Beranda / มาเฟีย / ทาสรักอสูรทมิฬ / ขุมนรกที่ไม่มีทางหนี

Share

ขุมนรกที่ไม่มีทางหนี

last update Tanggal publikasi: 2026-05-01 01:26:22

"เลขาฉันคงลืมบอกไปข้อนึง"                 

คินน์แสยะยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ขนแขนเธอลุกชัน                                                        

"ว่าข้อตกลงของเราไม่ใช่การประนอมหนี้... แต่เป็นการ ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินที่มีมูลค่าเทียบเท่าต่างหาก"

"ทรัพย์สิน?"                                    

มินตราทวนคำอย่างงุนงง                              

"แต่บ้านของเราติดจำนอง... รถพ่อก็ขายไปแล้ว เราไม่มี..."

"มีสิ"

เสียงห้าวห้วนทรงพลังดังแทรกขึ้นจากมุมมืดด้านหลังห้อง มินตราสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของ 'เบลซ' เดินออกมาจากเงามืด รอยสักรูปเปลวไฟที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เสื้อผ้าทำให้เขาดูอันตรายเหมือนสัตว์ป่าที่หลุดจากกรง

"ทรัพย์สินที่ว่า... ก็นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ตรงนี้ไง"      

เบลซหัวเราะในลำคอ สายตาโลมเลียกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย                          

"สวย สมราคาคุยจริงๆ"

"คุณหมายความว่ายังไงคะ?"                         

มินตราถอยกรูดจนหลังพิงพนักเก้าอี้

"เปิดอ่านดูสิครับ... จะได้หายโง่สักที"

เสียงที่สามดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ โซล ที่เดินออกมาจากห้องย่อยด้านข้าง ในมือถือมีดผ่าตัดเล่มเล็กที่เขาใช้หมุนเล่นระหว่างนิ้วอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีเย็นชาและสายตาที่มองเธอเหมือนมอง ตัวอย่างทดลอง ทำให้มินตรารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

คินน์เลื่อนซองเอกสารกลับไปตรงหน้าเธอช้าๆ

"อ่านสิมินตรา... อ่านให้เต็มตาว่าพ่อที่แสนดีของเธอ ขาย เธอให้พวกฉันในราคาเท่าไหร่"

มินตรามือสั่นระริกขณะหยิบซองขึ้นมาเปิด หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมา... ตัวหนังสือสีดำคมชัดก็กระแทกเข้าตาเธอเต็มๆ

...สัญญาโอนกรรมสิทธิ์... ข้าพเจ้า นายชัย ยินยอมมอบบุตรสาว นางสาวมินตรา ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกลุ่มเดวิลส์เดน เพื่อชำระหนี้สินจำนวน 50 ล้านบาท โดยไม่มีเงื่อนไขและข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น... ลงชื่อ นายชัย (ผู้ขาย)

โลกทั้งใบของมินตราหมุนคว้าง เหมือนพื้นห้องถล่มลงไปต่อหน้าต่อตา กระดาษแผ่นบางร่วงหลุดจากมือปลิวลงพื้นเหมือนใบไม้แห้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันที

"ไม่จริง... พ่อไม่ทำแบบนี้... ฮึก... พ่อรักมิน..."

"รักเหรอ?"                                              

เบลซแค่นหัวเราะ เดินอ้อมมายืนซ้อนหลังเก้าอี้เธอ ก้มลงกระซิบที่ข้างหูจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ                                                                     

"ถ้ามันรักเธอจริง มันคงไม่ส่งเนื้อสดๆ มาเข้าปากเสือถึงที่นี่หรอกสาวน้อย มันขายเธอทิ้งแล้ว... ขายขาดซะด้วย"

"ไม่! ฉันจะกลับบ้าน"

สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เธอหนี มินตราลุกพรวดขึ้นเพื่อจะวิ่งไปที่ประตู แต่เบลซไวกว่าหลายเท่า มือหนาเหมือนคีมเหล็กคว้าเข้าที่ต้นแขนบอบบางแล้วกระชากกลับมาอย่างแรง จนตัวเธอลอยหวือไปกระแทกกับอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขา

"จะรีบไปไหน"                                  

เบลซตะคอกใส่หน้า แรงบีบที่ต้นแขนทำให้เธอเจ็บจนหน้าเบ้                                            

"งานของมึงยังไม่ทันเริ่มเลยนะ!"

"ปล่อยนะ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"             

มินตราดิ้นรนสุดชีวิต เล็บคมข่วนไปสะเปะสะปะโดนแขนเบลซจนเกิดรอยแดง แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน ยิ่งเธอดิ้น เขายิ่งรัดแน่นขึ้น

เบลซจ้องมองมินตราในอ้อมแขนด้วยสายตาที่อ่านยาก เขาไล่มองผิวพรรณที่ขาวผ่องไร้รอยขีดข่วน แขนขาที่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดซ้อนทับขึ้นมา... ภาพ เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ร่างกายบิดเบี้ยว ขาข้างซ้ายลีบงอจนเดินไม่ได้ ต้องคลานไปกับพื้นสกปรกๆ

เบลซขบกรามแน่น ความอิจฉาริษยาและความแค้นพุ่งขึ้นมาจุกอก

"สมบูรณ์แบบ..."

เขาพึมพำเสียงเหี้ยม ไล่นิ้วโป้งหยาบกร้านไปตามเรียวแขนของเธออย่างรุนแรงจนเกิดรอยแดง

"แขนขาครบ... เดินเหินได้ปกติ... ผิวพรรณผู้ดีไม่มีรอยแผลเป็นแม้แต่นิดเดียว"

มินตราตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอไม่เข้าใจความหมายในแววตาอาฆาตมาดร้ายคู่นั้น

"ในขณะที่ คนอื่น ต้องเกิดมาเป็นขยะ... ถูกโยนทิ้งเพราะแค่ร่างกายบิดเบี้ยว..."

เบลซกดเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำ

"แต่ตระกูลเธอ... กลับได้เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของพวกมัน"

"คะ... คุณพูดเรื่องอะไร..."

มินตราถามเสียงสั่น

"หุบปาก!"

เบลซตะคอก กระชากแขนเธอแรงขึ้นอีก

"เก็บเสียงไว้ร้องตอนชดใช้กรรมเถอะ"

"ใช่เก็บเสียงไว้ร้องทีหลังดีกว่ามั้งครับ"              

โซลเดินเข้ามาใกล้ ใช้นิ้วเรียวเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา                                    

"โครงหน้าสวย... ผิวพรรณดีมาก ไม่มีตำหนิเลยยกเว้น..."

โซลชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นไรผมที่ปกปิดต้นคออยู่ เขาทำท่าจะเอื้อมมือไปแหวกผมดู รอยตรา นั้นให้ชัดกับตา แต่คินน์กระแอมไอขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

"พอได้แล้ว"

คินน์ลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะทำงานมายืนตรงหน้ามินตราที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเบลซ เขามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา... มันคือความเกลียดชังที่ผสมปนเปไปกับความต้องการครอบครอง

"พาตัวไปที่ห้องรับรอง... ให้แม่บ้านจัดการให้เรียบร้อย"

คินน์ออกคำสั่งเสียงเข้มดุจประกาศิต                 

"คืนนี้ฉันจะ ตรวจรับ สินค้าด้วยตัวเอง"

"รับทราบครับบอส"                                    

เบลซยิ้มเหี้ยม ก่อนจะรวบตัวมินตราขึ้นพาดบ่าเหมือนแบกกระสอบทรายอย่างง่ายดาย

"กรี๊ดดด! ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน! ฮืออออ พ่อจ๋าช่วยมินด้วย!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนของมินตราค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับประตูห้องที่ปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในห้องทำงานหรู

คินน์เดินกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วในรวดเดียว นัยน์ตาคมกริบมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าที่เธอเพิ่งนั่งเมื่อครู่

"ร้องเรียกพ่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกมินตรา..."    

เขาพึมพำกับความว่างเปล่า แววตาฉายแววอำมหิต                                                       

"เพราะต่อให้ปู่ของเธอขนคนมาทั้งกองทัพ... ก็ไม่มีทางพาเธอกลับออกไปจากนรกขุมนี้ได้"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   ปลายทางแห่งความสุข

    [ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)

    การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา

    จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   เลือดมังกร

    [ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   รังมังกรและกับดักมรณะ

    [ ท่าเรือเก่า โกดังหมายเลข 12 - เวลา 18:30 น. ]สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับฟ้าเป็นใจ บรรยากาศรอบโกดังเก่าทรุดโทรมริมอ่าววิกตอเรีย เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและคาวปลาจากทะเล เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ติดอาวุธเดินลาดตระเวนอยู่รอบบริเวณอย่างหนาแน่นรถ SUV หุ้มเกราะสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไป 500 เมตร ภายในรถ... โซล กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ด ควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้บินเข้าไปสำรวจพื้นที่“มีศัตรูติดอาวุธสงคราม 20 คนรอบนอก... 10 คนข้างใน” โซลรายงานเสียงเครียด ภาพจากกล้องอินฟราเรดฉายขึ้นบนหน้าจอ “เป้าหมาย... อาลันและเอริน ถูกมัดอยู่กลางโกดัง ห้อยโตงเตงอยู่เหนือถังสารเคมี... และมีเด็กผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นลูกของจิง ถูกมัดรวมอยู่ด้วย”“ไอ้สารเลว!” ซูหนี่ กำปืนในมือแน่น เมื่อเห็นภาพลูกถูกทรมาน “ฉันจะฆ่ามัน!”“ใจเย็นซูหนี่...” คินน์ วางมือบนไหล่เธอ แววตาคมกริบประเมินสถานการณ์ “นี่มันเป็นกับดัก... พวกมันจงใจเปิดพื้นที่โล่งให้เราบุกเข้าไป เพื่อจะตลบหลัง”“แล้วจะเอายังไง?” เบลซ ถามอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะไกปืนกลเบาๆ “บุกเลยไหม? กูพร้อมระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว”“เราจะเล่นตามเกมมัน... แต่เล่นในแ

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การไล่ล่าและน้ำตาของคนทรยศ

    [ คฤหาสน์ตระกูลหยาง — เวลา 17:15 น. ]บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกดั่งขั้วโลกเหนือ โซล จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บนแผนที่... มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงออกจากห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง“มันกำลังมาที่นี่...” โซลพูดเสียงเรียบ “พิกัดของเอริน... หยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านเราแล้ว”คินน์ และ เบลซ สบตากันทันที ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านสายตาโดยไม่ต้องพูด“เตรียมรับแขก...” คินน์สั่งเสียงต่ำ มือกระชับปืนพกที่เอวแน่น[ โถงรับแขกใหญ่ — เวลา 17:20 น. ]ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พี่เลี้ยงจิง วิ่งถลากเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวลงคุกเข่ากลางห้อง ร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนา“ช่วยด้วยค่ะ! คุณหนู! ท่านเจ้าสัว!” จิงกรีดร้องเสียงหลง “ช่วยคุณหนูอาลันกับคุณหนูเอรินด้วย! พวกมัน... ฮือๆ... พวกมันจับตัวไป!”ซูหนี่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างกายมีสามหนุ่มยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ“เกิดอะไรขึ้นจิง?” ซูหนี่ถามเสียงเย็น “ไหนบอกว่าพาเด็กๆ

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   ทวงทุกอย่างคืน

    ประกายไฟแลบออกจากปากกระบอกปืนของคินน์ วินาทีนั้นเชนกระชากเธอเข้ามาขวางลำกล้อง... ความร้อนวูบเจาะเข้าที่ขมับขวา...ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจนสมองขาวโพลน โลกทั้งใบหมุนคว้างและดับวูบลง พร้อมกับภาพสุดท้าย... คือหน้าของคินน์ที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจ“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!”ซูหนี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเส

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   ราชินีกุหลาบขาว

    [ห้องอาหารเช้า - คฤหาสน์ตระกูลหยาง - เวลา 07:00 น.]บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใสกลับตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อ พ่อบ้านจาง เดินหน้าซีดเผือดนำหนังสือพิมพ์และแท็บเล็ตเข้ามาวางบนโต๊ะอาหาร"เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณหนู..." เสียงพ่อบ้านสั่นเครือหยาง ซูหนี่ ที่กำลังทาเนยบนขนมปังให้ลูกแฝดวางมีดลง เธอหยิบแท

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   รอยปริแตกของพ่อบ้านจาง

    [ห้องนอนซูหนี่ - เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 06:30 น.]แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบใบหน้าสวยหวาน ซูหนี่ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่นและแจ่มชัดแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานานกว่า 6 ปีภาพเหตุการณ์เมื่อคืนกลับชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้น สัมผัสอุ่นวาบที่หน้าผาก... กลิ่นกาแฟ... และรอยยิ้มของลูกแฝด

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   หมอรักษาใจ

    เขาไม่ได้รอคำอนุญาต โซลช้อนตัวซูหนี่ขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย พาเธอเดินไปที่โซฟากลางห้อง วางเธอลงอย่างเบามือ แล้วเดินไปหรี่ไฟในห้องให้สลัวลง"นอนลงครับ... หลับตา... หายใจเข้าลึกๆ... ปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างนอกห้องนี้" น้ำเสียงของโซลเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มชวนให้รู้สึกปลอดภัยโซลขยับเข้ามานั่งซ้อนที่ด้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status