เข้าสู่ระบบ
ริมฝีปากบางละเมียดดื่มกาแฟผสมนมรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นสูดกลิ่นความหอมกรุ่นแล้วหวนรำลึกถึงงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟในใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักสำหรับนักศึกษาภาคปกติชั้นปีสองที่ต้องคอยส่งรายงานให้ครบและยังต้องรีบเข้างานให้ทันเวลาในชุดนักศึกษาถอดเข็มกลัดตรามหาวิทยาลัยส่วนเสื้อกันเปื้อนสำหรับสวมในร้านเธอพกไว้ในกระเป๋าสะพายไปทุกวันเพื่อความสะดวก ภาพที่เพื่อนๆเห็นจนชินตาคือการที่นักศึกษาใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนผ่องร่างเพรียวผอมมองเผินๆเหมือนลูกผู้ดีมีชาติตระกูลเดินแกมวิ่งออกจากคลาสเรียนก่อนใครเพื่อนพร้อมดึงทึ้งเสื้อกันเปื้อนปักโลโก้ร้านกาแฟออกมาสลัดพลางสวมคล้องคอและก้าวฝีเท้าลงจากตึกคณะอย่างว่องไว เธอใช้ผ้ากันเปื้อนคลุมหัววิ่งฝ่าแดดไปอีกกว่าร้อยเมตรหยุดยืนข้างถนนมองซ้ายขวาก่อนข้ามทางม้าลายไปทำงานในร้านกาแฟที่อยู่อีกฟาก
คอฟฟี่ การ์เด้นท์ คือชื่อร้านที่เธอทำงานอยู่ ลักษณะภายในร้านจะตกแต่งสไตล์นอร์ดิกเปิดเพลย์ลิสดนตรีเปียโนคลอเบาๆให้ความรู้สึกสบายใจสำหรับลูกค้า แม้แต่พนักงานอย่างเธอเองก็พลอยรู้สึกอย่างนั้นทุกครั้ง
เนื่องด้วยสภาพอากาศกลางกรุงตอนบ่ายแก่ๆ ที่มีเพียงฤดูร้อนน้อย ร้อนมาก และร้อนสุดๆ
หลังจากนักศึกษาสาวข้ามถนนปาดหงื่อแล้วตรงดิ่งเข้าไปผลักประตูกระจกใสผิวเนื้อสัมผัสกับความเย็นฉ่ำในร้านราวกับอยู่คนละโลก
เปรียบง่ายๆให้เห็นภาพ ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย
ผู้คนหลากหลายทั้งวัยทำงาน นักศึกษาต่างก็หลั่งไหลเข้ามาตลอด
“นี่จ๊ะ สำหรับเธอ”
เธอรับเอาลาเต้ร้อนด้านบนชั้นฟองนุ่มทำลวดลายใบไม้จากคุณชวนฝันผู้เป็นเจ้าของร้านยื่นให้
หญิงสาวโค้งศีรษะลงจนผมยาวประไหล่เลื่อนลงปิดกรอบหน้า
“ขอบคุณค่ะ”
เธอเอ่ยขอบคุณทุกครั้งก่อนเดินปลีกตัวออกไปยืนทอดอารมณ์ตรงมุมร้านมองดูสวนสีเขียวผนังเป็นต้นไทรเกาหลีพื้นหญ้าโล่งเตียนทำให้ชุดโต๊ะอัลลอยด์สีขาวประมาณสี่ชุดที่ตั้งเอาไว้รองรับลูกค้าดูโดดเด่นออกมา
หญิงสาวมองดูนาฬิกาบนฝาผนังสีขาวเข็มนาทีเตือนว่าเธอเหลือเวลาดื่มเพียงสามนาที
“ฟู่ว”
ว่าแล้วก็รีบเป่าความร้อนออกก่อนจิบอีกครั้ง
การเรียนไป ทำงานไปในสายตาเพื่อนๆอาจมองว่ามันหนัก
แต่สำหรับคนที่มาจากพื้นฐานครอบครัวค่อนข้างยากจนแล้วก็ต้องขยันกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัวถึงจะเรียนต่อในระดับมหา’ลัยได้
การได้ดื่มกาแฟฟรีทุกวันกับค่าตอบแทนวันละสี่ร้อยที่ได้รับท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ก็ถือเป็นความโชคดีสุดๆสำหรับเธอ มันกลายเป็นกิจวัตรที่เธอชื่นชอบไปปริยาย เธอมีความสุขกับงานมากเสียกว่าการออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่คณะเสียอีก
…เธอไม่ได้ดื่มด่ำความสงบสุขแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ เท่าที่จำได้
ความสงบสุขในชีวิตเธอสิ้นสุดลงช่วงกลางฤดูร้อนปีที่แล้วกับการตัดสินใจครั้งใหญ่
นั่นคือการหยุดพักการเรียนเอาไว้แล้วจรดปลายปากกาเซ็นพันธะสัญญาบางอย่าง
“นูรีนจ๊ะ มีคนมาขอพบเธอน่ะ”
เสียงเรียกจากคุณชวนฝันเจ้าของร้าน
กับการมาของคุณหมอคนสวยวัยสามสิบปีเศษท่านหนึ่งผู้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
“นูรีน!”
ป้าอัมนีสาวใช้วัยห้าสิบร่างท้วมใหญ่ตะคอกเรียกเธอจากด้านหลัง
เธอกรอกตารับฟังแต่ยังนิ่งเฉย ขอดื่มด่ำกาแฟอึกสุดท้ายก่อนหันกลับไปเผชิญหน้า แต่ทว่า
“หูหนวกรึไง!”
เสียงแหบแหลมตะคอกใกล้ใบหูจนเธอสะดุ้ง
“ค่ะ รู้แล้วค่ะ”
เธอรีบวางแก้วกาแฟหันไปยืนกุมมือรับฟังคำสั่งจากป้าอัมนีที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้ายักษ์ใส่
“รู้หรือ ฉันบอกอะไร? ไหนพูดซิ??” เธอลองเชิงถามหญิงสาวที่เอาแต่ยืนเหม่อริมหน้าต่างพลางจิบกาแฟชมสวนราวกับเป็นเจ้าของบ้านอย่างนั้นคงจะไปได้ยินอะไรหรอก
“เอ่อ ก็ป้าบอกว่านายหญิงขอพบไงจ๊ะ”
“เออ แล้วไป”
เธอยิ้มแฉ่งทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ แต่ก่อนที่ป้าอัมนีจะเดินจากไปไม่วายลากหางตามองเธออย่างมีอคติ
“เห้อ”
หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างระอา แววตาคู่หวานเจือเศร้าทอดมองสนามหญ้าเขียวขจีด้านนอกอย่างโหยหาก่อนเดินคอตกตามป้าอัมนีไปราวกับร่างไร้วิญญาณ
ร่างบางในชุดฮิญาบเยื้องย่างพ้นผ่านธรณีประตูทรงโค้งสีน้ำตาลทองสไตล์อาหรับหรูหรา กลิ่นกำยานหอมลอยมาเตะจมูกก่อนจะพบกับนายหญิง
“มาทางนี้สินูรีน”
เสียงหวานใสเย็นเอื่อยให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่าเสียงร้องคะตอกของป้าอัมนีเป็นไหนๆ
“ค่ะ นายหญิง”
ร่างบางยอบตัวลงนั่งกับพื้นเอื้อมมือไปบีบนวดเท้าของคุณซูซานที่กำลังแช่น้ำอุ่นและมีกลีบดอกกุหลาบลอยอยู่
“อ๊ะ ไม่ต้องจ๊ะ บอกหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำ” เธอเอ็ดหญิงสาวเสียงเบาทว่าแววตายังมองอย่างเอ็นดูเสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะ นูรีนอยากนวดให้คุณจริงๆ” นูรีนคอยปรนนิบัติให้อย่างอ่อนโยน
“เห้อ ผ่านมาเป็นปีแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า” เธอเปรยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ทำเอาคนฟังอย่างเธอรู้สึกผิด
อะไรคืบหน้าที่ว่านั้น คือการพยายามทำให้สามีของนายหญิงยอมร่วมหลับนอนกับเธอ
ใช่ มันคือเรื่องน่าอายในพันธะสัญญาที่เธอไม่อาจบอกใครได้
แต่หากใครได้รู้ว่าค่าตอบแทนกว่าครึ่งล้าน เธอมั่นใจว่าเสียงคงแตกเป็นสองฝั่งแน่นอน
เธอยอมมาอยู่ที่นี่เพราะเงินจำนวนห้าล้าน กับการเป็นนางบำเรอให้สามีคุณซูซานซึ่งไม่อาจมอบความสุขให้ได้เพราะกำลังป่วยด้วยโรคร้ายที่รักษาไม่หาย
“วันนี้เพื่อนชีกห์การิมมาที่บ้าน เธอเตรียมเครื่องดื่มและเตรียมตัวเตรียมใจไว้นะ”
“คะ?” เธออุทานเป็นคำถามพร้อมแหงนหน้าขึ้นมองคุณซูซาน
“ใช่แล้วจ้ะ คืนนี้เธอต้องนอนกับเค้าให้ได้”
นายหญิงเอ่ยอย่างตั้งมั่น ในขณะที่เธอนั้นกังวลเหลือเกิน
หลังเหตุการณ์เมื่อคืนเธอกลับมานอนซมอยู่ในห้องทั้งวันไม่ยอมออกไปไหน โดยให้เหตุผลว่าไม่สบาย ทั้งที่จริงไม่ได้เจ็บปวดทางร่างกายมากเสียจนเดินเหินไปไหนไม่ได้หรอก สภาพจิตใจต่างหากล่ะที่ดึงรั้งให้เธอนอนจมดิ่งอยู่บนเตียงมันช่างน่าอายที่รู้ว่าชีกห์การิมไม่ได้เรียกพบ และความจริงอีกอย่างที่นางบำเรออย่างเธอคิดไปเองว่าเขาเป็นห่วง‘ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอป่วย’เธอรู้สึกชาวาบไปทุกครั้งเมื่อนึกถึงประโยคนั้นของเขา การนอนนิ่งๆแต่ความจริงกำลังทบทวนตัวเองจนหัวแทบระเบิดตอนนั้นเธอคิดบ้าๆอะไรอยู่ ถึงได้ใจกล้ามาทำเรื่องไม่เข้าท่าแบบนี้ และยิ่งโมโหตัวเองเข้าไปอีกที่อยู่มาเป็นปีเพิ่งรู้ตัวเอาตอนนี้ เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่จัง.นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่รู้สึกว่า ‘อยากกลับบ้าน’พ่อกับแม่เธอก็ช่างใจแข็งพอรู้ว่าลูกสาวโทรไปหารีบตัดสายทิ้งทุกครั้ง ผ่านมาเป็นปีแล้วท่านทั้งสองก็ยังคงไม่หายโกรธที่เธอตัดสินใจพักการเรียนและมาทำงานที่นี่โดยไม่ปรึกษาพวกท่าน ในขณะที่รายได้ในครอบครัวกำลังดีขึ้นพ่อแม่จึงพอมีกำลังจะส่งลูกเรียนได้ ก็นะ สมควรแล้วที่ท่านโกรธ และยิ่งถ้าได้รู้ว่าลูกสาวมาทำอะไร คงจะไม่คุยกันเป็นชาติ ตึ๊ด ตึ๊ด
เธอสวมอาบายะห์สีดำตัวโคร่งไว้ด้านนอกก่อนย่องเบาออกไปจากห้อง พอย่างกรายเข้ามาภายในเขตห้องพักส่วนตัวของชีกห์การิมในกลางดึก หญิงสาวสูดลมหายใจเรียกความกล้าอีกครั้งก่อนถอดเสื้อคลุมตัวโคร่งออก ฟึ่บ “ไง ที่รัก” ชีกห์การิมกำลังง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ ได้ยินเสียงคนเข้ามา จึงคิดว่าเป็นภรรยา“หืม?” พอซูซานเงียบผิดวิสัยจึงเงยขึ้นมองเป็นต้องชะงักเอียงคอค้าง “นะ นี่เธอ..”ร่างอรชรอยู่ในชุดวาบหวิวกระโปรงผ้าซีทรูสีแดงพริ้วแทบไม่ปกปิดอะไรมองเห็นสัดส่วนเรียวขาชัดเจนโดยเฉพาะตรงกลางเนินโยนีมีผ้าสีแดงขนาดเท่าฝ่ามือปกปิด ส่วนท่อนบนเป็นบราปักเลื่อมรัดแน่นเต้าอวบล้นแทบจะทะลักออกมา เขามองเธอค้างนานอย่างลืมตัว พอตั้งสติได้จึงรีบส่ายหน้า พร้อมยกฝ่ามือเป็นเชิงสั่งให้เธอหยุดอยู่ตรงนั้น พอจะเดาออกแล้วว่าเป็นแผนการของใคร“ฉันไม่ได้เรียกเธอ”นูรีนรับฟังคำปฏิเสธแล้วชาวาบไปทั้งตัว เธอรีบก้มลงเก็บเสื้อคลุมตัวโคร่งขึ้นมาสวมอย่างรนราน“ข..ขอโทษค่ะชีกห์ หนูจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ขณะเธอกำลังจะก้าวพ้นประตูออกไป มือใหญ่บีบคลึงขมับด้วยความปั่นป่วนบ้าเอ๊ย มายั่วยวนขนาดนี้แล้วใครจะทนได้“เดี๋ยว” เธอชะงักฝีเท้าห
สองสาวตื่นตากับตลาดท้องถิ่นโดยเฉพาะนูรีนที่แทบจะไม่ได้ออกไปไหน เธอยกมือถือถ่ายภาพอาหารแปลกตาและรสชาติที่แปลกออกไปเรียกได้ว่าเปิดโลกทรรศใหม่อย่างสิ้นเชิง แม้ใบหน้าจะปกปิดมิดชิดมีโผล่ออกมาเพียงดวงตาคู่หวานก็สดใสสำหรับบาดาวีที่คอยเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เขาทำหน้าที่คอยอารักขาเดินตามหลังสองสาวที่เอาแต่เพลิดเพลินจนแทบจะลืมเขาเสียแล้ว“คุณบาดาวีคะ” นูรีนยื่นหน้าจอมือถือถ่ายเซลฟี่เขาและดาญีโดยมีเธอยิ้มตาหยีคอยเป็นแม่สื่ออยู่กลายๆ แชะระหว่างรอดาญีเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวเธอเดินย้อนกลับไปซื้อเครื่องดื่มแล้วยื่นให้อารักขาหนุ่ม“นี่ของคุณค่ะ” “ขอบคุณครับ” ดวงตาคมลอบมองหญิงสาวก่อนหาเรื่องคุย“เอ่อ ตลาดที่นี่คงแตกต่างจากที่บ้านคุณมากสินะถึงได้เอาแต่ทำตาโตทุกครั้งเลย”“ฮ่าๆๆ ใช่ค่ะ ที่นี่จะเน้นกลิ่นเครื่องเทศ และสีสันของร้านค้ามันดึงดูดสายตามากจริงๆค่ะ ว่าแต่คุณล่ะบาดาวี คุณอยู่เมืองไหน?” “ผมมากจากเผ่าเร่ร่อน”“หือ?” เธอหันขวับมองเขา “ดะเดี๋ยวนะๆ ขอฉันเดา” เธอหลับตาปี๋พลางดีดนิ้วเปาะ“ เบดูอิน ใช่ เผ่าเบดูอินใช่มั้ยคะ?” “ใช่” ดวงตาเธอเป็นประกายแพรวพราว “ว้าว ผู้คนที่นั่นเป็นยังไงเหรอคะ?” “ก็ค่อนข้าง
ทั้งสามออกมาเดินเล่นพูดคุยกันตามทางเดินในสวน สองข้างทางมีต้นปาล์มขนาดใหญ่ทอดยาว “ว่าแต่คุณบาดาวีมาทำอะไรแถวๆหลังห้องพักสาวใช้ล่ะคะ?” เธอเอ่ยถามออกไปโต้งๆ ทว่าใบหน้าจิ้มลิ้มสดใสไม่ได้ทำให้คนถูกถามขุ่นเคืองใจเลยแม้แต่น้อย “ก็..มาเดินเล่น ไม่ยักรู้ว่าห้องเธออยู่ตรงนี้” นูรีนขยิบจมูก หรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ“มาเดินเล่นแถวห้องพักผู้หญิงเนี่ยนะคะ เหตุผลฟังขึ้นมากก” คำท้ายๆเธอลากเสียงยาน เมื่อเจ้าหล่อนยังหยุดยืนเอียงคอรอฟังเหตุผลที่แท้จริง ร่างสูงในชุดโต๊ปขาวจึงยอมหยุดตาม “ได้ บอกก็ได้ ขยับมานี่” เธอยื่นศีรษะออกไปเล็กน้อย บาดาวีโน้มลงเอ่ยข้างหู“ได้ข่าวว่าเธอไม่สบาย ชีกห์เลยฝากให้ผมมาดูว่าเป็นหนักไหม?”ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาหรี่เล็กลง ..เธอซาบซึ้งใจ อย่างน้อยๆชีกห์ก็ยังมีความเป็นห่วงเธออยู่บ้าง“หืม?” คิ้วหนาเลิกขึ้นขณะมองเห็นบางอย่างที่ชั้นล่างสะดุดดวงตาแต่ไกล หากแต่เสียงกุกกักจากด้านหลังส่งผลให้ชีกห์การิมรีบหันไปสนใจภรรยา“ที่รัก ทำไมไม่เรียก?” เขารีบช้อนร่างเบาหวิวของภรรยามานั่งบนรถเข็ญ“เห้อ ไม่ชอบเก้าอี้แบบนี้เลยค่ะ” “คนสวย ไม่ว่าจะนั่งที่ไหนก็สวยนะ รู้มั้ยฮื้ม” ริมฝีปากห
สามวันเต็มที่นูรีนนอนป่วยเป็นผักอยู่ในห้อง วันแรกเธอเป็นไข้ตัวร้อนจี๋เดือดร้อนป้าอัมนีคอยเข้ามาดูอาการและสาวใช้คนใหม่อัธยาศัยดีเดินตามป้าอัมนีคอยช่วยเช็ดตัวให้ พอวันที่สี่อาการดีขึ้นเธอจึงรู้ว่าหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันคนนี้ชื่อ ดาญีเธอเป็นหลานสาวของป้าอัมนี ดาญีเป็นนักศึกษาจบหมาดจากมหาวิทยาลัยในอาบูดาบี เธอเลือกมาช่วยงานป้าที่นี่แทนการพักอยู่บ้านเฉยๆสักหนึ่งเดือนก่อนจะมุ่งมั่นไปทำงานตรงกับสายที่เรียนมา และหน้าที่แรกของดาญีคือการคอยดูแลป้อนยาป้อนข้าวคนป่วยอย่างเธอจนหายดี พอผ่านมาได้หนึ่งสัปดาห์เธอและดาญีหญิงสาวผู้มีผิวสีน้ำผึ้งใบหน้าคมนัยน์ตาสวยคนนี้จึงสนิทสนมกันโดยปริยาย การมีเพื่อนคุยถูกคอในต่างแดนถือว่าช่วยให้เธอหายตึงเครียดได้เยอะพอควร เธอยิ้มและหัวเราะมากขึ้นนับตั้งแต่ดาญีเข้ามา ที่สำคัญ เธอจะได้ไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่านเรื่องเขามาก นอกเสียจากว่า เป็นช่วงเวลาที่เธออยู่ลำพังในห้อง อย่างตอนนี้ ..“เห้อ” นูรีนนั่งทอดถอนใจพลางใช้ปากกาขีดเขียนไดอารี่หน้าว่างเปล่าเล่นเรื่อยเปื่อยเป็นรูปหัวใจ ปากกาลากหัววนที่เดิมซ้ำๆจนกระดาษแทบขาดเธอโหยหาชีกห์การิมไปพร้อมๆกับความรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไปค
ระหว่างทางเดินไปที่เตียงเพียงไม่กี่ก้าวเท้าแต่กลับเหมือนว่าเตียงนั้นช่างห่างไกล ร่างใหญ่หยุดฝีเท้ายกบั้นท้ายขึ้น “อื้อส์” เธอผวาเฮือกอย่างใจหายกลัวว่าตัวตนของชีกห์จะหลุดออก แต่นั่นเป็นแค่การเคลื่อนถอยเพื่ออัดกระทุ้งเข้าใส่จนสุดหนอกพรวดด“อู๊วววส์ ชีกห์คะ นูรีนจุก ซี้ดดด”พั่บ พั่บ“อ๊ะ อื๊มมม อื้อ..”ริมฝีปากถูกจุมพิตเก็บกลืนเสียงไว้ เขารู้ว่าอารมณ์เธอแตกกระเจิงจนไม่สามารถควบคุมระดับเสียงได้ น้ำเมือกปลดปล่อยออกมาจนเปรอะหน้าขา เสียงหอบกระเส่ารุนแรงพอๆกับจังหวะกระทุ้งใส่ร่อง กำปั้นเล็กทั้งทุบตีและจิกเล็บลงบนผิวบริเวณท้ายทอยของชีกห์การิมเมื่อเธอรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในน้ำหยั่งลึกลงเรื่อยๆ..ปริ่มจะขาดใจ จุ๊บบ“เฮือกก”เธอสูดเอาอ๊อกซิเจนเข้าเต็มปอดดวงปรือฉ่ำริมฝีปากด้านบนถูกเขาดูดดึงอ้อยอิ่ง “ดูสิ เราเข้ากันได้ดีเชียว ที่รัก”เสียงแหบพร่ากระชิบข้างหูขณะใบหน้าสวยก้มมองจุดเชื่อมประสานซึ่งมันน่าตื่นตาจนเธอมองค้างนานด้วยสีหน้าบิดเบ้เหมือนจะร้องไห้ เม็ดติ่งกระสันสีแดงแจ๋สั่นตุบๆเมื่อถูกเบียดแน่น กลีบเนื้อแคมบวมเป่งเต็มไปด้วยน้ำเมือกหล่อลื่นโอบรัดท่อนลำแกร่งอวบใหญ่มุดอยู่กลางกายเธอแต่เสี







