LOGIN“หึ ปากแข็งไม่เปลี่ยน” ทาริคหัวเราะหึๆ ในลำคอ แต่แขนแกร่งยังคงประคองกอดเธอไว้อย่างมั่นคง
ม้าศึกควบทะยานลัดเลาะผ่านแนวผาหินทรายสูงชันที่สลับซับซ้อน ทาริคชะลอฝีเท้าม้าลงเมื่อเข้าสู่หุบเขาลึก ชายหนุ่มชี้มือไปยังแนวท่อหินโบราณที่ฝังอยู่ใต้หน้าผา
“มองดูนั่นสิ”
นับฝันมองตามปลายนิ้วของเขา เธอเห็นระบบอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากหินทรายแกะสลักอย่างประณีต มีน้ำใสสะอาดไหลรินผ่านร่องหินอย่างไม่ขาดสาย
“นี่มัน... ระบบชลประทานใต้ดินโบราณนี่คะ” นับฝันเอ่ยด้วยความทึ่ง “สร้างขึ้นมาได้ยังไงในที่ทุรกันดารแบบนี้”
“บรรพบุรุษของเผ่าซาฮิลสร้างมันขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน เพื่อลำเลียงน้ำจากตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปหล่อเลี้ยงชีวิตคนนับหมื่นในโอเอซิส” น้ำเสียงของทาริคเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและเปี่ยมล้นด้วยความภาคภูมิใจ “บนผืนทรายที่แห้งแล้งแห่งนี้ น้ำคือชีวิต และตาน้ำแห่งนี้คือหัวใจของพวกเราทุกคน”
นับฝันเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขา สันกรามคมคายที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนโยนและห่วงใยในผืนแผ่นดินจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอเริ่มตระหนักแล้วว่า ชายผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงจอมทัพที่กระหายสงคราม แต่เขาคือผู้แบกรับชะตากรรมของคนทั้งเผ่าไว้บนบ่า
ม้าศึกก้าวเหยียบเข้าสู่แอ่งหุบผากว้าง ภาพเบื้องหน้าคือบ่อน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาจากใต้แผ่นดิน น้ำในสระใสกระจ่างจนมองเห็นเม็ดทรายสีขาวสะอาดที่ก้นบ่อ ประกายระยิบระยับสะท้อนแสงแดดดุจมรกตเม็ดงามที่ซ่อนอยู่กลางทะเลทราย
ทาริคกระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาจับเอวนับฝันแล้วประคองเธอยกลงจากหลังม้าอย่างระมัดระวัง สองมือของเขาวางค้างอยู่ที่สะโพกมนครู่หนึ่ง สบตากับเธออย่างลึกซึ้งก่อนจะยอมปล่อยมือ
ชายหนุ่มคุกเข่าลงริมขอบสระหิน ใช้สองมือวักน้ำใสขึ้นมาดื่มดับกระหาย ก่อนจะหันมามองนับฝัน
“ลองชิมดูสิ น้ำที่นี่บริสุทธิ์และหวานกว่าน้ำในเมืองหลวงของเจ้าเสียอีก”
นับฝันคุกเข่าลงข้างๆ กอบน้ำขึ้นมาลูบใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นทราย ความเย็นฉ่ำของสายน้ำทำให้เธอรู้สึกสดชื่นอย่างน่าอัศจรรย์
“น้ำใสสะอาดมากจริงๆ ค่ะ” นับฝันเอ่ยชมจากใจ “ถ้ามีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ขนาดนี้ ค่ายซาฮิลก็สามารถพัฒนาเป็นชุมชนที่มั่นคงได้เลยนะคะ และถ้ามีโรงพยาบาลสนามที่ได้มาตรฐาน เด็กๆ และชาวบ้านก็จะไม่ต้องล้มตายจากโรคระบาดอีก”
“เจ้าคิดว่าการสร้างโรงพยาบาลกลางทะเลทรายมันง่ายอย่างนั้นหรือ” ทาริคถามพลางจ้องตานิ่ง
“ไม่ง่าย แต่มันทำได้ค่ะ ถ้าผู้นำเปิดใจรับวิทยาการทางการแพทย์แผนใหม่”
ทาริคมองรอยยิ้มสดใสและแววตามุ่งมั่นของเธอด้วยหัวใจที่ไหวระริก ชายหนุ่มปลดผ้าคลุมศีรษะกูตราห์สีกากีของตนเองออก เผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทหยักศกเล็กน้อยที่ตัดสั้นรับกับใบหน้าคมเข้ม
มือหนายกผ้าคลุมผืนนั้นขึ้น บรรจงคลุมลงบนศีรษะของนับฝันอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยปอยผมสีช็อกโกแลตที่ปรกหน้าผากเนียนไปทัดไว้หลังใบหูอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นและสายตาของเขาทำให้นับฝันนิ่งอึ้งไป
“แดดทะเลทรายแรงมาก ผิวขาวๆ ของเจ้าจะไหม้เอาได้” ทาริคกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู “และเมื่อเจ้าได้สวมผ้าคลุมของผู้นำเผ่าซาฮิล... บนผืนแผ่นดินนี้ เจ้าจะไม่ใช่คนนอกอีกต่อไป”
“ทำไมถึงต้องใจดีกับฉันด้วยคะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณขู่จะฆ่าฉัน” นับฝันถามเสียงแผ่ว
“เพราะเจ้าคู่ควรที่จะได้รับมัน” ทาริคสบตาเธอนิ่ง “ผู้หญิงที่กล้าเอาตัวบังกระสุนเพื่อเด็กชาวเผ่าซาฮิล สมควรได้รับการปกป้องจากข้า”
คำพูดตรงไปตรงมาทำให้หัวใจของนับฝันเต้นรัวระทึกจนแทบหลุดออกจากอก แก้มเนียนซับสีเลือดฝาดร้อนผ่าวจนต้องรีบเบือนหน้าหนี
เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน นับฝันรีบหันกลับไปเปิดกระเป๋าเวชภัณฑ์ หยิบหลอดแก้วสำหรับเก็บตัวอย่างน้ำขึ้นมาเตรียมตรวจหาเชื้อโรค
ทว่าทันทีที่เธอโน้มตัวลงใกล้ปากท่อรับน้ำธรรมชาติ กลิ่นบางอย่างก็ลอยมาแตะจมูก
ฟุดฟิด...
นับฝันขมวดคิ้วแน่น กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นโคลนหรือกลิ่นแร่ธาตุตามธรรมชาติ แต่มันเป็นกลิ่นฉุนแปลกปลอม คล้ายกลิ่นสมุนไพรแห้งผสมสารเคมีบางชนิดที่ไหม้เกรียม
‘กลิ่นอะไรกัน... ทำไมถึงมีกลิ่นแบบนี้เจือปนอยู่ในตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้’ นับฝันครุ่นคิดด้วยความสงสัย รีบจุ่มหลอดแก้วเก็บตัวอย่างน้ำทันที
ทาริคที่ยืนเฝ้าอยู่สังเกตเห็นสีหน้าตึงเครียดของเธอ ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันที
“มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ ทำไมทำหน้าเครียดขนาดนั้น”
นับฝันเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสีกาแฟเต็มไปด้วยความกังวลระคนหวาดระแวง
“ท่านชีคคะ... ในตาน้ำนี้ มีกลิ่นสารเคมีและสมุนไพรแปลกปลอมลอยมาจากทางท่อต้นน้ำค่ะ!”
ทาริคขมวดคิ้วแน่น แววตาสีกานพลูวาวโรจน์ขึ้นด้วยความตื่นตัว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“มีคนแอบใส่สิ่งแปลกปลอมลงในตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ค่ะ และถ้าสิ่งที่ฉันได้กลิ่นเป็นสารพิษจริงๆ... คนทั้งค่ายซาฮิลกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง!”
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







