Share

ลาก่อนเมืองหลวง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 22:13:35

ตำหนักอ๋องหนานกงชิง

           บุรุษหน้านิ่งเจ้าของตำหนัก นั่งทำงานอยู่เงียบ ๆ ในห้องทรงงานส่วนพระองค์  มีองครักษ์คนสนิทยืนอยู่ข้างกายคอยถวายงาน  และคอยช่วยฝนหมึกให้อยู่เป็นประจำ

           “ฟานจง  เรื่องนักฆ่าที่มาดักทำร้ายโจวลี่เซียนในวันนั้น  ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้างหรือยัง”

           “ขอรับท่านอ๋อง เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ในท้องพระโรงมีประชุมขุนนางตำแหน่งสูง หนึ่งในหัวข้อการประชุมที่ฝ่าบาทได้กล่าวกับบรรดาขุนนางคือเรื่อง พระชายาเอกขององค์ชายใหญ่หนาน หลิงหยุน”

            “แล้วเรื่องชายาเอกขององค์ชายใหญ่  เกี่ยวอันใดกับเรื่องที่มีคนส่งนักฆ่ามาทำร้ายโจวลี่เซียน” 

           อ๋องหนานวางพู่กันทรงงานในมือลง แล้วเงยหน้ามาตั้งใจฟังองครักษ์ข้างกาย รายงานในเรื่องที่เขากำลังให้ความสนใจ

           “ฝ่าบาทกับฮองเฮา อยากให้คุณหนูโจวแต่งเข้าเป็นชายาเอกขององค์ชายใหญ่ขอรับ ปีนี้องค์ชายใหญ่ก็อายุ 19 ปีพอดี เป็นเวลาเหมาะสมที่จะมีพระชายาเอกแล้ว”

           “ฮะ แล้วบิดาของนางยินยอมตอบรับไปแล้วหรือยัง”

           น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยถามออกไป แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนึกแปลกใจ องครักษ์ฟานจงถึงกับเงยหน้าขึ้นมองท่านอ๋องหนานกงชิง ด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้

           “ท่านอ๋อง ท่านเคยบอกว่าไม่ได้รู้สึกชอบพอคุณหนูโจว  เหตุใดยามนี้จึงมีน้ำเสียงร้อนเช่นนี้ขอรับ หรือว่าความรู้สึกของท่านอ๋องได้เปลี่ยนไปแล้ว”

           ฟานจงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตามตรง ในสิ่งที่เขากำลังนึกสงสัย

           “ข้าไม่รู้ และข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า เหตุใดจึงรู้สึกร้อนใจเช่นนี้”

           เป็นครั้งแรกที่อ๋องหนานกงชิง เอ่ยบอกเล่าความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ออกมาให้องครักษ์คนสนิทรับรู้   วันที่ได้ยินว่าโจวลี่เซียนไม่ต้องการเขาแล้ว ทั้งยังเอ่ยปากให้จ้าวอิงเถาได้เกี้ยวพาเขาได้ตามสบาย  จนอ๋องหนุ่มอดทนรับฟังต่อไม่ไหวจึงได้เปิดประตูออกไป  ให้พวกนางรับรู้ว่าเขาได้ยินทุกประโยคที่ทั้งสองคนสนทนากัน

           วันนั้นที่โรงน้ำชาจันทร์ฉาย ในจิตใจของบุรุษผู้เฉยชา รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ได้พูดออกไปให้ใครได้ยินความในใจของเขา ที่แอบเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด

           อีกทั้งวันนั้นที่จวนราชครู  โจวลี่เซียนก็ได้ยอมรับออกมาตามตรงว่า ไม่ได้รู้สึกเฉกเช่นเดิมอีกแล้ว  จิตใจของอ๋องหนานกงชิงก็ยิ่งอยู่ไม่เป็นสุข  หาคำตอบให้ตนเองก็ไม่ได้  ภายในใจของเขาทั้งอึดอัด ทั้งบีบรัดแน่นที่หน้าอกทุกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดตัดขาดของนาง

           หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ในทุก ๆ วันเขาจะออกไปจิบชาที่โรงน้ำชาจันทร์ฉาย  เพราะคาดหวังจะได้พบหน้าโจวลี่เซียนที่นั่น และหาคำตอบในอาการที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ 

            แต่อ๋องหนาน ก็ไม่เคยได้พบเจอกับโจวลี่เซียนอีกเลย  นับตั้งแต่วันที่เขาตั้งใจขี่ม้าตามไปส่งนางที่จวนราชครู และได้พบเจอนางกำลังถูกนักฆ่าดักทำร้าย

           “ท่านอ๋อง ท่านรู้สึกเช่นนี้กับคุณหนูโจว มานานแล้วหรือยังขอรับ”

           องครักษ์ฟานจง กำลังทำตัวเป็นที่ปรึกษาหัวใจ  ให้กับเจ้านายของเขา บุรุษเย็นชาที่ไม่เคยให้ความสนใจในสตรีคนใดมาก่อนจวบจนอายุ 30 ปี  จึงไม่แปลกที่อ๋องหนานจะไม่รับรู้ความรู้สึกของตนเอง

           “ตั้งแต่พบโจวลี่เซียนที่โรงน้ำชาจันทร์ฉาย  ในวันที่นางไม่สนใจข้า ทั้งยังยกข้าให้จ้าวอิงเถาง่าย ๆ ได้อย่างไร นางมีสิทธิ์อันใดจึงกล้าทำเช่นนั้น”

           น้ำเสียงน้อยใจเอ่ยออกมา จนฟานจงจับความรู้สึกได้อย่างชัดเจน และกำลังเข้าใจในอาการที่เจ้านายของเขากำลังเผชิญอยู่

           “ท่านกำลังน้อยใจคุณหนูโจวอยู่หรือขอรับ”

           “ใช่ นางยกข้าให้คนอื่นได้เช่นไร ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นด้วยซ้ำ และนางก็คิดว่าข้าเป็นคนร้าย ทั้ง ๆ ที่ตัวข้าอุตส่าห์ตั้งใจขี่ม้าตามไปส่งที่จวน กลับมาคิดว่าข้าเป็นพวกเดียวกันกับคนร้ายเสียได้  มันน่าน้อยใจไหมเล่า”

           ความในใจทุกอย่าง ได้พรั่งพรูออกมาจากปากของบุรุษน้ำแข็ง เมื่อมีคนรับฟังในความคิดของเขา และคอยสอบออกมาถามทีละประเด็น

           “ท่านอ๋อง ท่านมีใจให้คุณหนูโจวแล้วขอรับ แต่ด้วยทิฐิที่สูงมาก จึงยังไม่กล้ายอมรับความจริงในยามนี้”

           องครักษ์ฟานจง สรุปอาการให้เจ้านายของเขาฟังทันที เมื่อได้ฟังจากอาการทั้งหมด ที่ท่านอ๋องได้เอ่ยปากเล่าออกมาให้เขาฟังเป็นครั้งแรก

           “ข้าน่ะหรือ มีใจให้โจวลี่เซียน”

           น้ำเสียงตกใจเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา เขาน่ะหรือตกหลุมรักสตรีที่มีนิสัยร้ายกาจขนาดนั้น  สตรีที่ตามตอแยเกี้ยวพาเขามานานกว่า 3 ปี

            “ขอรับ ท่านอ๋องลองไปทบทวนอาการของตนเองดูอีกครั้ง แล้วท่านจะเห็นด้วยกับความคิดของกระหม่อม”

   จวนราชครู

           ราชครูโจวเยี่ยนเมื่อได้รับจดหมาย ที่มีลายมืออันแสนคุ้นเคย ก็รีบนำจดหมายออกมาเปิดอ่านทันที เมื่ออ่านข้อความในจดหมายจบลง ใบหน้าที่ยังคงรูปงาม ถึงแม้จะอยู่ในวัยที่ล่วงเลยมาจน 50 ปีแล้ว ก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

           “พ่อบ้านจิ้งไปตามลี่เอ๋อร์มาพบข้าที่ห้องหนังสือ” 

           ราชครูโจวเยี่ยนเอ่ยปากบอกพ่อบ้านจิ้ง ที่ยืนอยู่คอยรับใช้เขาอยู่ภายในห้องหนังสือ เพราะต้องการแจ้งข่าวดีให้บุตรสาวรับรู้โดยเร็ว

        “ขอรับนายท่าน”

           ลี่เซียนรีบตามพ่อบ้านจิ้งไปที่ห้องหนังสือของจวน ตามที่บิดาได้บอกกล่าวมา  ภายในใจของนางคาดหวังว่าจะได้ฟังข่าวดีจากทางไกล 

           มุมปากสวยแย้มยิ้มไปตลอดทาง เพราะจะได้ออกไปทำตามความต้องการของชีวิต และได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สงบสุขอีกทั้งยังมีคุณค่า  ไม่ต้องทำตัวไร้แก่นสารไปวัน ๆ เฉกเช่นที่ผ่านมา

           และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สหายของบิดาซึ่งเป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจ ส่งจดหมายตอบรับยินดีให้โจวลี่เซียน ไปกราบเป็นลูกศิษย์ของท่าน ตามที่นางได้ร้องขอไปว่า ขอรับการฝึกฝนทั้งวิชาแพทย์ และวรยุทธ์ขั้นสูง

           “ท่านพ่อ ลูกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และจะรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด จะได้กลับมาหาท่านพ่อ กับท่านแม่เร็ว ๆ เจ้าค่ะ”

           “อืม ลูกรักของพ่อ เจ้าจงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในสิ่งที่ต้องการให้เต็มที่  พ่อกับแม่ และพี่ชายของเจ้าจะอยู่ที่นี่รอคอยเจ้ากลับมา เพื่อจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง”

            “ถ้าลูกคิดถึงพวกท่านมาก ๆ จะลงจากเขา และมาเยี่ยมที่จวนปีละ 1 ครั้ง นะเจ้าคะ”

           “ดี ๆ พวกเราจะรอเจ้ากลับมาเยี่ยมที่จวน รีบไปเตรียมตัวเสียเถิดอีก 3 วัน พ่อจะให้ผู้ติดตามของพ่อ ไปส่งถึงที่พักของอาจารย์เจ้า”

           “เจ้าค่ะท่านพ่อ”

            สามวันต่อมา หน้าจวนราชครู  มีราชครูโจวเยี่ยน โจวฮูหยิน  โจวสืออี้ พ่อบ้านจิ้ง ถิงถิง เถียนเถียน ยืนรอส่งโจวลี่เซียนขึ้นรถม้า ด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์

           การเดินทางในครั้งนี้  ลี่เซียนเดินทางไปพร้อมกับผู้ติดตามของบิดา จำนวนสองคนเท่านั้น รวมนางด้วยก็เดินทางกันสามคน เมื่อผู้ติดตามของบิดาส่งนางถึงที่พักของอาจารย์แล้ว ก็ต้องกลับมาที่จวนตระกูลโจวเช่นเดิม

           เนื่องจากหมอเทวดารักความสงบเป็นอย่างยิ่ง  ไม่ต้องการให้มีผู้ติดตามของลี่เซียน ไปอยู่อาศัยร่วมด้วยแม้แต่คนเดียว  เขาได้เขียนแจ้งมาอย่างชัดเจน ในจดหมายตอบรับที่ส่งมาที่จวนราชครู

           หมอเทวดา ไท่จงเสียน อนุญาตให้โจวลี่เซียนไปอยู่ศึกษาวิชาแพทย์ และวรยุทธ์ขั้นสูงเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะที่นั่นมีสาวใช้ที่คอยดูแลความสะอาดของที่พัก และเรื่องอาหารการกินให้อยู่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องนำสาวใช้ส่วนตัวติดตามไปด้วยอีก

           อีกทั้งยังต้องการฝึกฝนให้โจวลี่เซียน ทำทุกอย่างด้วยตนเอง และอยู่ให้ได้เมื่อไม่มีสาวใช้ข้างกายคอยปรนนิบัติพัดวี เพราะนางไปในฐานะชาวยุทธ์  ที่ต้องการฝึกฝนวิชา ไม่ใช่ไปในฐานะคุณหนูในห้องหอ ที่ต้องการความสะดวกสบายเหมือนอาศัยอยู่ที่จวนของตนเอง

           คล้อยหลังที่รถม้าของลี่เซียน ได้เคลื่อนตัวออกไปจากจวนราชครูแล้ว  บุรุษท่าทางองอาจบนอาชาศึกสีดำ เหลียวมองตามรถม้าธรรมดา ๆ คันหนึ่งไปจนสุดสายตา  แววตาของบุรุษเฉยชาสั่นระริก  จิตใจของเขาล่องลอยตามรถม้าคันนั้นไป และเป็นอีกครั้งที่เขามาช้าเช่นนี้

           “นานแค่ไหนข้าก็จะรอพบหน้าเจ้าอีกครั้ง”

           เสียงพึมพำแผ่วเบา ล่องลอยไปตามสายลมที่พัดพาในวสันตฤดูนี้  สตรีในรถม้ามองเห็นเพียงอาชาศึกสีดำ ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากจวนของนาง  แต่ก็ไม่ได้สนใจมองว่าผู้ใดอยู่บนหลังม้า  จิตใจของลี่เซียนมุ่งหน้าสู่เชิงเขาที่ห่างไกลซึ่งเป็นที่พักของอาจารย์คนใหม่เพียงเท่านั้น

           ‘ลาก่อนเมืองหลวง อีกไม่นานข้าจะกลับมา’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   ตอนพิเศษ

    กาลเวลาผันผ่านไป 5 ปีแล้ว ยามนี้ในตำหนักของอ๋องหนานกงชิง มีอ๋องน้อยฝาแฝดชายวัย 4 หนาว ที่มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบบิดามามิมีผิดเพี้ยน ผิวกายของเด็กชายขาวเนียนละเอียดเยี่ยงมารดาของพวกเขา ทั้งยังตัวอวบอ้วนน่ารักน่าชังจนเสด็จลุงฮ่องเต้ และเสด็จป้าฮองเฮาเรียกหาให้เข้าวังอยู่เสมอ เจ้าหัวผักกาดทั้งสองคน กำลังเดินตามติดมารดาอยู่ไม่ห่าง เหตุเกิดจากบิดาของทั้งสองคนแย่งมารดาที่รักยิ่งของพวกเขาไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองตื่นขึ้นมาในยามเช้าก็ไม่พบมารดาแล้ว จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าผู้ใดเป็นคนขโมยมารดาไปจากพวกเขา เพราะบิดามักจะทำเช่นนี้อยู่เสมอ หนานเฟยเทียน กับหนานเฟยฮุ่ย ทั้งสองคนกำลังเฝ้าตามติดมารดาไม่ให้คลาดสายตา เพราะเกรงว่าบิดาจะมาแย่งมารดาไปจากพวกเขาในยามกลางวันเฉกเช่นยามค่ำคืน เพราะแอบถามองครักษ์ฟานจงมาแล้วว่า วันนี้บิดาไม่ได้เข้าวัง และกำลังทรงงานอยู่ในห้องหนังสือของตำหนัก “เฟยเทียน เฟยฮุ่ย พวกเจ้าไม่ไปวิ่งเล่นกันหรอกหรือ เหตุใดจึงเดินตามแม่ทุกฝีก้าวเยี่ยงนี้” ลี่เซียนเอ่ยถามบุตรชายฝาแฝดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ขณะที่กำลังเดินเก็บสมุนไพรที่ท่านอ๋องให้

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   เข้าหอ NC+++ (ตอนจบ)

    โจวลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวามีของนางอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี เขาช่างสง่างามจนใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แก้มนวลก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกจินตนาการไปถึงบทรักอันร้อนแรง ที่นางจะมอบให้สวามีในค่ำคืนเข้าหออย่างเป็นทางการนี้ “เมาหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นมาทันที เห็นสวามีเดินเข้ามาในห้องหอ โดยที่มีกลิ่นสุราอบอวลไปทั่วร่างกาย ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มออกมา ทั้งยังมีแววตากรุ้มกริ่มอย่างเห็นได้ชัด “นิดหน่อย เจ้าพวกนั้นมิปล่อยให้พี่มาหาเจ้า โดยเฉพาะเจ้าประมุขหน้าขาวผู้นั้น” “ท่านอ๋องจะดื่มน้ำแกงสร่างเมาสักหน่อยไหมเจ้าคะ ข้าจะให้สาวใช้ไปจัดเตรียมมาให้” “ลี่เอ๋อร์จากนี้ให้เรียกสามีว่าท่านพี่ได้หรือไม่ ส่วนน้ำแกงพี่ไม่ต้องการพี่ต้องการเพียงน้ำหวานเท่านั้น” เรือนกายสูงใหญ่เดินเข้ามากอดรัดเอวบางด้วยความคิดถึง “เปิดผ้าคลุมหน้าแล้วดื่มสุรามงคลกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าหนักเครื่องประดับที่หัวมากแล้ว” หลังจากอ๋องหนานกงชิงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว และคล้องแขนดื่มสุรามงคลกันจนหมดจอก ลี่เซียนก็รู

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   สมรสพระราชทาน

    จวนตระกูลจ้าว รองเจ้ากรมอาญาได้รับคำสั่งจากเจ้ากรมอาญา ให้ติดตามเสนาบดีจ้าวหย่งเจี้ยนมายังจวนตระกูลจ้าว เพื่อดำเนินการเนรเทศจ้าวอิงเถาให้ไปอยู่เมืองตงกง เมืองชายแดนทางทิศใต้ของแคว้นหนาน ตามพระบัญชาของฮ่องเต้ เสนาบดีจ้าวหย่งเจี้ยนมีสีหน้าราบเรียบ และอยู่ในอารมณ์นิ่งสงบ เพราะวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับทุกคนในตระกูลจ้าว หากยังพยายามแก้ต่างให้บุตรสาวที่ดื้อรั้นทั้งยังเอาแต่ใจตนเอง มีแต่จะนำพาให้ทุกคนในตระกูลเดือดร้อนกันไปทั้งหมด และตระกูลจ้าวคงได้จบสิ้นในชั่วอายุของเขาเป็นแน่ “ท่านพี่ คนจากกรมอาญามาทำอันใดที่จวนของเราเจ้าคะ” จ้าวฮูหยินสอบถามสามีด้วยความสงสัย เมื่อเห็นบุรุษหลายคนซึ่งอยู่ในอาภรณ์ที่บ่งบอกตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างชัดเจน เดินเข้ามาในจวนพร้อมกับสามี ข้างกายของจ้าวฮูหยินมีบุตรสาวคนรอง ซึ่งยามนี้จ้าวอิงเถากำลังมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด “สอบถามบุตรสาวของเจ้าเถิดฮูหยิน ว่านางไปทำอันใดไว้บ้าง หากข้าไม่พาคนจากกรมอาญามาที่จวนด้วยตนเอง เห็นทีว่าคนในตระกูลจ้าว คงต้องหัวหลุดจากบ่ากันทุกคน” เสนาบดีจ้าวเอ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   ทนรอแทบไม่ไหว

    การสอบสวนหาตัวผู้ร้าย ที่ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้กับฮองเฮา ยังคงเป็นไปอย่างเงียบเชียบ บรรดาองค์ชายคนอื่น ๆ กับสนมหรือสตรีในวังหลังทุกคน จะยังไม่รับรู้เรื่องราวการลอบปลงพระชนม์ในครั้งนี้ จะรับรู้เพียงแค่ทั้งสองพระองค์กำลังพักฟื้นจากอาการป่วยก็เพียงเท่านั้น เนื่องจากยังต้องสืบหาตัวผู้ลงมือปองร้ายองค์รัชทายาท ที่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดผู้ใด หากผู้ร้ายเป็นพวกเดียวกันจะได้ไม่ไหวตัวหลบหนีไปได้ทันเวลาตำหนักหวงกุ้ยเฟย ยามนี้ฮ่องเต้หนานเจ๋อติง กำลังสอบถามเอาความกับหวงกุ้ยเฟยเป็นการส่วนพระองค์ ในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ซึ่งมีฮองเฮานั่งรับฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่ข้าง ๆ กัน ฮองเฮาทรงนั่งรับฟังด้วยอาการสงบนิ่ง เพราะเรื่องราวในครั้งนี้พระนางยกให้พระสวามีเป็นผู้จัดการด้วยพระองค์เองทั้งหมด “ฝ่าบาททรงเชื่อนางกำนัลพวกนี้หรือเพคะ หม่อมฉันย่อมรักใคร่ในตัวของพระองค์ จะลอบวางยาพิษพระองค์ไปเพื่อการใด” สตรีที่หมอบคลานอยู่กับพื้นกล่าวแก้ต่างให้กับตนเอง ใบหน้างดงามตามวัยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ตั้งแต่รับรู้ข้อกล่าวหาที่พระสวามี ได้บอกกล่าวความผิดของพระนางให้แจ้งประจักษ์

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   คนร้าย NC

    หนึ่งชั่วยามต่อมา ฮ่องเต้หนานเจ๋อติงก็รู้สึกตัวฟื้นตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะหมดสติพระองค์จดจำได้ทุกอย่าง ว่ากำลังนั่งเสวยอาหารร่วมกันกับฮองเฮาในตำหนักส่วนพระองค์ ซึ่งก็เป็นเช่นนี้เฉกเช่นทุกเช้า เพียงแต่เช้านี้หลังจากเสวยอาหารไปเพียงไม่กี่คำก็รู้สึกแน่นหน้าอก ฮองเฮาหมดสติก่อนพระองค์ เพราะพระนางดื่มน้ำชาไปหมดจอกก่อนจะเริ่มเสวยอาหาร “อาหนาน ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ” เสียงอ่อนระโหยโรยแรงกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน แต่สายพระเนตรก็มองเห็นน้องชายนั่งเฝ้าพระองค์อยู่ไม่ห่าง “พี่ใหญ่ ท่านกับพี่สะใภ้เกือบได้ข้ามแม่น้ำเหลืองแล้ว หากโจวลี่เซียนไม่ได้อยู่เมืองหลวง เพราะท่านถูกพิษเหมันต์พิษร้ายแรงที่ไม่สามารถตรวจสอบหาพิษด้วยวิธีการทั่ว ๆ ไป” “พี่สะใภ้เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง นางหมดสติไปก่อนข้าเสียอีก” “ปลอดภัยแล้วขอรับ อีกสักครู่ก็คงฟื้นเช่นกัน ลี่เอ๋อร์กำลังดูแลอยู่” “เสด็จพ่อ เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” องค์รัชทายาทเมื่อเห็นว่าพระบิดารู้สึกตัวแล้ว จึงรีบเดินลงจากเตียงมาสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วง “อาหยุนเหตุใดเจ้าจึงหน้าตาซีดเซ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   องค์รัชทายาทก็ถูกพิษ

    บริเวณตำหนักหลวงยามนี้มีแต่ความเงียบสงบ เพราะองครักษ์เสื้อแพรได้เชิญผู้ไม่เกี่ยวข้องในการรักษาให้ออกไปทั้งหมดแล้ว “เสด็จอา เสด็จพ่อกับเสด็จแม่เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” องค์รัชทายาทหนานหลิงหยุน รีบเสด็จมาดูอาการของพระบิดากับพระมารดา เมื่อทราบข่าวจากองครักษ์ส่วนพระองค์ ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไร เขาเริ่มมีอาการอ่อนเพลียมาหลายวันแล้ว ทว่าเมื่อหมอหลวงมาตรวจร่างกาย ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ และตัวเขาก็ระมัดระวังตนเองเป็นอย่างดี ในทุก ๆ ครั้งก่อนจะกินอาหารก็ให้กงกงคนสนิท ใช้เข็มตรวจสอบพิษในอาหารและน้ำดื่มอยู่เสมอ และไม่เคยพบเจอพิษใด ๆ เลยสักครั้ง เขาจึงคิดว่าตนเองคงแค่อ่อนเพลียเพราะทำงานหนักเป็นแน่ “ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทถูกพิษนะเพคะ เหตุใดจึงยังไม่ได้รับการรักษาเช่นนี้” ลี่เซียนเห็นใบหน้าซีดเซียวขององค์รัชทายาท นางก็วินิจฉัยโรคได้ทันที เพราะริมฝีปากของเขาเริ่มมีสีม่วงคล้ำ บ่งบอกแน่ชัดว่าร่างกายของเขา ถูกพิษมาสักระยะหนึ่งแล้ว “หมอโจว ข้ารู้สึกอ่อนเพลียเหมือนคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงคิดว่าเกิดจากการทำงานหนัก เพราะก่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status