Share

ตอนที่ 3

Author: Selena
last update publish date: 2026-10-08 11:07:42

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามา ร่างบางบนเตียงถอนหายใจยาว ความบอบช้ำทั่วเรือนร่างทำให้การขยับตัวแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบาก

หว่านเอ๋อร์นอนมองเพดานด้วยดวงตาพร่ามัว เหตุการณ์เมื่อคืนฉายวนในหัวราวกับฝันร้าย… หรือไม่ก็ฝันเสียวซ่าน ความหนักหน่วงที่เขาฝากไว้ยังคงเด่นชัดทุกหยาดหยด

‘การหนีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย…

เธอสรุปกับตัวเองในใจ ยิ่งดิ้นรนยิ่งเจ็บตัว ร่างกายนี้ไม่ได้แข็งแรงพอจะไปบุกป่าฝ่าดงที่ไหนได้ และผู้ชายคนนั้นก็กัดไม่ปล่อยเกินไป

“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง”

หว่านเอ๋อร์เอ่ยเรียกสาวใช้ประจำตัวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างของสาวใช้หน้าตาสะอาดสะอ้านที่รีบเข้ามาช่วยประคอง

“เหม่ยซิงอยู่นี่แล้วเพคะ อนุห้า… ท่านอยากได้น้ำชาหรืออุ่นกายด้วยน้ำสรงก่อนดีเพคะ?”

หว่านเอ๋อร์โบกมือเบา ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดฉากสืบหาข้อมูล

“เหม่ยซิง… ข้าอยากรู้เรื่องภายในจวนให้มากกว่านี้ ช่วยเล่าเรื่องอนุคนอื่น ๆ ให้ข้าฟังหน่อยสิ”

สาวใช้ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มและเริ่มเล่ารายละเอียด

“ท่านอ๋องทรงมีพระประสงค์ให้จวนมีความสงบเพคะ ปัจจุบันนอกจากพระชายาเอกแล้ว ท่านอ๋องทรงมีอนุทั้งหมดห้าคน… ซึ่งท่านก็คืออนุห้าเพคะ”

คำตอบนั้นทำเอาหว่านเอ๋อร์ตาโต ดวงตาคู่งามฉายแววตกตะลึง… รวมพระชายาเอกด้วย นี่เขามีเมียตั้งหกคนเลยเหรอเนี่ย?!

“แล้ว… ท่านอ๋องไปหาใครบ่อยที่สุดหรือ?”

เธอถามต่อด้วยความลุ้นระทึก

“ยามนี้ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดคือ ‘อนุสอง’ หรือ ‘หลิ่วหมิงเอ๋อร์’ เพคะ”

เหม่ยซิงก้มหน้าลงกระซิบกระซาบ

“ช่วงนี้ท่านอ๋องมักจะไปค้างที่เรือนลมอุดมของอนุสองอยู่เสมอ ส่วนอนุท่านอื่นรวมถึงตัวท่าน… ปกติแล้วแทบจะไม่ทรงย่างก้าวมาหาเลยเพคะ เมื่อคืนถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ท่านอ๋องเสด็จมา”

คำว่า ‘แทบไม่เคยมาหา’ ลอยเข้ามาในหัว ราวกับเป็นเสียงกระดิ่งแห่งสวรรค์!

หว่านเอ๋อร์พรูลมหายใจยาวออกมาชั่วครู่ ความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนพังทลายลงทันที ความโล่งอกแล่นผ่านไปทั่วร่าง

ก็แค่บังเอิญแจ็กพอตแตกเมื่อคืนนี้เองสิ!

เธอนอนเอนหลังพิงหมอนขวานพลางจินตนาการถึงชีวิตใหม่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพนักงานออฟฟิศระดับล่างที่ตื่นเช้าโหนรถไฟฟ้า โดนเจ้านายโขกสับวันละแปดชั่วโมงอย่างเธอ ถึงได้หลุดมาอยู่ในร่างสตรีจีนโบราณยุคนี้ได้ แต่พอมานั่งคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วน…

อยู่ที่นี่มีเรือนไม้หลังใหญ่โตให้ซุกหัวนอน ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

มีคนยกสำรับอาหารสามมื้อมาเสร็จสรรพ ชาดี ผ้าไหมเนื้อนุ่ม ไม่ต้องตื่นไปตอกบัตร ไม่ต้องทำรีพอร์ตส่งใคร

วัน ๆ แค่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิต Slow life สไตล์ลูกคุณหนู

จริงอยู่… เมื่อคืนอาจจะโดนเจ้าของจวนลวนลามและเคี่ยวกรำไปบ้าง ทว่าเมื่อมองในมุมกลับ ร่างกายนี้ก็ไม่ใช่ร่างเดิมของเธอเสียหน่อย แถมจะว่าไป… สัมผัสและรสรักอันดุดันของท่านอ๋องเซียวหานเย่นั่น ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แถมยังออกจะ… ชวนให้เคลิบเคลิ้มและสุขสมอยู่ไม่น้อย

เอาวะ! อยู่เป็นอนุห้าสายชิล นั่งกินนอนกินในจวนไปวัน ๆ นี่แหละ สบายที่สุดแล้ว!

เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัวและอาการความบอบช้ำเริ่มทุเลาลง หว่านเอ๋อร์จึงถือโอกาสก้าวออกจากเรือนพักมาเดินสำรวจรอบ ๆ บริเวณ

บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยร่มเงาของไม้น้อยใหญ่และอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกยุคใหม่ ถึงแม้จะไร้ซึ่งโทรศัพท์มือถือหรือเทคโนโลยีใด ๆ ให้ไถเล่น แต่เมื่อเทียบกับความสบายที่ไม่ต้องดิ้นรนทำงานหนัก เธอคิดว่านี่คุ้มค่าเกินพอ จวนอ๋องแห่งนี้สงบร่มรื่นและเงียบสงบอย่างที่เหม่ยซิงบอกไว้อย่างแท้จริง

หญิงสาวเดินทอดนัยน์ตามองทัศนียภาพรอบ ๆ อย่างผ่อนคลาย พลอยอารมณ์ดีจนแทบจะเดินฮัมเพลง ทว่าเมื่อก้าวพ้นโค้งซุ้มประตูไม้มายังบริเวณสระน้ำใหญ่ สายตากลับพลันประสานเข้ากับร่างสูงใหญ่ของ เซียวหานเย่ ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ริมสระพอดี

สัญชาตญาณเอาตัวรอดร้องเตือนให้รีบหนีโดยไว! หว่านเอ๋อร์รีบหมุนตัวกลับเตรียมย่องเบาออกจากบริเวณนั้นทันที ทว่า…

“จะรีบร้อนไปแห่งใดหรือ “

เสียงต่ำทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง หยุดเท้าของเธอให้ชะงักค้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หว่านเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปยิ้มแห้ง ๆ ให้เขา

ร่างสูงโปร่งทรงอำนาจเดินตรงเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า สายตาและแววตาที่มองตรงมานั้นลึกล้ำซาบซึ้ง ราวกับจะตอกย้ำว่าเขายังคงจดจำและซึมซาบทุกเรื่องราวอันร้อนแรงเมื่อคืนนี้ได้เป็นอย่างดี

“หม่อมฉัน… เพียงแค่มาเดินเล่นรับลมเพคะ”

หว่านเอ๋อร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาอันดุดันคู่นั้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

เซียวหานเย่ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะนับตั้งแต่ถูกรับเข้าจวนมา อนุห้าผู้นี้ก็เก็บตัวเงียบสงบอยู่แต่ในเรือน ไม่เคยออกมาเดินเพ่นพ่านเช่นนี้มาก่อน ทว่ายามได้เห็นนางออกมาสูดอากาศด้วยท่าทางสดใส เขากลับรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีอย่างประหลาด

ชายหนุ่มคิดไปเองในใจว่า นางคงจะมีความสุขและซาบซึ้งกับสัมผัสรักอันลึกซึ้งที่เขามอบให้เมื่อคืน และเริ่มนึกโทษตัวเองในใจที่เคยละเลยหลงลืมสตรีตรงหน้าไปเสียตั้งนาน

“คืนนี้… ข้าไปหาเจ้าที่เรือนได้หรือไม่”

เขาเอ่ยถามขึ้นเรียบ ๆ ทว่าสายตากลับจ้องมองนางด้วยความคาดหวัง

เมื่อได้ยินประโยคนั้น หว่านเอ๋อร์ถึงกับเสียอาการอย่างปิดไม่มิด หน้าผากเนียนเริ่มปรากฏเหงื่อซึม สีหน้าผ่องใสพลันซีดเผือดลงทันตาเห็น เธอเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอกไปเมื่อเช้าว่าเขาแทบไม่เคยมาหา แล้วเหตุใดจู่ ๆ คืนนี้ถึงจะมาอีกเล่า

“มะ… ไม่ได้นะเพคะ! คือ… หมายถึง…”

หว่านเอ๋อร์ลุกลี้ลุกลนปฏิเสธเสียงหลง ก่อนจะรีบหาทางรอด

“คือหม่อมฉันยังรู้สึก… เหน็ดเหนื่อยอยู่อย่างมากเพคะ คืนนี้คงมิอาจรับใช้ท่านอ๋องได้!”

เมื่อเห็นท่าทางตกใจเกินเหตุและความเลิ่กลั่กอย่างไร้จริตมารยาของนาง เซียวหานเย่จึงแกล้งยื่นใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดชิดแก้มเนียน หวังจะจับผิดและหยอกล้อคนตรงหน้าให้เอียงอาย

“เหนื่อยหรือ? เหนื่อยสิ่งใดกัน… ข้ายังมิได้บอกเสียหน่อยว่าจะไปทำสิ่งใด”

เขาพึมพำกระซิบเสียงแผ่วเบา

หว่านเอ๋อร์เกร็งตัวนิ่ง ย่อคอหลบสายตาอย่างซื่อ ๆ ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะเคี่ยวกรำนางเหมือนเมื่อคืนอีก

ท่าทางเดียงสา ไร้การเสแสร้งแกล้งทำของนาง ทำให้มุมปากของเซียวหานเย่ยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเป็นครั้งแรก เขาผละใบหน้าออกช้า ๆ แววตาอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

“เอาเถิด คืนนี้ให้เจ้าได้พักผ่อนให้เต็มที่”

พูดจบ เขาก็กระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งยังโต๊ะชาริมสระน้ำตามเดิม ทิ้งให้หว่านเอ๋อร์ยืนย่นคอ พรูลมหายใจยาวด้วยความรอดพ้นไปได้อีกหนึ่งวัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องผู้นี้…เป็นของข้า   ตอนที่ 4

    เพราะคำว่า ‘พักผ่อน’ ของเขาและเธอดูเหมือนจะมีความหมายไม่เท่ากันอย่างสิ้นเชิง…แก้วชาเนื้อดีในมือของหว่านเอ๋อร์เกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ทันทีที่สายตาหันไปเห็นเรือนร่างสูงใหญ่ของเซียวหานเย่ก้าวผ่านประตูห้องเข้ามาอย่างถือวิสาสะในยามค่ำคืนหญิงสาวเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หันหน้าไปอีกทางแล้วทำท่าอ้าปากอารมณ์กรี๊ดแบบไร้เสียงด้วยความอัดอั้นตันใจไหนบอกว่าจะให้พักไงฟะ?!เมื่อทำใจยอมรับชะตากรรมได้แล้ว เธอจึงสลดลง ค่อย ๆ หันกลับไปมองหน้าเขา พลันลุกขึ้นก้าวไปต้อนรับด้วยสีหน้าเศร้าซึมราวกับโลกจะถล่มลงมาเบื้องหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ฝ่ายท่านอ๋อง เมื่อได้เห็นท่าทางมิได้ยินดียินร้ายหรือจะเรียกว่าโศกเศร้าสุดขีดของเธอ เขากลับยิ้มกริ่มอย่างชอบใจประหลาดนักอนุคนอื่น ๆ ในจวนล้วนแต่เฝ้ารอต้อนรับปรนนิบัติเขาด้วยความเอาอกเอาใจ ทว่าอนุห้าผู้นี้กลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา แต่ยิ่งนางแสดงอาการเช่นนี้ เขากลับยิ่งรู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นเขาย่างกรายเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ หว่านเอ๋อร์ก้มหน้าลงต่ำ นิ้วเรียวม้วนบิดชายเสื้อตัวเองด้วยความเศร้าสร้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อมแอ่มในลำคอ“ท่านอ๋อง…

  • ท่านอ๋องผู้นี้…เป็นของข้า   ตอนที่ 3

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามา ร่างบางบนเตียงถอนหายใจยาว ความบอบช้ำทั่วเรือนร่างทำให้การขยับตัวแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบากหว่านเอ๋อร์นอนมองเพดานด้วยดวงตาพร่ามัว เหตุการณ์เมื่อคืนฉายวนในหัวราวกับฝันร้าย… หรือไม่ก็ฝันเสียวซ่าน ความหนักหน่วงที่เขาฝากไว้ยังคงเด่นชัดทุกหยาดหยด‘การหนีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย…เธอสรุปกับตัวเองในใจ ยิ่งดิ้นรนยิ่งเจ็บตัว ร่างกายนี้ไม่ได้แข็งแรงพอจะไปบุกป่าฝ่าดงที่ไหนได้ และผู้ชายคนนั้นก็กัดไม่ปล่อยเกินไป“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง”หว่านเอ๋อร์เอ่ยเรียกสาวใช้ประจำตัวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างของสาวใช้หน้าตาสะอาดสะอ้านที่รีบเข้ามาช่วยประคอง“เหม่ยซิงอยู่นี่แล้วเพคะ อนุห้า… ท่านอยากได้น้ำชาหรืออุ่นกายด้วยน้ำสรงก่อนดีเพคะ?”หว่านเอ๋อร์โบกมือเบา ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดฉากสืบหาข้อมูล“เหม่ยซิง… ข้าอยากรู้เรื่องภายในจวนให้มากกว่านี้ ช่วยเล่าเรื่องอนุคนอื่น ๆ ให้ข้าฟังหน่อยสิ”สาวใช้ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มและเริ่มเล่ารายละเอียด“ท่านอ๋องทรงมีพระประสงค์ให้จวนมีความสงบเพคะ ปัจจุบันนอกจากพระชายาเอกแล้ว ท่านอ๋องทรงมีอนุทั้งหมดห้าคน… ซึ่งท่า

  • ท่านอ๋องผู้นี้…เป็นของข้า   ตอนที่ 2

    วงแขนแกร่งยังคงตระกองกอดเอวบางไว้แน่น ใบหน้าคมซุกซบอยู่ตรงซอกคอ เสียงหายใจที่เคยหนักหน่วงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะสม่ำเสมอสัญลักษณ์แห่งการหลับใหลซูหว่านเอ๋อร์นอนนิ่งเกร็ง กลั้นหายใจฟังเสียงนิ่งสะกิดอารมณ์นั้นทุกห้วงยามเขาหลับไปแล้ว… แต่หัวใจเธอกลับยิ่งสั่นระทึกด้วยความหวาดกลัวทุกคำพูด ทุกสัมผัส และทุกการตอบสนองของร่างกายล้วนเป็นชนวนเหตุให้เขาสงสัย หากวันใดเขาจับได้ว่าสตรีในอ้อมกอดไม่ใช่ ‘ซูหว่านเอ๋อร์’ คนเดิม… จุดจบจะเป็นเช่นไร เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการทางเดียวที่มีคือต้องหนีหญิงสาวรอคอยจนแน่ใจว่าเขาจมสู่ดิ่งพะวัง ค่อย ๆ คลายแรงกดที่ละนิ้ว ถอนแขนหนาออกจากเอวอย่างระมัดระวังที่สุด ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเบาบางยิ่งกว่าลมหายใจ ยามเคลื่อนกายถอยห่าง ความอบอุ่นและสายธารรักสีขาวข้นที่คั่งค้างค่อย ๆ รื่นไหลเปรอะเปรื้อนตามเรียวขา หว่านเอ๋อร์กัดริมฝีปากแน่นสะกดกั้นเสียงอัปยศ มิให้เล็ดลอดออกมาแม้เพียงนิดเธอเลื้อยลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ คว้าเสื้อคลุมไหมสีเทามาคลุมกายอย่างลวก ๆ มุ่งตรงไปยังประตูบานเล็กด้านหลังห้องน้ำสรงบรรยากาศกลางดึกของจวนอ๋องเงียบสงัดจนน่ากลัว สองเท้าเปลือยเปล่าเริ่มก

  • ท่านอ๋องผู้นี้…เป็นของข้า   ตอนที่ 1

    แสงเทียนริบหรี่ภายในห้องนอนประดับหรูหราสะท้อนเงารางร่างของชายหญิงบนเตียงกว้าง กลิ่นหอมอบอวลของกำยานดอกเหมยผสมผสานกับกลิ่นไอเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของจวน ทำให้ความรู้สึกพร่ามัวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเมื่อ ‘ซูหว่านเอ๋อร์’ ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่เพดานห้องนอนในโลกยุคปัจจุบัน แต่เป็นความหนักอึ้งที่ทับถมอยู่บนเรือนร่าง ความเงียบสงบรอบตัวถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่บริเวณลำคอระหงชายหนุ่มตรงหน้าคือ ‘ชินอ๋องเซียวหานเย่’ แม่ทัพผู้เกรียงไกรและเย็นชาแห่งแผ่นดิน บัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรกลับฉายแววความปรารถนาอันลึกซึ้ง ดวงตาคมกริบทอดมองลงมาอย่างสับสนทว่าเต็มไปด้วยความหลงใหล"อือ..."หว่านเอ๋อร์ส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาหยักได้รูปพรมจูบอย่างหนักหน่วงลงบนผิวหงส์ตรงซอกคอ จมูกโด่งบดเบียดซุกไซ้ตามแนวลำคออย่างหิวกระหาย ความรู้สึกแปลกใหม่และแรงกดดันจากคนตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นระสับนี่มันเรื่องอะไรกัน... ฉันมาอยู่ที่ไหน!ความทรงจำต่างมิติทะลักเข้ามาเพียงชั่วครู่ ร่างนี้คือ 'ซูหว่านเอ๋อร์' อนุภรรยาผู้แสนเรียบร้อยที่เพิ่งถูกส่งเข้าจวนอ๋องได้ไม่กี่วัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status