เข้าสู่ระบบเวลาห้าทุ่มสิบนาที หน้าปัดนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะข้างเตียงเรืองแสงบอกเวลาในความมืด บรรยากาศภายในห้องนอนหลักของประธานกรรมการบริหารเดชาเกียรติกรุ๊ปเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แตกต่างจากห้องนอนอีกฝั่งที่ระบบทำความเย็นถูกสั่งล็อกรหัสผ่านอย่างปริศนาจนกลายเป็นเตาอบ
เมนิตรายืนกอดหมอนใบใหญ่สองใบเอาไว้แนบอก หญิงสาวมองเตียงคิงไซซ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกลังเลผสมความหงุดหงิดที่ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อสภาพอากาศและเดินเข้ามาในอาณาเขตของสามี
ธวิณเอนหลังพิงหัวเตียง ชายหนุ่มสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ในมือถือแท็บเล็ตอ่านรายงานการประชุม เขายกสายตาขึ้นมองคนหน้ามุ่ยที่ยืนชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะขยับตัวเว้นพื้นที่ฝั่งขวาของเตียงให้ว่าง
เมนิตราก้าวขึ้นเตียงอย่างระมัดระวัง หญิงสาวจัดการวางหมอนหนุนของตัวเองลงไป นำหมอนข้างและหมอนอิงอีกสองใบมาวางเรียงต่อกันตรงกึ่งกลางเตียง สร้างกำแพงปุยนุ่นขนาดย่อมขึ้นมาแบ่งแยกดินแดนอย่างชัดเจน
"มินน์เป็นคนนอนดิ้นค่ะ กลัวจะเผลอไปเตะโดนคุณธีร์ตอนดึกๆ มีหมอนกั้นไว้จะได้สบายใจทั้งสองฝ่ายนะคะ"
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน รอยยิ้มละมุนถูกส่งให้คนตัวโตเพื่อรักษามารยาทอันดีงาม
'ข้ามเส้นนี้มาสิแม่จะถีบให้หงายหลังตกเตียงคอหักตายไปเลย ไอ้คนฉวยโอกาส นึกว่าฉันอยากมานอนร่วมเตียงด้วยนักหรือไง ถ้าระบบแอร์บ้านรวยมันไม่เฮงซวยพร้อมใจกันล็อกพาสเวิร์ด ป่านนี้ฉันนอนฝันหวานไปถึงไหนต่อไหนแล้ว'
เสียงด่าทอแหลมปรี๊ดดังก้องขึ้นในโสตประสาทของธวิณ ชายหนุ่มลอบยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววินาที เขาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะข้างเตียง เอื้อมมือไปกดปิดโคมไฟจนทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากด้านนอกหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามาพอให้เห็นเลือนราง
"นอนเถอะ ฉันง่วงแล้ว"
ธวิณเอ่ยเสียงเรียบ ทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมทับช่วงอก
เมนิตราล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้กำแพงหมอน หญิงสาวดึงผ้าห่มส่วนของตัวเองมาคลุมตัว พยายามข่มตาหลับในพื้นที่จำกัดจำเขี่ย
ความเงียบโรยตัวลงมาได้เพียงสิบห้านาที เสียงสวบสาบจากการขยับตัวของคนตัวโตก็ดังขึ้น ธวิณแกล้งพลิกตัวไปมาอย่างคนนอนหลับไม่สนิท ท่อนขาแกร่งจงใจตวัดข้ามกำแพงหมอนข้างจนมันร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นพรมข้างเตียงทีละใบ สองใบ จนกระทั่งกำแพงปุยนุ่นพังทลายลงไม่เหลือซาก
เมนิตราสะดุ้งสุดตัวเมื่อรับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากสรีระบุรุษที่ขยับเข้ามาประชิดแผ่นหลัง หญิงสาวเบิกตากว้างในความมืด ยังไม่ทันจะได้หันไปโวยวาย ท่อนแขนหนักอึ้งของธวิณก็พาดลงมาบนเอวคอดของเธอ ดึงรั้งเธอเข้าไปกอดรัดจนแผ่นหลังแนบสนิทกับแผงอกกว้างของเขา
"คุณธีร์คะ หมอนตกค่ะ ปล่อยมินน์ก่อน"
เมนิตราพยายามดัดเสียงให้ฟังดูเกรงใจ หญิงสาวออกแรงแกะท่อนแขนแกร่งที่รัดแน่นราวกับคีมเหล็ก แต่ดูเหมือนคนแกล้งหลับจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ ธวิณสูดลมหายใจเข้าลึก ซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่นของภรรยาและทำเสียงงึมงำในลำคอเหมือนคนละเมอ
'ไอ้บ้า ไอ้ประธานตู้เย็น ปล่อยนะโว้ย อึดอัด แขนหรือท่อนซุงเนี่ย หนักชิบเป๋ง หลับลึกหรือแกล้งตายเนี่ย ขยับตัวไม่ได้เลยโว้ย'
เสียงความคิดดิ้นรนอย่างเกรี้ยวกราดดังก้องอยู่ในหัวของธวิณ ชายหนุ่มหลับตาพริ้ม รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาในความมืดมิด การได้รับรู้ว่าผู้หญิงที่เก่งเรื่องการปั้นหน้ายิ้มแย้มกำลังสติแตกอยู่ภายในใจ เป็นความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบและเริ่มจะเสพติดมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ธวิณกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ปล่อยให้เมนิตราด่าทอเขาในใจจนเหนื่อยล้าและเผลอหลับไปในอ้อมแขนของเขาในที่สุด
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ณ โต๊ะอาหารหินอ่อนยาวเหยียด
เมนิตรานั่งเขี่ยสลัดในจานด้วยท่าทีเบื่อหน่าย มือซ้ายจับสมาร์ตโฟนพิมพ์ข้อความตอบโต้ในกลุ่มแชตด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์ยิกๆ โดยไม่สนใจคนตัวโตที่นั่งจิบกาแฟดำอยู่หัวโต๊ะ
หน้าจอแชตกลุ่มที่ชื่อว่า 'สมาคมคนสวยและรวยมาก' ปรากฏข้อความแจ้งเตือนรัวๆ
(เคลียร์ : คืนนี้มาเลยมึง ผับกูเพิ่งเอาเด็กล็อตใหม่ลง งานดีมาก ซิกแพ็กเป็นลอน หน้าตาระดับพระเอกซีรีส์ทั้งนั้น มึงต้องมาล้างตาจากไอ้ผัวตู้เย็นที่บ้านด่วนๆ)
(เคย์ : ระวังผัวมึงจับได้ด้วยล่ะมินน์ รายนั้นหูตาเป็นสับปะรด เดี๋ยวมันก็ส่งเลขาหน้าตายนั่นมาสะกดรอยตามหรอก)
เมนิตราอมยิ้ม พิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนสนิทฝาแฝดทั้งสองคนด้วยความมั่นใจ
(เมนิตรา : ไม่ต้องห่วง คืนนี้หาทางชิ่งแน่นอน ฉันจะหนีออกไปตอนมันหลับ จะไปส่องเด็กให้ฉ่ำตา เอาให้คุ้มกับความหงุดหงิดที่ต้องทนอึดอัดมาทั้งคืน)
ธวิณวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ ชายหนุ่มกวาดสายตามองภรรยาที่นั่งอมยิ้มพิมพ์โทรศัพท์ เสียงความคิดที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาทำให้เส้นเลือดตรงขมับกระตุก
หนีเที่ยว บาร์โฮสต์ ส่องเด็ก
คำศัพท์พวกนี้วิ่งวนอยู่ในสมองของประธานหนุ่ม ความรู้สึกหวงก้างพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนกาแฟดำในคอขมปร่ากว่าปกติ ชายหนุ่มตั้งใจจะอ้าปากสั่งห้ามและกักบริเวณเธอให้อยู่แต่ในบ้าน แต่สัญชาตญาณนักล่ากลับสั่งให้เขาเปลี่ยนแผน การห้ามตรงๆ มีแต่จะทำให้เธอหาข้ออ้างหนีไปจนได้ สู้ปล่อยให้เธอไปแล้วตามไปจับให้ได้คาหนังคาเขาจะสนุกกว่า
"ทานข้าวต้มไปได้แค่สามคำเองค่ะคุณนาย ยานี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เม้มปากแน่นไม่ยอมทานท่าเดียว นายน้อยดื้อมากค่ะ ไล่ป้าออกมาแล้วบอกว่า... 'จะรอคุณมินน์' คนเดียวค่ะ""หา? รอฉันเนี่ยนะ?" เมนิตราอ้าปากค้าง'โอ๊ยยย! ไอ้ตู้เย็นบ้า! ป่วยแล้วยังจะมาทำตัวเป็นเด็กสามขวบอีก! ข้าวยาไม่ยอมกิน จะรอให้ฉันไปป้อนหรือไงฮะ ภาระจริงๆ เลย!'แม้จะบ่นด่าในใจอย่างหงุดหงิด แต่สองขากลับก้าวฉับๆ เดินขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนหลักทันทีเพื่อไปจัดการกับคนดื้อภาพแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูเข้าไปคือ ‘ท่านประธานตู้เย็น’ ผู้เกรียงไกร กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยแดงจางๆ จากพิษไข้ ชายหนุ่มพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกับคนนอนไม่หลับ สภาพตอนนี้ไม่เหลือเค้าราชสีห์จอมเผด็จการ มีแต่ ‘ไอ้โบ้’ ตัวโตที่กำลังป่วยหนักเท่านั้นเมนิตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง วางมือเล็กลงบนหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ"ไข้ลดลงหน่อยแล้วนี่นา แต่ทำไมยังนอนกระสับกระส่ายอยู่อีก" เธอพึมพำ ก่อนจะเริ่มบ่นออกเสียงตามประสาคนปากแจ๋ว "มีที่ไหนกัน โตป่านนี้แล้วยังไปกินเหล้าดวลสาเกจนไข้ขึ้น! เป็นประธา
การไลฟ์สดลงพื้นที่ไซต์ก่อสร้างจบลงด้วยความสำเร็จที่เรียกได้ว่า ‘ถล่มทลาย’แฮชแท็ก #DKEnterprise และ #มาดามร้อยล้าน พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนเทรนด์ทวิตเตอร์ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง! ความโปร่งใส ชัดเจน และลีลาการฟาดกลับด้วยข้อมูลตัวเลขที่เฉียบขาดของ CFO สาว ทำเอาข่าวลือที่คู่แข่งสร้างขึ้นโดนตีตกไปจนหมดสภาพ หุ้นของบริษัทที่ทำท่าจะดิ่งหัวลงกลับดีดตัวพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน แถมยอดจองพื้นที่พรีเซลส์ก็ถูกจับจองเต็มทุกยูนิตภายในเวลาอันรวดเร็ว!"ยอดเยี่ยมมากครับมาดามเมนิตรา!" ตัวแทนนักลงทุนชาวญี่ปุ่นโค้งคำนับให้เธอด้วยความเคารพอย่างสูงสุด จนแทบจะตั้งฉากกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่งและชื่นชม "การแก้ปัญหาของคุณเด็ดขาดและชาญฉลาดมาก! เดชาเกียรติกรุ๊ปมีนายหญิงที่เก่งกาจขนาดนี้ พวกเรามั่นใจที่จะร่วมลงทุนด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ!"เมนิตรายิ้มรับคำชมอย่างสง่างาม ก่อนจะหันไปขยิบตาให้เลขาภูมิที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ'หึ... แน่นอนสิยะ ร้อยล้านของฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแตะ!'ทว่าภารกิจของ ‘มาดามร้อยล้าน’ ยังไม่จบลงแค่นั้น หลังจากส่งตัวแทนนักลงทุนชาวญี่ปุ่นกลับไปอย่างชื่นมื่น เมนิตราก็ต้องกลับเข้าห
ภายในห้องประชุมบอร์ดผู้บริหาร บรรยากาศอึมครึมราวกับมีเมฆฝนลอยอยู่ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกำลังยืนเหงื่อแตกพลั่ก ขณะที่ตัวแทนจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นนั่งกอดอกหน้าเครียด บอร์ดบริหารอาวุโสหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าคนที่ผลักประตูเข้ามาไม่ใช่ท่านประธาน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงในชุดสูททำงานสีขาวเรียบหรู ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่านางพญา"ขออภัยที่ให้รอค่ะ" เมนิตราเอ่ยเสียงเรียบกริบ นัยน์ตากลมโตแฝงไปด้วยความเฉียบขาด "ท่านประธานป่วยกะทันหัน ดิฉัน เมนิตรา เดชาเกียรติ ค่ะ... ถึงดิฉันจะไม่มีตำแหน่งในบอร์ดบริหาร และเป็นเพียง ‘CFO ของบ้าน’ ที่มีหน้าที่บริหารทรัพย์สินส่วนตัวของสามี..."หญิงสาวปรายตามองกวาดไปทั่วห้องประชุมอย่างเยือกเย็น ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "...แต่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันถือหนังสือมอบอำนาจฉุกเฉินจาก CEO ให้มานั่งหัวโต๊ะ เพื่อจัดการวาระการประชุมวันนี้แทนค่ะ""คุณเมนิตรา?" กรรมการผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพลางปรามาสอย่างเปิดเผย "แค่มีหนังสือมอบอำนาจ ไม่ได้แปลว่าจะคุมเกมรอดนะครับ นี่มันศึกระดับร้อยล้าน ปกติเห็นคุณนายประธานเก
เที่ยงคืนตรง รถตู้ผู้บริหารคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูบ้านเดชาเกียรติอย่างรวดเร็ว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของเลขาภูมิที่หอบแฮ่ก แบกเจ้านายหนุ่มร่างยักษ์ที่อ่อนปวกเปียกทุลักทุเลเข้ามาในห้องนั่งเล่น"โอ๊ย! พี่ภูมิ! ทำไมสภาพคุณธีร์เป็นแบบนี้คะเนี่ย!" เมนิตราที่เพิ่งเดินลงมาดื่มน้ำ ทิ้งแก้วแทบไม่ทัน รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงร่างสามีที่หน้าแดงก่ำ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั้งตัว"ลูกค้าวีไอพีจากญี่ปุ่นครับคุณมินน์ ดวลสาเกกันดุเดือดมาก บอสกลัวเสียมารยาทเลยซัดไปซะหมดแม็กซ์..." ภูมิพูดปนหอบ ก่อนจะทิ้งร่างเจ้านายแหมะลงบนโซฟาตัวยาว "ตัวบอสอุ่นๆ เหมือนจะมีไข้ด้วยนะครับ ผมฝากคุณมินน์จัดการต่อด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน!"พูดจบเลขาคู่ใจก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมนิตรายืนเท้าสะเอวมองสภาพ ‘ตู้เย็นที่ระบบทำความเย็นพังทลาย’ ด้วยความระอา"เก่งนักนะพ่อคุณ กินจนเมาแอ๋เป็นหมาตกน้ำเลย"หญิงสาวบ่นอุบ แต่ก็ยอมเดินไปหยิบกะละมังน้ำอุ่นกับผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ทว่าทันทีที่ผ้าเปียกหมาดแตะลงบนแก้มสาก มือใหญ่ที่ร้อนจี๋ของธวิณก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอแรงแต่ทะนุถนอม ก่อนจะออกแรงดึงจ
ประธานกรรมการบริหารผู้ไม่เคยทิ้งงานเด็ดขาด ทิ้งแฟ้มเอกสารลงถังขยะ คว้ากุญแจรถพอร์ชลูกรัก แล้วสับเท้าวิ่งตามลงไปที่โรงรถทันที!ธวิณขับรถสะกดรอยตามรถมินิสปอร์ตของภรรยาไปติดๆ เขาพยายามรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว ภายในรถคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความหึงหวงระดับสิบกะโหลก สมองของเขาจินตนาการภาพไอ้หนุ่มเทรนเนอร์หน้าหล่อสไตล์ไมโครเวฟที่กำลังฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวภรรยาของเขาตอนสอนสควอท ภาพนั้นทำเอาธวิณแทบอยากจะเหยียบคันเร่งพุ่งชนท้ายรถเมียให้รู้แล้วรู้รอดในที่สุด รถมินิก็เลี้ยวเข้าไปจอดยังฟิตเนสคลับระดับวีไอพีแห่งหนึ่งใจกลางเมืองธวิณจอดรถซุ่มดู รอจนกระทั่งเมนิตราเดินเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มก็ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางดุดันราวกับพระเอกหนังแอ็กชันที่กำลังจะไปถล่มรังโจร เขากระชากเสื้อสูทออก โยนทิ้งไว้เบาะหลัง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสามเม็ดเพื่อเตรียมพร้อมปะทะ!“คุณผู้ชายคะ รบกวนแสดงบัตรสมาชิก...” พนักงานต้อนรับพยายามจะเรียก“ฉันมาตามหาภรรยา!” ธวิณตวาดเสียงกร้าว พนังงานถึงกับผงะ ถอยกรูดหลบทางให้แทบไม่ทันชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบไปทั่วโซนเครื่องเล่น จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับร่างบางที่คุ้นตา เมนิตรากำลังอ
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ เมนิตราอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าพริ้วสบายๆ นอนเอนหลังไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น หญิงสาวกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตในมือ พลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวแชตกลุ่ม ‘ชมรมปลดแอกคุณนาย’ กำลังเด้งแจ้งเตือนรัวๆ อย่างดุเดือด[เคลียร์สายฟาด : เป็นไงบ้างจ๊ะคุณนายมินน์ ปฏิบัติการตั้งกล้องถ่ายผัวเสื่อมเมื่อคืนก่อน ได้คลิปฟ้องหย่า หรือได้ผัวใหม่ในร่างเดิมคะ?] [เคย์สายนิ่ง : เห็นเงียบไปทั้งคืน สงสัยจะโดนราชสีห์สวบไปแล้วมั้ง เรดาร์พังพินาศมากนะมึง ไปหาว่าเขาตายด้าน สุดท้ายเป็นไงล่ะ เกือบตายคาเตียงเองไหม] [มินน์ผู้รอดชีวิต] : สวบบ้าอะไรล่ะ! เกือบไปแล้วต่างหาก! ดีนะนังบัวขาวมาเคาะประตูขัดจังหวะ ไม่งั้นฉันคงไม่ได้มานั่งแชตอยู่นี่หรอก! ไอ้ประธานตู้เย็นมันซ่อนรูปเว้ย แข็งเป๊กเลย! หมายถึงกล้ามท้องนะโว้ย อย่าคิดลึก!] [โซอี้สั่งลุย : โอ๊ยยย ยัยมินน์! เสียดายของ! ขัดจังหวะนรกแตกมาก แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อผัวที่บ้านมันดิบเถื่อนดุร้ายแถมยังชอบขู่ มึงมาดูคนนี้ดีกว่า กูเพิ่งปัดเจอในแอปทินเดอร์ งานดีมากกกก สายอบอุ่น อบไมโครเวฟสุดๆ! (ส่งรูปภาพ) ] เมนิตราซูมดูรูปนายแบบลูกครึ่งห







