Se connecter“แค่นี้เถอะ เปลี่ยนเรื่องพูด”
จักรเงียบและเอ่ยถึงปานวาด เรื่องตามหานินจาเป็นบ้าเป็นหลัง ผมเหยียบคันเร่ง พูดไม่ออกว่าอย่าเอ่ยถึงชื่อนี้
เพื่อนมาหาทั้งที ให้โวยวาย ห้ามนั่นนี่ มันก็เกินไป
ดีที่ผมยังมีสติ ดังนั้นเมื่อถึงที่พัก เพื่อนก็ยังคุยได้เรื่อยๆ และเริ่มชื่นชอบแหล่งกบดานของผม
คืนนั้นเราก๋งเหล้าที่ผมหมักไว้ด้วยตนเอง มีลูกน้องในไซน์งานมาดื่มด้วย ผมดื่มเพราะอยากลืมเรื่องที่รบกวนจิตใจ แต่หารู้ไม่ ในคืนนั้น น้ำเมากลับทำเรื่องให้ผมจนได้…
ตะวันแยงตา ผมตื่นขึ้นรีบคลานไปปิดม่าน แต่ต้องสะดุ้งถอยหลังแทบตกเตียง เหตุเพราะเมื่อหันมาในห้องมีสายตาจักรจ้องอยู่ ผมนั่งตัวตรงเสยผม
“จ้องไรวะ”
“รอมึงตื่น จ้องจนตาเจ็บ จะเลิกจ้องเมื่อมึงตอบคำถามมาตามตรง”
“เล่นปัญหาอะไรแต่เช้า รอก่อนไปเยี่ยวก่อน”
“ไม่ต้องเลย ตอบมาก่อนว่าเจอเต่าที่ไหน ดีๆ นะมึง”
มือที่ลูบหน้าอกเปลือยหยุดทันที ผมมองหน้ามัน “อะไรของมึง ใครว่ากูเจอใคร”
“มึงนั่นแหละพูดเมื่อคืน กูอัดคลิปไว้ด้วยพูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่จับใจความได้ ว่าเจอยายเต่าแล้ว”
ผมอึ้ง “กูเมา จะเอาอะไรกับคนเมา”
“ที่บอกว่าเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า พูดเพราะเมาด้วยหรือเปล่าว่ะ ถ้าพูดจริง กูเชื่อว่ามึงเจอมันแล้วและปิดพวกกู”
“จะขึ้นเสียงทำไม มันทำงานที่ระนอง บริษัทรุ่นพี่มัน กูเพิ่งรู้ รู้แล้วก็อย่ามาจ้องหน้าแบบนั้น และลืมว่ากูพูดอะไรไปบ้างเมื่อคืน”
ผมเริ่มรู้สึกอยากไล่เพื่อนให้กลับ แม่งเอ้ย พูดไรไปบ้างวะ
และผมแอบมองจักรที่กดหาเพื่อนในกลุ่มไลน์ แม่งดีใจเหลือเกิน ทำยังเป็นแฟนยายเต่า
ผมอารมณ์เสีย อยู่ในห้องน้ำนานสองนาน ออกมาอีกทีจักรก็หายไป ทิ้งคำพูดไว้กับคนงานว่าจะไปหาเพื่อน
ผมเปิดอ่านในไลน์กลุ่ม ก็ได้รู้มันมีนัดกับปานวาดที่ระนอง
ทิ้งกูเลยนะ ไม่ถามกูสักคำไปด้วยหรือเปล่า
ผมเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องการตามจักรไปแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เดินหงุดหงิดไปดื่มกาแฟ
ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมไม่อยากอยู่นอกกลุ่มหรอกนะ แต่ให้รวมตัวกันเหมือนเดิมมันยากแล้ว ไม่มีทางที่จะเหมือนเดิมม
นินจาก็เหมือนกัน อยากรู้นัก มันจะบอกเพื่อนๆ ว่าอย่างไรเรื่องลูก ลูกของผมสินะ ผมเจ็บแปลบที่อกอีกครั้ง ก่อนจะจับและทุบให้เจ็บกว่าเดิม
ผมไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จะบอกมันว่าขอโทษ เฉพาะเรื่องลูก เพื่อให้ได้เป็นพ่อ มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นมั้ง
เพราะคำว่าเฉพาะเรื่องลูก มันคงยากที่ใครจะรับฟัง แต่คนอย่างนินจา ไม่สมควรได้รับการอภัยเรื่องที่มันทำ ผมเปิดไลน์มือถือของเก๋อ่าน และนั่งซึมหลายนาที
เต่า ไม่อยากเชื่อ แกจะมีนิสัยแบบนี้
กี่ครั้งแล้วนะ ที่ผมพูดแบบนี้กับตนเอง คล้ายคนบ้าเลยวะ
และในคืนนนั้นผมกลับมาบ้าน เดินไปหาแม่ ผมเดินหาแม่จนทั่วและได้เจอแม่กำลังนั่งหัวเราะกับป้าแม่บ้าน
“อ้าว เพื่อนกลับแล้วละสิมาหาแม่ได้” แม่หันมา สายตายังมองไอแพดที่ผมซื้อให้ ผมชะเง้อมองบ้าง
“มองอะไรหนักหนาแม่”
“แม่มองหนูต่ายคนสวยที่ขายของออนไลน์จนมีเงิน แม่ติดตามมานานเพราะชอบเด็กเก่งๆ แต่ตอนนี้ต้องติดตามทุกวันเพราะหนูต่ายมีหลานตัวน้อยมาช่วยขายของ”
“แม่บ้าดาราตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
ดาราในแอฟพวกนี้ก็เก่งจริงๆ ผมยังยอมรับเลย แต่เอาเฉพาะคนที่ทำเรื่องไม่อุจาดตานะ และเมื่อผมเห็นคนที่แม่ติดตามไม่ห่างก็ดึงไอแพดแม่มามองอย่างตกใจ
“อะไรของลูก” แม่ดึงคืน มองผมอย่างสงสัย ผมเดินไปยืนใกล้
“มองเด็กตัวเล็กนั่นต่างหากครับ”
“อยากมีลูกหรือไง ถ้าอยากมีก็อย่าเล่นตัว เอาน่ารักๆ แบบนี้นะโบ้ท”
ผมไม่คิดว่าโซเซียลจะทำให้ผมเห็นหน้าเด็กที่อาจเป็นลูกผมจริงๆ ผมเดินไปหาป้าใจ ขอดูบ้างเพราะแม่หวง แม้มือถือป้าใจจะเล็กแต่ผมก็มองเห็นเด็กน้อยที่เพิ่งจะนั่งได้ ซึ่งกล้องจะซูมไปบ้างครั้ง
ผมลืมตัวกดไปยังเบอร์มือถือที่ได้มา ก่อนจะตัดสาย เรื่องอะไรไปยุ่งกับเธอ ตราบใดที่ยังไม่รู้แน่นอนเรื่องนี้ ผมจะไม่ยุ่ง
แล้วถ้าแน่นอนล่ะ ผมจะทำอย่างไรต่อ ผมเริ่มมืดแปดด้านเมื่อคิดแบบนั้น
ภูเก็ต
ฉันกำลังนั่งคิดถึงลูก ได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้านก็ดีใจวิ่งออกมา แต่ต้องใจมากเมื่อเห็นว่าหน้าบ้านมีเพื่อนสองคนยืนอยู่ และจ้องฉันราวกับเจอผี
ดูเหมือนต่างคนก็ตกใจ
“นังเต่าจะไม่เปิดประตูให้พวกเราหรือไง เปิดเร็ว ฉันจะเข้าไปบีบคอแก”
ฉันเดินช้าๆ ไปที่รั้วบ้าน น้ำตาไหลออกมาเมื่อโดนเพื่อนรักโถมตัวเข้าใส่ ก่อนจะได้ยินเสียงบ่นสักร้อยประโยคไม่ซ้ำกัน กระทั่งจักรเข้ามาห้าม
“เข้าบ้านก่อนมึง หนวกหูคนแถวนี้”
ฉันพาเพื่อนเข้าบ้าน “พวกแกมาได้ยังไง”
“ไอ้โบ้ท ไอ้หมา มันเมาก็บอกว่าแกอยู่นี่ ฉันยังไม่เจอมันเลย จะเอาเท้ายัดปาก”
“พูดเป็นเล่นน่าปานวาด” จักรมองหน้าฉัน มองรอบบ้าน ฉันถามจักร
“มองทำไม”
“จักรแอบคิดว่าเต่าหนีมาคลอดลูก แอบซุกสามีค่ะ”
มันพูดหวานจนฉันขนลุกขนพองแต่ก็จี้ใจดำจนต้องก้มหน้า
“ก็อาจใช่”
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื







![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)