Mag-log inรัญดาเดินเลี่ยงไปนั่งที่มุมสงบของห้องอาหารที่ห่างออกไปพอสมควร เธอวางไอแพดลงบนโต๊ะก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเงาของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าในชุดเดรสสวยหรูที่เธอไม่คุ้นเคย
จากมุมนี้เธอเห็นธารันและต้นหลิวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ธารันดูเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น เขาสุภาพ ใส่ใจ และดูรักคู่หมั้นของเขาเหลือเกิน ทันใดนั้น ต้นหลิวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับธารัน ทั้งสองคนหัวเราะร่าและโน้มตัวเข้าหากันอย่างสนิทสนม ภาพที่เห็นบาดลึกเข้าไปในใจของรัญดา เธอหลับตาลงแน่นพยายามบังคับให้ตัวเองจดจ่ออยู่กับตัวเลขในตารางงานที่ยังค้างคา แต่เสียงหัวเราะของพวกเขาที่ดังแว่วมาเป็นระยะกลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องในความรู้สึกของเธอ ขณะที่เธอกำลังจะเปิดหน้าจอไอแพดเพื่อทำงานต่อ จู่ๆเงาของใครบางคนก็ทอดทับลงมาบนโต๊ะของเธอ “รัญดา” เป็นเสียงของธารัน เขาเดินแยกตัวออกมาจากต้นหลิวที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เขายืนค้ำโต๊ะเธอมือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเรียบเฉยจนเธอกลัว “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามเบาๆโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา “ทำไมไม่นั่งที่เดิม เธอคิดว่าการหนีมานั่งตรงนี้จะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นหรือไง” เขาถามเสียงเรียบต่ำ “รัญดาไม่ได้หนีค่ะ รัญดาแค่อยากทำงานให้เสร็จเร็วๆ ธารันจะได้กลับไปใช้เวลาส่วนตัวกับคุณต้นหลิวได้สะดวกขึ้น” เธอตอบพร้อมกับก้มหน้าพิมพ์งานอย่างรวดเร็ว ธารันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบจนขนลุก “อย่าพยายามทำตัวเป็นนางเอกผู้แสนดีที่ยอมสละทุกอย่างให้ฉันเลยรัญดา มันน่าสมเพช เพราะสุดท้ายเธอก็ไม่มีทางไปไหนได้อยู่ดี” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหันหลังกลับไปหาต้นหลิว ทิ้งให้รัญดานั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของเธอ หัวใจที่เคยปวดร้าวบัดนี้กลายเป็นความชาหนึบ เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป คำพูดของธารันเมื่อครู่เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่เธอจะไม่ปล่อยให้มันไหลออกมาเด็ดขาด เธอต้องแข็งแกร่งกว่านี้เพื่อที่วันหนึ่งเธอจะได้ก้าวออกไปจากชีวิตของเขาอย่างสง่างามที่สุด ขณะที่รัญดากำลังจะตั้งสติเพื่อกลับไปนั่งที่เดิม ต้นหลิวที่วางสายโทรศัพท์ก็หันไปพูดอะไรบางอย่างกับธารันก่อนที่ทั้งคู่จะลุกขึ้นเดินตรงมาทางมุมที่รัญดานั่งอยู่ “รัญดาคะ พอดีฉันลืมกระเป๋าคลัตช์ไว้ที่มุมนั้นน่ะค่ะ รบกวนช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะว่าอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” ต้นหลิวเอ่ยถามอย่างเป็นกันเอง แต่สายตาของเธอกลับมองไปที่แฟ้มงานบนโต๊ะของรัญดาอย่างสนใจ รัญดารีบลุกขึ้นยืน “ได้ค่ะ เดี๋ยวรัญดาหาให้ค่ะ” ระหว่างที่รัญดาก้มลงมองหาใต้โต๊ะและเก้าอี้ ธารันยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างหลังต้นหลิว สายตาของเขามองรัญดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “อ๊ะ! อยู่นี่ค่ะ” รัญดาหยิบกระเป๋าขึ้นมาส่งให้ต้นหลิว แต่ในจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้น มือของเธอพลาดไปปัดโดนแก้วไวน์ที่วางอยู่ริมขอบโต๊ะจนล้มคว่ำ น้ำไวน์สีแดงฉานไหลทะลักลงมาเปื้อนเดรสสีฟ้าอ่อนที่เธอกำลังสวมใส่อยู่จนเป็นปื้นใหญ่ “อุ๊ย! รัญดา! เป็นอะไรไหมคะ เปื้อนหมดเลย” ต้นหลิวอุทานด้วยความตกใจ รัญดารีบถอยหลังจนส้นสูงสะดุดขอบพรมจนเกือบจะเสียหลัก แต่ในจังหวะที่เธอจะล้ม ธารันที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดกลับก้าวเข้ามาคว้าเอวเธอไว้ได้ทัน แรงดึงของเขาทำให้ร่างเล็กของรัญดาปะทะเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างจัง ท่ามกลางสายตาของแขกคนอื่นๆในห้องอาหารที่เริ่มหันมามอง “ซุ่มซ่าม” เสียงทุ้มดุเข้มดังขึ้นเหนือหัวเธอ รัญดาตัวแข็งทื่อ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆจากอกของเขาทำเอาสติเธอพร่าเลือน ความอับอายที่ถูกคนทั้งร้านมองและความรู้สึกที่ถูกเขาดึงไว้ในอ้อมกอดแบบนี้ทำให้เธออยากจะแทรกแผ่นดินหนี “รัญดา...ขอโทษค่ะ” เธอพยายามดันตัวออกแต่ธารันกลับรวบเอวเธอไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม สายตาของเขามองรอยไวน์ที่เปื้อนชุดเธออย่างไม่พอใจ “ชุดนี้ฉันบอกให้เธอเปลี่ยนมาให้ดูดี แต่สุดท้ายเธอก็ทำมันพังจนได้” ธารันพูดเสียงเย็นก่อนจะหันไปหาต้นหลิว “ต้นหลิวครับ เดี๋ยวผมพาเลขาไปจัดการความเรียบร้อยที่ห้องน้ำสักครู่ เดี๋ยวผมกลับมา” เขาสั่งเสร็จสรรพโดยไม่รอคำคัดค้านจากใคร รัญดาเบิกตากว้าง “ธะ ธารัน รัญดาจัดการเองได้ค่ะ ไม่ต้องไป...” “เดินไหวไหม” เขาขัดขึ้น เสียงดุแต่มีแววบังคับอยู่ในทีก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงร่างของเธอให้เดินออกจากห้องอาหารไปท่ามกลางสายตาของทุกคน รวมถึงต้นหลิวที่ยืนนิ่งค้างด้วยสีหน้าแปลกใจ เขาไม่ได้พาเธอไปห้องน้ำแต่เขากลับพาเธอเดินออกไปยังโถงทางเดินที่เงียบสงัดสู่พื้นที่ส่วนตัวที่เขาจะทำอะไรก็ได้ตามใจต้องการหลายเดือนผ่านไป ห้องนอนที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นจักรวาลส่วนตัวของดารินทร์ ในค่ำคืนนี้กลับดูพิเศษกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ แสงไฟ LED บนเพดานถูกปรับให้เป็นระบบจำลองท้องฟ้าที่สมจริงที่สุด ดวงดาวนับล้านดวงพร่างพรายไปทั่วทั้งเพดานและผนังห้อง ธารันในชุดลำลองสบายๆกำลังนั่งอยู่บนโซฟาสั่งทำพิเศษตัวกว้างที่เขาสั่งให้ขยายขนาดเพื่อที่จะได้นั่งรวมกันได้ทั้งครอบครัว รัญดาเอนกายพิงอกของธารัน โดยมีดารินทร์น้อยในวัยแปดเดือนที่ตอนนี้เริ่มมีดวงตากลมโตสดใสกำลังนอนหนุนตักแม่และมองเพดานด้วยความตื่นเต้น มือป้อมๆของเธอแกว่งไปมาในอากาศราวกับพยายามจะคว้าดาวที่จำลองอยู่เบื้องบน “ดูนั่นสิครับคนเก่ง...” ธารันกระซิบเสียงนุ่มข้างหูรัญดาพลางชี้ให้ลูกสาวดูกลุ่มดาวที่เขาสั่งให้โปรแกรมเมอร์ออกแบบเป็นพิเศษ “นั่นคือดาวของแม่รัญดา และนั่นคือดาวของหนูดารินทร์” ดารินทร์น้อยส่งเสียงอ้อแอ้ชอบใจพร้อมกับหัวเราะเสียงใส ธารันโน้มตัวลงไปหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาหอมแก้มเมียตัวเล็กด้วยความรักที่ยังคงเปี่ยมล้นเหมือนวันแรกที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอ รัญดากุมมือธารันไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แ
ในค่ำคืนที่ธารันต้องออกไปจัดการงานที่บริษัทด่วนและแจ้งว่าจะกลับดึก รัญดาใช้โอกาสนี้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์เล็กๆไว้ที่ห้องนอนลูกน้อยซึ่งเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไม่ได้ใช้ของขวัญราคาแพงหรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเหมือนที่เขาชอบใช้ แต่เธอเลือกสิ่งที่มาจากใจ เมื่อธารันกลับมาถึงบ้านในเวลาดึกดื่น เขาเดินเข้ามาในห้องที่ควรจะเงียบสงบ แต่กลับพบว่าห้องนั้นสว่างไสวด้วยแสงไฟโทนละมุนจากระบบดาวที่เขาติดตั้งไว้ รัญดานั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆในห้องนั้น ในมือของเธอมีสมุดเล่มหนึ่ง “กลับมาแล้วเหรอคะ” รัญดายิ้มรับ ชายหนุ่มรีบถอดสูทแล้วเดินเข้ามาหาเธอด้วยความห่วงใยทันที “ทำไมยังไม่นอนครับรัญดา ดึกมากแล้วนะ ลูกสาวตัวน้อยอาจจะอยากนอนแล้วก็ได้” เขาพูดพลางวางมือลงบนหน้าท้องของเธออย่างเคยชิน รัญดาไม่ได้ตอบ แต่เธอหยิบสมุดเล่มหนึ่งยื่นให้เขา “รัญดาตั้งใจเขียนบันทึกนี้ให้พี่ค่ะ เป็นบันทึกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่เรารู้ว่ามีแกอยู่ในท้อง วันที่พี่เห่อชุดเด็ก วันที่พี่จ้างเชฟมาทำอาหาร และวันที่พี่ออกแบบห้องนี้” ธารันรับสมุดไปเปิดดู มือหนาของเขาสั่นน้อยๆเมื่อได้เห็นภาพถ่ายโพลารอยด์ที่รัญดาแอบถ่ายเขาระหว่างที่เขานั่งจ้องหน้
วันเวลาผ่านไป บ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดอ่อนๆทอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น รัญดากำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เธอสวมชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่ทำให้ดูละมุนตา ครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 เริ่มนูนเด่นออกมาเป็นรูปทรงสวยงาม ธารันมักจะชอบมานั่งมองหน้าท้องนั้นด้วยความตื่นเต้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่กี่นาทีต่อมา ธารันก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดผลไม้ที่ล้างและปอกอย่างประณีตวางไว้ตรงหน้า เขาไม่เพียงแค่จัดเตรียมอาหาร แต่ยังหยิบหมอนรองหลังใบใหม่มาจัดวางให้เธออย่างเบามือ “วันนี้เบบี้น้อยดื้อไหมครับ” เขาถามเสียงนุ่มพลางวางมือลงบนหน้าท้องของรัญดาเบาๆเพื่อสัมผัสการเคลื่อนไหวของลูกน้อยที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในวัย 5 เดือน เขาโน้มตัวลงกดจมูกลงบนแก้มเนียนของรัญดาฟอดใหญ่ด้วยความรักจนเธอหัวเราะออกมา “ยังไม่ดื้อเลยค่ะ แต่คุณพ่อสิคะที่ดื้อ...” รัญดาเอียงคอมองเขาด้วยสายตาเอ็นดู “วันนี้พี่ธารันจัดตู้เสื้อผ้าให้รัญดาอีกแล้วนะ รู้ไหมคะว่าชุดพวกนี้รัญดายังใส่ได้สบายมาก” “ก็พี่กลัวชุดมันจะรัดท้องลูกนี่ครับ คนตัวเล็กของพี่ต้องสบายที่สุด” ธารันแย้งอย่างใจดี เขาขยับตัวเข้าไปโอบกอดเธอจ
“รัญดา...” เสียงของเขาแหบพร่า “เธอเข้ามาเห็นมันแล้วใช่ไหม” ธารันยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องลับ ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับคนรอการตัดสินโทษ เขาคิดว่ารัญดาจะมองเขาด้วยความรังเกียจหรือหวาดกลัวเหมือนที่เขามองตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย รัญดาไม่ได้ถอยห่าง เธอไม่ได้หยิบหลักฐานความบิดเบี้ยวของเขาขึ้นมาซ้ำเติม เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา ก้าวผ่านความเงียบงันที่แสนอึดอัดก่อนจะสวมกอดเขาไว้แน่น หมับ! สัมผัสของเธอไม่ใช่การโอบกอดของนักโทษ แต่เป็นการโอบกอดของคนที่เข้าใจ “รัญดา...” ธารันเรียกชื่อเธอเสียงสั่น เขายืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นกอดเธอตอบเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝัน “เธอ...เธอไม่กลัวฉันเหรอ ฉันทำเรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้ ฉันขังเธอ...” รัญดาซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา เสียงสะอื้นของเธอดังขึ้นจนตัวโยน “กลัวค่ะ รัญดาเคยกลัวมาก…” เธอพูดผ่านเสียงสะอื้น “แต่พอรัญดาเห็นสิ่งนี้ พอรัญดาเห็นว่าคุณต้องทรมานกับความกลัวที่ไม่มีใครรู้มาตลอดกาล รัญดาถึงเข้าใจว่าที่ผ่านมาคุณไม่ได้ทำเพื่อทรมานรัญดา แต่คุณทำเพื่อทรมานตัวเองไม่ให้ต้องอยู่คนเดียว” ธารันหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาที่เ
เย็นวันหนึ่ง รัญดาตั้งใจนัดเพื่อนสนิทที่เคยตามจีบเธอมาที่บ้าน ไม่ใช่ที่ห้องนั่งเล่น แต่เป็นระเบียงห้องที่ธารันมักจะเดินผ่านมาเห็นได้ชัดเจน เธอแกล้งหัวเราะร่าเริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้เขาเห็นภาพเธอในมุมที่สดใสและสนิทสนมกับผู้ชายอื่น ธารันเดินกลับเข้าบ้านมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาชะงักฝีเท้า แววตาสีเข้มที่เคยดูอ่อนโยนวูบไหวและแข็งกร้าวขึ้นในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของที่ถูกกดทับไว้พลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห็นได้ชัดจากเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตรงขมับ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนแทบจะแตกคามือ นี่คือสถานการณ์ที่เคยทำให้เขาพังทลายและทำสิ่งที่เลวร้ายกับเธอมานักต่อนัก รัญดานั่งหันหลังให้เขา เธอแอบลุ้นอยู่ในใจด้วยความหวาดหวั่น เขาจะเดินเข้ามาพังงานนี้ไหม เขาจะตวาดเธอต่อหน้าคนอื่นหรือเปล่า ธารันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเกือบนาที ลมหายใจของเขาหอบถี่ รัญดาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่รังสีออกมาจากตัวเขา แต่แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด หลับตาลงเพื่อดับไฟในอกตัวเองแล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทัก ไม่แม้แต่จะมองซ้ำ เข
ในคืนหนึ่งที่เขานั่งรอรัญดาอยู่ที่บ้าน ธารันได้รับสายจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย “ถ้าคุณยืนยันจะถอนหมั้นตอนนี้ ตระกูลฝั่งนั้นจะเริ่มเทขายหุ้นบริษัทคุณในเช้าวันพรุ่งนี้ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เราสร้างมาหลายปีจะจบลงทันที คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ” ธารันมองไปที่ประตูบ้านที่รัญดายังไม่กลับมา เขาตอบเสียงเรียบ “ทำตามที่ฉันสั่ง เรื่องเงินและตำแหน่งฉันหาใหม่ได้ แต่ถ้าเสียรัญดาไป ฉันไม่มีวันได้เธอกลับมาอีก” หลายอาทิตย์ผ่านไป หลังจากที่ธารันถอนหมั้นและเผชิญวิกฤต รัญดาเห็นเขาแทบไม่ได้นอน แสงไฟในห้องทำงานเปิดสว่างถึงเช้าทุกวัน ชายผู้ที่เคยดูองอาจและทรงอำนาจเริ่มดูทรุดโทรมลงไปมาก เย็นวันหนึ่ง รัญดาตัดสินใจเคาะประตูห้องทำงานของเขา เธอเห็นเขานั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะท่ามกลางเอกสารกองโต ในมือเขายังกำปากกาไว้แน่น แม้แต่ในตอนที่เขาเผลอหลับไปเขาก็ยังดูเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในความฝัน รัญดานำถ้วยกาแฟร้อนๆไปวางข้างๆเขาอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกสงสารที่ถูกเก็บกักไว้เริ่มทะลักออกมา เธอไม่อาจเมินเฉยต่อผู้ชายที่กำลังทำลายตัวเองเพียงเพื่อจะรักษาโอกาสที่จะอยู่ใกล้เธอได้อีกต่อไป เมื่อธารันสะดุ้งตื่นขึ้นมา






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
