LOGINภายในห้องอาหารหรูของโรงแรม
บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ธารันนั่งอยู่หัวโต๊ะโดยมีต้นหลิวนั่งฝั่งขวา ส่วนรัญดานั่งฝั่งซ้ายของเขาตามหน้าที่เลขาส่วนตัวที่ต้องคอยจดบันทึกการประชุมและการสนทนา ตลอดมื้ออาหาร ธารันมักจะปรายตามองรัญดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกในไอแพด ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ขับผิวให้เธอดูโดดเด่นทำให้เขาละสายตาได้ยาก ทั้งที่ต้นหลิวกำลังชวนเขาคุยเรื่องสถานที่จัดงานหมั้นอย่างออกรส “ธารันคะ รัญดาว่ายังไงบ้างคะเรื่องดอกไม้ในงาน รัญดามีความเห็นว่ายังไง” ต้นหลิวถามรัญดาด้วยรอยยิ้ม รัญดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธารันที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว “รัญดาเห็นว่ากุหลาบสีขาวสลับชมพูอ่อนน่าจะเหมาะที่สุดค่ะ เพราะดูเรียบหรูและมีความหมายถึงความรักที่มั่นคง เข้ากับบุคลิกของคุณต้นหลิวด้วยค่ะ” “แหม ปากหวานจังเลยนะคะ” ต้นหลิวหัวเราะชอบใจ ธารันกระตุกยิ้มมุมปาก เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆก่อนจะพูดออกไป “เห็นไหมล่ะ รัญดาเขาตาถึงเสมอ” “ธารันนี่ชมรัญดาบ่อยจังนะคะ ถ้ารัญดาไม่มีแฟน ฉันคงต้องระแวงบ้างแล้วล่ะ” ต้นหลิวพูดติดตลก รัญดาสะดุดลมหายใจชั่วขณะ เธอรีบก้มหน้าลงซ่อนความเจ็บปวดที่แวบเข้ามา “รัญดา...ไม่มีแฟนหรอกค่ะ” “งั้นเหรอ?” ธารันแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนราบเรียบที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน “เพราะทำงานให้ฉันจนไม่มีเวลาหา หรือเพราะลืมไปแล้วว่าตัวเองควรจะมีชีวิตส่วนตัว” คำถามนั้นไม่ใช่แค่ประโยคบอกเล่า แต่มันเหมือนการกดดันให้เธอจนมุม รัญดากัดริมฝีปากแน่นเธอกำไอแพดในมือจนสั่น “รัญดามีความสุขกับการทำงานค่ะ ธารันไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกค่ะ” “มีความสุขงั้นเหรอ...” ธารันวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ เขายังคงมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “ถ้าอย่างนั้นก็ดี เพราะหลังจากงานหมั้นของฉัน ฉันคงต้องขยายงานเพิ่มอีก งานของเธอคงจะเยอะขึ้นจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นไปอีกนานเลยล่ะ” รัญดารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น คำพูดของเขามันเหมือนกับการตอกย้ำว่า ต่อให้เธอจะแต่งตัวสวยแค่ไหนหรือพยายามจะแสดงความเข้มแข็งเพียงใด สุดท้ายเขาก็ไม่มีวันเห็นค่าของเธอมากไปกว่าเครื่องมือทำงานที่เขาสั่งให้อยู่ในที่ของตัวเองตลอดไป รัญดาสูดลมหายใจลึกพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่พลุ่งพล่านจนจุกอยู่ที่อก เธอเลือกที่จะนั่งนิ่งต่อ พยายามทำเป็นไม่สะทกสะท้านกับคำพูดนั้น “รัญดาเข้าใจค่ะ รัญดาจะจัดตารางงานให้พร้อมที่สุดสำหรับโปรเจกต์ใหม่ของธารัน” เธอตอบเสียงเรียบ ธารันมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวไปทางต้นหลิวเพื่อพูดคุยเรื่องอื่น ปล่อยให้รัญดานั่งอยู่นอกวงสนทนาเหมือนเดิม ในตอนที่ต้นหลิวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ บรรยากาศบนโต๊ะก็เหลือเพียงความเงียบงัน ธารันหันมามองรัญดาที่กำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารในไอแพดด้วยมือที่ยังคงสั่นเล็กน้อย “เธอโกรธฉันหรือเปล่า” เสียงเขาทุ้มต่ำ รัญดาชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “รัญดาไม่มีสิทธิ์โกรธธารันค่ะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” “คำว่าไม่มีสิทธิ์...” ธารันยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “หมายถึงเธอไม่ได้โกรธ หรือเธอแค่เลือกที่จะไม่พูดมันออกมากันแน่?” เขาโน้มตัวมาใกล้เธอมากขึ้นจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆจากตัวเขา ความกดดันทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจ “รัญดาแค่ทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ ธารันไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ” เขายืดตัวกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “ดี เพราะถ้าเธอคิดจะทำอะไรนอกเหนือจากหน้าที่ นั่นจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของเธอเลยล่ะ” “…” รัญดาไม่ตอบ เธอทำเพียงก้มหน้ามองหน้าจอไอแพดต่อไป ขณะที่หัวใจที่เคยแตกสลายตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มเย็นชาลงจนแทบไม่เหลือความรู้สึกใดๆอีกแล้ว ขณะที่ธารันยังคงจ้องมองรัญดาด้วยสายตาดุดัน เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังกระทบพื้นหินอ่อนใกล้เข้ามา ต้นหลิวเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยรอยยิ้มสดใส เธอไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศตึงเครียดที่เพิ่งเกิดขึ้น “ขอโทษที่ให้รอนะคะ พอดีเจอเพื่อนเก่าที่ล็อบบี้เลยคุยกันเพลินไปหน่อย” ต้นหลิวนั่งลงข้างธารันพลางขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ธารันละสายตาจากรัญดาทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย แววตาดุจน้ำแข็งเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับคนละคน “ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆให้คู่หมั้น ต้นหลิวมองหน้าธารันสลับกับรัญดาแล้วเอ่ยถาม “คุยเรื่องงานกันถึงไหนแล้วคะ ดูเคร่งเครียดกันจัง” รัญดารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยความอึดอัดที่เขาทิ้งไว้ก่อนจะบอกกับต้นหลิวไป “คุยกันเรื่องตารางงานหลังงานหมั้นค่ะคุณต้นหลิว รัญดากำลังสรุปรายละเอียดให้ธารันอยู่ค่ะ” “แหม...ดูแลกันดีจริงๆเลยนะคะ รัญดานี่สมกับที่เป็นมือขวาของธารันจริงๆค่ะ ถ้าไม่มีรัญดา ธารันคงลำบากแย่เลยใช่ไหมคะ” ต้นหลิวพูดกลั้วหัวเราะ ธารันเหลือบมองรัญดาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบสั้นๆ “ใช่ ขาดไม่ได้เลยล่ะ” รัญดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรับรู้ได้ถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ในประโยคของเขามันไม่ใช่คำชม แต่มันคือการประกาศให้เธอรู้ว่าเขายังต้องการควบคุมเธอเอาไว้ไม่ให้ไปไหน “รัญดาทานอะไรหน่อยสิคะ หน้าซีดๆนะวันนี้” ต้นหลิวหันมาถามด้วยความหวังดี “ขอบคุณค่ะคุณต้นหลิว รัญดาเพิ่งทานมานิดหน่อยแล้วค่ะ ขอตัวไปจัดการเอกสารต่อที่มุมนั้นนะคะ จะได้ไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของธารันกับคุณต้นหลิวค่ะ” ว่าแล้ว ร่างบอบบางสมส่วนลุกขึ้นยืนทันที เธอต้องการพื้นที่หายใจห่างจากสายตาคู่นั้นของธารันก่อนที่เธอจะเผลอแสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้คู่หมั้นของเขาเห็น เธอก้าวเดินออกมา แต่สายตาของธารันยังคงมองตามหลังเธอไปด้วยแววตานิ่งสนิทและยากจะหยั่งถึงหลายเดือนผ่านไป ห้องนอนที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นจักรวาลส่วนตัวของดารินทร์ ในค่ำคืนนี้กลับดูพิเศษกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ แสงไฟ LED บนเพดานถูกปรับให้เป็นระบบจำลองท้องฟ้าที่สมจริงที่สุด ดวงดาวนับล้านดวงพร่างพรายไปทั่วทั้งเพดานและผนังห้อง ธารันในชุดลำลองสบายๆกำลังนั่งอยู่บนโซฟาสั่งทำพิเศษตัวกว้างที่เขาสั่งให้ขยายขนาดเพื่อที่จะได้นั่งรวมกันได้ทั้งครอบครัว รัญดาเอนกายพิงอกของธารัน โดยมีดารินทร์น้อยในวัยแปดเดือนที่ตอนนี้เริ่มมีดวงตากลมโตสดใสกำลังนอนหนุนตักแม่และมองเพดานด้วยความตื่นเต้น มือป้อมๆของเธอแกว่งไปมาในอากาศราวกับพยายามจะคว้าดาวที่จำลองอยู่เบื้องบน “ดูนั่นสิครับคนเก่ง...” ธารันกระซิบเสียงนุ่มข้างหูรัญดาพลางชี้ให้ลูกสาวดูกลุ่มดาวที่เขาสั่งให้โปรแกรมเมอร์ออกแบบเป็นพิเศษ “นั่นคือดาวของแม่รัญดา และนั่นคือดาวของหนูดารินทร์” ดารินทร์น้อยส่งเสียงอ้อแอ้ชอบใจพร้อมกับหัวเราะเสียงใส ธารันโน้มตัวลงไปหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาหอมแก้มเมียตัวเล็กด้วยความรักที่ยังคงเปี่ยมล้นเหมือนวันแรกที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอ รัญดากุมมือธารันไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แ
ในค่ำคืนที่ธารันต้องออกไปจัดการงานที่บริษัทด่วนและแจ้งว่าจะกลับดึก รัญดาใช้โอกาสนี้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์เล็กๆไว้ที่ห้องนอนลูกน้อยซึ่งเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไม่ได้ใช้ของขวัญราคาแพงหรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเหมือนที่เขาชอบใช้ แต่เธอเลือกสิ่งที่มาจากใจ เมื่อธารันกลับมาถึงบ้านในเวลาดึกดื่น เขาเดินเข้ามาในห้องที่ควรจะเงียบสงบ แต่กลับพบว่าห้องนั้นสว่างไสวด้วยแสงไฟโทนละมุนจากระบบดาวที่เขาติดตั้งไว้ รัญดานั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆในห้องนั้น ในมือของเธอมีสมุดเล่มหนึ่ง “กลับมาแล้วเหรอคะ” รัญดายิ้มรับ ชายหนุ่มรีบถอดสูทแล้วเดินเข้ามาหาเธอด้วยความห่วงใยทันที “ทำไมยังไม่นอนครับรัญดา ดึกมากแล้วนะ ลูกสาวตัวน้อยอาจจะอยากนอนแล้วก็ได้” เขาพูดพลางวางมือลงบนหน้าท้องของเธออย่างเคยชิน รัญดาไม่ได้ตอบ แต่เธอหยิบสมุดเล่มหนึ่งยื่นให้เขา “รัญดาตั้งใจเขียนบันทึกนี้ให้พี่ค่ะ เป็นบันทึกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่เรารู้ว่ามีแกอยู่ในท้อง วันที่พี่เห่อชุดเด็ก วันที่พี่จ้างเชฟมาทำอาหาร และวันที่พี่ออกแบบห้องนี้” ธารันรับสมุดไปเปิดดู มือหนาของเขาสั่นน้อยๆเมื่อได้เห็นภาพถ่ายโพลารอยด์ที่รัญดาแอบถ่ายเขาระหว่างที่เขานั่งจ้องหน้
วันเวลาผ่านไป บ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดอ่อนๆทอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น รัญดากำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เธอสวมชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่ทำให้ดูละมุนตา ครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 เริ่มนูนเด่นออกมาเป็นรูปทรงสวยงาม ธารันมักจะชอบมานั่งมองหน้าท้องนั้นด้วยความตื่นเต้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่กี่นาทีต่อมา ธารันก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดผลไม้ที่ล้างและปอกอย่างประณีตวางไว้ตรงหน้า เขาไม่เพียงแค่จัดเตรียมอาหาร แต่ยังหยิบหมอนรองหลังใบใหม่มาจัดวางให้เธออย่างเบามือ “วันนี้เบบี้น้อยดื้อไหมครับ” เขาถามเสียงนุ่มพลางวางมือลงบนหน้าท้องของรัญดาเบาๆเพื่อสัมผัสการเคลื่อนไหวของลูกน้อยที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในวัย 5 เดือน เขาโน้มตัวลงกดจมูกลงบนแก้มเนียนของรัญดาฟอดใหญ่ด้วยความรักจนเธอหัวเราะออกมา “ยังไม่ดื้อเลยค่ะ แต่คุณพ่อสิคะที่ดื้อ...” รัญดาเอียงคอมองเขาด้วยสายตาเอ็นดู “วันนี้พี่ธารันจัดตู้เสื้อผ้าให้รัญดาอีกแล้วนะ รู้ไหมคะว่าชุดพวกนี้รัญดายังใส่ได้สบายมาก” “ก็พี่กลัวชุดมันจะรัดท้องลูกนี่ครับ คนตัวเล็กของพี่ต้องสบายที่สุด” ธารันแย้งอย่างใจดี เขาขยับตัวเข้าไปโอบกอดเธอจ
“รัญดา...” เสียงของเขาแหบพร่า “เธอเข้ามาเห็นมันแล้วใช่ไหม” ธารันยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องลับ ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับคนรอการตัดสินโทษ เขาคิดว่ารัญดาจะมองเขาด้วยความรังเกียจหรือหวาดกลัวเหมือนที่เขามองตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย รัญดาไม่ได้ถอยห่าง เธอไม่ได้หยิบหลักฐานความบิดเบี้ยวของเขาขึ้นมาซ้ำเติม เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา ก้าวผ่านความเงียบงันที่แสนอึดอัดก่อนจะสวมกอดเขาไว้แน่น หมับ! สัมผัสของเธอไม่ใช่การโอบกอดของนักโทษ แต่เป็นการโอบกอดของคนที่เข้าใจ “รัญดา...” ธารันเรียกชื่อเธอเสียงสั่น เขายืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นกอดเธอตอบเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝัน “เธอ...เธอไม่กลัวฉันเหรอ ฉันทำเรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้ ฉันขังเธอ...” รัญดาซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา เสียงสะอื้นของเธอดังขึ้นจนตัวโยน “กลัวค่ะ รัญดาเคยกลัวมาก…” เธอพูดผ่านเสียงสะอื้น “แต่พอรัญดาเห็นสิ่งนี้ พอรัญดาเห็นว่าคุณต้องทรมานกับความกลัวที่ไม่มีใครรู้มาตลอดกาล รัญดาถึงเข้าใจว่าที่ผ่านมาคุณไม่ได้ทำเพื่อทรมานรัญดา แต่คุณทำเพื่อทรมานตัวเองไม่ให้ต้องอยู่คนเดียว” ธารันหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาที่เ
เย็นวันหนึ่ง รัญดาตั้งใจนัดเพื่อนสนิทที่เคยตามจีบเธอมาที่บ้าน ไม่ใช่ที่ห้องนั่งเล่น แต่เป็นระเบียงห้องที่ธารันมักจะเดินผ่านมาเห็นได้ชัดเจน เธอแกล้งหัวเราะร่าเริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้เขาเห็นภาพเธอในมุมที่สดใสและสนิทสนมกับผู้ชายอื่น ธารันเดินกลับเข้าบ้านมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาชะงักฝีเท้า แววตาสีเข้มที่เคยดูอ่อนโยนวูบไหวและแข็งกร้าวขึ้นในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของที่ถูกกดทับไว้พลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห็นได้ชัดจากเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตรงขมับ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนแทบจะแตกคามือ นี่คือสถานการณ์ที่เคยทำให้เขาพังทลายและทำสิ่งที่เลวร้ายกับเธอมานักต่อนัก รัญดานั่งหันหลังให้เขา เธอแอบลุ้นอยู่ในใจด้วยความหวาดหวั่น เขาจะเดินเข้ามาพังงานนี้ไหม เขาจะตวาดเธอต่อหน้าคนอื่นหรือเปล่า ธารันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเกือบนาที ลมหายใจของเขาหอบถี่ รัญดาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่รังสีออกมาจากตัวเขา แต่แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด หลับตาลงเพื่อดับไฟในอกตัวเองแล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทัก ไม่แม้แต่จะมองซ้ำ เข
ในคืนหนึ่งที่เขานั่งรอรัญดาอยู่ที่บ้าน ธารันได้รับสายจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย “ถ้าคุณยืนยันจะถอนหมั้นตอนนี้ ตระกูลฝั่งนั้นจะเริ่มเทขายหุ้นบริษัทคุณในเช้าวันพรุ่งนี้ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เราสร้างมาหลายปีจะจบลงทันที คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ” ธารันมองไปที่ประตูบ้านที่รัญดายังไม่กลับมา เขาตอบเสียงเรียบ “ทำตามที่ฉันสั่ง เรื่องเงินและตำแหน่งฉันหาใหม่ได้ แต่ถ้าเสียรัญดาไป ฉันไม่มีวันได้เธอกลับมาอีก” หลายอาทิตย์ผ่านไป หลังจากที่ธารันถอนหมั้นและเผชิญวิกฤต รัญดาเห็นเขาแทบไม่ได้นอน แสงไฟในห้องทำงานเปิดสว่างถึงเช้าทุกวัน ชายผู้ที่เคยดูองอาจและทรงอำนาจเริ่มดูทรุดโทรมลงไปมาก เย็นวันหนึ่ง รัญดาตัดสินใจเคาะประตูห้องทำงานของเขา เธอเห็นเขานั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะท่ามกลางเอกสารกองโต ในมือเขายังกำปากกาไว้แน่น แม้แต่ในตอนที่เขาเผลอหลับไปเขาก็ยังดูเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในความฝัน รัญดานำถ้วยกาแฟร้อนๆไปวางข้างๆเขาอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกสงสารที่ถูกเก็บกักไว้เริ่มทะลักออกมา เธอไม่อาจเมินเฉยต่อผู้ชายที่กำลังทำลายตัวเองเพียงเพื่อจะรักษาโอกาสที่จะอยู่ใกล้เธอได้อีกต่อไป เมื่อธารันสะดุ้งตื่นขึ้นมา