LOGIN“อื้อ...” เสียงครงหวานของสาวเจ้าถูกกลืนเข้าไปในลำคอของรณภพ ยิ่งเห็นแววตาเว้าวอนในดวงตาคู่สวย ลูกผู้ชายอย่างเขาก็รีรอไม่ได้อีกต่อไป เขาชักรูดหัวเห็ดอยู่สองสามครั้งก่อนจะยัดมันเข้าไปกึ่งกลางกลีบกุหลาบงามที่ปิดสนิท
“อึก อื้อ...” รู้ว่าคนตัวเล็กก็ทรมานเพราะเธอเริ่มส่งเสียงร้องท้วงและพยายามดิ้นหนี ทั้งตัวตนของเขาก็ถูกบีบรัดจนแทบปริแตกเมื่อยังยัดตัวตนเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่ง ครั้นจะให้เขาหยุกเอาไว้ก่อนคงไม่ได้เพราะตอนนี้อยากจะบดสะโพกสาวกระแทกคนใต้ล่างเต็มทีแล้ว
ที่ทำได้ก็คือการเล้าโลมด้วยลีลาที่เร่าร้อนและกอดรัดคนตัวเล็กไม่ไห้คิดดิ้นหนีก่อนจะบดยัดตัวตนใหญ่ยาวเข้าไปในร่องสวาทจนสุดลำ ปึก
“อื้อ... ฮือ ฮือ ฮือ...” เสียงร้องพร้อมน้ำตาของสาวเจ้าทะลักออกมาเรื่อยๆ ทั้งเนื้อตัวของเธอก็สั่นเทาจนชายหนุ่มรู้สึกได้ แต่ความกระสันเสียวซ่านในกายของเขามันพลุ่งพล่านแผ่ซ่านไปทั่งร่างจนผ่อนการกระทำไม่ได้ หวังว่าเธอจะรับอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาได้จนจบศึกสวาทครั้งนี้ก็แล้วกัน
คิดได้ดังนั้นก็เริ่มสาวแท่งร้อนเข้าออกร่องสวาทเนิบนาบในขณะที่ส่งลิ้นร้ายตวัดฉกชิมความหวานในโพรงปากนุ่มไม่หยุด
“ฮื่อ ฮือ ฮือ ฮือ...” ความเจ็บจุกแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวของพิมแพรทอง น้ำตาของเธอทะลักออกมาราวกับสายน้ำไหล ความเจ็บนั้นทำให้เธอไร้เรียวแรงดิ้นหนีหรือร้องขอให้เขาหยุด ได้แต่ภาวนาในใจให้ความอดสูนี้จบลงโดยเร็วเสียที
รณภพยังคงกระแทกกระทั้นคนตัวเล็กไม่คิดผ่อน ยิ่งตัวตนของเขาอยู่ในโพรงสวาทนานเท่าไรก็เหมือนถูกดึงดูดให้ไม่อยากหาความสุขในร่างกายสาวเจ้านานเท่านั้น เขาละจากริมฝีปากบางก้มลงดูดดึงยอดถันชูชันและเริ่มรัวสะโพกขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนเสียงร้องท้วงของคนตัวเล็กเพราะกำลังควบคุมอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ได้
“ฉันเจ็บ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ...”
“อ้า... อึก” รณภพรัวสะโพกบดแท่งร้อนกระแทกเข้าร้องสวาทถี่กระชั้นหนักหน่วงจนเตียงลั่นเสียงเอี๊ยดอ๊าดผสมกับเสียงร้องของคนตัวเล็ก ทว่าตอนนี้ก็เหมือนเขาหูดับเพราะเมามันอยู่กับความสุข ผ่านเวลาไปพักใหญ่จนฟ้ามืดศึกสวาทครั้งนี้ก็เริ่มสงบลงเพราะสาวเข้ารับความทรมานไม่ไหวจึงสลบเหมือดคาเตียงไป
เสร็จสิ้นกิจกรรมสวาทรณภพก็ทำหน้าที่เช็ดเนื้อเช็ดตัวและปฐมพยาบาลให้พิมแพรทองด้วยตัวเองจนหญิงสาวได้ฟื้นขึ้น ทว่าก็ยังอยู่ในอาการอิดโรยและยังคงมีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา
รณภพนอนกอดก่ายคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนแรกของเธอก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่เขาควรจะสาแก่ใจที่ได้ตัวของว่าที่คู่หมั้นของน้องชายต่างแม่มากกว่า
พิมแพรทองอยากจะหนีจากอ้อมกอดของรณภพ ทว่าเธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขยับเขยื้อนกายไปไหน แต่อย่างไรเธอก็ไม่ลืมที่จะพูดถึงสัญญาที่เขาให้เอาไว้
“ปล่อยต้นน้ำตามสัญญาด้วยล่ะ”
“ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ”
“นายมันเลว เลวที่สุด” เธอหันมองค้อนคนที่กำลังกอดทั้งน้ำตา
“ผมล้อเล่น ให้คนไปส่งตั้งแต่หัวค่ำแล้ว คุณเลิกร้องให้ได้แล้ว”
พิมแพรทองหลับตาถอนหายใจ โล่งอกที่ตอนนี้ต้นน้ำปลอดภัยเสียที หลังจากนี้ก็เหลือแต่ตัวของเธอแล้วว่าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร ราคีนี้ที่เขามอบให้คงเป็นปมในใจของเธอไปตลอดชีวิต เธอจะไม่มีวันให้อภัยคนชั่วอย่างเขาไปตลอดชีวิต
หลังจากศึกสวาทครั้งนั้นจบลงพิมแพรทองก็ไข้กินจนนอนซมร่วมสามสี่วัน โดยมีรณภพดูแลเธอไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวหาข้าวขายาให้กิน แม้นเขาจะทำตัวเป็นคนดีเพียงใด แต่ในสายตาของพิมแพรทองก็ยังไม่เคยมองว่าเขาดีแม้แต่วินาทีเดียว
อาหารฝีมือของเขาที่เธอยอมกินก็เพราะจำใจอยากจะหายป่วยไวๆ หากเธอจะหนีอีกครั้งจะได้มีเรี่ยวแรง ไม่ว่ายังไงเธอก็คิดว่าเธอนั้นต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ จะไม่ยอมเป็นทาสกามของโจรชั่วอยู่ที่นี่นานแน่นอน
เมื่อดีขึ้นจนใช้ชีวิตได้เป็นปกติพิมแพรทองก็ออกมาทำงานตามปกติที่เคยได้ทำ เธอพยายามสงบเสงี่ยมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องการให้รณภพวางใจว่าเธอจะไม่คิดหนี แต่การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เธอยังคงคอยสังเกตสังกาทางหนีทีไล่อยู่ตลอด
“เช้าออกเรือ กลับมาตอนบ่าย แล้วตอนบ่ายคนในเกาะก็พักผ่อน ออกกันมาอีกทีก็ช่วงเย็น เวลาบ่ายนี่แหละเหมาะที่สุด” เธอพึมพำเสียงเบา สายตายังคงจับจ้องไปยังเรือที่จอดอยู่ไกลๆ
“พึมพำอะไร”
เสียงของโจรหนุ่มทำสาวเจ้าหลุดจากภวังค์ “เปล่า” เธอรีบส่ายหัวพัลวันหวังว่าสิ่งเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่
“คืนนี้ผมจะไม่อยู่ นอนคนเดียวได้ใช่ไหม”
“แล้วนายจะไปไหน กลับเมื่อไร”
“จะไปไหนก็เรื่องของผม ทำตัวเหมือนเมียตามจิกผัวเลยนะคุณน่ะ”
“อย่าพูดแบบนี้นะ ฉันไม่ใช่...”
“ไม่ใช่เมีย จะพูดแบบนี้ใช่ไหม” รณภพยืนหน้าไปมองจ้องหญิงสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบกระซาบข้างใบหูขาว “คงต้องรื้อฟื้นกันหน่อยล่ะมั้ง คุณจะได้จำว่าผัวคนแรกของคุณคือผม”
พิมแพรทองรีบถอยหลังหนีแล้วหันไปหยิบจับมีดจับเขียงเตรียมจะทำอาหารเย็น
รณภพพอใจที่กวนอารมณ์พิมแพรทองได้สำเร็จ แค่ได้เห็นเธอหน้าบึ้งตึงเพียงแค่นี้เขาก็ออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดีได้แล้ว
“คนบ้า ไปข้างนอกให้นานๆ เลยนะ” เธอบุ้ยปากตามหลังคนที่กำลังออกจากบ้าน พูดออกมาได้ยังไงว่าตัวเองเป็นผัวของเธอ เธอยอมเอาตัวเข้าแลกกับอะไรเขาก็น่าจะรู้ดี
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)