LOGINรณภพเรียกทุกคนในฟาร์มหอยมุกเข้ามาในห้องประชุม เขาแจกแจงผลประกอบการของปีที่ผ่านมาพร้อมกับขอบคุณทุกคนที่เหนื่อยกันมาทั้งปี จากนั้นก็เป็นวินาทีที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือการกล่าวเรื่องโบนัสของทุกคน
“ปีนี้ทุกคนทำงานกันได้ดีมาก ผมบอกแล้วว่าถ้างานดีเงินโบนัสก็จะดีตามไปด้วย โบนัสที่ประเมิณมาแล้วปีนี้ทุกคนจะได้กันแปดเดือน แล้วใครที่ไม่ขาดงานเกินกำหนดผมมีโบนัสเพิ่มเป็นทองคำหนักหนี่งบาทให้ด้วย โอเคไหมทุกคน”
“เย่...”
“วันนี้ฉลองกันให้เต็มที่ไปเลยนะครับ” รณภพยิ้มร่าเมื่อเห็นพนักงานดีอกดีใจกับโบนัสที่เขาจะมอบให้ เขาบอกแล้วว่าหากใครซื่อสัตย์กับเขา เขาก็จะตอบแทนอย่างงาม แต่หากใครไม่ซื่อก็จะได้เจอกับด้านมืดของเขาทุกคน
ขณะที่ทุกคนกำลังกินเลี้ยงเฉลิมฉลอง ดาหวันกับชมจันทร์ก็ง่วนกันอยู่สองคนในห้องครัวของสำนักงาน ดาหวันเตรียมยาปลุกกำหนัดที่เธอเคยใช้ได้ผลกับสามีตัวเองเอามาเทในแก้วเครื่องดื่มที่กำลังจะเอาไปเสริฟให้กับรณภพ
“มันไม่เป็นอันตรายแน่นะแม่” ชมจันทร์เห็นยาในซองกระดาษ สีหน้าของเธอก็เริ่มไม่สู้ดี หากรณภพเกิดแพ้ยาพวกนี้แล้วเกิดอันตรายกับเขาจะทำย่างไร
“เออ อยากได้ผัวไหม อยากได้จะกลัวทำไม”
“ก็ฉันกลัวมันไม่ได้ผลนี่แม่”
“ทำไมจะไม่ได้ผล ก็ฉันได้พ่อแกมาเพราะวิธีนี้นี่แหละ”
“นี่แม่ทำแบบนี้กับพ่อเหรอ”
“ใช่น่ะสิ ไม่อย่างงั้นพ่อแกก็ไม่เอาฉันหรอก”
“โห” ชมจันทร์พยักหน้าน้อยๆ นับถือแม่ของเธอเลยจริงๆ เอาเป็นว่าเธอจะเชื่อใจยาที่แม่ของเธอเอามาก็ได้ หวังว่าเธอจะโชคดีเหมือนแม่ของเธอแล้วกันนะ ความรักของเธอก็จะได้สมหวังไม่ต้องมาคอยระแวงว่านายหัวหนุ่มจะมีผู้หญิงที่ไหนเสียที ทว่าถึงเขาจะมีเธอก็จะใช้อำนาจเมียกำจัดเสียให้สิ้น คิดแล้วก็อยากจะให้แผนสำเร็จเร็วๆ เสียจริง
ดาหวันอมยิ้มพอใจเมื่อเห็นรณภพกำลังกอดอกยืนพิงเสาหน้าสำนักงานอยู่คนเดียวในขณะที่เหล่าคนอื่นๆ ตั้งวงกันดื่มกินอยู่ริมชายหาด
“นายหัวคะ เครื่องดื่มค่ะ”
“ขอบคุณครับ กำลังอยากดื่มอยู่พอดี” รณภพยกแก้วน้ำแดงกระดกดื่มคราเดียวจนหมดเพราะรู้สึกกระหายน้ำอยู่พอดี
“อ่อ...นายหัวคะ ฉันวานนายหัวไปดูจันทร์หน่อยได้ไหมคะ เห็นบอกว่าหาเช็กสั่งจ่ายไม่เจออะไรก็ไม่รู้ค่ะ”
“อ๋อ เหมือนผมวางเอาไว้ให้บนโต๊ะทำงานผมแล้วนะครับ”
“เห็นจันทร์บอกว่ายังหาไม่เจอ แล้วถ้าหาไม่เจอก็จะไม่ออกมากินเลี้ยง”
“เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ”
ดาหวันฉีกยิ้มร่าตามหลังนายหัวหนุ่ม เหมือนสวรรค์เป็นใจเปิดทางให้ลูกสาวของเธอจริงๆ ตอนนี้ทุกคนไปรวมกันอยู่ที่ริมชายหาด หากจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในสำนักงานก็คงไม่มีใครไปกวนได้ ดีใจเหลือเกินที่กำลังจะได้เป็นแม่ยายของนายหัว แล้วอำนาจในการดูแลคนที่นี่จะไปไหนเสีย
บงกชที่รู้เหตุการณ์ตั้งแต่แรกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นไม่ได้ หากเรื่องไหนที่มันไม่ถูกไม่ต้องเธอก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ ในขณะที่กำลังหาทางออกก็หันไปเห็นเอกภาพที่เพิ่งลงจากเรือ เธอเลยรีบเร่งฝีเท้าไปให้ถึงตัวของเอกภาพให้เร็วที่สุด
“พี่เอก”
“อ้าว มีอะไรเหรอบัว” เอกภาพมองหญิงสาวหน้าสวยที่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยสีหน้าแปลกใจ
“บัวเห็นนายหัวท่าทางไม่ดี น่าจะกำลังเดินกลับไปที่ห้องทำงาน พี่เอกไปดูหน่อยนะ แล้วก็พานายหัวกลับบ้านเลย ถ้าอยู่ต่อเดี๋ยวคนโน่นคนนี้ชวนดื่มเรื่อย”
“ได้ พี่ไปดูก่อน”
“ค่ะ” บงกชถอนหายใจโล่งอก ขอให้เอกภาพพานายหัวหนุ่มกลับไปบ้านเร็วๆ ด้วยเถิด เธอเองก็ช่วยได้เท่านี้ ครั้นจะบอกความจริงทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นก็กลัวว่าแม่กับพี่สาวของเธอจะต้องตกงาน และอาจจะรวมไปถึงเธอกับพ่อของเธอด้วย
“แม่ก็พอแม่ เฮ้อ...” สาวเจ้าเท้าเอวส่ายหัว เธอรู้ว่าพี่สาวแอบรักนายหัวหนุ่ม ทว่าหากไม่มีแม่คอยหนุนหลังและสอนไปในทางที่ถูกต้องคงไม่มาถึงจุดนี้
“นายหัวครับ” เอกภาพรีบเข้าไปพยุงนายหัวหนุ่มที่กำลังยืนหันหลังพิงประตูสำนักงานด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
“พาผมกลับบ้าน” รณภพเอ่ายอู้อี้ ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ รู้สึกใจเต้นเร็วแปลกๆ ทว่าก็ไม่รู้ว่าจู่ๆ ทำไมถึงได้เกิดอาการแบบนี้กับตัวเอง
“ครับ ผมจะพากลับเดี๋ยวนี้”
ดาหวันที่กำลังรวมกลุ่มนั่งรับประทานอาหารอยู่กับสามีอย่างสบายใจ ทว่าก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นอยู่ไกลๆ ผ่านแสงไฟว่าเอกภาพกำลังหิ้วนายหัวหนุ่มไปที่ท่าเรือ
“นั่น”
เรืองฤทธิ์มองตามสายตาของภรรยา “อ้าว นายหัวนี่ โห ดื่มจนหมดสภาพขนาดนั้นเชียว” น้อยครั้งนักที่เขาจะเห็นนายหัวหนุ่มดื่มจนไม่ได้สติจนต้องมีคนแบก ช่างเป็นภาพที่แปลกตาจริงๆ
“เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะพี่”
“ให้พี่ไปด้วยไหม”
“ไม่เป็นไร” ดาหวันรีบส่ายหัวก่อนจะผุดลุกแล้วตรงไปยังสำนักงานในทันที
แกร๊ก “อ้าวแม่ แล้วนายหัวล่ะ” เมื่อเห็นคนเป็นแม่โผล่เข้ามาแทนที่จะเป็นนายหัวหนุ่ม ชมจันทร์ที่หน้าระรื่นก็แปรเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งตึงในทันที
“เสียแผนหมดน่ะสิ เอกมันหิ้วนายหัวกลับไปแล้ว” น้ำเสียงของดาหวันเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด
“อ้าว ทำไมอย่างงั้นล่ะ”
“ก็นั่นน่ะสิ ฉันก็ไม่คิดว่าใครจะมาเจอนายหัว เสียแผนหมดอุตส่าห์เสียเงินซื้อยาตั้งหลายบาท”
“แล้วคราวนี้นายหัวจะไปนอนกับใครล่ะ” ชมจันทร์เสียดายโอกาสจนแทบจะร้องให้
“ไม่พ้นผู้หญิงที่อยู่ที่บ้านล่ะมั้ง”
“แม่!” เมื่อกี้เธอแค่อุทานไปเฉยๆ ถ้าแม่ของเธอไม่ย้ำเธอจะไม่เจ็บใจเท่านี้เลย
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







