังหวะหนักหน่วง
“อะ อื้อออ”
“ซี้ดด ห้ามลืมตาเด็ดขาด”
“ฮึก ค่ะ” เธอละล่ำละลักเอ่ยเสียงสั่นไม่นานก็ถูกเขาดึงรั้งแขนขึ้นให้อยู่ในท่านั่ง
“อ้าปาก”
“..”
“ฉันสั่งให้อ้าปาก”
ริมฝีปากบางถูกตบเบาๆพร้อมบังคับบีบให้อ้าออก
สวบ
“อู๊ววว อุ๊บบส์”
เธอตกใจเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้ามาในโพรงปากจนเผลอเบิกตากว้าง
พ่อแก้วแม่แก้ว สิ่งนี้คือความเป็นชายขนาดใหญ่เทียบเท่ากับข้อมือเธอก็ไม่ปาน
เธอตื่นตะลึงงันขากรรไกรชะงักค้างมือดันหน้าขาเขาออกเมื่อกำลังจะสำรอก
ป๊อก
โชคดีที่เขาถอนออกได้ทัน
เฮือกก
เธอสูดเอาอ๊อกซิเจนเข้าร่างกายเฮือกใหญ่
“หลับตา อ้าปาก”
เธอรีบทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“เงยหน้าสิ”
ท่อนลำเขื่องฟาดริมฝีปากบางสามทีก่อนสอดเข้ามาใหม่อีกครั้ง
“ซี้ดดดด”
เสียงครางต่ำดังเล็ดลอดออกมา
“อ่า อย่าใช้ฟัน ..นี่บังอาจแกล้งฉันเหรอ”
เธอเริ่มรนรานเมื่อทำให้เขาโกรธโดยไม่ตั้งใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรก
“อื้ม อย่างนั้นล่ะ ซี้ดดด”
สะโพกสอบหมุนควงเชื่องช้า สัมผัสแรกในรอบสองปีช่างซาบซ่านเกินจะกลั้น มือหนาประคองใบหน้าเอาไว้ก่อนเร่งสะโพกอัดใส่ร่องปากเล็กแคบถี่ยิบ
สวบ สวบ
“อะ อื้อ อู้ว”
นูรีนคำรามลั่นเธอทรมานจนน้ำตาไหลพรากลงมาไม่ขาดสาย
แรงกระทุ้งและขนาดที่ใหญ่ทำเอาปากเธอฉีกมีเลือดซึมออกมาตรงมุมปากโดยไม่รู้ตัว
“อ่าส์ ฉะฉันใกล้แตกแล้ว อ๊ะ …อ๊า โอ่วววส์”
ไม่นานก็รู้สึกถึงของเหลวแตกซ่านเข้ามาภายในปากจนล้นแทบสำลักออกมา
“ซี้ดดด”
ใบหน้าคมเข้มแหงนขึ้นพลางสูดปากครางอย่างพอใจ ในขณะที่เธอกล้ำกลืนฝืนรับด้วยสีหน้าเหยเก จะคายออกก็ไม่กล้า
“อีก.. อื้ออ”
สองมือเผลอบีบต้นขาแกร่งที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า
“เหอะ ทำงานไม่สมกับค่าแรงเลย” สองมือเท้าสะเอวมองเธออย่างเหยียดหยัน
“ซี้ดด ดูดออกให้หมดอย่าให้เหลือล่ะ”
เอ่ยคำสั่งเสียงแหบพร่า เธอปิดเปลือกตาพยายามทำหน้าที่อย่างเงอะงะ เอาแต่ท่องคำว่าอดทนเอาไว้ในใจเป็นร้อยๆครั้ง
“คายออก”
เขาผลักหน้าผากเธอออกให้พ้นทางก่อนลงจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงลงพื้นมาสวมใส่ให้เรียบร้อย
“ฮึก..” เสียงสะอื้นเบาๆ แต่เขาสัมผัสได้ ความเห็นใจผุดพรายขึ้น
หมั่บ
ชีกห์การิมตวัดวงแขนรวบลำคอระหงเข้าหา เปลือกตาหลุบลงก่อนพรมจูบดะทั่วหน้าผากมนอย่างปลอบประโลม
จุ๊บ
‘ทำไมต้องเป็นเธอ นูรีน’
“เห้อ”
นูรีนสัมผัสความอ่อนโยนได้ไม่นานก็ถูกเขาผลักไสออกอีกครั้ง
พลั่ก
“เสร็จแล้วก็ออกไปซะ!”
“ฮึก..ค่ะ”
เธอรีบเช็ดมุมปากกลิ่นคาวปนเฝื่อน กระชับผ้าคลุมศีรษะให้เรียบร้อยด้วยมืออันสั่นเทา
“เร็วๆเซ่”
“ค่ะ ไปแล้วค่ะ”
ร่างบางรีบวิ่งหัวซุนออกไป สายตาเอาแต่มองพื้นไม่กล้าสู้หน้าใครๆที่เดินผ่านจึงไม่ทันรู้ว่าคุณหมอซูซานยืนรอดูความเป็นไปอยู่ที่หน้าห้องเขา
“พอใจหรือยัง?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามภรรยา
เธอพยักหน้าพลางยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ในขณะที่สามีกำลังโกรธเธอหนักจนเดินผ่านไป
“ฮึก ..” ร่างผอมโทรมยืนถอยร่นไปหลบมุมร้องไห้ ตัวสั่นโยน ฝ่ามือยกปิดปากกลั้นเสียงเอาไว้
“ฮึก.คุณต้องอยู่ได้ ในวันที่ไม่มีฉัน”
ชีกห์การิมสวมชุดโต๊ปสีขาวเดินเข้าไปในเขตห้องพักส่วนตัวของซูซานซึ่งเขามักเรียกที่นั่นว่าเขตกำยานหอม วันนี้เป็นวันครบฉลองสานสัมพันธ์ของผู้ครองรัฐทั้งเจ็ด เขาซึ่งเป็นบุตรของท่านมุฮัมมัดผู้ครองแคว้นรัฐฮัสมานญ์จึงต้องควงซูซานไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วยเฉกเช่นทุกๆปี
“ที่รัก คุณเสร็จหรือยัง?”
เสียงกุกกักภายในห้องแต่งตัวบวกกับกลิ่นกำยานหอมทำให้เขารู้สึกอุ่นใจแม้ไม่ได้ยินเสียงขานรับ
มุมปากหยักยิ้มละมุนได้ไม่นานเป็นต้องเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันควันเมื่อพบนูรีนออกมาจากห้องแต่งตัว
ร่างบางลอยวืดตามแรงฉุดกระชากลากดึงเธอจากหน้าห้องพักผ่านโซนต่างๆท่ามกลางสายตาเหล่าลูกน้องบริวารที่ออกอาการสงสัย เพราะปกติเจ้านายจะรังเกียจสาวใช้ผู้นี้จนแทบไม่ชายตาแล ฟึ่บเธอถูกเหวี่ยงลงเตียงนอนจนหน้ามืด แล้วร่างใหญ่ทาบทับลงมาคร่อมบนตัว “ดะ เดี๋ยวค่ะ”“เฮอะ ทีแบบนี้กลัว?” “ไม่ใช่ค่ะ คือ หนูขอเตรียมใจสักหนึ่งชั่วโมง อ๊ะ.โอ๊ย.” กรอบหน้าเรียวเล็กถูกมือใหญ่บีบเต็มแรงแล้วคลายออก เธอชักกลัวจนสติแตกกระเจิงพยายามมองหาทางหนีทีไล่ “ซูซานจ้างเธอเท่าไหร่นะ?” เสียงแหบห้าวเอ่ยถามรอดไรฟัน“ฮะ ห้าล้านค่ะ”“โห้ ห้าล้านเลยหรือ? ไหนลองทำให้ฉันพอใจสิ” “คะ คุณต้องการแบบไหนคะ?”“ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องสอดใส่ เพราะฉันขยะแขยงผู้หญิงหากินแบบเธอจนไม่อยากแนบเนื้อให้เชื้อโรคเข้าร่างกาย”นูรีนเม้มริมฝีปากแน่น ตกใจจนอกสั่นขวัญแขวนที่อยู่ๆเขาเป็นฝ่ายรุกจนเธอไม่ได้ตั้งตัว หน้าอกอวบกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงหมั่บ“โอ๊ยย” เธอดิ้นพล่านเมื่อถูกสองมือใหญ่กอบกุมพร้อมขยำอย่างแรง“ซี้ดดด ..หนูเจ็บ บะ เบาๆค่ะ”เขาไม่สนคำขอ ลากลิ้นสากตวัดเลียรอบใบหูจนเธอขนลุกซู่แล้วออกคำสั่งต่อ“หลับตา”“อะ อื้อออ”“ฉันสั่งให้หลับตา!”“อ๊ะ
“หา?” ผู้ป้าชะงักค้าง เอียงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ “ว่าไงนะ?”“เค้าจ้างหนูมาห้าล้าน และเมื่อวานคุณซูซานเธอให้อีกสามล้าน แล้วถ้ามีลูกสืบทายาทให้ก็ได้ร่วมสิบๆล้านเลยค่ะ” “แม่เจ้า” ฝ่ามืออวบเหี่ยวย่นยกขึ้นทาบหว่างอกถ้าจ้างเยอะขนาดนี้แสดงว่าคงเจาะจงแค่นูรีนใช่ไหมนะ? เธอหันกลับมามองหน้าหลานสาวอย่างจับผิด“ช่างเหอะป้า” เธอรีบเอ่ยปัด“จะมาชงมาช่างได้ยังไง เยอะขนาดนี้เอ็งไม่สงสัยอะไรหน่อยหรือ?”“ไม่หรอก พอฉันได้เงินแปดล้านก็ไม่ได้สงสัยอะไรแล้ว” ขณะที่ป้ากำลังจะเผยอปากเอ่ยเธอรีบแทรกทันควัน “ลูกชายป้าทักมายืมฉันแล้วนะสองแสน และฉันโอนไปให้แล้วด้วย” “เห้อ” ร่างอวบหย่อนสะโพกลงนั่งเคียงข้าง“งั้นก็ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีๆนะ” ป้าสมพรจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มพลางลูบหัวที่ถูกคลุมด้วยฮิญาบป้อยๆถึงว่าล่ะ ทำไมอยู่ๆท่านอุมมูการิมถึงได้ชักชวนเธอมาเป็นผู้ติดตามแทนอีกคน ที่แท้ก็จะพามาพบหลานสาวเธอนี่เอง เมื่อภายในห้องหลงเหลือเพียงเขาและมารดา ท่านอะดะบียะฮฺ จึงเปรยขึ้นว่า“มันเป็นความต้องการของซูซานเองนะ ทำไมหรือ? แค่มีเมียเพิ่มอีกสักคนทำไมต้องปฏิเสธให้ยุ่งยาก? ลองเปิดใจเชยชมดูสักหนึ่งคืนถ้าไม่ถูกใจชีกห์
อาจจะเพราะอาการป่วยและความคาดหวังอันแรงกล้าว่าอยากจะเห็นหน้าทายาทของเขาก่อนตาย เธอรู้ดีว่าสภาพร่างกายตัวเองไม่สามารถมอบความสุขให้สามีได้ การิมทนเปลี่ยวมานานเธอเห็นใจเขาสมควรจะได้รับการปลดปล่อยอารมณ์กำหนัดที่ไม่ใช่เพียงจัดการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง และการได้เลือกภรรยาให้เขากก่อนตายย่อมดีกว่าตายไปอย่างค้างคา มันเป็นเครื่องยืนยันว่าหากวันที่เธอไม่อยู่แล้วเขาจะได้ไม่เศร้าใจมาก เธอมั่นใจว่านูรีน คือผู้หญิงที่สามารถแทนที่เธอในฐานะภรรยาได้ “หักค่าของใช้ส่วนตัวและค่าเดินทางแล้ว หนูขอคืนค่าจ้างให้คุณนะคะ”เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาทำลายความตั้งมั่นในหัว ซูซานหันขวับไปจ้องหน้า“หมายความว่ายังไง?? เธอจะถอดใจง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะนูรีน” ซูซานโผเข้าประคองหัวไหล่เล็กแคบไว้ “เธอไม่เสียดายเงินห้าล้านจริงๆหรือ?”“หนูคิดดีแล้วค่ะ” น้ำเสียงตะกุกตะกัก “อีกอย่างคุณการิมเค้ามั่นคงกับคุณมากหนูไม่มีทางแทรกกลางได้หรอกค่ะ”“ฉันให้อีกสามล้าน” คราวนี้นูรีนอ้าปากค้าง “คะ? ส..สามล้าน??” “ใช่ ถ้าเธอตัดสินใจอยู่ต่อฉันให้ทันที และพรุ่งนี้ท่าน ‘อะดะบียะฮฺ’ แม่ของเค้าจะมาช่วยเจรจากับลูกชายให้ รับรองว่าครั้งต่อไปเธอจะไม่ถ
เตรียมตัวเตรียมใจอย่างนั้นหรือ ชีกห์การิม ดุยิ่งกว่าอะไรในโลก เขาน่ากลัวจนเธอนับครั้งได้ว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่อยู่ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้เธอเผลอเงยขึ้นสบตาเขากี่ครั้ง หนึ่งปีที่ว่ายาวนาน กำลังรู้สึกว่ามันรวดเร็วเกินไปหากต้องใช้มารยาอ่อยผู้ชายน่ากลัวคนนั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนรวยที่ชอบคิดอะไรซับซ้อนถึงขนาดจ้างวานหาคนมาบำเรอสามีตนเอง แต่จะว่าไปแล้ว งานประหลาดที่ว่ามันก็เหมาะสำหรับคนยากจนอย่างเธอดี นับว่าเป็นสมดุลของโลกสินะ“เห้อ” หญิงสาวถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้แขกคนสำคัญของเจ้านาย อีกครั้งที่สายตาดุดันเพ่งมองเธอราวกับจะฆ่าให้ตายคามือ นี่น่ะหรือ ชายที่เธอจะต้องเผด็จสวาทให้ได้ ดุยิ่งกว่าอะไรดี“ใครสั่ง?” “เอ่อ นายหญิงค่ะ” เธอยืนก้มมองพื้นตอบเสียงอ้อมแอ้ม“เอากลับคืนไป”มือเรียวเตรียมหยิบขวดกลับคืนแต่ทว่าแขกของเขารีบเอ่ย“เฮ้ ไม่เป็นไร วางไว้ตรงนี้แหละ ขอบใจนะ ..ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรือ?”“นูรีนค่ะ” ใบหน้าเรียวค่อยๆเงยขึ้นสบมองดูแขกที่ชื่อคุณยาซัดผู้มีใบหน้าคมคาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธอชื่นชมในความเป็นมิตรของเขา ริมฝีปากชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มกว้างอวดฟันขาวเรีย
ริมฝีปากบางละเมียดดื่มกาแฟผสมนมรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นสูดกลิ่นความหอมกรุ่นแล้วหวนรำลึกถึงงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟในใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักสำหรับนักศึกษาภาคปกติชั้นปีสองที่ต้องคอยส่งรายงานให้ครบและยังต้องรีบเข้างานให้ทันเวลาในชุดนักศึกษาถอดเข็มกลัดตรามหาวิทยาลัยส่วนเสื้อกันเปื้อนสำหรับสวมในร้านเธอพกไว้ในกระเป๋าสะพายไปทุกวันเพื่อความสะดวก ภาพที่เพื่อนๆเห็นจนชินตาคือการที่นักศึกษาใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนผ่องร่างเพรียวผอมมองเผินๆเหมือนลูกผู้ดีมีชาติตระกูลเดินแกมวิ่งออกจากคลาสเรียนก่อนใครเพื่อนพร้อมดึงทึ้งเสื้อกันเปื้อนปักโลโก้ร้านกาแฟออกมาสลัดพลางสวมคล้องคอและก้าวฝีเท้าลงจากตึกคณะอย่างว่องไว เธอใช้ผ้ากันเปื้อนคลุมหัววิ่งฝ่าแดดไปอีกกว่าร้อยเมตรหยุดยืนข้างถนนมองซ้ายขวาก่อนข้ามทางม้าลายไปทำงานในร้านกาแฟที่อยู่อีกฟาก คอฟฟี่ การ์เด้นท์ คือชื่อร้านที่เธอทำงานอยู่ ลักษณะภายในร้านจะตกแต่งสไตล์นอร์ดิกเปิดเพลย์ลิสดนตรีเปียโนคลอเบาๆให้ความรู้สึกสบายใจสำหรับลูกค้า แม้แต่พนักงานอย่างเธอเองก็พลอยรู้สึกอย่างนั้นทุกครั้ง เนื่องด้วยสภาพอากาศกลางกรุงตอนบ่ายแก่ๆ ที่มีเพียงฤดูร้อนน







