LOGIN
ดวงตาหงส์หรี่มองออกไปนอกหน้าต่างโรงน้ำชาของชั้นสอง ภาพตรงหน้าของกลุ่มบุรุษหลายคนที่กำลังมีปากเสียงกัน หากหนึ่งในนั้นมิได้มีพี่ชายร่วมอุทรของนางอยู่ด้วย นางคงไม่สนใจอันธพาลพวกนี้เป็นแน่
“อาเหยา นั่น...พี่ชายเจ้ามิใช่หรือ” หวงอันเยว่ สหายของไป๋อี้เหยาชี้นิ้วมือไปทาง ไป๋ถิงเหวินพี่ชายของอี้เหยา
“อืม...พวกเจ้าดื่มชาต่อเถิด ข้าขอตัวกลับก่อน” นางกำมือแน่นลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องรับรองชั้นสองทันที
สหายที่อยู่ภายในห้องได้แต่มองตามแผ่นหลังของนางอย่างเป็นห่วง จะตามไปห้ามก็เกรงว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บจึงได้แต่ให้สาวใช้ของตนเอง ตามไปช่วยอี้เหยาอีกแรง
ด้วยรู้ดีว่าสหายของตนคงจะไปห้ามพี่ชายไม่ให้เข้าร่วมทะเลาะวิวาทกับบุรุษที่อยู่ด้านล่างเป็นแน่
ไป๋อี้เหยาเดินลงมาจากชั้นสอง นางยังไม่ถึงชั้นล่างดี เสียงด่าทอ โวยวายท้าตีต่อยของกลุ่มบุรุษก็ดังเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาให้มาร่วมชมความครึกครื้น
“คุณหนู ท่านรออยู่ตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะเข้าไปตามคุณชายใหญ่ออกมาเองเจ้าค่ะ”
“หึ พี่ชายข้าเชื่อเจ้าหรือไง ไปเรียกองครักษ์ที่พามาด้วยทั้งหมด เข้าไปลากชายข้าออกมา หากเขายังดื้อรั้นก็ทุบตีเรียกสติสักสองสามทีข้าอนุญาต” นางสั่งเสี่ยวผิงสาวใช้ข้างกาย
ปากก็ร้องตะโกนเรียกชื่อพี่ชายไปด้วย เผื่อว่าเขาเห็นนางแล้วจะหยุดมือหันมาสนใจนางแทน แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเสียงของอี้เหยาดังไปไม่ถึงหูของไป๋ถิงเหวิน
บุรุษทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าต่อตีกันอย่างถึงพริกถึงขิง ต่างก็ไม่มีผู้ใดที่สนใจเสียงห้ามปรามของผู้คน ด้วยตนนี้ข้าวของที่วางขายอยู่ข้างทางถูกพวกเขาทำให้เสียหายไปไม่น้อยแล้ว
องครักษ์ที่ให้เสี่ยวผิงไปตามยังไม่ทันมาถึง แต่กลายเป็นเจ้าหน้าที่ทางการมาถึงก่อนแทน อี้เหยาหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนใจ หากพี่ชายนางถูกทางการจับกุมตัวไป รับรองได้ว่าท่านย่าและอาสะใภ้เอาตายแน่
“พี่ใหญ่!!!” อี้เหยาตะโกนสุดเสียงแล้วพุ่งตัวเข้าไปลากไป๋ถิงเหวินออกมา
ไป๋ถิงเหวินเหมือนจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของน้องสาวได้เสียที เขาหันกลับมามองอี้เหยาที่วิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ “เหยาเหยา” ร้องเรียกได้แค่นั้นเขาก็ถูกหมัดของผู้ใดไม่รู้ต่อยจนล้มไปกองอยู่กับพื้น
อี้เหยาตกใจไม่น้อย นางรีบสาวเท้าเข้ามาหาโดยไม่สนว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บไปด้วยหรือไม่ “เจ้าหน้าที่ทางการมาแล้ว ท่านต้องรีบหนีไปกับข้าประเดี๋ยวนี้” นางช่วยประคองไป๋ถิงเหวินลุกขึ้น
อีกฝั่งเมื่อเห็นว่าไป๋ถิงเหวินกำลังถูกประคองโดยหญิงสาวใบหน้างดงาม ก็มุ่งเข้ามาหาอย่างมาดร้าย “เจ้าจะไปที่ใด!!!” เขาร้องตะโกนออกมา
“เหยาเหยา เจ้าหนีกลับจวนไปก่อน ไม่ต้องห่วงพี่” ไป๋ถิงเหวินดันตัวน้องสาวให้หนีเอาตัวรอดไปก่อน
“ท่านต้องกลับพร้อมข้า หากท่านไม่กลับครั้งนี้ รู้หรือไม่ว่า โอ๊ย...” อี้เหยายังพูดไม่ทันจบ นางก็เหมือนถูกคนกระชากแขนเต็มแรงจนต้องร้องออกมา
“พูดมากเสียจริง” เซียวหานจวินสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะลากสองพี่น้องออกไปจากวงล้อมที่กำลังวุ่นวายอยู่
อี้เหยาทั้งสะบัดมือและแกะมือของเขาออกแต่ว่าไม่เป็นผล เซียวหานจวินยังคงลากนางวิ่งไปตามซอกซอยของร้านค้า เพื่อหลบหนีเจ้าหน้าที่ทางการและกลุ่มคนที่เขามีเรื่องด้วย
ไป๋ถิงเหวินวิ่งตามมาติดๆ พร้อมทั้งหันมองด้านหลังไปด้วย อี้เหยาไม่รู้ว่านางถูกลากมาไกลเพียงใด แต่รู้ว่าขาของนางเริ่มจะก้าวไม่ออกเสียแล้ว
“เหยาเหยา ขึ้นหลังพี่เร็วเข้า” ไป๋ถิงเหวินจะให้น้องสาวขึ้นหลังของเขา
แต่เซียวหานจวินรวบขาของนางทั้งสองข้างอุ้มพาดบ่าไปเสียก่อน “เจ้าเองก็เอาตัวไม่รอด เร็วเข้าหากช้ากว่านี้ คืนนี้ได้นอนคุกแน่”
ไป๋ถิงเหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย บุรุษทั้งสองต่างก็เร่งฝีเท้าเข้าไปหาที่หลบซ่อนตัว อี้เหยาทั้งโวยวายและทุบแผ่นหลังของเซียวหานจวินไปตลอดทาง จนเขาต้องตวาดให้นางเงียบปาก ด้วยกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะตามมาเจอ ถึงปากของอี้เหยาจะไม่ส่งเสียงร้องออกมาแล้ว แต่มือของนางก็ยังคงไม่หยุดทุบตีเขาด้วยความแค้นใจ
ผ่านไปไม่นาน เซียวหานจวินก็แทบจะโยนร่างบอบบางที่อยู่บนแผ่นหลังของเขาลง เมื่อมาถึงที่หลบซ่อนตัว
“ท่าน!!!” อี้เหยาถลึงตามองเขา เมื่อนางเกือบทรงตัวไม่อยู่ ดีที่ได้พี่ชายของนางประคองเอาไว้
“เหยาเหยา เจ้าเงียบสักประเดี๋ยวเถิด ให้เจ้าหน้าที่ทางการผ่านไปก่อน ข้าจะยอมให้เจ้าด่า ให้เจ้าทุบตีอีกด้วย” ไป๋ถิงเหวินขอร้องน้องสาวของตน
“ข้าทำแน่ ท่านไม่ต้องมาบอก” อี้เหยาสะบัดหน้าหนี นางเดินไปหามุมที่อยู่ห่างจากพวกเขาแล้วนั่งลง
ซีซีถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นางถูกฝึกมาทั้งชีวิตในโลกก่อน ยังต้องมาเรียนรู้การเป็นผู้ฝึกตนอีกหรือ “หากข้าไม่ต้องการเล่า” นางต้องการใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ เท่านั้น“ต่อไปท่านก็ไม่อาจใช้น้ำวิเศษในสระเพื่อรักษาได้อีก ตำราทั้งหมดที่อยู่ในห้องท่านก็ไม่สามารถอ่านมันได้ อีกทั้งของมากมายที่อยู่ในป่าจะไม่ใช่ของท่านด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวหยวนยังไม่หยุดพูด นางยังบอกถึงข้อดีของการเป็นผู้ฝึกตนไม่หยุดปาก “หากกลายเป็นผู้ฝึกตนแล้ว นายหญิงจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใด และยังมีเวลาให้เที่ยวเล่นได้อีกนับร้อยปี”“หื้ม...อยู่ถึงร้อยปี ข้ายังจะเดินไหวหรือไม่ก็ยังไม่รู้”“คิก คิก...นายหญิงผู้ฝึกตนจะไม่แก่ชราเช่นมนุษย์ทั่วไปเจ้าค่ะ รูปร่างและใบหน้าของท่านจะหยุดอยู่ที่อายุยี่สิบห้าหนาว ถ้าหากท่านฝึกไม่ถึงขั้นเซียน อายุหกสิบหนาวท่านจะเริ่มแก่ชราลงเจ้าค่ะ”“นวัตกรรมของคนยุคนี้ที่ไม่ต้องเพิ่งมีดหมอสินะ” ซีซีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด แต่ทั่วแคว้นฉี ตอนนี้มีเพียงท่านผู้เดียวที่เป็นผู้ฝึกตนเจ้าค่ะ”“...” ซีซีเม้มปากแน่น หากเป็นเช่นนั้นนางไม่กลายเป็นตัวประหลาดหรือ หากต้องมีชีวิตยืนยาวใบหน้าไม่เป
นางไห่ซื่อหันมาอย่างรวดเร็ว “เจ้าจะไปเพื่ออันใด ร่างกายเจ้ายังไม่แข็งแรง ยังไม่ต้องไปหางานทำหรอก ที่ใดจะรับเจ้าเข้าทำงาน” นางคิดว่าซีซีอยากจะตามสองคนพี่น้องไปทำงาน เพราะเมื่อก่อนนางก็ถามอยู่เสมอว่าอายุเท่าใดถึงจะไปทำงานได้“ข้ามิได้ไปทำงานเจ้าค่ะ เพียงแต่...” นางจะพูดเช่นใดเพื่อให้ทั้งสองยอมให้นางตามไปด้วย “ข้ามีของจะนำไปขายในเมืองเจ้าค่ะ”“สิ่งใด เจ้ายังเหลือสมบัติของบิดามารดาเจ้าอยู่อีกหรือ” คนตระกูลกู้นำไปเสียจนหมด แล้วเกาจินซีนางจะมีสิ่งใดเหลือติดเรือนของนางได้“พอมีเหลือเจ้าค่ะ ข้าซ่อนเอาไว้”“อีกสองวันข้าจะไปซื้อของในเมือง เจ้าไปพร้อมข้าเถิด เมื่อครู่ก็อาเจียนเสียมากมาย วันนี้เจ้าพักผ่อนให้ดีเสียก่อน”สุดท้ายซีซีก็ได้แต่พยักหน้ารับ เพราะนางไม่รู้ว่าต้องเข้าเมืองเช่นใด เมื่อไปถึงตัวเมืองก็จำต้องพึ่งพาพวกเขาหาร้านที่รับซื้อของอีก จึงยอมทำตัวว่าง่าย กินข้าวช่วยล้างจานเสร็จ นางก็กลับไปพักที่เรือนของนางซีซีนางไม่มีสิ่งใดทำ จึงเข้าไปอยู่ในห้องพักของนาง หลังจากนอนพักจนรู้สึกสดชื่นแล้ว นางก็เดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ จนพบเข้ากับห้องด้านหลังที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เข้าไปดูว่ามีสิ่งใด เพราะม
นี่คือสิ่งที่โหยหามาทั้งชีวิตในโลกก่อนของนาง เพียงแค่กินดื่ม เที่ยวเล่น นอนหลับโดยไม่ต้องสนใจว่าพรุ่งนี้จะได้รับคำสั่งให้ไปเอาชีวิตผู้ใด ซีซีนางไม่ได้อยากทำงานเป็นนักฆ่า แต่เพราะชะตาของนางดันเล่นตลก ตัวนางถูกทิ้งเอาไว้ที่สถานสงเคราะห์ตั้งแต่เล็ก พอคนขององค์กรมาคัดเลือกเด็กที่เหมาะเอาไว้ใช้งานก็ดันมาเลือกตัวนางไปฝึกเพื่อให้เป็นนักฆ่า หากไม่ทำงานตามที่องค์กรสั่งก็ต้องถูกลงโทษ หรือไม่ก็ได้รับความตายเป็นสิ่งตอบแทน ในเมื่อนางเลือกไม่ได้ และอยากมีชีวิตที่ดีจึงต้องยอมเป็นนักฆ่าเงินที่ได้ส่วนหนึ่ง นางให้ทางองค์กรส่งไปให้สถานสงเคราะห์ที่เคยให้ข้าวให้น้ำนางหลายปี ที่เหลือนางเปลี่ยนเป็นทองคำเก็บเอาไว้ ทุกสิ่งที่นางต้องการเพียงแค่แจ้งทางองค์กร ของทั้งหมดจะถูกส่งมาที่พักของนางโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินตัวเอง ทองที่แลกมาได้ นางนำมาเรียงบนชั้นในห้องนอน แค่นอนมอง ลูบคลำนางก็รู้สึกมีความสุขแล้ว ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะมีประโยชน์กับนางภายในห้องพัก ซีซีไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่รู้วันคืน หากด้านนอกฟ้าสว่างเมื่อใด ภายในห้องนอนของนางก็จะสว่างขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เปิดไฟ ซีซีกลัวว่านางไห่ซื่อมาที่เรือนจะไม่พบนาง
เมื่อครู่หลังจากนางพูดจบก็มีเงินมาปรากฏอยู่ในมือ เพียงแต่...เป็นเงินจากโลกก่อนของนาง จะนำมาใช้ที่นี่ได้อย่างไร “หากเปลี่ยนเป็นทอง...ไม่...” นางยังไม่ทันพูดจบ เงินที่เห็นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นทองคำแท่งหนักหนึ่งร้อยบาทปรากฏขึ้นมาแทนที่ นางจำได้ดีว่าทองแท่งที่อยู่ในมือ คือค่าหัวเป้าหมายที่นางรับงานมา ทองพวกนี้เก็บอยู่ในที่พักของนางทองหนึ่งร้อยบาทหนักประมาณหนึ่งพันห้าร้อยกรัม ซีซีที่ร่างกายเพิ่งจะฟื้นตัวถือเอาไว้นานไม่ไหว นางจึงกลับเข้าไปในห้องนอนของนาง มองก้อนทองตรงหน้าอย่างครุ่นคิด“หรือว่า...จะตามมาด้วย” นางไม่เคยอ่านนิยายทะลุมิติ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องช่องเก็บของหรือมิติวิเศษที่ติดตัวนางเอกของเรื่องไปในยุคโบราณ ในเมื่อวิญญาณของนางหลุดมาถึงยุคโบราณได้ เรื่องประหลาดอย่างที่คิดก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ซีซีเค้นความทรงจำเดิมที่เคยไปนั่งในร้านกาแฟแล้วได้ยินพวกนักเรียน นักศึกษาพูดคุยถึงนิยายทะลุมิติ เนื้อหาส่วนมากนางเอกจะเข้ามิติส่วนตัวหรือต้องการเรียกของในช่องว่างออกมาใช้จะต้องทำเช่นใด“ลองดู” นางไม่รู้ว่าในชีวิตที่ได้พบ จะเหมือนกับในนิยายที่เขียนเอาไว้หรือไม่ แต่ก็ต้องลองดูเพ
ภายในห้องนอนเหลือเพียงซีซีอยู่ผู้เดียว นางหลับตาลงหวนคิดเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดบ้าอันใดขึ้นมา นางมาอยู่ที่ใดกันแน่ ผู้คนที่พบแต่งกายเหมือนคนในยุคโบราณ ทั้งภาษาที่ใช้ก็เช่นกัน“ยุคโบราณ?” นางพึมพำอยู่บนที่นอน “บ้าไปแล้ว ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจอกับตกนรก...สิ่งไหนดีกว่ากัน”ซีซี ได้ความจำของเกาจินซีมาทั้งหมด ทำให้นางได้รู้ว่าแม่นางน้อยเจ้าของร่างที่วิญญาณนางมาอาศัยอยู่ได้รับความทุกข์ใจมากเพียงใด เพียงแค่ต้องการสมบัติของเกาจินซี แต่ไม่ต้องเลี้ยงดูนางให้เปลืองเงินทอง ถึงต้องหาเรื่องใส่ร้ายนางและตัดขาดนางออกจากตระกูล จนต้องใช้แซ่เดิมของมารดาคนในหมู่บ้านก็รังเกียจนางที่เป็นหัวขโมย ทุกครั้งที่ออกไปซื้อของหรือซักผ้าที่แม่น้ำ จะถูกพูดจาถากถางหรือไม่ก็ถูกเด็กๆ ในหมู่บ้านขว้างปาก้อนหินใส่ จนนางไม่กล้าออกไปที่ใด หากต้องการซื้อข้าวสารและของใช้หรือฝากของป่าไปขายก็ต้องให้สองสามีภรรยาตระกูลไห่เป็นผู้ช่วยเหลือ ผ้าก็ต้องไปซักหลังจากที่ทุกคนกลับเรือนเรียบร้อยแล้ว“เด็กน้อย ฉันจะเอาคืนให้เธอเอง...” ซีซีกดยิ้มเย็นที่มุมปาก ใบหน้าของแต่ละคนที่เคยรังแกเกาจินซีเอาไว้ปรากฏขึ้นมาแจ่มชัด แม้เห็นเพียงครั้งเดียวก
เสียงร้องเรียกอยู่หน้าเรือน ทำให้ซีซีลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ร่างกายของนางในตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงจนแทบขยับตัวไม่ได้ แสงสว่างด้านนอกที่ส่องเข้ามาภายในห้อง ทำให้นางมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้ถนัด“หื้ม...” นางส่งเสียงแหบแห้งในลำคอออกมาอย่างไม่เข้าใจนางไม่ได้อยู่ในห้องพักหรูใจกลางเซี่ยงไฮ้หรือนรกอย่างที่คิดเอาไว้ จากสายตาที่มองเห็นนางกำลังนอนอยู่ในห้องเก่าทรุดโทรม ผนังทั้งสี่ด้านล้วนแต่กระดำกระด่างและมีราขึ้นอย่างไม่น่ามอง ในจะกลิ่นเหม็นอับที่อยู่รอบตัวทำให้นึกรำคาญจนอยากจะเผาทุกอย่างทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป“ซีเออร์ ซีเออร์ เจ้าได้ยินเสียงป้าหรือไม่” นางไห่ซื่อยังคงร้องเรียกไม่หยุด“ยายเฒ่าเข้าไปดูเถิด ข้าว่าชักจะไม่ดีเสียแล้ว” ไห่ฉิงเอ่ยอย่างกังวล นางไห่ซื่อจึงได้ผลักประตูเรือนเข้าไปดูด้านในภายในเรือนดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่มาหลายวันแล้ว ถึงแม้เกาจินซีนางจะอยู่เพียงลำพัง แต่เรือนของนางก็สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ พอเห็นสภาพเรือนที่ไม่ได้ทำความสะอาด ต้นหญ้าเริ่มขึ้นให้ได้เห็น สองสามีภรรยาตระกูลไห่ก็รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในเรือนด้วยความร้อนใจเมื่อผลักประตูห้องนอนของเกาจินซี







