LOGINนับว่าเป็นโชคดีในเคราะห์ร้ายที่ชิงเหยาได้สมรสเข้ามาเป็นพระชายาชินอ๋องด้วยแผนการของคนเลว
ทำให้นางมีหนทางใหม่ในการดำเนินชีวิตไม่ต้องทนอยู่กับพวกเสแสร้งและบิดาที่โง่งมหูตามืดบอดไร้หัวใจในจวนสกุลเสิ่นอีก
“การมีสามีเหมือนไม่มีนี่ช่างมีความสุขยิ่งนัก เอาไว้ข้าจะคิดหาหนทางหย่าขาดจากชินอ๋อง”
“จากนั้นพวกเราก็ออกโบยบินไปแสวงหาความสุขภายใต้ผืนฟ้าและแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้กันเถอะ” ชิงเหยาเอ่ยความคิดของตนเองให้สาวใช้คนสนิทได้รับรู้
“จะเป็นไปได้หรือเจ้าคะคุณหนู กำแพงวังหลวงสูงเสียดฟ้า แม้นแต่นกกายังยากที่จะบินเข้าออกได้โดยง่ายดายเช่นนี้” ชิงม่านเอ่ยเปรียบเปรยกับผู้เป็นนายไปตามความคิด
“เป็นไปได้สิ ในเมื่อข้าแต่งเข้ามาด้วยความจำใจ ทั้งตัวข้าเองและท่านอ๋องล้วนไม่มีใจต่อกัน อีกไม่นานข้าย่อมคิดหาหนทางเจรจาเพื่อออกไปจากกรงทองแห่งนี้ได้แน่”
ชิงเหยาเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ ชิงม่านพยักหน้าให้นางน้อยๆพร้อมรอยยิ้มสนับสนุน
พลางนึกดีใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชิงเหยาหลังกลับจากวังหลวงในคืนงานเลี้ยงที่เกิดเรื่องขึ้น
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดีมากทีเดียว ทำให้ชิงม่านหายกังวลใจไปกับคุณหนูที่เคยอ่อนแอเงียบขรึมและยอมให้ผู้อื่น จนเสียเปรียบโดนกลั่นแกล้งอยู่ตลอดก่อนหน้านี้
ยามนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าชิงเหยารู้จักวางตัวใช้อำนาจพระชายาชินอ๋อง นำสินสอดของตำหนักชินอ๋อง รวมทั้งสินสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้และฮองเฮา มีสินเดิมของมารดานางกลับไปกับตนเองจนหมดสิ้น
หลังจากเสิ่นฮูหยินและรั่วเหรินบุตรสาวคนโตพยายามยึดครองทรัพย์สินมีค่าเหล่านั้นเอาไว้เอง
อีกทั้งชิงเหยายังเอ่ยวาจาใช้ฐานะพระชายาจัดการกับสองแม่ลูกตัวร้ายและบิดาที่ไร้น้ำใจ นำสินเดิมซึ่งเหมาะสมกับสถานะบุตรีสกุลเสิ่นเพิ่มเติมกลับไปด้วย
ผ่านไปราวเดือนกว่าฟางหรงจึงแสดงตัวตนของเขาให้ชิงเหยารับรู้ว่าตัวนางยังมีพระสวามีอยู่
เขาเรียกชิงเหยาเข้าไปพบที่ห้องทรงงาน ซึ่งเมื่อนางรับทราบก็เดินทางไปพบทันที ตั้งใจเอ่ยเรื่องหย่าร้างแยกทางกับเขาเสียเลยในคราวเดียว
“ถวายบังคมชินอ๋องเพคะ” ชิงเหยาทำการคารวะฟางหรงอย่างสุภาพนอบน้อม
“อืม เข้ามานี่เถอะ” ฟางหรงตอบรับการคารวะและเรียกให้นางเข้ามาใกล้ ชิงเหยาจึงเดินเข้าไปหาและรอรับฟังคำกล่าวจากเขา
“อยู่ที่ตำหนักนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่” ฟางหรงถามไถ่ ชิงเหยาขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าฟางหรงจะมาไม้ไหนกันแน่
‘นี่ถามไปตามมารยาทหรืออย่างไรกัน คิดจะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีงั้นสิ ช้าไปมากเลยนะ’ ชิงเหยาคิด
“สุขสบายดีทุกอย่างเพคะ ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขอบคุณในน้ำพระทัยของท่านอ๋องแล้ว” ชิงเหยาตอบกลับอย่างมีมารยาท
“ช่วงที่ข้าไม่อยู่ มีใครพูดจาไม่ดีต่อเจ้าบ้างหรือไม่”
‘อ้อ รู้ด้วยงั้นรึ’ ชิงเหยาคิดพลางอดหมั่นไส้ไม่ได้ถึงเรื่องที่เขาทิ้งนางเอาไว้ให้อยู่ลำพังในห้องหอตั้งแต่คืนแรกของการสมรสจนกระทั่งบัดนี้จึงได้พบป่ะพูดคุยกัน
“ในตำหนักชินอ๋องนี้ มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงไม่รับทราบด้วยงั้นหรือเพคะ”
“หม่อมฉันคิดว่า..ตัวหม่อมฉันเองคงไม่จำเป็นต้องรายงานเรื่องใดต่อพระองค์แล้วกระมัง” ชิงเหยาเอ่ยอย่างรู้ทัน
“เจ้าเอ่ยเช่นนี้ คงไม่พอใจมากล่ะสินะ”
“เปล่าเลยเพคะ เดิมทีการสมรสนี้ก็ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว เหตุใดหม่อมฉันจึงต้องคิดฟังเรื่องไร้สาระให้วุ่นวายใจด้วยเล่า”
ชิงเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใด ฟางหรงเงยหน้าขึ้นจ้องมองพิจารณานางซึ่งไม่มีท่าทีน้อยอกน้อยใจหรือเสแสร้งแกล้งทำเพื่อประชดประชันเขาเลยสักนิด
“หม่อมฉันยังยืนยันคำเดิมนะเพคะ หม่อมฉันไม่คิดติดใจในเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้”
“พร้อมยินดีออกจากตำแหน่งพระชายาคืนสถานะเดิมให้แก่บุตรสาวคนโตสกุลเสิ่น ท่านอ๋องสามารถสมรสกับเสิ่นรั่วเหรินได้ตามคำมั่นสัญญาเดิม” ชิงเหยาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง
“เจ้าช่างใจกว้างยิ่งนัก อุตส่าห์วางแผนการมากมายจนได้เข้ามาอยู่ในตำหนักชินอ๋องแห่งนี้แล้ว ยังจะเสแสร้งแกล้งทำต่อไปอีกงั้นหรือ”
“ท่านอ๋อง..หม่อมฉันเสแสร้งหรือไม่ ทรงมอบหนังสือหย่าให้หม่อมฉันแล้วพระองค์จะทรงทราบเองนั่นแหละเพคะ” ชิงเหยาโต้ตอบชินอ๋องกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่สีหน้าแววตาหนักแน่นมั่นคงยิ่ง
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆงั้นเหรอ”
“จริงสิเพคะ”
“ข้าไม่เชื่อ เจ้ามีเงื่อนไขอะไรกันแน่ เอ่ยออกมาตามตรงเถอะ” ฟางหรงเห็นสีหน้าท่าทางของชิงเหยาที่ดูเหมือนมีอะไรมากกว่านั้นจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“หม่อมฉันเพียงแค่ขอนำสินสมรสที่ท่านอ๋องทรงมอบให้ติดตัวไปเพื่อวันข้างหน้าตามความเหมาะสมเท่านั้น”
“นั่นคือเงื่อนไขของเจ้างั้นรึ?” ฟางหรงถามอย่างประหลาดใจ
“เพคะ” ชิงเหยารับคำสั้นๆ ฟางหรงจ้องมองพิจารณานางครู่หนึ่ง
“เอาเถอะ..ในเมื่อไม่มีเรื่องใดแล้วเจ้าก็กลับไปพักผ่อนได้” ฟางหรงไม่ต้องการซักถามอะไรนางอีก
“เดี๋ยวสิเพคะ แล้วท่านอ๋องทรงคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องที่หม่อมฉันเสนอล่ะเพคะ” ชิงเหยาทวงถาม
“ไว้คืนนี้ข้าจะให้คำตอบแก่เจ้าก็แล้วกัน ยามนี้ข้ามีงานต้องรีบชำระสะสางมากมาย เจ้ากลับที่พำนักไปก่อนเถอะ”
ฟางหรงตอบพร้อมก้มหน้าก้มตาทำงานต่อโดยไม่สนใจชิงเหยาอีก ทำให้นางต้องถอนหายใจน้อยๆก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป
เมื่อเข้ามานั่งจิบชาในเรือนสกุลหานได้พักหนึ่ง ฟางหรงก็เอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้กับทุกคน“เดินทางมาเยือนเรือนสกุลหานครั้งนี้ ข้าอยากจะมาขออภัยพวกท่านที่ข้าดูแลเหยาเหยากับเสี่ยวจิวไม่ดี”“เมื่อแรกก็ทำให้นางเข้าใจผิดจึงต้องหนีมาไกลถึงเพียงนี้ ทั้งยังไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ปล่อยให้นางลำบากดูแลบุตรชายเพียงลำพังด้วยตนเอง ข้ารู้สึกละอายแก่ใจจริงๆ”ฟางหรงเอ่ยขออภัยจากใจจริง จนสกุลหานรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของชินอ๋องเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ที่ยอมวางศักดิ์ศรี ลดสถานะของตนเองลงมาขออภัยพวกเขาเช่นนี้ “ข้าได้รับรู้เรื่องราวระหว่างท่านกับเหยาเอ๋อแล้วว่าเกิดจากความเข้าใจผิด”“ดังนั้นเมื่อท่านปรับความเข้าใจกับเหยาเอ๋อได้ด้วยดี พวกเราก็พร้อมยอมรับสถานะระหว่างท่านกับเหยาเอ๋อและเสี่ยวจิวด้วยเช่นกัน”นายผู้เฒ่าหานเอ่ยแทนทุกคนซึ่งพยักหน้าและส่งยิ้มให้กับฟางหรง “ขอบใจพว
หลังชิงเหยากับฟางหรงช่วยกันเตรียมมื้อเย็นจนเกือบจะเสร็จแล้วก็ให้บ่าวในเรือนมารับช่วงต่อส่วนพวกเขากลับขึ้นไปชำระล้างร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะลงมาด้านล่างแล้วพบว่าเยว่หัวนำทุกคนกลับเรือนมาแล้ว “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ”เสี่ยวจิวน้อยเอ่ยทักทายพ่อแม่ด้วยรอยยิ้มมีความสุขพร้อมถือกลองป๋องแป๋งสีสันสดใสในมือวิ่งหน้าตั้งไปหาพวกเขาซึ่งฟางหรงเห็นบุตรชายวิ่งเข้ามาหาเขาเช่นนั้นก็อ้าแขนต้อนรับ พร้อมฉวยคว้าเสี่ยวจิวน้อยขึ้นมาอุ้มทันที “เสี่ยวจิว ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างลูก คงสนุกน่าดูเลยสินะ” ฟางหรงเอ่ยถามบุตรชายส่วนชิงเหยาเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากเจ้าตัวน้อยอย่างอ่อนโยน “ท่านลุงเยว่หัวพาข้าไปเที่ยวเล่นที่ตลาดในเมืองและซื้อขนมของเล่นให้เยอะแยะเลยขอรับ”เสี่ยวจิวน้อยเ
เมื่อเวลาล่วงเลยไปถึงยามหวู่(11:00 – 13:00) ชิงเหยาก็เตรียมน้ำชาพร้อมของว่างเป็นขนมเง่ปั้นหรือขนมโกฐจุฬาลัมพาเป็นขนมที่ใช้ใบเง่(ใบโกฐจุฬาลัมพา) บดผสมกับแป้งข้าวเหนียวและมันเทศนึ่งใส่น้ำผึ้งเติมแต่งรสชาติ ใส่ไส้ถั่วลิสงและงาบดหอมๆจากนั้นก็นำไปนึ่งให้สุกหอมอร่อยน่ากินด้วยรสและกลิ่นพิเศษของใบเง่ซึ่งเมื่อสุกแล้วตัวขนมเง่ปั้นจะออกมาเป็นสีเขียวเข้มแวววาวเหมือนหยก ทานคู่กับชากลีบบัวหอมระรื่นชื่นใจยิ่งนักชิงเหยานำขนมกับน้ำชามาให้ฟางหรงและตัวเองทานรองท้องไปก่อน ระหว่างที่รอทำอาหารมื้อหลักจากนั้นจึงกลับเข้าไปเตรียมมื้อกลางวันง่ายๆเป็นบะหมี่ผัดใส่เนื้อหมู กุ้งสด เห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ พริกหวาน เมล็ดถั่วลันเตา ผักกวางตุ้ง ต้นหอมโดยชิงเหยาจัดใส่ชามและทอดไข่โปะลงไปด้านบนด้วยอีกหนึ่งฟอง ดูน่ากินและส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิวไปทั่วนอกจากนั้นนางยังทำซุปรากบัวซี่โครงหมูใส่ถั่วลิสง เห็ดหอมและสมุนไพรมาซดเคียงกันทั้งยังมียำก้านโอซุ่นสดแต่งรสชาติเผ็ดร้อนด้วยน้ำมันพริกสูตรน้ำมันงา พร้อมปรุงรสให้ออกเปรี้ยวอมหวานสดชื่น ตบท้ายโดยการใส่ถั่วลิสงคั่วบดคล
เช้าวันรุ่งขึ้นชิงม่านกับสินจงช่วยกันดูแลท่านอ๋องน้อยของพวกเขาอย่างรู้หน้าที่เสี่ยวจิวน้อยเองก็เฉลียวฉลาดเข้าใจเรื่องราว ปล่อยให้บิดามารดาได้ใช้เวลาร่วมกันตามลำพังโดยไม่เข้าไปรบกวนพวกเขา เมื่อชิงเหยากับฟางหรงตื่นขึ้นมาพร้อมช่วยปรนนิบัติดูแลกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เรียกหาเสี่ยวจิวน้อยทันทีแต่บ่าวในเรือนมารายงานว่าเยว่หัวและคนสนิทของพวกเขาพาเสี่ยวจิวออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกรวมทั้งไปช่วยกันเปิดร้านซางเฉินในตัวเมืองแล้ว ทั้งยังฝากผ่านข้อความมาว่าให้พวกเขาสองสามีภรรยาใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใดอีก สองสามีภรรยาได้รับรู้ดังนั้นก็มองสบตายิ้มให้กัน เต็มใจตอบรับความปรารถนาดีที่ทุกคนมอบให้ชิงเหยาเข้าครัวทำอาหารมื้อเช้ายามสายให้ฟางหรงโดยเขาติดตามมาช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ทำตามที่ฮูหยินสั่งไม่ห่างกายไม่นานนักมื้อเช้าซึ่งเป็นโจ๊กหมูสับเห็ดหอมใส่ไข่ลวกปาท่องโก๋ตัวยาว ซาลาเปาหมูสับ
หลังจากฟางหรงและชิงเหยาส่งเสี่ยวจิวน้อยเข้านอนแล้ว พวกเขาก็กลับมายังห้องพักของชิงเหยาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักเมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัวฟางหรงก็เข้าไปโอบกอดฮูหยินไว้แน่นพร้อมเอาหน้าซุกซบลงไปตรงซอกคอ พิงซบอยู่กับไหล่บอบบางของนาง“ฟางหรง..ท่านคงเดินทางเหน็ดเหนื่อยตรากตรำมามากสินะ จึงได้ซูบผอมลงเช่นนี้”ชิงเหยากล่าวพร้อมดันตัวเองออกมาเล็กน้อย ใช้สองมือเกาะกุมใบหน้าสามีให้แหงนเงยขึ้นมามองสบตากัน“ข้าทั้งเหน็ดเหนื่อยและทุกข์ใจมากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ”“นับจากนี้ไปข้าคงต้องขอให้เจ้าชดเชยให้ข้ามากหน่อยจะได้หรือไม่” ฟางหรงกล่าวด้วยน้ำเสียง ท่าทีรวมทั้งแววตาดูออดอ้อนออเซาะน่าเห็นใจยิ่งนัก“เช่นนั้นก็ให้ข้าปรนนิบัติดูแลท่านเถอะ” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อ่อนหวานยิ่งนักฟางหรงยิ้มนัยน์ตาแพรวพราวเป็นประกาย ก่อนจะก้มหน้าลงหมายจุมพิตเชยชมนางให้หายคิดถึง“ข้าให้ม่านเอ๋อเตรียมน้ำเอาไว้แล้ว ท่านไปอาบน้ำแช่ตัวให้ผ่อนคลายลงเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะช่วยโกนหนวดเครานี่ให้ด้วย
เยว่หัวยอมแพ้ไม่คิดฝืนโชคชะตาวาสนาอีก ปล่อยให้คนที่เขารักทั้งสองคนได้มีความสุขร่วมกัน ใจเขาเองก็อิ่มเอมไปด้วย “ไม่คิดเลยนะว่าที่แท้แล้วพระชายาที่ท่านอ๋องทรงพูดให้ฟังอยู่บ่อยครั้งคือเหยาเหยา..บุตรีของสกุลหานน้องสาวข้านี่เอง” เยว่หัวเอ่ยโดยบอกสถานะตัวเองกับชิงเหยาอย่างรู้งานทุกคนต่างพากันยิ้มแย้มยินดีที่ทุกสิ่งจบลงอย่างราบรื่น ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งที่สำคัญยังมีอ๋องน้อยทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งชินอ๋องต่อจากฟางหรงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเด็กชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเฉลียวฉลาดยิ่งนักอีกคนหนึ่งด้วย“ท่านแม่ขอรับ..ข้าเรียกท่านอาฟางหรงว่าท่านพ่อได้หรือไม่ขอรับ”เสี่ยวจิวน้อยที่ได้ยินผู้ใหญ่พูดกันไปมาถึงสถานะของฟางหรง ทำให้สมองน้อยๆอันเฉลียวฉลาดรับรู้ได้ว่าบุรุษสูงใหญ่เบื้องหน้าคือผู้ให้กำเนิดเขาแต่เจ้าตัวจ้อยยังคงสับสนอยู่เล็กน้อยเนื่องจากตั้งแต่เขาจำความได้เหล่าบรรดาผู้อาวุโส แม้นกระทั่งมารดาของเขาเองยังบอกว่าบิดาของเขาได้ตายจากไปแล้วถ้าเช่นนั้นบุ
ฟางหรงฟังคำอธิบายพร้อมเหตุผลของชิงเหยาในคำกล่าวที่ว่ารั่วเหรินกับมารดานางเป็นผู้วางแผนทำร้ายชิงเหยาและวางยาเขา โดยเจตนาเข้าไปเป็นสนมของฮ่องเต้แต่ไม่มีทางได้รับเลือกแน่นอน ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องทุกประการ ทำให้เขาประหลาดใจและพึงพอใจในความเฉลียวฉลาด รู้จักคิดพิจารณาของชิงเหยาไม่น้อย&ld
ชิงเหยารู้สึกตกใจในท่าทีและการกระทำของฟางหรงที่ดูเหมือนจะตั้งใจร่วมหอกับนาง “ท่านอ๋อง พระองค์ไม่สมควรทำเช่นนี้นะเพคะ” ชิงเหยาลุกขึ้นมานั่งพร้อมใช้สองมือยันอกแกร่งของฟางหรงเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาได้กระทำตามต้องการ
“รสชาติแปลกประหลาดดีจริง ไม่เคยกินที่ใดมาก่อน”ฟางหรงกล่าวหลังได้ชิมอาหารฝีมือชิงเหยาสินจงพยักหน้าเห็นด้วยทั้งยังลงมือกินสเต๊กที่ชิงเหยาสอนวิธีการกินโดยใช้มีดกับส้อมมาหั่นเนื้อเป็นชิ้นพอคำ พร้อมจิ้มเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย&n
รั่วเหรินเชิดหน้าชูคอพยายามทำหน้าหนาเอาไว้เพื่อให้ได้ใช้เวลาร่วมกับฟางหรงและยั่วยวนเขากลับคืนมาหลังผิดหวังจากการคัดเลือกเข้าเป็นสนมนางในของฮ่องเต้แล้วจึงคิดทวงตำแหน่งพระชายาชินอ๋องคืนมาให้ได้ “นี่อาหารอะไรกัน







