LOGINณ ห้องเช่าซอมซ่อในสลัม เวลา 00:45 น. (15 นาทีก่อนการหนี)
สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ชัยวิ่งฝ่าพายุฝนกลับเข้ามาที่หน้าห้องเช่าด้วยสภาพเปียกปอน
แต่ใบหน้าของเขากลับเปื้อนรอยยิ้มแห่งความโลภ เขารีบไขกุญแจมือไม้สั่น ผลักประตูเข้าไปในห้องเพื่อ ลบตัวตนของลูกสาวทิ้งให้สิ้นซาก
"ต้องรีบ... ต้องรีบก่อนที่ใครจะสงสัย"
ชัยพึมพำกับตัวเอง เขาตรงดิ่งไปที่มุมห้อง คว้ากระเป๋านักศึกษาของมินตรามาเทกระจาดลงบนพื้น
ข้าวของเครื่องใช้กระจายเกลื่อน... สมุดจด หนังสือเรียน และเอกสารสำคัญที่มินตราหวงแหน มือหยาบกร้านหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา จดหมายตอบรับเข้าฝึกงานจากบริษัทเอเจนซี่ชื่อดัง
"หึ... ฝึกงานงั้นเหรอ?"
ชัยแสยะยิ้มเหยียดหยาม ก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"แกไม่ต้องใช้มันแล้วนังหนู...งานใหม่ที่พ่อหาให้ สบายกว่ากันเยอะ"
เขาขยำเศษกระดาษเหล่านั้นปาลงถังขยะ จากนั้นก็หันไปกระชาก ชุดนักศึกษาสีขาวสะอาด ที่แขวนรีดเรียบร้อยเตรียมใส่วันพรุ่งนี้ออกมาจากตู้
ชัยมองมันด้วยสายตาไร้ค่า ก่อนจะยัดมันลงไปในถุงดำรวมกับขยะอื่นๆ
"ลาก่อนนะ ลูกสาว
ชัยหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง เขากวาดทุกอย่างที่ระบุตัวตนของมินตราลงถุงดำจนเกลี้ยงห้อง บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย... ทุกอย่างถูกเก็บกวาดเรียบ
ชัยปาดเหงื่อที่หน้าผาก ทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิกลางห้องที่รกรุงรังอย่างคนหมดแรงแต่สุขสม
มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกระดาษแผ่นสำคัญที่สุดออกมาเช็คเงินสดใบสำคัญที่ได้รับมาจากโซล ดวงตาที่เคยขุ่นมัวด้วยความเครียดบัดนี้เป็นประกายวาววับเมื่อจ้องมองตัวเลขเจ็ดหลักบนกระดาษ
"ห้าล้าน... เงินสดๆ ห้าล้านบาท"
ชัยจูบกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับหัวเราะร่าอย่างคนเสียสติ หนี้สินห้าสิบล้านหายวับไปกับตา แถมยังมีเงินก้อนโตให้ไปตั้งตัวใหม่... ชีวิตใหม่ที่ไม่มีภาระผูกพัน
เมื่อมั่นใจว่าในห้องไม่เหลือหลักฐานอะไรเกี่ยวกับมินตราอีกแล้ว ชัยก็รีบหันไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองยัดใส่กระเป๋าเป้ ด้วยความเร่งรีบและมัวเมากับเช็คเงินสดในกระเป๋าเสื้อ ทำให้เขาลืมสังเกตไปอย่างมหันต์ว่า...
ที่ราวตากผ้าไม้ไผ่ หน้าประตูห้องท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด เสื้อยูนิฟอร์มพนักงาน 7-Elevenปักป้ายชื่อมินตรายังคงแขวนตากลมอยู่ตรงนั้น...
หลักฐานชิ้นสำคัญเพียงชิ้นเดียวที่รอดพ้นสายตาของเขาไป และกำลังจะเป็นกุญแจสำคัญให้ใครบางคนตามมาเจอ
สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย แต่สำหรับ ชัย แล้ว เสียงฟ้าร้องในคืนนี้กลับฟังดูไพเราะราวกับเสียงดนตรีสวรรค์
ขณะที่เก็บของอยู่นั้น มือของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับ โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ที่ซ่อนอยู่ใต้กองเสื้อผ้า... เครื่องที่เขาใช้ติดต่อกับ คนๆ เดียวมาตลอดยี่สิบปี
ชัยหยุดชะงัก มองหน้าจอที่ดับสนิทด้วยความลังเล
เขาควรโทรรายงานไหม? บอกว่าเกิดอะไรขึ้น?
แต่ถ้าบอกไป... เงินก้อนนี้อาจถูกริบคืน หรือแย่กว่านั้น เขาอาจถูก จัดการ เพราะทำเรื่องโดยพลการ
"ช่างแม่งเถอะ..."
ชัยตัดสินใจโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงถุงดำอย่างไม่ไยดี
"ยี่สิบปีที่กูเป็นหมาเฝ้าบ้านให้มึงก็มากพอแล้ว ถึงเวลาที่กูจะใช้ชีวิตของกูเองสักที"
สายตาของเขาเหลือบไปเห็น กรอบรูปเก่าๆ บนหัวนอน...เป็นรูปถ่ายของมินตราตอนเด็กที่ยิ้มกว้างอยู่ในอ้อมแขนของแม่... หญิงสาวชาวไทยผู้เป็นลูกสะใภ้ตระกูลหยาง ผู้ที่เขาเป็นคนขับรถพาไปสู่ความตายในคืนนั้น
ความทรงจำของคืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อนแวบเข้ามาในหัว... เสียงกรีดร้อง เสียงเหล็กบิดงอ กลิ่นน้ำมันและควันไฟ... และร่างเล็กๆ ที่เขาฉวยออกมาจากซากรถก่อนที่มันจะระเบิด
ชัยชะงักไปครู่หนึ่ง... ความรู้สึกผิดวูบหนึ่งแล่นเข้ามาในอก
แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที มันก็ถูกความเห็นแก่ตัวถีบกระเด็นออกไป
"อย่าโทษพ่อเลยนะนังหนู..."
ชัยพึมพำพลางหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาดูเป็นครั้งสุดท้าย
"เอ็งเกิดมาเป็นลูกคุณหนู แต่ดวงซวยมาตกอยู่ในมือข้า... ถือว่าเอ็งได้ชดใช้ที่ข้าเลี้ยงมายี่สิบปีก็แล้วกัน"
เพล้ง!
ชัยโยนกรอบรูปลงถังขยะอย่างไม่ไยดี เศษกระจกแตกกระจายเหมือนความสัมพันธ์ที่ไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก
เขาสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นบ่า หยิบถุงดำที่เก็บทุกอย่างของลูกสาวที่เขามองว่าเป็นขยะ เดินไปที่ประตูห้องแล้วหยุดมองห้องเช่ารูหนูแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
"ลาก่อนชีวิตเฮงซวย... ลาก่อนกรุงเทพฯ"
ชัยแสยะยิ้ม ก้าวเท้าออกจากห้องไปท่ามกลางความมืด ฝ่าสายฝนไปที่ปากซอยทิ้งถุงดำใบใหญ่รวมกับถุงดำที่กองรวมกันไว้เพื่อรอรถขยะมาเก็บ แล้วเรียกแท็กซี่ จุดหมายปลายทางคือสถานีขนส่งหมอชิต... ตีตั๋วเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย
[ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้
การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!
จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า
[ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย
[ ท่าเรือเก่า โกดังหมายเลข 12 - เวลา 18:30 น. ]สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับฟ้าเป็นใจ บรรยากาศรอบโกดังเก่าทรุดโทรมริมอ่าววิกตอเรีย เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและคาวปลาจากทะเล เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ติดอาวุธเดินลาดตระเวนอยู่รอบบริเวณอย่างหนาแน่นรถ SUV หุ้มเกราะสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไป 500 เมตร ภายในรถ... โซล กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ด ควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้บินเข้าไปสำรวจพื้นที่“มีศัตรูติดอาวุธสงคราม 20 คนรอบนอก... 10 คนข้างใน” โซลรายงานเสียงเครียด ภาพจากกล้องอินฟราเรดฉายขึ้นบนหน้าจอ “เป้าหมาย... อาลันและเอริน ถูกมัดอยู่กลางโกดัง ห้อยโตงเตงอยู่เหนือถังสารเคมี... และมีเด็กผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นลูกของจิง ถูกมัดรวมอยู่ด้วย”“ไอ้สารเลว!” ซูหนี่ กำปืนในมือแน่น เมื่อเห็นภาพลูกถูกทรมาน “ฉันจะฆ่ามัน!”“ใจเย็นซูหนี่...” คินน์ วางมือบนไหล่เธอ แววตาคมกริบประเมินสถานการณ์ “นี่มันเป็นกับดัก... พวกมันจงใจเปิดพื้นที่โล่งให้เราบุกเข้าไป เพื่อจะตลบหลัง”“แล้วจะเอายังไง?” เบลซ ถามอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะไกปืนกลเบาๆ “บุกเลยไหม? กูพร้อมระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว”“เราจะเล่นตามเกมมัน... แต่เล่นในแ
[ คฤหาสน์ตระกูลหยาง — เวลา 17:15 น. ]บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกดั่งขั้วโลกเหนือ โซล จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บนแผนที่... มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงออกจากห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง“มันกำลังมาที่นี่...” โซลพูดเสียงเรียบ “พิกัดของเอริน... หยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านเราแล้ว”คินน์ และ เบลซ สบตากันทันที ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านสายตาโดยไม่ต้องพูด“เตรียมรับแขก...” คินน์สั่งเสียงต่ำ มือกระชับปืนพกที่เอวแน่น[ โถงรับแขกใหญ่ — เวลา 17:20 น. ]ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พี่เลี้ยงจิง วิ่งถลากเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวลงคุกเข่ากลางห้อง ร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนา“ช่วยด้วยค่ะ! คุณหนู! ท่านเจ้าสัว!” จิงกรีดร้องเสียงหลง “ช่วยคุณหนูอาลันกับคุณหนูเอรินด้วย! พวกมัน... ฮือๆ... พวกมันจับตัวไป!”ซูหนี่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างกายมีสามหนุ่มยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ“เกิดอะไรขึ้นจิง?” ซูหนี่ถามเสียงเย็น “ไหนบอกว่าพาเด็กๆ
[ห้องสวีท VIP ชั้นบนสุดของโรงแรมเซ็นทรัล]ประตูห้องสวีทถูกเปิดออก คินน์วางร่างระหงของซูหนี่ลงบนพื้นพรมอย่างนุ่มนวล ไฟในห้องสว่างไสวเผยให้เห็นชายหนุ่มทั้งสามที่ค่อยๆ ถอดหน้ากากแฟนซีออก เผยใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายเบลซวางอาลันลง โซลวางเอรินลง เด็กแฝดทั้งสองยิ้มร่า แปะมือไฮไฟฟ์กันอย่าง
[เพนต์เฮาส์หรูใจกลางฮ่องกง - ฐานบัญชาการชั่วคราวของ Devil’s Den]"โธ่เว้ย!"เสียงแก้ววิสกี้ราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเบลซ เดินงุ่นง่านไปมาเหมือนเสือที่ถูกขังอยู่ในกรง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนลูกน้องในห้องไม่กล้าสบตา"สามวันแล้วนะเว้ยคินน์! สามวันแล้วที่ไอ้แก่นั่นขังเมียกับลูกเราไว้! มึงจะให้ก
ซูหนี่ได้สติจากภวังค์ รีบดึงลูกทั้งสองเข้ามาในอ้อมกอด "เด็กๆ... พอแล้วลูก"คินน์มองภาพสามแม่ลูกตรงหน้า... แทนที่จะโกรธ เขากลับยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่ภูมิใจ "ดุเหมือนพ่อ... ฉลาดเหมือนพ่อ..." เขาพึมพำกับตัวเองคินน์ยอมถอยห
หน้าห้องฝึกเทควันโด - 1 ชั่วโมงต่อมาซูหนี่เดินกลับมารับลูกชาย แต่ภาพที่เห็นผ่านกระจกใสทำให้เธอหยุดยืนตัวแข็งทื่อ กลางห้องฝึก... เบลซกำลังให้อาลันขี่คอ วิ่งไล่จับเด็กคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของลูกชายเธอดังลั่นอย่างมีความสุขแบบที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน"คุณ!" ซูหนี่เปิดประตูผัวะเข้าไ




![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


