LOGINบทที่ 4
สายลมหนาวเหน็บยามใกล้รุ่งพัดหวีดหวิวผ่านซอกหินทราย ไอหมอกบางเบาลอยเรี่ยผืนทรายสีทองที่ยังไม่ตื่นจากความหลับใหล
ด้านหลังกระโจมพยาบาลในเงามืดที่ไร้แสงคบเพลิง ร่างสองร่างกำลังยืนกระซิบกระซาบกันด้วยความร้อนรน
“นับฝัน พี่เตรียมช่องทางหนีไว้แล้ว” นพ. ดนัยน์ กระซิบเสียงเบา สองมือของเขากุมต้นแขนของนับฝันไว้แน่น “พี่แอบสังเกตเห็นว่าช่วงตีห้าเวรยามฝั่งทิศตะวันตกจะผลัดกะกัน มีช่องว่างประมาณสิบนาที เราสามารถขโมยรถพยาบาลขับหนีข้ามพรมแดนกลับไปได้นะ!”
“พี่ดนัยน์ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ!” นับฝันขืนตัวออกเบาๆ ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“จะให้ใจเย็นได้ยังไงนับฝัน!” ดนัยน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “ไอ้ชีคเถื่อนนั่นมันจ้องจะกลืนกินเธออยู่ทุกวินาที มันบังคับให้เธอไปกับมันสองต่อสองกลางทะเลทราย พี่ทนเห็นเธอตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ!”
“แต่ถ้าพวกเราหนี แล้วคนไข้ในค่ายล่ะคะ” นับฝันจ้องตารุ่นพี่อย่างจริงจัง “เด็กที่โดนพิษแมงป่องเมื่อวานยังต้องให้ยาฆ่าเชื้อต่อเนื่องอีกสามวัน คนแก่อีกหลายคนก็ยังรอผ่าตัดต้อกระจกและทำแผลติดเชื้อ ถ้าพวกเราหนีไป ใครจะดูแลพวกเขา”
“พวกเขาเป็นคนของเผ่านี้ ไม่ใช่คนของเรานะนับฝัน!” ดนัยน์แย้งเสียงเครียด “เธอเป็นศัลยแพทย์ที่มีอนาคตไกลในเมืองหลวง ไม่ใช่หมอรักษาคนเถื่อนกลางทะเลทราย!”
“สำหรับนับ... คนไข้ทุกคนคือคนเท่ากันค่ะพี่ดนัยน์” น้ำเสียงของแพทย์หญิงสาวเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์แน่วแน่ “ไม่มีคนของใครทั้งนั้น และที่สำคัญที่สุด ถ้าพวกเราถูกจับได้ ทาริคจะสั่งประหารชีวิตพวกเราทุกคนทันที นับจะไม่ยอมเอาชีวิตของพี่ดนัยน์กับขวัญข้าวไปเสี่ยงเด็ดขาด”
“หมอนับฝันพูดถูกแล้วค่ะพี่ดนัยน์”
เสียงกระซิบดังขึ้น ขวัญข้าวแอบย่องออกมาจากมุมเต็นท์ ใบหน้าของพยาบาลสาวเต็มไปด้วยความกังวล “พวกการ์ดซาฮิลหูตาไวอย่างกับเหยี่ยว หนีไปตอนนี้มีแต่ตายกับตายค่ะ ขวัญว่าเราอยู่ที่นี่ช่วยรักษาคนไข้ไปก่อน รอให้ทางสถานทูตหรือองค์การแพทย์สากลส่งคนมาเจรจาดีกว่านะคะ”
ดนัยน์ถอนหายใจยาวอย่างขมขื่น แพทย์หนุ่มกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจที่ตนเองไร้พลังจะปกป้องหญิงสาวที่แอบรัก
“พี่เป็นห่วงเธอนะนับฝัน... ระวังตัวด้วย อย่าไว้ใจคนป่าเถื่อนพันธุ์นั้นเด็ดขาด”
“นับสัญญาค่ะว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี พี่ดนัยน์กับขวัญช่วยดูแลเต็นท์พยาบาลทางนี้ด้วยนะคะ” นับฝันบีบมือให้กำลังใจทั้งสองคน ก่อนจะรีบเดินกลับเข้ากระโจมก่อนที่ฟ้าจะสาง
เมื่อแสงอาทิตย์สีทองจับขอบฟ้า ทาริคก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้ากระโจมบัญชาการ ชายหนุ่มสวมชุดคลุมทะเลทรายสีกากีทะมัดแมง ข้างกายมีม้าศึกสายพันธุ์อาหรับแท้สีดำปลอด รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม กล้ามเนื้อขาเป็นมัดแน่นหนา
“พร้อมหรือยัง” ทาริคเอ่ยถามเสียงเข้ม ดวงตาสีกานพลูกวาดมองนับฝันที่สวมชุดกางเกงขายาวสีเบจคล่องตัว
“พร้อมแล้ว” นับฝันสะพายกระเป๋าเวชภัณฑ์ขึ้นบ่า “แต่ฉันจะขี่ม้าอีกตัวตามไป ให้คนของคุณเอาม้ามาอีกตัวสิ”
“ม้าศึกแห่งซาฮิลไม่ยอมให้คนนอกแตะต้อง” ทาริคกระตุกมุมปากอย่างรู้ทัน “ขึ้นมาบนหลังมันกับข้า ถ้าไม่อยากเดินเท้าฝ่าทะเลทรายยี่สิบกิโลเมตร”
“นี่คุณแกล้งฉันใช่ไหม ม้าในค่ายมีตั้งเป็นร้อยตัว!”
“ข้าเป็นผู้นำ ข้าสั่งคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น”
ยังไม่ทันที่นับฝันจะได้อ้าปากคัดค้านต่อ ทาริคก็เอื้อมมือหนาลงมาคว้าเอวคอดของเธอ ยกตัวหญิงสาวลอยหวือขึ้นไปนั่งบนอานม้าด้านหน้าอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นเพียงขนนก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะกระโดดขึ้นนั่งซ้อนท้ายในชั่วพริบตา!
“ว้าย! คุณทาริค ปล่อยนะ ทำบ้าอะไรเนี่ย!”
นับฝันสะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกล่ำสันของเขาทันที สองแขนแข็งแกร่งของจอมทัพทะเลทรายเอื้อมผ่านเอวของเธอไปจับสายบังเหียน กลายเป็นการโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เกาะอานไว้แน่นๆ ถ้าไม่อยากตกไปคอหักตาย”
“ขยับออกไปหน่อยสิคะ มันอึดอัด!”
“พื้นที่บนหลังม้ามีแค่นี้ ถ้าไม่อยากให้อกข้าเบียดหลังเจ้า เจ้าก็ก้มตัวลงไปแนบกับคอม้าสิ” ทาริคแกล้งกระซิบข้างใบหู ยิ่งทำให้นับฝันหน้าร้อนผ่าว
ฮี้!
อัล-บารัคส่งเสียงร้องกึกก้อง ทาริคกระตุกสายบังเหียน ม้าศึกสีดำปลอดพุ่งทะยานฝ่าผืนทรายกว้างออกไปด้วยความเร็วสูง ลมทะเลทรายอันร้อนแรงพัดปะทะใบหน้าจนนับฝันต้องเอี้ยวตัวหลบ ทาริคกระชับอ้อมแขนรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้น ดึงร่างเพรียวบางให้แนบชิดกับอกกว้างเพื่อบังลมให้ ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นกายไม้กฤษณาอันคุ้นเคยแผ่ซ่านโอบล้อมเธอไว้จนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ
“ช้าๆ หน่อยไม่ได้หรือไงคะ!” นับฝันตะโกนแข่งกับเสียงลม
“ช้าไม่ได้ ทะเลทรายตอนสายแดดจะเผาจนสุก” ทาริคตอบเสียงเรียบ “กลัวหรือไงคุณหมอปากเก่ง”
“ฉันไม่ได้กลัว แค่ไม่อยากตายก่อนได้ช่วยคนไข้!”
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







