تسجيل الدخول
“อือ...” สีแพรดิ้นรนอึกอักอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของใครคนหนึ่งในความมืดมิดยามราตรีกาล ก่อนที่เสียงดุเข้มนั้นจะทำให้เธอเบิกตากว้าง
“เงียบสิ จะร้องทำไม หรืออยากให้ใครมาเห็นว่าเขากำลังเอากันอย่างเมามัน”
“พี่โซ่” พี่โซ่หรือศิวัฒน์เป็นลูกชายของป้ามาลัยกับกำนันศักดิ์ผู้มีพระคุณของเธอ พวกท่านเป็นญาติห่างๆ ของครอบครัวและอุปการะเธอเอาไว้ตั้งแต่เด็ก จึงมีบุญคุณท่วมหัว
“จะดีดดิ้นทำไมล่ะสีแพร ฉันนึกว่าเธออยากให้เรื่องราวทุกอย่างเป็นแบบนี้เสียอีก” ศิวัฒน์เอ่ยถามเสียงกร้าว เป็นเพราะหล่อนช่วยเหลือจันทร์กระจ่างให้หนีไปกับหนุ่มเมืองกรุง ทำให้เขาต้องอกหักรักคุดมาจนถึงทุกวันนี้
จันทร์กระจ่างเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับสีแพร เขาคบหาดูใจกับจันทร์กระจ่างมานาน แต่เพราะสีแพรพาเพื่อนชายที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมาเที่ยวบ้าน แถมยังเป็นแม่สื่อแม่ชักให้รู้จักกับจันทร์กระจ่าง ทำให้ทั้งคู่พากันไปอยู่กรุงเทพฯ ทิ้งให้เขาต้องอกหักอยู่ที่บ้านนอกแห่งนี้
“พี่โซ่จะทำอะไรแพร ปล่อยแพรนะคะ”
“ทำเป็นดีดดิ้น เธอก็รู้ว่าฉันจะทำอะไร เธอแอบชอบฉันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“พี่โซ่”
“ตกใจล่ะสิที่ฉันรู้ เธอวางแผนทั้งหมดใช่ไหม”
“วางแผนอะไรคะ”
“ยังแกล้งมาทำเป็นไขสืออีก เธอวางแผนให้ฉันเลิกกับจันทร์โดยการแนะนำเพื่อนของเธอให้รู้จักกับจันทร์ เพราะอยากจะเสียบแทนไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่นะคะ” สีแพรส่ายหน้าไปมา ในขณะที่ศิวัฒน์กระชากชุดนอนของเธอออกจากกายอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“ฉันรู้ตั้งนานแล้วว่าเธอแอบชอบฉัน หรือเธอจะปฏิเสธ เธอมันขี้อิจฉา อิจฉาแม้กระทั่งเพื่อนของตัวเอง”
“ไม่ใช่นะคะพี่โซ่ พี่โซ่กำลังเข้าใจแพรผิด”
“ฉันคิดว่าฉันเข้าใจคนแบบเธอถูกนะสีแพร”
แคว่ก! เสียงเนื้อผ้าที่โดนกระชากจนขาดวิ่นทำให้สีแพรดิ้นรนด้วยความตกใจ
“จะไปไหน” เขากดร่างของเธอเอาไว้กับพื้นเตียง สีแพรกัดเข้าบ่ากว้างของศิวัฒน์เต็มแรง ก่อนจะดิ้นหนีได้เป็นผลสำเร็จ
“โอ๊ย!” ศิวัฒน์สะบัดไหล่หลุดจากขมเขี้ยวของหญิงสาว เป็นจังหวะให้สีแพรรีบตะกายร่างเพื่อหนีออกจาห้อง
วันนี้บิดามารดาของศิวัฒน์ไปช่วยงานบุญของญาติที่ต่างจังหวัด ในขณะที่เธอต้องอยู่เฝ้าบ้านเพราะมีสอนหนังสือในตอนเช้า ศิวัฒน์นั้นเข้าไร่ไปตั้งแต่หัววัน นัยว่าจะไปดูไร่และโรงเลื่อยกับโรงสีด้วย นั่นทำให้เธอเบาใจว่าจะไม่มีเขามาคอยตอแยอีก แต่ไม่คิดว่าเขาจะย้อนกลับมาข่มเหงเธอแบบนี้
เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่บิดามารดาของเขาชุบเลี้ยงเอาไว้ แม้บิดามารดาของเขาจะเอ็นดูยกย่องให้เป็นหลานคนหนึ่งแต่ศิวัฒน์นั้นไม่ใคร่จะชอบใจเธอนัก ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเธอแบบนี้ ยิ่งจันทร์กระจ่างคอยยุแยงว่าเธอขี้อิจฉาชอบกลั่นแกล้งคนอื่น ศิวัฒน์ก็ยิ่งเข้าใจว่าเธอนั้นชอบทำดีเอาหน้า แต่ลับหลังนั้นกลับเป็นนางมารร้าย
เขาหารู้ไม่ว่าจันทร์กระจ่างนั้นหลอกเขา ต่อหน้าศิวัฒน์จันทร์กระจ่างทำตัวดีน่ารัก เสมือนว่ารักศิวัฒน์เสียเหลือเกิน แต่ลับหลัง พอไปเรียนในเมืองก็ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า คนโน่นบ้างคนนี่บ้าง ชอบเที่ยวเตร่และทำตัวไม่ดี แต่ศิวัฒน์ไม่เคยรู้ จันทร์กระจ่างกุมความลับของเธอเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายเก็บไดอารีเล่มโปรดของเธอได้ ทำให้รู้ความลับว่าเธอนั้นแอบรัก ศิวัฒน์มาช้านาน เธอขอร้องไม่ให้อีกฝ่ายบอกเรื่องนี้กับศิวัฒน์ จันทร์กระจ่างรับปากว่าจะไม่บอกแต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าห้ามนำเรื่องที่ตัวเองควงผู้ชายคนโน้นคนนี้ไปบอกศิวัฒน์เหมือนกัน เธอยอมรับปากเพราะรู้ดีว่าหากศิวัฒน์รู้ว่าเธอแอบรักเขาข้างเดียวเขาคงดูถูกและหาทางกลั่นแกล้งเธออีกแน่ๆ ซึ่งเธอไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้น เธออยากให้มันเป็นความลับตลอดไป แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะล่วงรู้ความลับในหัวใจของเธอแบบนี้
“จะไปไหน”
“ว้าย!” สีแพรร้องเสียงหลงเมื่อร่างของเธอล้มลงกับพื้นเรือน เขาล็อกข้อเท้าของเธอเอาไว้แน่น หญิงสาวหันไปมองก็ต้องตกใจ เสื้อผ้าของเธอขาดวิ่นหลุดลุ่ยไม่น่ามอง ยิ่งทำให้เธอใจหายวาบ
“ทำไมพี่โซ่ต้องทำกับแพรแบบนี้ด้วย”
“ให้สาสมกับที่เธอขี้อิจฉาและทำกับฉันแบบนี้ไง” เขากดเธอไปกับพื้นเรือน บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สักหลังใหญ่ บิดามารดาของศิวัฒน์นั้นร่ำรวยเป็นเศรษฐีในหมู่บ้าน มีที่ดินมากมาย ทั้งเรือกสวนไร่นา มีโรงสี มีโรงเลื่อยและบ้านเช่าในเมืองอีกหลายหลัง ศิวัฒน์เป็นลูกชายคนเดียวจึงเป็นทายาทที่จะรับมรดกทั้งหมดจากกำนันศักดิ์และมาลัย
“พี่แก้ว พี่สร้อย ช่วยแพรด้วย” สีแพรเรียกแก้วกัลยากับสร้อยสุดาที่นอนฟุบอยู่หน้าทีวี แต่ทั้งสองนอนนิ่งไม่ไหวติง
แก้วกัลยากับสร้อยสุดานั้นเป็นสาวใช้ของที่นี่ สนิทกับเธอเป็นอันมากแถมยังขยันขันแข็งจนบิดามารดาของศิวัฒน์ไว้ใจให้ช่วยเธอดูแลบ้านช่องระหว่างที่พวกท่านไม่อยู่
“เรียกให้ตายก็ไม่ตื่นหรอก”
“พี่โซ่ทำอะไรพี่แก้วกับพี่สร้อยคะ”
“ทำให้นอนหลับสบายตื่นอีกทีพรุ่งนี้ไง”
“ปล่อยแพรนะ” เธอดึงเท้าหนี คลานถอยหลังไปอย่างหวาดหวั่น ร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้าหาอย่างคุกคามทำให้เธอต้องส่ายหน้าไปมาอย่างหวาดกลัว
“ฉันปล่อยแล้วไง เธออยากจะหนีก็หนีไปสิ ฉันให้เธอวิ่งหนีได้ทั้งคืนเลยนะ” ได้ยินแบบนั้นสีแพรก็รีบวิ่งหนีโดยพลัน แต่ลงมาด้านล่างก็ไม่มีใครให้ขอความช่วยเหลือสักคนเดียว
“ทุกคนหายไปไหนกันหมดแล้ว”
“ป่านนี้พวกมันกินเหล้าอยู่ที่โรงเลื่อยกระมัง” คนตอบคือคนที่เดินตามเธอลงมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“พี่โซ่ ว้าย!” สีแพรร้องเสียงหลงเมื่อโดนอุ้มขึ้นพาดบ่า
“หมดเวลาเล่นสนุกแล้วสีแพร ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล เธอควรนอนอ้าขาให้ฉันเอาวะดีๆ อย่าลีลาท่าเยอะ จริงๆ แล้วคนแบบเธอเข้าไปเรียนในเมืองตั้งหลายปี คงไม่เหลือความบริสุทธิ์ผุดผ่องอะไรให้ฉันแล้วกระมัง ก็ไม่รู้ว่าเธอจะดีดดิ้นทำสวรรค์วิมานอะไรนักหนา ต้องให้ฉันต้องออกแรงจนเหนื่อยแบบนี้”
“ไปนั่งตรงขอบเตียงกัน” เขาร้องบอกเธอ พากันขยับไปนั่งตรงขอบเตียง ดึงร่างเธอมาหาเพื่อให้นั่งทาบทับบนตักโดยประคองแก่นกายเอาไว้รอคอย ในขณะที่สีแพรก้มมองตรงหว่างขาเพื่อให้กดกายลงไปให้พอดีกับความเป็นชายที่แข็งคึกรอคอยอยู่เบื้องล่างศิวัฒน์จับบ่าเนียนของเธอเอาไว้ก่อนจะเริ่มโยกในขณะที่เธอกดมือไปกับขาแกร่งของเขาเพื่อโยกกายไปพร้อมๆ กันความหยาดเยิ้มที่มีอยู่ก่อนหน้าทำให้แก่นกายชายวิ่งเข้าวิ่งออกในร่องเสียวได้อย่างง่ายดาย ผนังอ่อนนุ่มด้านในของเธอเสียดสีอยู่กับความแข็งแกร่งที่บดเบียดเข้ามาเป็นจังหวะระรัวสีแพรเผยอริมฝีปากร้องครางไม่เป็นส่ำปนกับเสียงหอบหายใจร้อนแรงของเขาที่เป่ารดอยู่ตรงซอกคอของเธอ หยาดเหงื่อจากเรือนกายไหลซึมไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนที่ความสุขสมจะมาเยือนคนทั้งสองอีกระลอกใหญ่ร่างที่โอบกอดเธอเอาไว้สั่นเทิ้ม เขาครางยาวเมื่อปลดปล่อยในร่องสาวของเธอจนล้นปรี่ สีแพรเผยอริมฝีปากหอบสะท้าน พิงร่างไปทางด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงเขาพาเธอทิ้งตัวลงนอนและกอดรัดเธอเอาไว้ หลังจากพากันไปอาบน้ำอุ่นๆ อีกรอบให้สบายตัวครั้งนี้สีแพรหลับสนิทในอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มจนถึงรุ่งสางรุ่งเช้าของวันใหม่คุณนายมา
“ดีแล้วแหละ ได้แม่แพรมาเป็นสะใภ้จะได้สบายใจ เราเลี้ยงมากับมือ นิสัยใจคอเราก็รู้ดีว่าเป็นยังไง” กำนันศักดิ์เองก็พึงพอใจกับงานแต่งที่เกิดขึ้น ด้วยว่าสีแพรนั้นเป็นคนรู้จักเก็บหอมรอมริบ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวันหลังจากที่มาลัยมอบหมายให้ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายในบ้าน กิริยามารยาทก็เรียบร้อยน่ารัก เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในชุมชนเพราะมีน้ำใจคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอสีแพรถูกฝึกให้เป็นแม่บ้านแม่เรือน ข้าวปลาอาหารก็เก่งไม่เป็นสองรองใคร รสมือถือว่าดีใครกินย่อมติดใจ สองสามีภรรยาหมายหมั้นปั้นมือเอาไว้ว่าจะเลี้ยงให้เป็นเมียลูกชายแต่ไม่เคยปริปาก เพราะไม่อยากคลุมถุงชน ด้วยว่าจริงๆ แล้วหากสองคนไม่มีใจให้กันก็จะไม่บังคับให้แต่งงานกัน อีกทั้งศิวัฒน์ยังมีท่าทีไม่ชอบสีแพรอีกด้วย แต่พอเหตุการณ์เป็นแบบนี้ รู้ว่าแอบได้เสียกันจนท้อง จึงไม่ได้นิ่งนอนใจอีก วางแผนให้แต่งงานกันเสียเลย พวกท่านก็ไม่ได้บังคับ ศิวัฒน์เองเป็นคนเอ่ยปากว่าจะแต่งงานกับสีแพรเองฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงในช่วงสามทุ่มเก้านาที ญาติผู้ใหญ่ต่างเข้ามาอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขและอยู่กันไปจนแก่เฒ่า“ตาโซ่แม่ฝากยายแพรด้วยนะ เอ็นดูน้องให้มากๆ
“บอกแม่มาเดี๋ยวนี้”“ใช่ครับ สีแพรท้องกับผม”“ตายแล้ว!” คุณนายมาลัยยกมือขึ้นทาบอก แต่ในใจนั้นกระหยิ่มยิ้มย่องยิ่งนัก อุตส่าวางแผนเอาถุงยาบำรุงครรภ์ไปวางเอาไว้ ถึงได้กล้ายอมรับ ผู้ชายปากแข็งแบบศิวัฒน์นี่ต้องแกล้งเสียให้หนัก คิดแล้วหมั่นไส้แทนสีแพรนัก“ทำไมเราถึงได้รังแกน้องแบบนี้ สีแพรกำลังจะแต่งงานกับตารัณ จะให้แม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน”“ไว้ที่เดิมนั่นแหละครับคุณแม่ ก็ยกเลิกงานแต่งไปเลย”“ไม่ได้หรอก แม่บอกแขกเหรื่อแจกการ์ดไปเยอะแล้ว จู่ๆ จะให้ยกเลิกงานแต่งเพราะสีแพรท้องกับเราอย่างนั้นเหรอ แม่ไม่ยอมหรอกนะ แม่อายคน” คุณนายมาลัยโวยวายใส่ลูกชายตัวดี“สีแพรท้องขนาดนี้ เจ้ารัณยังจะรับอีกเหรอครับ มันคงจะอยากยกเลิกงานแต่งเหมือนกัน”“ไม่นะครับ ผมรักสีแพรจริงๆ ถ้าพี่ไม่ยอมรับลูกในท้องของสีแพร ผมรับเอง เด็กคลอดออกมาผมจะรับเป็นลูกของผม ผมจะรักและดูแลทั้งสีแพรและลูกอย่างดี เพราะผมรักแม่ผมก็ต้องรักลูกด้วย”“ไอ้หน้าด้าน มึงคิดว่ากูจะยอมยกลูกให้มึงอย่างนั้นเหรอ”“แล้วเราจะเอายังไงเจ้าโซ่ จะแต่งงานกับสีแพรแทนตารัณรึ” คุณนายมาลัยถามตรงจุด ทำให้ศิวัฒน์อึ้งไป“ถ้าเราไม่แต่งแทนตารัณแม่ก็คิดว่าเลิกคุยกันเถอะ
แพรแอบรักเขามานาน แต่ตอนนี้เขาชักจะไม่แน่ใจในตัวเองเสียแล้วว่าเธอรักเขาจริงหรือเปล่า“จันทร์... พี่จะให้เงินจันทร์ไปตั้งตัวสักก้อนดีไหม จะได้มีอนาคตที่ดี” ตอนนี้ศิวัฒน์ปวดหัวกับจันทร์กระจ่างเป็นอันมาก เขาอยากตัดปัญหาและภาระของเธอออกไปจากชีวิต คิดว่าครั้งหนึ่งเคยรักกัน แม้เธอจะทิ้งเขาไปหาคนอื่น แต่ชีวิตของเธอก็ไม่ได้สุขสบายแถมยังน่าสงสารอีกด้วย“พี่หมายความว่ายังไงคะ”“พี่ว่าจันทร์ก็รู้ ตอนนี้จันทร์ไม่มีใคร ไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงินและงานทำ พี่ให้เงินไปทำทุนสักก้อน จะไปทำอะไรก็ทำ ที่อยากทำ จะได้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง”“นี่พี่โซ่จะขับไล่ไสส่งจันทร์เหรอคะ” จันทร์กระจ่างทำท่าจะร้องไห้“พี่ไม่ได้ขับไล่ไสส่ง แต่พี่กำลังช่วยจันทร์อยู่นี่ไง” ศิวัฒน์ทำเสียงรำคาญ นั่นทำให้จันทร์กระจ่างต้องถอยไปตั้งหลักหนึ่งก้าว แต่เธอก็ยังอยากรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรีที่พอจะมีอยู่บ้าง และคิดว่าศิวัฒน์คงรู้ระแคระคายอะไรเรื่องของเธอแล้ว“พี่โซ่คิดว่าจะเอาเงินฟาดหัวจันทร์เหรอคะ คิดว่าจันทร์เห็นแก่เงินหรือไง”“แสดงว่าเธอไม่เอาใช่ไหม” สรรพนามที่เปลี่ยนไปและท่าทีที่กำลังจะเดินจากไปทำให้จันทร์กระจ่างต้องรีบเรียกเขา
“อา... เธอเยิ้มขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธฉันอีกเหรอ” เขาแทรกนิ้วเข้าหาภายในร่องเสียว สีแพรกัดปาดตัวเองเบาๆ ด้วยความเสียว ก่อนที่เขาจะถลกกระโปรงยาวกรอมเท้าของเธอขึ้นเหนือเอวแล้วแหวกเป้ากางเกงในบางเบาออกไปให้พ้นทาง“พี่โซ่ อ๊า.. เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า วันนี้คุณป้าอยู่บ้านนะคะ” สีแพรพูดเสียงสั่นเมื่อร่องเธอถูกเสียบเข้าไปกับท่อนเนื้ออวบของศิวัฒน์เรียบร้อยแล้ว“คุณแม่ไปเอนหลังนอน ไม่มายุ่งกับเราหรอก เธอโยกหน่อยสิ ฉันจะกระแทกขึ้นไป” เขาฟอนเฟ้นปทุมถันของเธอ พลางกระซิบบอกเสียงแหบพร่า ได้ฝังกายเข้าในร่องเสียวของเธอแล้วให้ความรู้สึกสะท้านปนสุขสม“เราเลิกกังวลเรื่องอื่นกันเถอะ ร่องเธอตอดรัดฉันไปหมดทั้งลำ ถ้าไม่ได้เย่อกันตอนนี้ ฉันว่าเธอคงทรมานน่าดู”“พี่โซ่ อ๊า...” สีแพรกัดปากตัวเอง อยากจะเถียงเขาแต่เถียงไม่ออก ร่างกายของเธอมันร้อนผ่าวและอยากขยับไปมาอย่างที่เขาพูดจริงๆ นั่นแหละ“อ๊า... สีแพร เธอโยกสิฉันจะกระแทก ฉันไม่ไหวแล้วนะ”“พี่โซ่อย่ากระแทกแพรแรงนะคะ” เธอร้องบอก“ทำไมล่ะหืม ทำไมถึงกระแทกแรงไม่ได้” เขากอดรัดเธออแนบอก ฟอนเฟ้นเต้านมอวบๆ อย่างรัญจวน“แพรขอร้องนะคะ”“ไม่แรงก็ได้ โยกเร็วๆ สิ ฉันไม่ไหวแล้ว”
“มึงรีบไปบอกไอ้รัณเลยว่าเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว”“ครับ” สนรับคำ สีหน้าเหนื่อยหน่ายไม่น้อย รีบไปทำตามที่เจ้านายหนุ่มสั่งไม่ให้ขาดตกบกพร่อง“คุณรัณครับ เปลี่ยนยางเสร็จแล้วครับ”“ขอบใจนายสนมากนะ นี่เป็นค่าแรงที่มีน้ำใจให้ฉัน” ดรัณควักเงินออกมาให้สน“ไม่เป็นไรหรอกครับ” สนคิดในใจว่าเขาเป็นคนทำยางแบน กรรมคงตามสนองเลยต้องมาเปลี่ยนยางให้แบบนี้ จะเอาเงินดรัณอีกก็นึกเกรงใจ“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจที่นายสนมีน้ำใจกับฉัน” ดรัณยัดเงินให้นายสน“รับไปเถอะ เขามีน้ำใจให้” คุณนายมาลัยเอ่ยบอก ทำให้สนต้องยกมือขึ้นท่วมหัวก่อนจะรับเงินจำนวนนั้นเอาไว้มาลัยเดินไปส่งดรัณขึ้นรถหน้าบ้าน ในขณะที่ศิวัฒน์มองอย่างพึงพอใจ อยากให้ดรัณรีบกลับไปโดยเร็ว“ยืนยิ้มอะไรของเราหือ” คุณนายมาลัยเอ่ยถามลูกชาย“เปล่าครับคุณแม่”“แปลกคน ไปกันเถอะจ้ะแม่แพร วันนี้เราจะทำอะไรให้ป้ากินจ๊ะ” มาลัยหันไปถามหลานสาว“วันนี้ทำแกงขี้เหล็กค่ะคุณป้า”“ของโปรดป้าเลย กินแล้วสบายท้อง อืม... ดีๆ ใส่ปลาอะไรรึ”“ได้ปลาโอตัวใหญ่มากน่ะค่ะ ก็ว่าจะย่างใส่ในแกง”“น่ากินเชียว พูดแล้วน้ำลายสอ”“เดี๋ยวจะทอดปลาแดดเดียวด้วยค่ะ ได้ปลากระบอกแดดเดียวมาจากตล







